เคยมีคนบอกว่า...เื่บังเอิญไม่มีอยู่ในโลก
คุณล่ะ เชื่อในความบังเอิญไหม
ฉันชื่อลัลทริมา วิกรานต์วรสริต
นี่คือบันทึกการเดินทางของฉัน...
“ขึ้นต้นแบบนี้เชยไปไหม” เด็กสาวผมสีน้ำตาลเงยหน้าจากสมุดบันทึกถามเพื่อนอีกสองคนที่นั่งอยู่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ
“ไม่มั้ง...” เด็กสาวผมสั้นคล้องหน้ากากเอาไว้ที่คอตอบพลางดูดช็อกโกแลตเย็นอึกใหญ่"เราก็บังเอิญได้ที่พักดีๆ จริงๆ นี่นา"
“เรามีปัญหาสำคัญกว่านั้นนะลัล” มัณฑินีขยับแว่น กำลังไล่เปิดดูไฟล์ที่บันทึกเอาไว้ในแท็บเล็ต “หัวข้อรายงานคราวนี้ก็คือแนะนำ ‘การท่องเที่ยววิถีใหม่พลิกวิกฤตโควิด’ แต่สรุปแล้วท่องเที่ยววิถีใหม่เนี่ยมันคืออะไรกันล่ะจุดสนใจของรายงานนี้คืออะไรกันแน่นะ”
“ก็แบบ...เปิดตัวที่เที่ยวใหม่งี้” เอมิกายักไหล่ ยังง่วนอยู่กับแก้วในมือ
“ฉันว่ามันคือการเข้าไปััวิถีชีวิตของผู้คนในที่ใหม่ๆเพื่อเรียนรู้เื่ราวที่ไม่เคยรู้” ลัลทริมาขีดดินสอในมือวงตรงคำว่า...เื่ราว
“นั่นล่ะ...เื่ราว” มัณฑินีทุบโต๊ะเสียงดังจนคนอื่นๆ ในร้านกาแฟต่างหันมามอง เธอจึงรีบลดเสียง “จุดเด่นของบันทึกที่ลัลจดเอาไว้คือเื่ราวประหลาด...ที่เหนือธรรมชาติ”
“เออ...น่าสนใจ” เอมิกาพยักหน้าหงึกๆ
“แต่เื่แบบนั้นจะเขียนลงในรายงานได้ยังไงโดนอาจารย์ตีกลับแน่นอน” ลัลทริมาแย้ง
ทั้งสามมองหน้ากันอย่างคิดไม่ตก
“ใครจะกล้าหักคะแนนรายงานที่มีชื่อฉัน”
น้ำเสียงเย็นเยือกพร้อมเสียงหัวเราะเย้ยหยันดังจากด้านหลังบรรยากาศพูดคุยของเหล่าเด็กสาวสะดุดลงในทันที
“การิน!”
ลัลทริมาร้องเรียกชื่อเด็กหนุ่มผมดำร่างสูงโปร่งซึ่งกำลังเลื่อนเก้าอี้นั่งลงข้างๆเด็กสาวผมยาว มือขวาซึ่งพันผ้าเอาไว้คว้าแก้วกาแฟเย็นที่ยังว่างอยู่มาดื่ม
การิน จินตเมธรลูกชายของผอ.โรงเรียนนิศาพาณิชย์ที่พวกเธอเรียนอยู่ซ้ำเ้าตัวยังมีนิสัยที่ออกจะแปลก และเป็ตัวของตัวเองอย่างสูงสุดๆทำให้ไม่มีใครในโรงเรียนกล้าต่อกร ถ้าเป็รายงานของเขายังไงก็คงไม่มีใครกล้าตีกลับอยู่แล้ว
พอๆ กับที่ในโรงเรียนไม่มีใครอยากสุงสิงกับลัลทริมาเด็กสาวที่มองเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติ จนคนทั้งโรงเรียน ขนานนามให้เธอว่า...
“รายงานของยัยแม่มด...ก็ต้องเป็เื่ผีกับคนตายอยู่แล้วนี่ หึ...หึ”
ลัลทริมาได้แต่ถอนหายใจ
“เราเขียนเลี่ยงๆ ได้นะ ฉันคิดว่าเื่ราวที่ลัลไปเจอมามันน่าสนใจในแง่ของความเชื่อและประเพณีไม่เหมือนใครดีออก” มัณฑินียังยืนกราน
ทั้งกลุ่มจึงสรุปได้ว่าจะลองเรียบเรียงรายงานฉบับนี้ไปในทิศทางนี้ดูก่อน
“เสียดายจังฉันกับนีมาทีหลังเลยได้ร่วมจอยแค่สองที่เองจะว่าไป...บ้านพักบนดอยที่เราเพิ่งไปน่ะสวยมากเลยนะ แถมยังสงบสุข ไม่เจออะไรแปลกๆเลยด้วย” เอมิกายิ้มเยาะชายตามองการินที่เบะปากอย่างเบื่อหน่าย
นั่นเพราะสามวันที่ดั้นด้นขึ้นดอยไปนั้นไม่มีสักเสี้ยววินาทีที่ญาณอาถรรพ์ของลัลทริมาจะััถึงความผิดปกติใดๆเป็การท่องเที่ยวที่ปกติอย่างไม่น่าเชื่อทำให้คนที่คลั่งไคล้ศาสตร์ลึกลับอย่างการินต้องรอผ่านวันคืนบนป่าเขาไปด้วยความเบื่อหน่ายอย่างที่สุด
ซ้ำร้ายเที่ยวรถกลับกรุงเทพฯรอบบ่ายที่จองไว้ยังถูกยุบรวมกับรถนอนเที่ยวดึก เพราะจำนวนผู้โดยสารที่น้อยเกินไปทำให้ทั้งสี่ต้องเสียเวลานั่งรอรถเฉยๆ เพิ่มขึ้นอีกสองชั่วโมงเด็กหนุ่มเลยยิ่งรู้สึกว่าทุกอย่างช่างเปล่าประโยชน์
“ฉันว่าเอาตามนี้ละเราแบ่งพาร์ตกันเขียนรับรองเสร็จทันกำหนดพอดี” มัณฑินีปิดแท็บเล็ตหลังจากส่งสรุปการประชุมเข้าในกลุ่มไลน์เรียบร้อยนั่งรออีกไม่นานก็ใกล้เวลารถออก
ทั้งสามเดินไปยังท่ารถหมายเลขที่ระบุไว้ในตั๋วเพราะเป็รอบค่ำแถมติดโรคระบาดทำให้แทบไม่มีคนอื่นอยู่แถวนั้นแต่รถโดยสารชั้นพิเศษเป็รถนอนหนึ่งชั้นวิ่งยาวตลอดคืน ดูใหม่และหรูหรามีพนักงานสาวสวมเครื่องแบบสีชมพูสดยืนรออยู่ที่ประตูรถโดยสารพร้อมรายชื่อผู้โดยสารในมือ
“ทุกคนขึ้นรถได้แล้ว” เธอะโลอยๆ
มัณฑินีที่กำลังเดินตามเพื่อนขึ้นรถถึงกับชะงัก
“ทำไมถึงพูดอย่างนั้นเล่า...” เธอบ่นอุบขณะเก็บของและนั่งลงข้างๆ เอมิกา
“ทำไมเหรอยัยนี”
“เขาถือว่าพูดลอยๆ แบบนี้น่ะ...” เด็กสาวกระซิบ “จะเป็การเรียก ‘สิ่งนั้น’ ให้ขึ้นมาด้วย”
“ฉันไม่น่าถามแกเลย” เอมิกาลูบแขนพยายามไม่ใส่ใจ แล้วเอื้อมไปส่งห่อลูกอมให้ลัลทริมาซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ การินตรงที่นั่งด้านหน้า
เวลาผ่านไปสักพัก รถทั้งคันมีผู้โดยสารขึ้นมาอีกเพียงแค่สามคนเป็หญิงสาวผมยาวหน้าตาดีซึ่งมาคนเดียว เธอนั่งด้านหลังสุดของรถและหญิงวัยทำงานอีกสองคนซึ่งน่าจะมาด้วยกันนั่งถัดมาตรงที่นั่งด้านหน้าที่ติดกัน
“คนครบแล้วนะเชอร์รี่” ชายวัยกลางคนเตรียมพร้อม
“ยังเลยพี่มาโนช ขาดผู้โดยสารไปคนหนึ่งอย่าเพิ่งออก”
มาโนชดูเวลา นี่ก็ช้าไปหลายนาทีแล้ว แต่เขาเข้าใจถ้ายังรอได้ก็ต้องรอ
ในตอนนั้นกลับมีเสียงหญิงสาวพูดขึ้นจากเบาะที่นั่งซึ่งอยู่ด้านในสุด
“ไม่ได้ขาด ฉันซื้อที่ว่างตรงนี้เอง” เธอต้องเปิดเอกสารในมือถือยืนยันกับพนักงาน รถถึงออกได้ในที่สุด
“แปลกๆ นะ ทำไมต้องซื้อสองที่ให้เปลืองด้วย”มัณฑินีโน้มตัวไปข้างหน้า กระซิบให้ลัลทริมาได้ยินด้วย
“เขาอาจจะกลัวโควิดก็ได้ SocialDistancing ไง แกน่ะเลิกคิดมากแล้วมากินขนมกับฉันดีกว่า”
เอมิกาตัดบทพอดีกับที่พนักงานประจำรถเริ่มแจกน้ำดื่มกับของว่างเลยทำให้มัณฑินีหันไปสนใจอาหารแทนลัลทริมาต้องรับส่วนของการินมาไว้แทน เนื่องจากเด็กหนุ่มทำเหมือนคนอื่นเป็อากาศธาตุนั่งฟังเพลงไม่สนใจใคร
“เปิดแอร์หนาวจัง” เธอบ่นพลางวางของว่างใส่ในช่องตรงหน้าก่อนฉีกถุงผ้าห่มออกมาคลุม “สงสัยเพราะคนน้อย”
“หึ...หึ เธออาจจะหนาวเพราะอย่างอื่นก็ได้ไม่ได้ยินที่ยัยพนักงานนั่นเรียกคนตอนขึ้นรถหรือไง อาจจะมีอะไรตามเธอขึ้นรถมาก็ได้อย่างพวก...ผีที่อยากโดยสารรถน่ะ” การินเอียงตัวจนลมหายใจรดหูคนข้างๆ“เป็ยังไง...เห็นอะไรดีๆ หรือยัง”
“การิน!” เด็กสาวกดเสียงต่ำเหลือบมองบรรยากาศด้านนอกซึ่งมืดสนิท ทำเธอเสียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก
ไม่มีอะไรหรอกน่า...ก็แค่นั่งรถกลับบ้าน
ลัลทริมาไม่เถียงต่อหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจึงเห็นว่ามัณฑินีเพิ่งส่งข้อความเข้าไลน์กลุ่ม
‘นี: เมื่อกี้ฉันเหลือบไปเห็นคนที่มาคนเดียว...เขาเปิดขวดน้ำวางไว้ตรงที่นั่งด้านข้างด้วยล่ะ ใส่หลอดด้วย’
‘เอม: เออ...อันนี้แปลก แถมขยับปากมุบมิบด้วย’
‘ลัล: พวกเธออย่าบิลด์กันเองสิ T_T’
มีเพียงการินที่ไม่โต้ตอบแช็ตกลุ่มแต่กลับเอี้ยวตัวหันไปมองที่นั่งซึ่งอยู่เยื้องไปด้านหลังถึงสามแถวแบบที่ไม่กลัวใครจะเห็นจนลัลทริมาต้องสะกิดให้เขารีบหันกลับมา
“น่าสนุกนี่ เอาของกินวางไว้อย่างกับเซ่นผี”
“นายเลิกพูดอะไรแบบนี้เสียทีได้ไหม” ลัลทริมาค้อนขวับ เพราะรู้ดีว่าความสนุกของการินก็คือการทำให้เธอกลัว
“ผีน่ะ ไม่ใช่นึกอยากเรียกก็เรียกมาง่ายๆแต่วันนี้...ก็ไม่แน่” เด็กหนุ่มพูดทิ้งท้ายกระตุกความอยากรู้ของอีกฝ่าย ซึ่งก็ได้ผล
“ทำไมเหรอ”
“เพราะในรถคันนี้ดันมียัยแม่มดอยู่ด้วยไงหึ...หึ” การินยิ้ม ดวงตาเป็ประกายตอนนั้นเองที่ลัลทริมาเห็นว่าเขายื่นโทรศัพท์ไปด้านหลังตรงที่จะสามารถอัดคลิปที่นั่งว่างข้างๆหญิงสาวผมยาวคนนั้นได้พอดี ไม่นานเขาก็ส่งคลิปนั้นเข้าไลน์กลุ่มในคลิปเป็ภาพซูมขยายขวดน้ำที่ถูกวางเอาไว้
น้ำในขวดซึ่งเปิดฝาใส่หลอดทิ้งเอาไว้ลดลงไปถึงครึ่งแก้ว...
สามสาวแทบจะเผลอร้องออกมาพร้อมกัน
วูบ!
วินาทีเดียวกันร่างหนึ่งก็เดินผ่านที่นั่งของพวกเธอไปหาพนักงานด้านหน้า
“ขอโทษนะคะ ฉันน้ำหก ช่วยเช็ดให้หน่อยได้ไหมคะ”
ได้ยินแบบนั้นลัลทริมาก็ถอนหายใจโล่งอกรีบพิมพ์คุยกับเพื่อนในกลุ่ม และจังหวะที่เธอเงยหน้าจากจอมือถือก็พอดีที่ผู้โดยสารคนนั้นกำลังหันกลับมา
“อ๊ะ!”
โทรศัพท์ตกจากมือเด็กสาวทันที ใบหน้าเธอชาวาบปลายนิ้วจิกที่พักแขนอย่างแรง
นั่นเพราะเธอเห็นว่าคนที่เดินตามพนักงานในชุดสีชมพูมานั้น...
ไม่มีหัว!
เพียงกะพริบตาทุกอย่างก็กลับมาเป็ปกติ
“หึ...หึ อย่างนี้นี่เอง” ท่อนแขนการินกระตุกเธอถึงรู้ว่าที่จิกลงไปนั้นไม่ใช่เก้าอี้ และบางทีในเสี้ยววินาทีนั้นเขาอาจจะมองเห็นสิ่งที่เธอเห็นเหมือนกัน
เด็กหนุ่มแสยะยิ้ม นึกบางอย่างขึ้นมาได้ก็เปิดดูมือถือเพียงครู่เดียวสีหน้าที่มีแสงไฟจากหน้าจอฉายอยู่ใต้คางก็ดูเย็นะเืจนน่าขนลุก
“คืนนี้...ไม่ว่ายังไงก็ห้ามหลับเด็ดขาดนะยัยแม่มดหึ...หึ”
“ใช่แล้ว ลัล...ฉันเองก็จะไม่หลับเหมือนกัน”มัณฑินีที่นั่งด้านหลังจู่ๆก็โผล่เข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เพราะซีรีส์เกาหลีที่จะออนแอร์กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลยไงล่ะ”
ลัลทริมาฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ให้กับเพื่อนส่วนการินหันหน้าหนีไปอีกทางแล้ว
เด็กสาวผมยาวคุยกับเพื่อนเสร็จ ก็หันกลับมามองเด็กหนุ่มพอนึกถึงน้ำเสียงที่ไม่เหมือนการหยอกอำก่อนหน้าแต่กลั้วเสียงหัวเราะเหมือนกำลังสะใจเมื่อครู่นี้ ประกอบกับภาพที่เธอเห็นก่อนหน้านี้ทำให้ขนแขนคนฟังลุกชัน
มือเย็นเฉียบกำผ้าห่มแน่น
อีกกว่า 10ชั่วโมงในคืนนี้ลัลทริมาได้แต่ภาวนาขอให้เธอและทุกคนสามารถไปถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ