บทที่ : 6
“เ้าว่าอะไรนะ!” หญิงชราแสดงอาการไม่พอใจขึ้นมาทันที “นี่เ้าขัดเื่งานใหญ่ของจวนเราเพียงเพราะเื่แค่นี้?”
“เื่แค่นี้อย่างนั้นหรือเ้าคะ...” ถึงจะทำใจเอาไว้แล้ว แต่เมื่อต้องเจอกับคำพูดแบบนี้ต่อหน้าก็ทำให้นางถึงกับหน้าชา “ท่านย่าหมายความว่าที่ข้าถูกทำร้ายจนเกือบตายนั้นเป็เื่เล็กน้อยอย่างนั้นสินะเ้าคะ”
น้ำเสียงที่เ็าขึ้นมาอย่างกะทันหัน กับสายตาที่ไม่ได้อ่อนน้อมอีกต่อไป แต่เป็การหันไปประจันหน้ากับอีกฝ่ายอย่างจริงจัง
“แล้วมันทำไมหรือ จะอย่างไรเ้าก็ไม่ได้เป็อะไรเสียหน่อย ไม่อย่างนั้นเ้าจะมานั่งเถียงข้าฉอดๆ แบบนี้ทั้งๆ ที่ผ่านไปได้เพียงครึ่งเดือนหรือไง” หญิงชราเองก็แสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน เพราะั้แ่นางกลายมาเป็ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลจาง นี่เป็ครั้งแรกที่มีใครกล้าที่จะเอ่ยด้วยท่าทางพองขนเช่นนี้ต่อนาง
เฮ้อ...
มันก็สมแล้วที่อีกฝ่ายไม่ได้มีต้นกำเนิดอะไรที่ดีนัก เป็แค่หญิงชราที่เพิ่งจะมีทรับสินและหน้าตา ไม่แปลกนักที่นางจะแสดงออกเช่นนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเยว่ฮวาก็ถือได้ว่าเป็หลานแท้ๆ ของนาง อย่างน้อยนางก็สมควรที่จะนึกถึงจุดนี้บ้าง
“ท่านแม่กลับไปก่อนเถอะขอรับ อย่าไปถือสาหลานเลย นางอาจจะได้รับความกระทบกระเทือนจากการาเ็ เดี๋ยวข้าจะดูแลตักเตือนนางเองขอรับ”
เฮ้อะ!!
ฮูหยินผู้เฒ่าระบายลมหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด “ก็ได้แม่จะปล่อยให้เื่ทางนี้เ้าเป็คนจัดการ แต่ว่าครั้งหน้าแม่ไม่ยอมหรอกนะ”
“ขอรับ รบกวนท่านพ่อช่วยดูท่านแม่ด้วยเถอะนะขอรับ”
“ตกลง”
ชายชรายิ้มบางๆ แล้วพาหญิงชราจากไป โดยไม่แม้แต่จะสนใจเื่ราวที่เกิดขึ้นเท่าไรนัก
“...”
เมื่อสองชราจากไป เยว่ฮวาก็มองไปทางบิดาด้วยความคาดหวัง เพราะจะอย่างไรในบ้านหลังนี้ เขาอาจจะเป็คนเดียวที่นางพอจะพึ่งพาได้ หากอิงตามความทรงจำของเ้าของร่าง แต่นางก็ไม่รู้ว่าในตอนนี้ความรักที่มากมายของบิดาจะยังเหลือให้นางอยู่อีกไหม
เพราะเอาเข้าจริงๆ นางเองก็ไม่ค่อยจะแน่ใจเท่าไหร่นักว่าบิดานังให้ความสำคัญแก่นาง อาจจะจริงที่นางยังมีเรือนซุกหัวนอนไม่ได้ไปตกระกำลำบากที่ท้ายจวนเหมือนในนิยายหลายๆ เื่ ทั้งยังได้รับผู้คุ้มกันมาั้แ่ยังจำความได้ ซึ่งก็มีไม่มากนักที่นางจะถูกพี่ๆ หรือแม่เลี้ยงทำร้าย นอกจากในตอนที่องครักษ์ผู้นั้นจะไม่อยู่
แต่ครั้งล่าสุดที่รถม้าของนางถูกใครบางคนพาออกไปนอกเมืองแล้วถูกดักโจมตีจนตกหน้าผา ถึงนางจะรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ ไม่สิต้องบอกว่าเ้าของร่างนั้นได้ตายไปแล้วต่างหาก และเป็ตัวนางที่ได้มาอยู่ในร่างนี้แทน
แต่ต้องไม่ลืมว่าั้แ่เริ่มเื่ทั้งหมดเท่าที่นางจำได้ ในวันนั้นเป็วันแรกหลังจากที่นางได้เข้าพิธีบรรลุวัย และฮูหยินรองได้มอบของขวัญด้วยการให้นางนั่งรถม้าออกไปชมเมือง
และบังเอิญ...
บังเอิญว่าในวันนั้นฮูหยินรองมีเื่ต้องรบกวนให้องครักษ์ของนางไปแจ้งแก่บิดาที่ต่างเมือง และบังเอิญว่ามีใครบางคนพานางออกไปนอกเมือง
บังเอิญว่ารถม้าของนางถูกโจมตี...
บังเอิญว่าในที่เกิดเหตุนอกจากบ่าวปลายแถวแล้วก็ไม่มีใครตายอีก...แม้แต่คนขับรถม้าก็ไม่มี
มันเป็การบังเอิญเสียจนน่าหัวเราะ
“เ้ามีอะไรจะพูดไหม...” ผู้เป็บิดากล่าวกับเยว่ฮวาด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งเช่นเคย แต่ก็เหมือนทุกครั้งที่ฮูหยินรองมักจะเอ่ยขัดขึ้น
“ท่านพี่...”
“เ้าช่วยหยุดพูดสักครู่ ข้าอยากพูดกับนาง”
“...ชิ”
จางอี้ซินถึงกับส่งเสียออกมาอย่างขัดใจ ั้แ่ที่นางกำเนิดบุตรชายให้แก่เขาแล้ว มีน้อยครั้งมากที่เขาจะทำกับนางแบบนี้ ซึ่งนี่ก็เป็ครั้งแรกในรอบปีเลยก็ได้ที่นางถูกเขาขัดใจ แต่นางเองก็ไม่ใช่คนโง่เสียทีเดียว เพราะต่อให้สามีของนางหน้านิ่งอย่างไร นางก็รู้ว่าในตอนนี้เขาเริ่มที่จะคุกรุ่นบ้างแล้ว
และแน่นอนว่าเมื่อมารดาไม่กล้าเถียง พี่น้องคนอื่นๆ ก็ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ เพียงแค่มองไปยังร่างบางที่บอกว่าผอมแห้งก็ไม่ผิดนักของน้องเล็กของบ้าน ซึ่งนี่อาจจะเป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นนางแสดงท่าทีแบบนี้ออกมา
“เอาหละเ้าอยากจะพูดอะไรก็พูดมาเถอะ”
“ข้าหวังว่าท่านพ่อจะสามารถหาคำตอบเื่นี้ให้ข้าได้ และต่อให้ท่านไม่อาจจะลงโทษผู้บงการ แต่ถ้าหารท่านพ่อไม่ทำอะไรเลย ข้าเองก็คงไม่สามารถยอมรับได้”
แข็งกร้าว!
นี่คือคำอธิบายท่าทางที่ทุกคนได้เห็นจากร่างที่ควรจะไร้เรี่ยวแรงของหญิงสาว แต่แทนที่จะแสดงความไม่พอใจหรือเฉยชาออกมา ชายวัยกลางคนกลับเผยรอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก
“เ้าเปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนไปจนข้าไม่คิดว่าจะได้เห็นเ้าในท่าทางแบบนี้ไปชั่วชีวิต” จางเผิงไห่มองเข้าไปที่ใบหน้าที่เรียบเฉยของนาง แต่ภายในดวงตานั้นมีแต่ความห่างเหินอยู่ภายใน
“บางทีอาจจะเพราะว่าข้าเข้าใกล้ความตายมากจนเกินไป จนทำให้ข้านึกขึ้นมาได้ว่าสิ่งที่ข้าพยายามทำมาั้แ่ท่านแม่เสียไป มันไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับคนที่ไม่เห็นค่าของมัน...”
นางตอบคำบิดาโดยไม่หลบสายตาแม้แต่น้อย
“ข้าหวังว่าท่านพ่อจะทบทวนอดีตให้ดีก่อนที่จะทำอะไร บางทีหลังจากนี้ท่านพ่ออาจจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของข้ามากกว่านี้ก็เป็ได้เ้าคะ”
“ได้ อีกเจ็ดวันพ่อจะให้คำตอบแก่เ้า”
“ดีเ้าคะ ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าท่านพ่อจะหาทางออกเื่นี้อย่างไร...”
......................