หลินตื่นก่อนเรน
หรืออย่างน้อยก็ตื่นก่อนที่จะรู้ว่าเรนนอนหรือเปล่า เพราะเธอตื่นตอนฟ้ายังมืดอยู่และพบว่าเรนนั่งอยู่ที่ทางออกของซอกหินในท่าเดิมกับเมื่อกี้
ซึ่งทำให้เธอไม่แน่ใจว่าเขานอนเลยหรือเปล่าหรือแค่นอนในท่าที่แยกไม่ออกจากการนั่ง
"เมื่อคืนคุณนอนไหม?" หลินถาม เสียงยังแหบเล็กน้อยจากการนอน
"นอน" เรนตอบ ไม่หันมา
"ในท่านั้น?"
"ใช่"
"โอเค" หลินลุกขึ้น ยืดเส้นยืดสาย หลังปวดเพราะนอนบนหินแม้จะมีผ้าห่มรอง ทำไมหินซอกหินถึงไม่ราบเรียบกว่านี้
"คุณบอกเมื่อคืนว่าเสียงแบบที่ฉันมีเคยทำให้คนที่คุณรู้จักตาย ฉันอยากรู้เื่นั้น"
เรนหันมามองเธอ
"อยากรู้เพื่ออะไร?"
"เพราะถ้าฉันจะอยู่ในที่นี้และไม่ทำอะไรผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ ฉันต้องรู้ว่าคนที่มีเสียงแบบนี้ก่อนหน้าฉันทำผิดพลาดอะไร" หลินพูด "นั่นเป็เหตุผลที่สมเหตุสมผลไหม?"
เรนมองเธออยู่นาน แล้วก็พูด "ชื่ออิง"
---
อิง
เรนเล่าสั้น เหมือนคนที่เล่าเื่นี้มาหลายครั้งและรู้แล้วว่าจะพูดตรงไหนบ้าง
สามร้อยปีก่อน มีมนุษย์คนหนึ่งมาถึงหิมพานต์ ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ามาได้อย่างไร บางบันทึกบอกว่าเธอถูกเรียกมา บางบันทึกบอกว่าเธอเดินเข้ามาเอง บางบันทึกบอกว่ามีใครเปิดประตูให้ ในแต่ละฉบับรายละเอียดต่างกัน แต่สิ่งที่ตรงกันคือเธอมีเสียงที่ป่าตอบสนองรุนแรงผิดปกติ เหมือนกับหลิน
อิงอยู่ในหิมพานต์นานพอที่จะเรียนรู้กฎบางส่วน แต่ไม่นานพอที่จะเรียนรู้ครบ
และในวันที่เธอใช้เสียงเต็มๆ ประตูอันธการที่ถูกผนึกไว้ในป่าชั้นในก็เปิดออก
ไม่ใช่ทีละนิด แต่เปิดหมด
ในชั่วข้ามคืน หิมพานต์ที่เคยสมดุลก็ไม่สมดุล สิ่งที่ถูกผนึกไว้รั่วออกมา ต้นไม้ที่เป็พันธมิตรกลายเป็ศัตรู น้ำที่ใสกลายเป็พิษ
ผู้พิทักษ์ที่ไปปิดประตูกลับมาไม่ครบ
"มีผู้พิทักษ์กี่คนที่ตาย?" หลินถาม เสียงเบาลง
"บันทึกบอกว่าสิบเจ็ดคน" เรนพูด "แต่นั่นคือตายจริงๆ ยัดงมีที่ได้รับาเ็และเสียชีวิตจากาแอีกใน่ปีถัดมา รวมกันมากกว่านั้น"
หลินไม่พูด
"อิงเจตนาไหม?" เธอถามหลังจากเงียบอยู่นาน
เรนหยุด
"ประวัติศาสตร์บอกว่าเจตนา" เขาพูดช้า เหมือนชั่งน้ำหนักคำ "แต่ฉันอ่านบันทึกดั้งเดิมที่ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นใหม่ภายหลัง"
"แล้ว?"
"ฉันไม่แน่ใจ"
หลินจ้องเรน เรนไม่หลีกสายตา
"คุณเก็บบันทึกนั้นไว้ที่ไหน?"
"ในความทรงจำ"
"คุณอ่านมันเมื่อนานแค่ไหนที่แล้ว?"
"สองร้อยปีที่แล้ว"
หลินนิ่ง "คุณ... อายุเท่าไหร่?"
เรนมองเธอ "ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญตอนนี้"
"มันสำคัญกับฉัน ฉันเพิ่งรู้ว่ากำลังนั่งคุยกับ—"
"เดินได้แล้ว" เรนลุกขึ้น หยิบคทา "ยังมีทางที่ต้องไป"
---
ป่ายามเช้าต่างจากป่ายามบ่าย
แสงที่กรองลงมาเป็สีทองอ่อนๆ สะอาดกว่า สัตว์ป่าเริ่มทำเสียง บางเสียงคล้ายนกแต่สูงกว่า บางเสียงเป็เสียงที่ไม่มีชื่อในภาษาที่หลินรู้จัก ป่ายามเช้ารู้สึกเหมือนกำลังตื่น
หลินเดินตามเรนในระยะห่างสองเมตร พยายามพูดให้น้อยตามที่ถูกบอก ซึ่งยากกว่าที่คิด
แต่ก็ไม่ได้เงียบสนิท
"เธอบอกว่าไม่แน่ใจว่าอิงเจตนาหรือเปล่า" หลินพูดเบาๆ "แต่ฝ่ายอื่นในหิมพานต์แน่ใจ?"
เรนเดินต่อ "ส่วนใหญ่แน่ใจ"
"แล้วพวกเขาคิดยังไงกับฉัน?"
"ว่าเธอเป็อิงคนใหม่"
"ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไร"
"ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไร" เรนพูดซ้ำ ไม่ใช่เห็นด้วย แต่ก็ไม่ได้ขัดแย้ง
หลินเดินตามอยู่ครู่ มองหลังของเรน สังเกตว่าเขาเดินเร็วกว่าคนที่ระวังอยู่ทั่วๆ ไป ขาเหยียบพื้นในตำแหน่งที่ไม่มีเสียงกิ่งไม้หัก ไม่มีเสียงใบไม้กรอบ เหมือนจำได้ว่าต้องเหยียบตรงไหน
"คุณรู้จักอิงเป็การส่วนตัวไหม?" หลินถาม
เรนหยุดเดิน
หลินหยุดตาม
เรนยืนหลังชนเธออยู่สักสองวินาที แล้วก็เดินต่อ ไม่ตอบ
ซึ่งเป็คำตอบในตัวมันเอง
หลินเดินตามโดยไม่ถามต่อ บางคำถามได้คำตอบแล้วจากการที่ไม่มีคำตอบ และหลินใช้เสียงเป็อาชีพมานานพอที่จะรู้ว่าความเงียบของคนๆ หนึ่งบอกอะไรได้มากกว่าคำพูด
เธอแค่ไม่รู้ว่าเื่นั้นสำคัญแค่ไหน
ยังไม่รู้
---
เรนหยุดเดินอย่างกะทันหันจนหลินเกือบชนหลัง
"หยุด" เขาพูด เสียงต่ำลงกว่าปกติ
หลินหยุด มองหน้าเรนที่เกร็งขึ้น
"อย่าขยับ อย่าพูด"
ป่ารอบๆ เงียบลงอย่างพร้อมกัน เสียงนกที่ดังอยู่ก่อนหน้าหายไป เสียงลมหยุด ใบไม้ที่ไหวก็นิ่ง
และจากลึกในป่า มีเสียงกลองดังขึ้น
ไม่ดังมาก แต่สม่ำเสมอ จังหวะไม่ช้าไม่เร็ว เหมือนสัญญาณ
เรนหน้าซีด
หลินไม่เคยเห็นหน้าของเรนซีดมาก่อน สีหน้าที่ซีดลงบนใบหน้าที่ผิวเข้มกว่าปกติทำให้รู้สึกว่าบางอย่างที่เลวร้ายมากกำลังจะเกิดขึ้น
"ครุฑ" เรนพูด เสียงต่ำมาก "ได้ยินเสียงเธอแล้ว"
"ฉันพูดเบามากตลอด—"
"ไม่ใช่เสียงที่พูด คือเสียงที่มีอยู่ในตัวเธอ" เรนจับข้อมือหลิน "วิ่ง"
"ไปทางไหน?"
"ตามฉัน" เขาวิ่ง หลินวิ่งตาม
เสียงกลองดังขึ้น
---
ครุฑในหิมพานต์ไม่เหมือนครุฑในภาพที่หลินเคยเห็นในวัด
หลินรู้เื่นี้จากที่เรนบอกระหว่างวิ่ง สั้นๆ กระชับ ราวกับรู้ว่าเวลาน้อย ครุฑในหิมพานต์ใหญ่กว่า ไม่บินเป็กลุ่มใหญ่แต่บินไล่เป็สายเหมือนโซ่ ทำหน้าที่รักษาระเบียบของป่าชั้นนอก และถ้าครุฑตัดสินแล้วว่าบางอย่างคือภัย ครุฑจะไม่ถามคำถาม
"ฉันเป็ภัยในสายตาครุฑ?" หลินถามระหว่างวิ่ง
"ตอนนี้ใช่"
"เพราะเสียง?"
"เพราะเสียงที่ยังควบคุมไม่ได้"
ป่าข้างๆ ขยับ มีเสียงปีกขนาดใหญ่ ไม่ได้ยินชัดแต่รู้สึกได้ที่อากาศ
หลินวิ่งเร็วขึ้น
เรนนำทางผ่านป่าด้วยความเร็วที่บอกว่าจำทุกต้นไม้ในพื้นที่นี้ได้ เลี้ยวซ้ายที่โคนต้นไม้ใหญ่ เลี้ยวขวาที่ก้อนหินสามก้อน ลงต่ำที่กิ่งไม้ที่ขวางทาง ทุกการเคลื่อนไหวแม่นยำแบบที่ไม่ได้คิด แต่จำ
หลินสะดุดรากไม้ที่โผล่พ้นดิน
เธอล้มลงข้างหน้า มือทั้งสองยื่นออกรับพื้น แต่ก็ยังกระแทกเข่า
เรนหันมาทันที ยื่นมือฉุดเธอขึ้น
และหลินก็ะโออกมาด้วยสัญชาตญาณ ก่อนที่สมองจะทันสั่ง ก่อนที่จะรู้ตัวว่ากำลังพูดอะไร
"ฉันสัญญาว่าจะไม่ใช้เสียงอีก!"
เรนหยุดชะงัก
มือที่กำลังฉุดเธอขึ้นหยุดนิ่ง เขายืนค้างอยู่ในท่านั้น ตาเปิดกว้าง มองหลินด้วยสีหน้าที่หลินอ่านไม่ออกว่าคือความกลัว ความโล่ง หรือความใ
อากาศรอบๆ เปลี่ยน
ไม่ใช่ลม ไม่ใช่แสง แต่มีบางอย่างในอากาศที่หนักขึ้น เหมือนคำพูดที่หลินเพิ่งพูดออกมาไม่ได้หายไปในอากาศ แต่หนักแน่นเหมือนลงหลักปักฐาน
"เธอเพิ่งทำอะไร?" หลินถาม ไม่แน่ใจว่าถามตัวเองหรือถามเรน
เรนปล่อยมือหลิน ยืนตรง มองเธอ
แล้วพูดเงียบๆ "เธอเพิ่งสัญญากับหิมพานต์ ไม่ใช่กับฉัน ถ้าผิดสัญญา ป่าจะจัดการเธอเอง"
เสียงปีกในอากาศจางลงทีละนิด ป่าค่อยๆ กลับมามีเสียงนกเสียงลม ราวกับสิ่งที่กำลังตามหยุดตาม
เรนมองไปในทิศที่เสียงจางลงไป แล้วพูด "มา หลบเข้าโพรงไม้ก่อน"
หลินตามเขาไปโดยไม่พูดอะไร
มือยังสั่นอยู่เล็กน้อย
---