หลินอวิ๋นกลับถึงห้องไม้ พักคืนหนึ่งแล้วก็เริ่มเก็บของ ไม่นานก็เก็บของค่อนข้างสำคัญในห้องได้ทั้งหมด
ของสำคัญมีไม่เยอะ ของที่มีมูลค่าสูงสุดก็คือยาลูกกลอนหลอมกายสามเม็ดที่ชนะมาจากเฉินเซียว
‘ช่วงนี้จะอยู่ที่สำนักไม่ได้’
ในดวงตาใสสะอาดของหลินอวิ๋นแฝงไว้ด้วยประกายสุขุม คาดการณ์ได้ว่าพวกโจวอวิ๋นต้องไม่ยอมรามือแน่
ด้วยพลังวิถียุทธ์ขั้นสี่ หากเจอกับโจวอวิ๋นที่มีพลังเหนือกว่าเขาสามขั้นนั่นไม่มีโอกาสชนะได้เลย ต่อให้เป็นเฉินเซียว หากอีกฝ่ายไม่จำกัดขั้นพลังไว้ ผลแพ้ชนะมีโอกาสเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงได้แต่ล้มเลิกความคิดที่จะฝึกฝนทักษะกระบี่ในโถงค่ายกลด้วยความจำใจ
เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ
แรงกดดันพลังจากโจวอวิ๋น ความเย็นชาสูงส่งของซูจื่อเหยาและการเยาะเย้ยไม่แยแสในดวงตาหวังหนิง… ทุกอย่างก่อนหน้านี้ลอยขึ้นมาในห้วงความคิดของหลินอวิ๋นทีละภาพ
เขารู้สึกทุกข์ใจอย่างประหลาดตรงส่วนลึกรสชาติขมขื่นแผ่ขยายไปทีละนิดในใจ
เขาที่ไม่ได้พ่ายแพ้มาหลายปีกลับต้องมาเกิดความรู้สึกพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ครานี้ มันทำให้เขาไร้เรี่ยวแรงอย่างเห็นได้ชัด
ก่อนจะชำเลืองตามองม้วนภาพวาดที่ผู้อาวุโสหงให้เขาบนโต๊ะ
อักษรโบราณแปดตัวบนม้วนภาพโผล่มาในสายตาเขาอีกครั้ง ใจมีพยัคฆ์ร้าย ดอมดมกุหลาบไม้เลื้อย
นัยน์ตาพลันเป็นประกายสว่างวาบขึ้นมา นี่คือสำนัก นี่คือโลกเสวียนหวง ผู้แข็งแกร่งเป็นใหญ่ ผู้อ่อนแอเป็นทาส ผู้แข็งแกร่งจะไม่มีวันต้องโอดครวญ!
เขาบีบม้วนภาพวาดแน่น ความสับสนไร้เรี่ยวแรงตรงส่วนลึกในแววตาหายไป ก่อนแทนที่ด้วยความดื้อรั้นแน่วแน่ “คอยดูสองเดือนจากนี้เถอะ!”
ภายในโถงกิจการสำนักมักจะมีคนอยู่ตลอด สามารถมารับเงินเดือนจากสำนักได้ที่นี่ และยังเป็นที่สำหรับมารับภารกิจสำนักได้เช่นกัน
สำนักจะแจกจ่ายภารกิจต่าง ๆ ให้แก่ศิษย์ทั้งในและนอกสำนัก บ้างก็ให้ไปล่าสัตว์อสูร บ้างไปเก็บดอกไม้มหัศจรรย์หรือสมุนไพรประหลาด บ้างให้สังหารโจรเป็นต้น ไม่ใช่แค่ที่นี่ที่สามารถมารับภารกิจสำนักได้ ยังมีหอศาสตราวุธและหอทักษะยุทธ์อีกด้วย
ตอนที่หลินอวิ๋นมาถึงก็ไม่ต่างอะไรกับที่เขามาในตอนแรก ยังมีเสียงคนดังคราคร่ำอยู่เหมือนเคย
ทว่าวินาทีที่เขาก้าวเข้ามา โถงใหญ่ด้านหน้าก็พลันเงียบลง
ทุกสายตาล้วนจับจ้องมาที่เขา
ปาฏิหาริย์ที่เขาเอาชนะเฉินเซียวด้วยกระบี่เดียวและยังฝืนรับฝ่ามือของโจวอวิ๋นได้แพร่งพรายไปทั่วฝ่ายนอกในชั่วข้ามคืน
โดยเฉพาะเรื่องที่เขาฝึกทักษะกระบี่วายุเชี่ยวสำเร็จ นี่ยิ่งทำให้ผู้คนเหลือเชื่อกันไปใหญ่
เป็นที่รู้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ เขายังเป็นเพียงทาสกระบี่ฐานะต่ำต้อยเท่านั้น!
ความแตกต่างอันยิ่งใหญ่เช่นนี้นี้ยิ่งทำให้ผู้คนตกใจขึ้นไปอีก
แน่นอนว่าความสัมพันธ์ประหลาดระหว่างเขากับซูจื่อเหยาเป็นหัวข้อสนทนากันบ้าง ผู้คนต่างวิพากย์กันถึงเรื่องนี้
หลินอวิ๋นเดินตรงมาหน้าผู้ดูแลหยางท่ามกลางสายตาซับซ้อนมากมาย
“ข้าจะขอรับเงินเดือนล่วงหน้าสองเดือน แล้วก็ขอรับภารกิจบางส่วน ขอผู้ดูแลหยางอนุญาตด้วย”
ผู้ดูแลหยางมองหลินอวิ๋นด้วยแววตาแปลกใจ ไม่เจอกันเพียงไม่กี่วันเขาก็ต้องมองหลินอวิ๋นในมุมใหม่จริง ๆ
ทาสกระบี่ที่เมื่อก่อนไม่อยู่ในสายตาเขาสักนิดกลับเติบโตได้เร็วถึงเพียงนี้
หลังปรับอารมณ์เงียบ ๆ แล้ว ครั้งนี้ผู้ดูแลหยางไม่ได้สร้างปัญหาให้หลินอวิ๋นอีก “ได้ นี่คือเงินเดือนสองเดือนของเจ้า ยาลูกกลอนหลอมกายสองเม็ด ยาลูกกลอนบ่มเพาะต้นกำเนิดสี่เม็ด แล้วก็หนึ่งร้อยตำลึงทอง”
ยาลูกกลอนบ่มเพาะต้นกำเนิดกับตำลึงทองยังดี ไม่ถือว่ามีอะไร
โดยเฉพาะตำลึงทอง หลินอวิ๋นรู้ว่าในสายตาคนธรรมดาตำลึงทองคือทรัพย์สินก้อนใหญ่ ทว่าในสายตาผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงมันไม่มีค่าให้เอ่ยถึงเลย เล่าลือว่าในศิษย์ฝ่ายในใช้ศิลาวิญญาณในการแลกเปลี่ยนเงินทองกันจริง ๆ ตำลึงเงินตำลึงทองใช้ได้แค่กินดื่มในชีวิตประจำวันเท่านั้น
ทว่ายาลูกกลอนหลอมกายนั้นไม่เหมือนกัน ต่อให้เป็นศิษย์ฝ่ายใน ยาลูกกลอนหลอมกายก็ยังนับว่ามีมูลค่าสูงยิ่ง
เมื่อรวมกับยาลูกกลอนหลอมกายสองเม็ดนี่แล้ว เขามียาลูกกลอนหลอมกายทั้งหมดห้าเม็ด ซึ่งยาลูกกลอนหลอมกายห้าเม็ดนี่ทำให้เขาก้าวเดินบนเส้นทางการฝึกฝนวิถียุทธ์ขั้นสี่ได้รวดเร็วขึ้นมาก
“ดูท่าเจ้าคงคิดจะท้าสู้กับโจวอวิ๋นในสองเดือนให้หลังจริง ๆ สินะ”
ผู้ดูแลหยางจ่ายเงินเดือนให้หลินอวิ๋นแล้วพูดอย่างมีความหมายลึกซึ้ง
เขามองออกในแวบแรกว่าหลินอวิ๋นจะรับภารกิจภายในสองเดือนนี้ ออกไปฝึกฝนเพิ่มกำลังรบตัวเอง แล้วยังถือโอกาสหลบเลี่ยงความสนใจจากคนอื่นด้วย
หลินอวิ๋นใจเต้นตึก ๆ แย่แล้ว ตาแก่นี่คงไม่สร้างปัญหาให้ข้าอีกหรอกนะ
ผู้ดูแลหยางอ่านความกังวลในใจหลินอวิ๋นออกจึงเอ่ยเสียงเบา “เจ้าวางใจเถอะ หัวหน้าสาขาหวังออกปากแล้ว ต่อให้ข้ามีใจกล้าหาญเท่าฟ้าก็ไม่กล้าสร้างปัญหาให้เจ้าหรอก เรื่องในอดีตให้แล้วไปเถอะ ว่าแต่เจ้าอยากรับภารกิจอะไร ภารกิจธรรมดาหรือว่าภารกิจศิลาวิญญาณ?”
“มีภารกิจศิลาวิญญาณด้วยรึ?”
“แน่สิ ความหมายก็ตามชื่อมัน รางวัลภารกิจศิลาวิญญาณก็เป็นศิลาวิญญาณ ปกติจะให้ศิษย์ฝ่ายใน ทว่าตอนที่ศิษย์ฝ่ายในมีคนรับภารกิจไม่พอ ก็มักจะมีภารกิจศิลาวิญญาณเหลือมาอยู่บ้าง”
“ข้าขอดูหน่อย”
ไม่นึกเลยว่าจะมีภารกิจศิลาวิญญาณด้วย หลินอวิ๋นสนใจขึ้นมาก
“ภารกิจศิลาวิญญาณล่าสัตว์อสูรพยัคฆ์เพลิงหมึกจำนวนสามตัว ภารกิจสำเร็จมีรางวัลศิลาวิญญาณระดับล่างสองร้อยก้อน สมกับเป็นภารกิจศิลาวิญญาณ…ไม่อยากเชื่อว่าจะต้องล่าสัตว์อสูร แค่นี้ก็ทำให้หลายคนตกใจชิ่งหนีแล้ว”
“ภารกิจศิลาวิญญาณ รวบรวมต้นไป่เหอโลหิตสิบต้น สถานที่ภารกิจคือหุบเขาไป่ฮวาตรงส่วนลึกเทือกเขาเหิงอวิ๋น”
“ภารกิจศิลาวิญญาณ สังหารมหาโจรขวงเยี่ยน ค่าตอบแทนภารกิจศิลาวิญญาณระดับล่างห้าร้อยก้อน รายละเอียดภารกิจ ขวงเยี่ยนมีกำลังรบแข็งแกร่ง มีพลังใกล้วิถียุทธ์ขั้นเจ็ด รุกรานบ้าอำนาจในแคว้นเทียนสุ่ย สังหารคนเป็นผักปลา สำนักใหญ่ ๆ ทุกสำนักอยากจะจำกัดให้เร็วที่สุด”
…….
ในมุมมองหลินอวิ๋นนั้น ภารกิจศิลาวิญญาณทั้งหมดยังไม่มีอันไหนง่ายสำหรับเขา ทุกงานมีอันตรายอย่างใหญ่หลวง แต่ก็ได้รับผลรางวัลอย่างงามเช่นกัน
หลังชั่งใจอย่างละเอียดและคำนวณเวลาดูแล้ว หลินอวิ๋นจึงเลือกสามภารกิจ
“สองเดือนจากนี้จะเป็นการทดสอบกลางปีสำนักชิงอวิ๋น ถ้าเจ้ากลับมาไม่ทันจะถูกตัดสินว่าสละสิทธิ์โดยสมัครใจ”
หลังมอบภารกิจให้หลินอวิ๋นแล้ว ผู้ดูแลหยางยังพูดอย่างจริงจัง
หลินอวิ๋นเองก็รู้เรื่องการทดสอบกลางปีเช่นกัน จึงพยักหน้าว่า “ขอบคุณมากขอรับสำหรับคำเตือน”
ขณะที่หลินอวิ๋นจะจากไปนั้น ผู้ดูแลหยางก็เอ่ยถามเสียงเบา “เจ้าสำเร็จทักษะกระบี่วายุเชี่ยวได้จริง ๆ รึ?”
“ก็พอถู ๆ ไถ ๆ สำเร็จขั้นต้นได้ ยังไม่ถือว่าเข้าใจมันจริง ๆ หรอกขอรับ”
ตอบเสร็จแล้วหลินอวิ๋นจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งผู้ดูแลหยางที่งงเป็นไก่ตาแตกอยู่ตรงนั้น
ในทีแรกเขามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าหลินอวิ๋นไม่มีทางฝึกสำเร็จได้อย่างแน่นอน แต่ไม่นึกเลยว่า… หลินอวิ๋นไม่เพียงแค่ฝึกสำเร็จ แต่ยังฝึกสำเร็จถึงขั้นต้นอีกด้วย
เหมือนว่าในสายตาหลินอวิ๋น เขาเตรียมจะทะลวงทักษะวายุเชี่ยวในขั้นสูงแล้ว
“ดีนะวันนั้นหัวหน้าสาขาหวังบังเอิญโผล่มา เลยไม่ได้ล่วงเกินเจ้าหนูนี่ถึงตาย” ผ่านไปพักหนึ่ง ผู้ดูแลหยางถึงส่ายหน้าพูดพลางถอนหายใจเบา ๆ
หลังจากหลินอวิ๋นออกจากสำนักไปไม่นาน ณ กลางภูเขาสำนักชิงอวิ๋น
กลางห้องไม้ของเขาโดนคนกลุ่มหนึ่งเปิดกล่องล้มตู้ กำลังหาอะไรบางอย่างด้วยความป่าเถื่อน
“ศิษย์พี่เฉิน ไม่เจอยาลูกกลอนหลอมกายเลย เจ้าหนูนี่รู้ตัวก่อน เอาของสำคัญ ๆ ไปก่อนแล้ว”
“ไม่มีของที่มีค่าเลย มีแต่กองขยะที่ใช้บำรุงรักษากระบี่”
เฉินเซียวที่รักษาแผลจนหายดีแล้วอยากจะมาทวงของคืน แต่ไม่นึกเลยว่าหลินอวิ๋นจะหนีไปเสียก่อน
“บัดซบ กระบี่ลายเมฆาของข้า ยาลูกกลอนหลอมกายสามเม็ดของข้า!”
เฉินเซียวเจ็บปวดในใจอย่างยิ่ง คำรามฉุนเฉียวไม่หยุด “เผาห้องห่านี่ให้ข้า หลินอวิ๋น อยากรู้นักว่าเจ้าจะหลบได้นานแค่ไหนเชียว ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะไม่มาทดสอบกลางปี!”
…….
เวลาสองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หลินอวิ๋นมาถึงส่วนลึกของเทือกเขาเหิงอวิ๋น ที่นี่ห่างไกลจากสำนักมาก อันตรายที่พบได้ก็เป็นอันตรายในอีกรูปแบบ
หลินอวิ๋นที่เคยฝึกฝนที่นี่มาแล้วจึงรู้ดีว่าส่วนลึกของเทือกเขาเหิงอวิ๋นมีอะไรรออยู่
สัตว์อสูร!
เทียบกับรอบนอกเทือกเขาแล้ว ส่วนลึกเทือกเขามีแต่พวกใช้อำนาจบาตรใหญ่ และสัตว์อสูรอย่างต่ำสุดก็วิถียุทธ์ขั้นห้าแล้ว ที่น่ากลัวกว่านั้นคือในตัวสัตว์อสูรทุกตัวที่นี่มีพลังอสูร ที่ระดับพลังเดียวกันแต่ผู้ฝึกยุทธิ์กลับเอาชนะได้ยากยิ่ง เพียงแต่เขารับภารกิจศิลาวิญญาณเก็บต้นไป่เหอโลหิตมาแล้วก็ต้องมาเสี่ยงอันตรายที่นี่
พอนึกถึงความอัปยศก่อนหน้าก็อยากเอาชนะโจวอวิ๋น อยากจะคืนบุญคุณของซูจื่อเหยาให้หมด เขาจึงไม่มีทางให้ถอยแล้ว เทียบกับแรงกดดันจากโจวอวิ๋น เขายิ่งยอมรับ ‘บุญคุณ’ ของซูจื่อเหยาไม่ได้ยิ่งกว่า
สิ่งที่เขาไม่ชอบที่สุดในชีวิตคือการติดค้างคนอื่น ยิ่งนึกถึงสีหน้าเย็นชาสูงส่งของซูจื่อเหยาก็ยิ่งทำให้เขาไม่อยากติดค้างหนี้น้ำใจนี้
บนแผนที่แสดงไว้ชัดเจนว่าหุบเขาไป่ฮวาอยู่ไม่ไกลจากที่นี่
ทว่าส่วนลึกของเทือกเขาเหิงอวิ๋นมีภูมิประเทศซับซ้อน พุ่มไม้หน้าแน่น เห็นร่องรอยคนน้อยยิ่ง เขาไม่เคยมาเยือนถึงที่นี่มาก่อนจึงหาทางเข้าหุบเขาไป่ฮวาไม่ได้ง่าย ๆ ทั้งยังต้องระวังสัตว์อสูรที่ซ่อนตัวอยู่ไปด้วย ดังนั้นการค้นหาจึงยิ่งเป็นปัญหากว่าเดิม
หลินอวิ๋นใช้เวลาสามวันเดินผ่านมวลป่าไม้ จนพบว่าทิวทัศน์ตรงหน้าพลันเปลี่ยนไป
เบื้องหน้าเปิดโล่ง วิสัยทัศน์ปลอดโปร่งในทันที
ตรงหน้าเป็นหุบเขากลางภูเขาขนาดใหญ่ หมู่มวลดอกไม้เบ่งบานบนพื้น สีสันสดใส มองไปได้สุดลูกหูลูกตา
สายลมเย็นสบายถาโถมเข้ามาพร้อมพัดพากลิ่นหอมดอกไม้โชยเข้าจมูก
ถึงหุบเขาไป่ฮวาแล้ว!
-โปรดติดตามตอนต่อไป-