ตอนที่26 วิกฤต
เมื่อชิงฉาง และกังยืนอยู่ริมทะลสาบหลี่นาก็ร่ายเวทย์มนตร์ จากนั้นน้ำในทะเลสาบก็ลอยตัวขึ้นมาห่อหุ้มพวกเขาเอาไว้ เหมือนกับอยู่ในลูกบอลและน้ำที่ห่อหุ้มพวกเขานั้นเคลื่อนที่เป็คลื่นน้ำตามทรงกลมรอบตัวเขา
ชิงฉางพบว่าพวกเขายืนอยู่ในลูกบอลสีฟ้าใสและมีบางอย่างคล้ายกับน้ำพุร้อนดันตัวพวกเขาให้อยู่เหนือน้ำ
นี่เป็ครั้งที่สองที่ชิงฉางได้เห็นเวทย์มนต์ครั้งแรกเป็่ที่หลี่นาใช้เวทย์บอลแสงกับควบคุมน้ำให้กลายเป็ก้อนน้ำและตอนนี้พวกเขาได้ใช้เวทย์มนตร์ เพื่อเป็ยานพาหนะ เพื่อเดินทางกลับไปยังปราสาท
ขณะที่พวกเขาเคลื่อนที่ไปบนทะเลสาบชิงฉางก็รู้สึกใอยู่ไม่น้อย เขารู้ว่าที่โลกแห่งนี้มีเวทย์มนตร์ และหลี่นาเองก็เป็จอมเวทย์วารีขั้นแปดซึ่งทำให้เขารู้สึกว่ามันเป็อะไรที่มหัศจรรย์มาก
หลี่นาไม่ได้รู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อยเพราะเธอมั่นใจในเื่เวทย์วารีของเธอเป็อย่างมากราวกับว่าไม่มีใครที่จะสามารถต่อกรกับเธอได้ เมื่อเธอพูดถึงเื่สัตว์อสูร เธอก็ไม่มีความกังวลกับเื่นี้เลยแม้แต่น้อยเพราะเธอเชื่อว่าเธอจะสามารถจัดการมันอย่างง่ายดาย
เวทย์วารีที่ใช้เป็พาหนะนี้ทำให้พวกเขาเดินทางได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับก่อนหน้าที่จะมาถึงหุบเขาแห่งนี้ เพราะพวกเขาต้องใช้เวลาถึงสามชั่วโมงกว่าจะมาถึงที่นี่แต่ตอนนี้พวกเขาใช้เวลาครึ่งชั่วโมงก็ออกมายังอีกฝั่งของูเาเรียบร้อยแล้วโชคดีที่พวกเขาเจอถ้ำที่เป็ทางเข้าไปยังเหมืองบริเวณปราสาท มันทำให้พวกเขารู้ว่าทะเลสาบแห่งนี้เชื่อมต่อกันนั่นก็หมายความว่าพวกเขาสามารถเดินทางผ่านทางทะเลสาบนี้ได้ และยังทำให้พวกเขาสามารถเดินทางมาได้อย่างลับๆ อีกด้วย
เมื่อพวกเขามาถึงอีกด้านหลี่นาก็เลิกใช้เวทย์มนตร์ของเธอ และชิงฉางก็ะโลงพื้น เมื่อชิงฉางได้แตะพื้นดินมันทำให้เขาโล่งใจขึ้นมาเพราะในตอนที่ชิงฉางยืนอยู่บนพื้นน้ำนั้นเขารู้สึกกังวลที่จะตกลงไปในน้ำเป็อย่างมาก
หลังจากนั้นทั้งสามก็เดินไปในถ้ำและเห็นว่าพวกทาสกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นด้วยความตั้งใจที่มีทั้งหมดเนื่องจากมันยังไม่ถึงเวลาเที่ยงพวกทาสเหล่านี้ จึงยังทำงานอยู่ ซึ่งบางคนก็กำลังเก็บกวาดเหมืองอยู่และบางส่วนนั้นทำงานไม้อยู่
เพื่อที่จะเลี้ยงกระต่ายเนื้อพวกเขาต้องสร้างรั้วเป็จำนวนมาก เนื่องจากพวกเขาไม่มีเหล็ก จึงทำให้เหลือเพียงทางเลือกเดียวคือไม้
ตอนที่พวกเขาถูกเนรเทศของจากปราสาทนั้นกรีนได้ซื้อไม้ไว้จำนวนหนึ่ง แม้ว่าจะไม่มากนัก เขาเลือกซื้อไม้สำเร็จรูปเพราะแม้ว่าจะมีทาสบางคนเป็ช่างไม้ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำงานที่ซับซ้อนได้เนื่องจากว่าทาสเ่าั้จะมีค่าตัวราคาแพง
เมื่อทั้งสามมาถึงพวกทาสก็ใผงะก่อนที่จะก้มลงคำนับพวกเขาสามที ทั้งสามพยักหน้าให้พวกเขาก่อนที่จะเดินออกไปจากเหมือง
จากหลี่ และคุนที่ยืนอยู่นอกเหมืองใมากเมื่อเห็นทั้งสามคนเดินออกมา จากหลี่รีบทักทาย และถามด้วยความสงสัย “นายน้อย คุณย่าพวกคุณออกมาจากเหมืองได้ยังไงกัน?”
หลี่นายิ้ม“พวกเราออกมาจากทะเลสาบ อีกด้านหนึ่งนั้นเป็หุบเขา ซึ่งพวกเราเลือกที่จะใช้มันเป็ฟาร์มแห่งใหม่นายน้อยได้ทำการปรับปรุงพื้นดินบางส่วนแล้ว พวกเราจึงกลับมา”
ดวงตาของจากหลี่เปล่งประกายขึ้นมา“จริงหรือเปล่าค่ะ? ยอดไปเลย! ฉันไม่เคยคิดเลยว่าพวกคุณย่าจะทำได้สำเร็จ”
พวกเขาได้พูดคุยเื่เกี่ยวกับทะเลสาบและหุบเขาที่พวกเขาเจอจนกระทั่งหลี่นาหันไปหาชิงฉาง และพูดว่า“นายน้อยกลับปราสาทไปพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ ฉันมีบางอย่างที่จะต้องบอกคุณ”
ตอนนี้ชิงฉางรู้สึกประหลาดใจเขาไม่รู้ว่าหลี่นา้าที่จะพูดเื่อะไรกับเขาแต่เมื่อดูจากสีหน้าของเธอแล้วเขาจึงพยักหน้าตอบทันที “งั้นก็ได้ครับ ผมกลับก่อนแล้วกันนะครับกังอยู่ช่วยจากหลี่ และคุนก่อน” กังจึงตอบตกลงที่จะอยู่ช่วยทันที ในขณะที่จากหลี่บอกว่าจะดูแลทาสต่อ
หลี่นา และชิงฉางก็เดินกลับมายังห้องนั่งเล่นในปราสาทชิงฉางมองด้วยความสงสัย “ย่าหลี่นา มีอะไรที่้าจะบอกผม แต่ไม่สามารถพูดก่อนหน้านี้ได้อย่างงั้นเหรอครับ?”
“นายน้อยตอนที่พวกเรากลับมานั้น ตลอดทางเดินฉันพยายามที่สำรวจโดยใช้พลังเวทย์ใต้น้ำ แต่ก็ไม่พบสิ่งใดเลยซึ่งนั้นหมายความว่ามีคำอธิบายได้สองอย่างหนึ่งคือสัตว์อสูรน้ำนั้นแข็งแกร่งกว่าฉัน และสามารถที่จะปกปิดพลังของตัวเองได้จนฉันไม่สามารถหามันเจอแต่นั้นก็เป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้เลย เพราะฉันเป็ถึงจอมเวทย์ขั้นแปด ฉันมั่นใจว่าไม่น่าจะมีสิ่งไหนที่จะสามารถหลบเลี่ยงการมองเห็นของฉันได้อีกอย่างเลยก็คือไม่มีสัตว์อสูรในน้ำเลยแต่มีเหตุผลบางอย่างทำให้ไม่มีพวกปลาอาศัยอยู่ในน้ำเลยแม้แต่น้อย”
ชิงฉางตระหนักได้ถึงปัญหาที่ยิ่งใหญ่นี้ทะเลสาบใต้ดินเป็แผนส่วนสำคัญอย่างหนึ่งที่จะใช้ในการฟื้นฟูตระกูลซึ่งถ้าหากพวกเขาไม่สามารถเลี้ยงปลาได้ พวกเขาจะขาดแหล่งรายได้สำคัญอีกทางหนึ่งเพราะการที่มีทะเลสาบที่ใหญ่เช่นนี้ แต่ไม่สามารถใช้งานได้มันเป็เื่ที่ไม่ได้มีประโยชน์ต่อพวกเขาเลยซึ่งมันทำให้อารมณ์ของชิงฉางเสียลงทันที “ย่าพอจะหาสาเหตุของเื่นี้ได้ไหม?”
หลี่นาแสดงสีหน้าหนักใจมาก“เธอเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับบึงพิษมากเยอะ แต่เธอก็ไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า”เธอนิ่งไปเล็กน้อย “พวกเขาบอกว่ามันมีสาเหตุว่าทำไมแดนทมิฬจึงอยู่ใกล้กับบึงพิษ นั่นก็เพราะว่าบางครั้งในแดนทมิฬจะถูกบุกรุกโดยกองทัพซอมบี้สัตว์อสูรพิษ ซึ่งมันจะฆ่าทุกชีวิตในดินแดนแห่งนี้ ซึ่งมันทำให้พื้นดินแห่งนี้ เต็มไปด้วยพิษที่ติดตัวสัตว์อสูรมาแต่เนื่องจากว่าไม่ใครเคยเดินทางมาที่นี่หรืออยู่ที่นี่ทำให้ไม่เคยมีใครพิสูจน์ว่าข่าวนี้เป็จริงหรือไม่ ซึ่งถ้าหากมันเป็จริงละก็ นั่นก็คงเป็สาเหตุว่าทำไมจึงไม่มีปลาในทะเลสาบแห่งนี้”
สีหน้าของชิงฉางเปลี่ยนไปตอนนี้เขารู้สึกหนักใจกว่าหลี่นา ถึงแม้ว่าหลี่นา ฟาง กัง และคุนจะสามารถจัดการสัตว์อสูรเหล่านี้ได้แต่พวกทาสก็ไม่สามารถที่จะสู้ได้เลยแม้แต่น้อย ถ้าเื่ซอมบี้สัตว์อสูรที่วิ่งออกมาจากบึงพิษเป็จริงละก็ถ้าพวกมันโจมตีพวกเราละก็ จะต้องมีคนตายหลายคนอย่างแน่นอน
ชิงฉางลูบหน้าผากซึ่งเป็นิสัยที่ติดตัวมาจากอดีต
หลี่นาเองก็กังวลไม่น้อยถ้าหากเื่นี้เป็จริงละก็ พวกเขาอาจจะต้องหยุดแผนการต่าง ๆและมันยากมากที่พวกเขาจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ในที่แห่งนี้
“ถ้าเื่ที่คุณเล่าเป็จริงล่ะก็พวกเราเจอปัญหาใหญ่แน่” ชิงฉางพูดต่อว่า “ย่าหลี่นา พวกเราจะรอให้ปู่ฟางกลับมาก่อนแล้วเราจะพูดคุยเกี่ยวกับเื่นี้ แต่ก่อนอื่นเลย พรุ่งนี้คุณให้พวกทาสหยุดเื่การปรับปรุงเหมืองก่อนแต่ให้พวกเขาหาวัสดุไปสร้างอาวุธอย่างง่าย ๆ ก่อนแล้วให้พวกทาสฝึกป้องกันตัวพร้อมกับซ่อมปราสาทบางจุดไว้ด้วยเพราะถ้ามันมีอะไรเกิดขึ้น พวกเราจะยังใช้ปราสาทแห่งนี้เป็ที่ตั้งได้ และถ้ามันไม่สำเร็จ ผมจะพาทุกคนเข้าไปในมิติของผมเพื่อหลบเลี่ยงซอมบี้สัตว์อสูรพวกนี้”
หลี่นาขมวดคิ้ว“แต่พวกเราก็มาที่แดนทมิฬแห่งนี้หลายวันแล้ว แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นฉันคิดว่ามันไม่น่าจะเป็ปัญหา และหวังว่าเื่ที่พวกเรากังวลจะไม่เป็จริง”
ชิงฉางส่ายหัว“ไม่ว่าเื่นี้จะเป็จริงหรือไม่ แต่พวกเราก็ควรมีมาตรการป้องกันไว้ตอนนี้ตระกูลเฉินอู้มีโอกาสที่จะสามารถอยู่ในที่แห่งนี้ได้แล้วแต่ถ้าพวกเราสูญเสียมันไปอีกละก็ พวกเราจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว”
“ได้ค่ะ นายน้อยฉันจะไปจัดการเื่เหล่านี้ให้ แต่คุณควรรู้ว่าสิ่งของที่พวกเรานำมานั้นส่วนใหญ่พวกเราไว้ใช้สำหรับการดำรงชีวิต พวกเราไม่ได้นำอาวุธมาเลยแม้แต่น้อยแล้วพวกเราจะสร้างมันได้อย่างไร?“
ชิงฉางไม่มีไอเดียวอะไรเกี่ยวกับเื่นี้เลยถ้ามิติฟาร์มของเขามีเลเวลที่มากกว่านี้ เขายังพอที่จะสามารถปลูกต้นไม้ เพื่อสร้างเป็อาวุธได้แต่ตอนนี้ฟาร์มเขามีเลเวลที่น้อยเกินไป และเขาเองก็ไม่สามารถที่จะให้พวกทาสใช้ต้นข้าวโพดเอาไปสู้กับซอมบี้หรือสัตว์อสูรได้
ชิงฉางลูบหน้าผากของเขาจนแดงไปหมดแต่เขาก็ยังคิดอะไรไม่ออกจนกระทั่งเขามองไปบนพื้น จากนั้นเขาก็คิดไอเดียบางอย่างขึ้นมาได้“ย่าหลี่นา พรุ่งนี้ให้พวกทาสนำหินกลับมาด้วย พวกเราใช้หินไปสร้างอาวุธได้อยู่แม้ว่ามันจะมีประสิทธิภาพได้ไม่มาก แต่มันยังพอที่จะใช้ป้องกันตัวได้”
เมื่อหลี่นาคิดเกี่ยวกับเื่นี้จึงตอบตกลง“เ้าจักรพรรดิบ้านั้นไม่ให้พวกเรานำอาวุธติดตัวมาด้วย นี่น่าจะเป็สิ่งเดียวที่เราทำได้ในตอนนี้แต่ถ้าหากว่าฟางกลับมา พวกเราต้องให้เขาออกไปซื้ออาวุธเตรียมไว้บ้าง”
ชิงฉางพยักหน้าตอบเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันหนึ่งที่พวกเขาต้องกลับไปใช้ชีวิตในยุคหิน
ดูเหมือนว่าพวกชนชั้นสูงในจักรวรรดิจะไม่ให้ทางเลือกแก่พวกเขาเลยแม้แต่น้อยถ้าไม่อย่างนั้นแล้วพวกเขาก็คงจะให้ตระกูลเฉินอู้นำอาวุธมายังแดนทมิฬแห่งนี้ได้บางเขาไม่เชื่อว่า พวกคนเ่าั้จะไม่เคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับแดนทมิฬแห่งนี้
มันไม่เพียงแต่ต้องเผชิญหน้ากับความอดยากในที่แห่งนี้แต่พวกเขายังต้องเผชิญกับซอมบี้ และสัตว์อสูร ซึ่งเป็สิ่งที่อันตรายมาก ๆ อีกด้วย
จบตอนแล้วนะครับผมฝากติดตามพวกเราได้ที่เพจ Mysterybox ด้วยนะครับ
มหาจอมเวทย์กับฟาร์มลึกลับลงสอง่เวลา 10:30น. และ 14:00น. นะครับ
ติดตามพวกเราได้ที่เพจ: https://www.facebook.com/profile.php?id=100088594190101