ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักเธอ
" พี่รักหนูยิ้ม..อย่าจากพี่ไป ตื่นมาฟังพี่ก่อน อย่าจากพี่ไปแบบนี้ จากพี่ไปทั้งๆที่เข้าใจผิดแบบนี้ไม่ได้ หนูยิ้ม..ได้ยินมั้ย ได้ยินพี่มั้ย " เสียงเพ้อรำพันผสมกับเสียงสะอื้นจากชายหนุ่มที่ยืนเกาะเตียงในห้องชันสูตรศพดังขึ้นเป็ระยะๆ
มือหนาประคองใบหน้าของร่างไร้ิญญาอย่างเบามือประหนึ่งกลัวว่าเธอจะเจ็บเสียอย่างนั้น
หากแต่ถ้าคนตรงหน้ายังมีชีวิตอยู่ก็คงจะรับรู้ความรู้สึกนี้ได้ อนิจจา!!...เวลาไม่อาจย้อนกลับ
หากรู้ว่าเธอจะจากเขาไปเร็วแบบนี้ เขาจะทำทุกอย่างให้เธอและเขามีความสุข อะไรที่เขาอยากทำเขาจะทำกับเธอให้หมด
เขาอยากจูบ อยากหอมแก้ม อยากนอนกอดเธอไว้ในอ้อมแขนและหลับไปพร้อมๆกัน
เขาจะทำ...แต่เวลานี้มันสายไปเสียแล้ว
ภาคินเลื่อนมือมาจับที่มือเล็กๆของเธอ แม้ว่าตอนนี้มันจะมีสภาพเละ เฉอะแฉะไปด้วยเืและน้ำเหลืองปนกันอยู่ก็ตาม ชายหนุ่มบีบเบาๆ เพื่อหวังให้เธอรับรู้ความรู้สึกจากเขาบ้าง
ขณะที่มือใหญ่จับคลำมือข้างซ้ายของคนที่นอนนิ่งอยู่ จู่ๆ ก็เกิดคำถามขึ้นในใจของเขา
แหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอไปไหน ?
ภาคินยกมือบางขึ้นมาพิจารณาดู ปกติหนูยิ้มไม่เคยถอดแหวนนี่ ั้แ่เขาสวมแหวนให้เธอในพิธีหมั้น เขาก็เห็นเธอใส่มาตลอดแม้บางครั้งจะมีทะเลาะกันบ้าง และที่ผ่านมาเธอจะโกรธจะเคืองเขาอย่างไร
หนูยิ้มก็ไม่เคยถอดแหวนออกจากนิ้วเลย
ภาคินผละมือออกจากร่างไร้ิญญาที่นอนแน่นิ่งอยู่ เขามองดูมือตัวเองที่เปื้อนไปด้วยเืและน้ำเหลืองพลันความรู้สึกสะอิดสะเอียนก็บังเกิดขึ้น
ชายหนุ่มถอดเสื้อสูทที่มีกลิ่นคาวเืออก เขาจัดการเช็ดมือ เช็ดหน้าของตัวเอง สายตาคมจ้องมองไปยังร่างที่อยู่ตรงหน้า
" หนูยิ้ม...หนูยิ้มของย่า " เสียงแหบแห้งของหญิงชราดังมาจากด้านนอก
ฮื่อๆๆๆ เสียงร้องไห้ดังใกล้เข้ามาพร้อมกับร่างของคุณย่าทั้งสองคน คนที่สูญเสียหลานสาวทำใจยอมรับกับภาพตรงหน้าไม่ได้ ท่านล้มลงและหมดสติไปทำให้คนสนิทที่ตามมาด้วยต้องพยุงและเรียกพยาบาลให้มาช่วยเหลือ
ความวุ่นวายโกลาหลจบลงพร้อมกับความสัมพันธ์ของสองครอบครัว คุณย่าของหนูยิ้มต่อว่าเขาที่ดูแลหลานสาวท่านไม่ดีเพราะที่บริษัทของเขาก็มีคนของครอบครัวของเธอปะปนอยู่ด้วยคงมีคนเห็นว่าเธอร้องไห้และขับรถออกไป เพราะหลังจากเสร็จงานศพของเธอเขากลับมาไล่ตรวจดูกล้องวงจรปิด
หนูยิ้มร้องไห้....
เธอวิ่งออกจากห้องทำงานของเขา...จริงๆ
" หนูยิ้มมม...ฟังพี่ก่อน " ชายหนุ่มผวาตื่นขึ้นกลางดึก เขายกมือขึ้นลูบใบหน้าของตัวเอง
ไม่เพียงแค่เหงื่อที่ไหลซึมออกมาบนหน้าผาก แต่หางตาของเขากลับมีน้ำใสๆ เปรอะเปื้อนอยู่ด้วย
นี่เป็อีกคืนที่เขาฝันถึงเธอและร้องไห้ออกมาแบบนี้ เป็อีกคืนที่เกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วนตลอด 3 ปีที่ผ่านมา
หลังจากวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เขาและเธอเข้าพิธีวิวาห์กัน วันนี้เป็วันเริ่มต้นของสัปดาห์ใหม่ ภาคินและรินรดามาทำงานด้วยกันทั้งคู่
เสียงนินทาที่ลือหนาหูว่าประธานใหญ่จำใจแต่งงานกับเธอเพราะถูกสถานการณ์บังคับยิ่งเป็การตอกย้ำว่า สิ่งที่พวกเขาคิดนั้นเป็ความจริง
~ พึ่งแต่งงานกันวันเสาร์แต่นี่วันจันทร์เ้านายใหญ่ของพวกเขาก็มาทำงานซะแล้ว แสดงว่าประธานใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเ้าสาวเลยแม้แต่น้อย ~
" บอสคะ..พรุ่งนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับหุ้นส่วนจากจีนตอนเย็นนะคะ เดี๋ยวรายละเอียดพิมจะแจ้งในรายงานอีกทีค่ะ " ชายหนุ่มพยักหน้าเมื่อเลขารายงานหลังจากที่เขาเดินเข้ามานั่งในห้อง
ภาคินครุ่นคิดอยู่สักครู่หลังจากนั้นเขาก็เอ่ยกับเลขาสาวที่ยังยืนอยู่ตรงหน้า
" คุณพิม..ช่วยเตรียมชุดให้รินรดาด้วยนะ ผมจะพาเค้าไปงานนี้ด้วย อีกอย่างรายละเอียดต่างๆ คุณพิมชี้แจงให้รินรดาฟังได้เลย ไม่ต้องรายงานผม...เดี๋ยวผมจะถามจาก เค้าเอง "
" ค่ะบอส " เลขาสาวยกยิ้มที่มุมปาก พิมมาดาเดินออกจากห้องมายังโต๊ะทำงานของตัวเอง หญิงสาวดีใจที่เ้านายของเธอคิดจะเปิดใจให้ใครคนใหม่
ตลอด 3 ปีที่ผ่าน ไม่ใช่ไม่มีใครเข้าหาประธานใหญ่ของเธอ กลับกันมีนักธุรกิจและหุ้นส่วนหลายรายแนะนำลูกสาวของตนให้เขารู้จัก
แต่ทว่า...ประธานใหญ่กลับไม่เคยชายตาแลใครเลยสักคน
ที่งานเลี้ยง ณ โรงแรมอัครารัตน์
" ช่วยทำหน้าให้มันดีกว่าหน่อย อย่าลืมว่าตอนนี้เธออยู่ในตำแหน่งอะไร " ภาคินเอ่ยกับคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาตอนนี้
" ค่ะ " รินรดาเอ่ยขึ้นแบบไม่เต็มใจ เธอไม่ได้อยากจะมาที่งานแบบนี้ ั้แ่เล็กจนโตหากไม่ใช่เพราะถูกคุณย่าบังคับเธอก็จะไม่ยอมออกงานแบบนี้เด็ดขาด
" เธอดื่มไวน์เป็มั้ย ? "
" พอได้นิดหน่อยค่ะ "
" อื้มดี ... เพราะตอนที่ชั้นแนะนำเธอให้คนอื่นๆรู้จักต้องดื่มไวน์ด้วย อย่าทำให้ชั้นขายหน้าก็แล้วกัน " พูดจบประธานหนุ่มก็เดินนำหน้าเธอเข้าไปในงาน
หญิงสาวถูกแนะนำตัวในฐานะภรรยาของประธานใหญ่แห่งอัครากรุ๊ป พอเขาเอ่ยแนะนำเธอให้คนอื่นๆรู้จักเสร็จ ชายหนุ่มก็ยื่นแก้วไวน์ที่บริกรเตรียมให้ส่งให้กับภรรยาที่ยืนคล้องแขนเขาอยู่
คนแล้วคนเล่า จากแก้วที่หนึ่งต่อด้วยแก้วทึ่สอง สาม สี่ ห้า......
รินรดาเริ่มรู้สึกไม่ไหว เธอมึนหัว นานมากแล้วที่ไม่ได้ดื่มแบบนี้ สมัยที่เรียนอยู่เธอและเพื่อนก็มีไปเที่ยวและดื่มกันบ้างตามประสาวัยรุ่น แต่ 3 ปีมานี้ เธอไม่เคยได้แตะแอลกอฮอล์ชนิดใดเลย
" เอ่อ..ดิชั้นขอตัวไปเข้าห้องน้ำหน่อยนะคะ "
" อึ้ม "
หญิงสาวลดมือที่เกาะแขนของเขาลง เธอเดินตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ด้านนอก ไวน์ที่เธอดื่มเข้าไปเริ่มออกฤทธิ์
รินรดาเซจนเกือบจะล้ม แต่ทว่า....
" เอ่อ...เป็อะไรมั้ยครับ " เสียงทุ้มที่กำลังช่วยพยุงตัวเธออยู่เอ่ยถาม
" มะ ไม่ ไม่เป็ไรค่ะ ขอบคุณนะคะ " รินรดารีบพยุงตัวเองให้ยืนนิ่งให้ได้
" กำลังจะไปห้องน้ำเหรอครับ "
" เอ่อ...ค่ะ "
" โอเค ... งั้นเชิญครับ ผมเองก็จะไปเหมือนกัน " ชายหนุ่มผายมือให้กับรินรดา เธอเดินนำหน้าเขาไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกล
หลังจากทำธุระในห้องน้ำเสร็จ ชายหนุ่มก็ออกมายืนรอหญิงสาวอยู่ด้านหน้า เขาอยากรู้จักเธอ...แรกเริ่มที่ได้ััตัวเธอเมื่อสักครู่ทำให้ใจของเขาเต้นสั่นรัวยังไม่หาย
" ยังไม่ได้รู้จักชื่อคุณเลยนะครับ " เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อรินรดาเดินออกมาจากด้านในห้องน้ำ
" เอ่อ..คงไม่จำเป็หรอกมั้งคะ ยังไงเราคงไม่มีโอกาสจะได้เจอกันอีก ดิชั้นขอตัวนะคะ " พูดจบรินรดาก็เดินเลี่ยงออกมา ดูจากแววตาแล้วเขาคงคิดไม่ดีกับตัวเธอเป็แน่
อย่างนี้แหละพวกผู้ชายเ้าชู้ เห็นมานักต่อนักแล้ว สมัยที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยตัวเธอค่อนข้างเป็สาวฮอตมีหนุ่มๆ ตามจีบไม่เว้นแต่ละวัน
แต่เพราะเธอมีพี่ใหญ่ที่เป็สามีอยู่แล้ว
หญิงสาวจึงไม่ได้้าใครอื่น
" มองตามไม่วางตาเลยนะมึง " ชินวุฒิเดินเข้ามาตบบ่าเพื่อนจากด้านหลัง
" สวยว่ะ ทำเอาใจเต้นแรงเชียวนะมึง " ทศกรเอ่ยกับญาติผู้น้อง
" สวยจริงอย่างที่มึงว่านั่นแหละ แต่ดูท่าว่ามึงจะถูกเมินนะ งานนี้น่ะ "
" แล้วมึงเคยเห็นกูยอมแพ้มั้ยล่ะ อีกอย่างไม่เคยมีใครปฏิเสธกูเลยสักคน แต่คนนี้..คนแรกเลยว่ะ "
" เออ...งั้นก็เอาใจช่วยแล้วกันพี่ชาย ป่ะ เข้าไปในงานดีกว่า " สองหนุ่มเดินกอดคอกันเข้าไปในงาน
หลังจากที่เห็นว่ารินรดาหายไปนาน เขาก็เริ่มวิตกเพราะกลัวว่าเธอจะไปล้มหรือถูกใครทำอะไรหรือไม่ ไวน์ที่เขายื่นให้เธอดื่มนั้นนับจำนวนแก้วไม่ได้เสียด้วย
ภาคินเดินออกมาตามหญิงสาวแต่เมื่อเห็นร่างบางเดินกลับเข้ามาในงาน เขาก็ดูจะเบาใจลง
ทว่า..แผนการที่คิดไว้ยังไปไม่สุดทาง
เขาต้องดำเนินการต่อ.....
" หายไปไหนซะนานเลย "
" เอ่อ เข้าห้องน้ำไงคะ " รินรดารีบตอบ
" นึกว่าตกห้องน้ำตายล่ะ " เสียงทุ้มเอ่ยโดยไม่ได้มองหน้าของเธอ
~ ชิ..ถ้าตายได้ก็คงดีสิ ~ รินรดาคิดในใจ
" เธอด่าชั้นในใจอยู่เหรอถึงไม่ตอบอะไรเนี้ย "
" เปล่านี่คะ " รินรดาว่า
" ตามมา..ชั้นยังทักทายคนในงานไม่ครบเลย " พูดจบประธานหนุ่มก็เดินนำหน้าภรรยาสาวไป
งานเลี้ยงดำเนินต่อมาเรื่อยๆ ราวสี่ทุ่มภาคินเห็นว่าภรรยาที่ยืนเอามือคล้องแขนอยู่ท่าจะอยู่ต่อไม่ไหวแล้ว เขาจึงเอ่ยลาแขกและพาเธอกลับบ้าน
" รินรดา...รินรดา ถึงบ้านแล้ว " ภาคินเอ่ยเรียกคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง
เธอนอนหลับั้แ่ที่เขาขับรถออกจากโรงแรมไม่นาน ภาคินเขย่าตัวเธอและเอ่ยเรียกให้หญิงสาวตื่นแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
ประธานหนุ่มจึงจำใจอุ้มภรรยาสาวขึ้นมาบนห้องของเธอ เขาจัดการวางเธอลงบนเตียง สายตาคมทอดยาวมายังรองเท้าที่เธอสวมใส่อยู่ เขาคิดจะปล่อยให้เธอนอนอยู่แบบนี้
แต่..
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังออกมา
ภาคินจัดการถอดรองเท้าให้รินรดาและช่วยปลดพวงต่างหูที่เธอสวมอยู่
" พี่ใหญ่...พี่ใหญ่ " ขณะที่มือหนากำลังจับที่ต่างหูอยู่ เสียงเอ่ยก็เอ่ยรำพันขึ้น
ดวงตาเรียวเปิดเปลือกตาขึ้น เธอยกมือขึ้นประคองใบหน้าของเขา ภาคินนิ่งงันกับเสียงที่เธอเอ่ยเรียก
~ ไม่มีใครเรียกเขาแบบนี้ ~
" พี่ใหญ่..พี่ใหญ่ใจร้าย หนูยิ้มจะไม่รักพี่ใหญ่อีก หนูยิ้มจะไม่รักพี่ใหญ่อีกแล้ว "
............................
ได้ยินแล้วใช่มั้ยพี่...