บทที่ 4
ในที่ประชุมต่างไม่ได้มีความพิเศษอะไรมากเลย แค่แนะนำตัวนิดๆหน่อยๆเพียงเท่านั้นก็เสร็จแล้ว เหล่าหุ้นส่วนไม่ได้มีใครคัดค้านแต่ประการใด เพราะถ้ามีคนทำอย่างนั้นจริง ท่านประธานก็พร้อมที่จะซื้อหุ้นของพวกเขากลับคืนทั้งหมด และแน่นอนว่าหุ้นส่วนแต่ละคนไม่อยากจะมีปัญหาในส่วนนี้ พวกเขาก็ได้แต่ยอมรับ และทำตามสิ่งที่ประธานกล่าว ในขณะเดียวกันที่เหล่าผู้บริหารกำลังประชุมกันอยู่นั้นเอง แอมที่อยู่แผนกการเงินก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ หลังจากที่ถูกตำหนิ เธอที่ถูกหักเงินเดือนไปนิดหน่อยนั้นก็เป็นกังวลอย่างมาก นอกจากตอนนี้เธอจะมีภาระเป็นหนี้สินท่วมหัวแล้ว ยังต้องหาเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับคุณพ่อของเธอที่รักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลอีกด้วย เงินห้าร้อยบาทนั้นก็นับว่ามีค่าไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างน้อยก็น่าจะได้ค่าข้าวอีกหลายมื้อ“แอม แกไปชงกาแฟมาให้ฉันหน่อยซิ” ดาวกล่าวใช้กับแอม ด้วยท่าทางที่เหมือนกับเจ้าของบริษัทหรือหัวหน้าแผนกเสียเอง วันนี้ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้ทำอะไรสักอย่างเอาแต่ดูเล็บไปวันๆ ส่วนงานของตัวเองก็โยนมันให้กับคนอื่นทำแทนทั้งหมด“แล้วทำไมฉันจะต้องเอากาแฟมาให้เธอด้วยล่ะ” แอมที่ยุ่งกับการทำงานอยู่ เอกสารที่อยู่ตรงหน้าอีกเป็นตั้งยังไม่เสร็จดีเลย แล้วทำไมยัยนี่ถึงใช้เธอล่ะ เธอไม่ได้ถูกจ้างมาเพื่อให้ทำหน้าที่อย่างนี้สักหน่อย แอมจึงกล่าวกับไป“แกกล้าขัดคำสั่งของฉันอย่างนั้นเหรอแอม เดี๋ยวก็หักเงินเดือนเพิ่มซะหรอก” ดาวที่คิ้วกระตุกนิดหน่อย ตอนนี้เธอเป็นถึงแฟนของผู้จัดการแผนกการเงินแห่งนี้ เธออยากจะใช้อำนาจที่แอมมันไม่เคยได้ใช้ออกมาให้ทุกคนได้เห็น และมันทำให้เธอรู้สึกว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่เหนือแก่ผู้อื่น“งานฉันก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ ไม่เห็นหรืออย่างไร.. เธอซิที่กำลังว่างทำไมไม่ไปชงกาแฟเองล่ะ” และแน่นอนว่าประโยคนี้ของแอมมันทำให้ดาวโกรธเป็นอย่างมาก แต่เธอก็พูดอะไรไม่ออกเลย เพราะว่าเพื่อนร่วมงานของเธอเริ่มที่จะมองมาตรงนี้แล้ว แต่ในทันใดนั้นเองหัวหน้าแผนกการเงินอย่างเจษจะเดินเข้ามาแล้วพูดขึ้น“เอะอะโวยวายอะไรกัน ไม่มีงานให้ทำกันหรืออย่างไร ถ้างานไม่เสร็จก็อย่าหวังว่าจะได้กลับบ้านเลยวันนี้” เมื่อเจษออกมาแล้วเริ่มพูด พนักงานคนอื่นๆก็หันหัวของตัวเองกลับไปในทันที ในยุคอย่างนี้งานและเงินเป็นอำนาจได้ทุกๆอย่าง และยิ่งกับงานที่ทำร่วมกับบริษัทใหญ่นั้นเป็นอะไรที่หาได้ยากเป็นอย่างยิ่ง อะไรที่ยอมทำได้ก็ทำไป อย่างน้อยก็ยังดีกว่าเสียงานไป“พี่เจษคะ.. ก็แอมน่ะซิคะ ดาวขอให้แอมชงกาแฟไปให้พี่ .. แต่เธอกลับปฏิเสธ เธออ้างงานเธอเยอะ แท้จริงแล้วเอาแต่เล่นมือถือ ดาวในฐานะเพื่อนร่วมงานก็อยากจะเตือนเธอสักหน่อย แต่เหมือนเธอจะไม่ยอมฟังดาวเลยค่ะพี่เจษ.. ดาวเสียใจ” เมื่อดาวเห็นว่านี่เป็นโอกาสที่จะได้เขี่ยแอมมารหัวใจไปให้พ้นทาง ในใจลึกๆเธอก็รู้ว่าพี่เจษของเธอนั้นยังคงรัก และเป็นห่วงแอม แต่ถ้าเจอข้ออ้างนี้ไป ต่อให้พี่เจษอยากจะช่วยเธอมากขนาดไหนมันก็ลำบากอยู่ดี“ไม่จริงค่ะ ฉันไม่ได้เล่นมือถือสักหน่อย ไม่เชื่อถามคนอื่นดูก็ได้ งานฉันก็วางอยู่บนโต๊ะมากมายหัวหน้าแผนกดูซิคะ” เธอกล่าวแย้งออกมา และยังให้ทุกคนคอยยืนยันให้กับเธออีก แต่ด้วยอำนาจที่ดาวมีในตอนนี้ มันทำให้พนักงานทุกคนเลือกที่จะไม่ช่วยแอม พวกเขาต่างหันหน้าหนีไปหมด นั่นมันยิ่งทำให้ดาวได้ใจ และยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย“เธอจะโกหกไปทำไมล่ะแอม ฉันเข้าใจว่าคนเราก็ต้องมีเวลาพักผ่อนกันบ้าง.. แต่งานก็ต้องรับผิดชอบให้เต็มที่นะ” ดาวพูดในขณะที่เธอกำลังหลบอยู่ด้านหลังของเจษ พร้อมกับทำหน้าตาลอยใส่แอม “ทำไมทำกันอย่างนี้ล่ะ ฉันก็ทำงานของฉันอยู่ดีๆ เธอจะมาหาเรื่องฉันทำไมกัน อีกอย่างฉันบริสุทธิ์ใจพอ เปิดกล้องวงจรปิดดูเลยไหมล่ะว่าใครผิดใครถูก” แอมกล่าวออกมาอย่างหัวเสีย เจษที่ได้ยินอย่างนั้นก็ของขึ้นก่อนที่เขาตะคอกออกไปเล็กน้อย“พอกันได้แล้วทั้งสองคนนั่นแหละ..” เจษเลือกที่จะคบกับดาวนั้น ใจหนึ่งก็เพื่อที่จะประชดแอมที่ไม่สนใจ ไม่มีเวลาให้กับเขาเลย ดาวเป็นเพียงแค่เครื่องมือในการทำให้แอมเจ็บเพียงเท่านั้น ก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้นไปมากกว่านี้ เสียงลิฟต์ก็ดังขึ้น ย้อนกลับไปไม่นานมานี้ ก่อนที่ลิฟต์จะเปิดตัวขึ้น“เป็นอย่างไรบ้างแฮกอะไรได้บ้างไหมเนี้ยไอ้ระบบใหม่...” อาร์ทถามกับผู้ช่วยคนสนิทของเขา เพราะโปรแกรมแฮกนี้ มันเพิ่งส่งมาจากทางกองทัพ เพื่อใช้ในด้านของการข่าวของภารกิจในตอนกลางคืนนี้ แต่จะมันก็เพิ่งได้มา จะไปศึกษาเอาหน้างานมันก็กระไรอยู่ เขาจึงสั่งให้ลองแฮกกับบริษัทของตัวเองก่อน โดยเริ่มจากการดูท่าทีของพนักงาน เพื่อที่เขาจะได้เข้าหาพนักงานคนนั้นๆได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสม“ใช้งานค่อนข้างง่าย และเหมือนว่าโค้ดการสั่งการเองก็จะเร็วกว่าอันเดิมกว่า 3 เท่า... โปรแกรมนี้น่าจะช่วยอะไรเราได้เยอะเลยทีเดียว... เอ๊ะ คุณหนูเชิญดูทางนี้สักหน่อยครับ” ผู้ช่วยเรียกอาร์ทเข้าไปดูก่อนที่จะพบความจริงเรื่องเงินที่ถูกใครบางคนในบริษัทโกงไป ไม่รอช้าอาร์ทสั่งให้นำหลักฐานทั้งหมดนี้ส่งให้กับพ่อของเขาในทันที และเขายังพบเหตุการณ์อะไรบางอย่างจากกล้องวงจรปิดอีกด้วย มันเป็นเหตุการณ์การของดาว และแอมและเมื่ออาร์ทที่มองเห็นแอมแล้วเขาก็ยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้เลยทีเดียว ไม่คิดว่าหญิงสาวคนที่มีอะไรกับเขาเมื่อคืนจะเป็นพนักงานของบริษัทแห่งนี้ แต่เมื่อดูไปสักพักพนักงานคนที่ขี้เกียจคนนั้นกำลังหาเรื่องผู้หญิงของเขาอยู่ และแน่นอนว่ามีหรือจะยอมให้เธอคนนี้ต้องเป็นอะไรไป และตั้งแต่พนักงานคนนั้นเริ่มที่จะฟ้องผู้จัดการ เขาก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้ จึงเดินออกไปจากห้องเพื่อที่จะช่วยเธอในทันที แต่เหมือนกับว่าเขาจะคิดอะไรได้บางอย่าง จึงให้ผู้ช่วยของเขาลงไปจัดการเรื่องนี้แทน กลับมาที่ปัจจุบันที่ลิฟต์กำลังเปิดออกมาอยู่นั้นเอง บุคคลที่เดินออกมาคือผู้ช่วยปาร์ค และแน่นอนว่าทุกคนในที่แห่งนี้ไม่ได้รู้จักผู้ช่วยปาร์คเลยสักคน หัวหน้าแผนกอย่างเจษจึงถามขึ้นมา“ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครครับ ที่นี่แผนกการเงิน ถ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องขอเรียนเชิญออกไปด้วยครับ” เจษกล่าวออกมาเพราะตอนนี้เขากำลังจะเคลียร์ปัญหากับพนักงานภายในแผนก แต่ชายคนนี้กลับเดินเข้ามาขัดจังหวะเสียได้“สวัสดีครับทุกท่าน ผมชื่อว่าปาร์ค หรือจะเรียกผมว่าผู้ช่วยปาร์คก็ได้ ..ถ้าถามว่าผมมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่กับแผนกนี้ ผมต้องบอกก่อนเลยว่าผมคือผู้ช่วยของรองประธานคนใหม่ คุณอัสนีครับ” ปาร์คยิ้มออกมาพร้อมกับทุกคนในที่นี่รู้สึกอึ้งไม่น้อย ก่อนที่จะก้มหัวให้กันใหญ่“ยินดีต้อนรับสู่แผนกการเงินของเราครับผู้ช่วยปาร์ค.. ยังไงขอเชิญผู้ช่วยทางนี้เลยครับ” เจษผายมือตัวเองออกไปทางห้องของตัวเองเพื่อที่จะพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว แต่ผู้ช่วยปาร์คก็ยื่นมือออกมาห้ามเสียก่อน“ไม่ต้องครับ .. ในวันนี้ท่านรองประธานของเรามีงานที่ต้องเรียนรู้ใหม่ค่อนข้างเยอะ.. แต่เมื่อกำลังเรียนรู้งานอยู่นั้น ท่านได้สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างผ่านทางกล้องวงจรปิด ท่านพบว่ามีพนักงานบางคนของแผนกที่ท่านดูแลอยู่นั้นไม่ทำการทำงาน...” และในประโยคนี้เองมันทำให้ดาวเริ่มที่จะเหงื่อตกกันเลยทีเดียว เธอที่เริ่มจะกลัวจึงไปเกาะที่แขนของเจษเอาไว้“และก็คือเธอคนนั้น.... ท่านรองประธานขอเชิญคุณออก ส่วนเรื่องเงินชดเชยบริษัทจะทำการส่งเข้าบัญชีให้เป็นจำนวน 3 เดือนตามกฎหมายกำหนดพร้อมกับเงินเดือนของเดือนนี้ครับ… นี่คือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์จากรองประธาน เชิญตรวจสอบได้ครับ”