ตงฉินยึดอำนาจ

    ตงฉินยึดอำนาจ_49_รูปแบบหมากหัวหน้าพรรคเซี่ย

    หลังจากหลิวชิงหยู่พูดจบ เสวี่ยเหวินหลงก็รู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก คำพูดของหลิวชิงหยู่มันทิ้มแทงใจจริงๆ ถ้าไม่ใช่ว่านี่คือที่สาธารณะ เสวี่ยเหวินหลง คงสวนไปว่า แม้แต่เซี่ยเจิ้งเต๋อเขาก็ขยี้จนแหลกมาแล้ว แต่ตอนนี้เขาอยู่ในที่สถานที่ประชุม ที่เต็มไปด้วยคณะกรรมาธิการพรรคคนอื่นๆ เสวี่ยเหวินหลงรู้ดีว่าไม่ว่าเขาจะหยิ่งผยองแค่ไหนเขาก็ไม่สามารถทำตามอำเภอใจได้ หลิวชิงหยู่เองก็ใช้โอกาสตอนนี้ตอกหน้าเสวี่ยเหวินหลง จนอีกฝ่ายทำได้แค่เงียบด้วยความโกรธ


    ตอนนี้ หนิ่วเจี้ยนกั๋ว สหายผู้ภักดีของเสวี่ยเหวินหลง ที่อยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้นว่า “หลิวชิงหยู่ คุณพูดกับผู้ว่าการเสวี่ยแบบนี้ได้อย่างไร คุณยังเห็นเขาเป็นผู้บังคับบัญชาหรือเปล่า?”


    หนิ่วเจี้ยนกั๋วพูดจบ จินหยู่เผิงก็เอ่ยตามด้วยใบหน้าบึ้งตึงว่า “หลิวชิงหยู่ พูดคุยกับผู้ว่าการแบบนี้ ไม่มีคนสอนคุณเรื่องการเคารพผู้อาวุโสหรอ”


    ได้ยินคำพูดเหล่านั้น หลิวชิงหยู่ ก็ยังมีสีหน้าเรียบเฉย เขาลุกขึ้นแล้วมองไปยังจินหยู่เผิงแล้วพูดว่า “เลขาธิการจิน สมมุติว่ามีสุนัขแก่มากัดคุณ คุณจะทำอย่างไรหรอ คุณจะยิ้มรับ แล้วบอกให้มันปล่อยหรอ แล้วถ้าเกิดมันเข้ามาพร้อมกันหลายตัวด้วยคุณจะทำยังไง?”


    หลิวชิงหยู่พูดแบบนี้ไม่เพียงแค่ จินหยู่เผิง แต่เสวี่ยเหวินหลง กับหนิวเจี้ยนกั๋ว ก็เดือดดาลอย่างมาก พวกเขาไม่คิดว่าหลิวชิงหยู่จะเริ่มด่า แม้ว่าหลิวชิงหยู่จะไม่ได้ใช้คำหยาบคาย แต่ก็เปรียบเทียบพวกเขาเป็นพวกสุนัข มันเท่ากับทำให้พวกเขาต้องเสียหน้า ขณะทำได้เพียงจ้อง หลิวชิงหยู่ ด้วยความอาฆาต


    สมาชิกคนอื่น ๆ ที่อยากจะพูดช่วย เสวี่ยเหวินหลง เมื่อเห็นหลิวชิงหยู่สวนกลับมาแบบนี้พวกเขาก็ใบ้กิน และเมื่อพวกเขานึกถึงเหตุการณ์ที่หลิวชิงหยู่เลือดขึ้นหน้าพวกเขาก็เงียบกริบ โดยเฉพาะ หลิวชิงหยู่ที่สูงเมตรเก้าสิบ เห็นได้ชัดว่าหลิวชิงหยู่สูงกว่าทุกคน หนำซ้ำยังเปล่งกลิ่นอายออร่าที่รุนแรงออกมา ทำให้ผู้คนไม่กล้าผลีผลามบุ่มบ่าม


    และทันใดนั้นประตูก็เปิดออกพร้อมกับ เซี่ยเจิ้งเต๋อ เดินเข้ามา


    อันที่จริงเขาอยู่ที่หน้าประตูประมาณครึ่งนาทีแล้ว เขาได้ยินการสนทนาด้านในอย่างชัดเจน สาเหตุที่เขายืนนิ่ง เขาอยากรู้ว่าหลิวชิงหยู่จะรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างไร แต่ตอนนี้เขาเฉยต่อไปไม่ได้แล้ว เพราะหลิวชิงหยู่กำลังรับศึกสามด้าน ถ้าไม่ใช่ว่าหลิวชิงหยู่มีส่วนร่วมในการประชุมครั้งนี้เขาก็คงยืนฟังต่อไป ในขณะที่ทั้งสามคิดจะเหยียบหลิวชิงหยู่ให้จมดิน ทว่าหลิวชิงหยู่กลับมีฝีปากเป็นเลิศ มิหนำซ้ำจิตใจของเขายังเข้มแข็งและกล้าหาญ ดังนั้น แผนจะกดดันหลิวชิงหยู่ด้วยถ้อยคำย่อมเป็นไปได้ยาก


    หลังจากเซี่ยเจิ้งเต๋อเดินเข้ามา มันก็เป็นเวลาที่ ความโกรธของทั้งสองฝ่ายพุ่งทะยานถึงขีดสุด


    เมื่อเซี่ยเจิ้งเต๋อเข้ามาแล้ว เขาก็มองไปยังหลิวชิงหยู่แล้วพูดว่า “หลิวชิงหยู่นั่งลง ผมให้คุณเข้าร่วมในฐานะสมาชิกผู้เข้าประชุมที่ไม่มีสิทธิ์ออกเสียงก็จริง แต่คุณก็ไม่ควรไปขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชา ถึงแม้ผู้ว่าการเสวี่ยจะปากไวไปบ้าง และมักจะทำเรื่องผิดๆ ไม่เข้าท่า แต่เขาก็ยังเป็นผู้บังคับบัญชาที่มีตำแหน่งสูงกว่า คุณเป็นนายกไม่ใช่อันธพาล อย่าทำให้คนอื่นเห็นว่าคุณเป็นตัวตลกเหมือนกับใครบางคนเลย”


    หลิวชิงหยู่ฉลาด เขารู้ดีว่าแม้เซี่ยเจิ้งเต๋อจะจ้องมาที่เขา แต่คำพูดที่คล้ายกับจะตักเตือนของเซี่ยเจิ้งเต๋อ แฝงการเหยียดหยามพวกเสวี่ยเหวินหลงสามคน ต้องรู้ว่า หลิวชิงหยู่เป็นแค่เด็กหนุ่มอายุ 22 ปี ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติพวกเสวี่ยเหวินหลงก็คงไม่ต้องสนใจ อย่างน้อยก็แค่ทำเหมือนอีกฝ่ายมีตัวตนเล็กน้อยเท่านั้น แต่ด้วยความแค้นที่ฝังลึกมันทำให้พวกเขามิอาจเพิกเฉยได้ โดยเฉพาะเสวี่ยเหวินหลง พอได้ยินเซี่ยเจิ้งเต๋อพูดถากถาง เสวี่ยเหวินหลงก็รู้ได้ทันทีว่าเขาพลาดท่า ที่จริงแล้วด้วยสถานะของเขามีวิธีจัดการกับหลิวชิงหยู่มากมาย ไม่จำเป็นต้องใช้แผนกระจอกอย่างการพูดตบหน้าหลิวชิงหยู่แบบนี้ เมื่อเห็นเสวี่ยเหวินหลงนั่งลง เซี่ยเจิ้งเต๋อก็หันไปมอง หนิ่วเจี้ยนกั๋ว กับ จินหยู่เผิง ทั้งสองจึงทำได้แค่นั่งลงด้วยความขุ่นข้อง อย่างไรก็ตาม เซี่ยเจิ้งเต๋อเป็นถึงหัวหน้าของเหล่าคณะกรรมาธิการ ทั้งสองจึงไม่กล้าขัดคำสั่งซึ่งๆ หน้า พวกเขาทำได้เพียงเก็บงำความเกลียดชังที่มีต่อหลิวชิงหยู่ไว้ในใจ


    เซี่ยเจิ้งเต๋อ นั่งลงแล้วกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “จุดประสงค์ที่ผมเรียกประชุมเร่งด่วนในวันนี้ เพราะหานกั๋วชิง กระทำการอันละเมิดต่อกฎหมายและก่ออาชญากรรมร้ายแรง และวันนี้ผมได้เชิญสหายหลิวชิงหยู่เข้าร่วมประชุมเป็นกรณีพิเศษ จริงสิทุกท่านเคยได้ยินได้ทราบความผิดที่สหาย หานกั๋วชิง ก่อขึ้นบ้างหรือไม่?”


    หลิวชิงหยู่ได้ยินคำพูดของเซี่ยเจิ้งเต๋อก็ยกนิ้วให้ในใจ จิ้งจอกเฒ่าคนนี้สามารถวกกลับเข้าเรื่องและเริ่มเปิดหัวข้อได้อย่างลื่นไหล นี่เป็นความพยายามที่เขาต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของ เสวี่ยเหวินหลง


    พอเสวี่ยเหวินหลง ได้ยินจุดประสงค์ของการประชุมครั้งนี้ แน่นอนว่าเขามิอาจปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ เขาจึงพูดขึ้นว่า “เลขาธิการเซี่ย คุณไปได้ยินเรื่องนี้มาจากไหน คุณเป็นเลขาธิการหัวหน้าพรรคประจำเทศมณฑล คุณต้องให้ความสำคัญกับหลักฐานว่ามันเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหนก่อนจะเอามาพูดและดำเนินการสิ่งต่างๆ อีกอย่าง หานกั๋วชิง เขาเป็นตำรวจที่ดีของประชาชนคนหนึ่ง”


    เซี่ยเจิ้งเต๋อ ยิ้มขึ้นบางๆ แน่นอนว่าเขารอให้เสวี่ยเหวินหลงออกหน้าปฏิเสธ เมื่อแผนดำเนินไปแล้ว เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับเสวี่ยเหวินหลงอีก เขามองไปยังคณะกรรมาธิการคนอื่นๆ แล้วพูดว่า “ไม่รู้ว่าพวกคุณเคยได้ยินเรื่องนี้หรือทราบเรื่องไม่กี่วันที่ผ่านมาแล้วหรือยัง ก่อนหน้าทางกวนซานได้รับหลักฐานว่ามีการกระทำที่ละเมิดกฎหมายและระเบียบวินัยอย่างร้ายแรงของหานกั๋วชิง หลังจากได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หานกั๋วชิงจึงถูกส่งตัวมายังเทศมณฑล หลังจากได้ตรวจสอบหลักฐานฝ่ายตรวจสอบก็ได้ทราบว่ามันมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่า หานกั๋วชิง เป็นผู้ลงมืออย่างชัดเจน แต่กลับไม่เพียงไม่ได้รับการดำเนินการ แต่นายกหลิวยังทราบว่ามีการปล่อยตัวผู้กระทำความผิด ในฐานะที่เป็นเลขาธิการที่รับผิดชอบด้านการเมืองและกฎหมาย เลขาธิการจิน คุณน่าจะรู้เรื่องนี้ใช่หรือไม่?”


    จินหยู่เผิง พยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ครับ ผมได้ยินข่าวนี้มาจากเจ้าหน้าที่ที่รายงานแล้ว สาเหตุที่หานกั๋วชิงถูกส่งมาที่เทศมณฑลเป็นเพราะเขากระทำผิดและไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในกวนซานต่อไป แต่พวกเขาก็ไม่มีหลักฐานที่ชี้ชัดว่า หานกั๋วชิงทำผิดกฎหมาย หรือละเมิดระเบียบวินัย อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีคลิปวิดีโอที่ได้จากรองผู้กำกับคนหนึ่ง แต่คลิปนั้นเป็นคลิปที่มีชายคนหนึ่งฆาตกรรมเด็กคนหนึ่ง คนที่ฆ่านั้นหน้าตาคล้ายหานกั๋วชิงแต่ก็ไม่ใช่เขา ยิ่งไปกว่านั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้สรุปตัดสินแล้ว มันไม่มีอะไรผิดปกติ”


    ใบหน้าของหลิวชิงหยู่เขียวคล้ำ หลังจากได้ยินคำพูดของจินหยู่เผิง ความโกรธของเขาพุ่งสูงขึ้น การเปลี่ยนดำเป็นขาวกลับขาวเป็นดำ มันทำให้เขาอยากจะด่าออกไปว่าไร้ยางอาย หรือถามว่าทำไมหน้าด้านขนาดนี้ หลักฐานที่บันทึกไม่เพียงจะชัดเจน แต่แม่ของเด็กยังชี้ว่าคนที่ฆ่าเป็นหานกั๋วชิง แต่จินหยู่เผิงกลับพูดเปลี่ยนดำเป็นขาวได้แบบนี้ เห็นชัดว่าเขามีความหน้าด้านไร้ยางอายสูงมาก


    เซี่ยเจิ้งเต๋อใบหน้าหมองหม่นไปเช่นกัน เขาพูดไปด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เหล่าคณะกรรมาธิการคนอื่นๆ ทราบเรื่องนี้หรือไม่?”


    ทุกคนพูดตอบ บางคนบอกว่ารู้ บางคนบอกว่าไม่รู้


    หลังจากที่ทุกคนพูดจบเซี่ยเจิ้งเต๋อก็พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “เอาล่ะ ในเมื่อบางคนไม่ทราบ ดังนั้นเราจะขอให้สหายหลิวชิงหยู่จากตำบลกวนซาน เป็นคนเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกวนซานรวมไปถึงเรื่องความผิดที่หานกั๋วชิงก่อขึ้น”


    เซี่ยเติ้งพูดจบ หลิวชิงหยู่ยังไม่ทันพูดอะไร หนิ่วเจี้ยนกั๋วก็พูดขึ้นว่า “เลขาธิการเซี่ยเราเป็นคณะกรรมาธิการเทศมณฑล ส่วนหลิวชิงหยู่เป็นแค่นายกจากตำบลกวนซาน เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดในการประชุมคณะกรรมาธิการ แค่เราให้เขาเข้าร่วมการประชุมก็นับว่ามากพอแล้ว เรายังจะปล่อยให้เขาพูดในที่ประชุมอีกหรือ เท่าที่ผมรู้ หลิวชิงหยู่กับหานกั๋วชิงไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ใครจะรับประกันได้ว่าเมื่อเขาพูด เขาจะไม่เอาอารมณ์ส่วนตัวมาเป็นใหญ่ หากเป็นแบบนั้นมันจะไม่ยุติธรรมต่อหานกั๋วชิงที่พยายามอย่างหนักเพื่อส่วนร่วมมาโดยตลอด”


    หลิวชิงหยู่ได้ยินหนิ่วเจี้ยนกั๋วพูดแบบนั้น เขาก็พูดออกไปตรงๆ “เลขาธิการหนิ่ว ผมรู้สึกข้องใจกับสิ่งที่คุณพูดจริงๆ ถึงแม้ผมจะไม่ได้เป็นคณะกรรมาธิการ แต่ผมก็ได้รับการอนุมัติจากเลขาธิการหัวหน้าพรรคเซี่ย ซึ่งเป็นเหมือนผู้นำของเทศมณฑลแห่งนี้ เห็นอยู่ชัดๆ ว่าหัวหน้าพรรคเซี่ยอนุญาตให้ผมพูด แต่คุณกลับไม่ยอมให้ผมพูด หรือคุณคิดว่าคุณมีอำนาจมากกว่าหัวหน้าพรรค?”


    ได้ยิน หลิวชิงหยู่ ใช้สถานะของเซี่ยเจิ้งเต๋อ ออกมาตอบโต้ หนิ่วเจี้ยนกั๋ว ก็รู้สึกโกรธแค้น แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะเพิกเฉยได้แต่พูดปฏิเสธออกไปว่า “หลิวชิงหยู่ คุณกำลังพูดอะไร เจตนาผมไม่ได้หมายถึงแบบนั้นเลย”


    “ถ้าคุณไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น แล้วคุณหมายถึงอะไร เท่าที่ผมทราบมา เลขาธิการหนิ่วกับหานกั๋วชิงมีความสัมพันธ์เป็นญาติกัน คุณบอกว่าผมไม่มีคุณสมบัติพูดถึงญาติของคุณ แล้วคุณมีคุณสมบัติพอที่จะเสนอหน้าออกความเห็นในการประชุมครั้งนี้หรอ?” คำถามของหลิวชิงหยู่ ทำให้หนิ่วเจี้ยนกั๋วถึงกับใบ้กินพูดอะไรไม่ออก แม้เขาจะมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว และฉลาดในการหาข้ออ้างมาแก้ต่างลื่นเป็นปลาไหล แต่เมื่อได้เผชิญหน้ากับหลิวชิงหยู่ผู้ไม่สนใจกฎ เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้

    คล้ายกับเรื่องตงฉินยึดอำนาจ ที่คุณอ่าน

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011