ตอนที่ 1 ทะลุมิติเป็สาวชาวบ้านหน้าตาอัปลักษณ์ (1)
เรือนสกุลหลี่ตั้งอยู่บนเนินท้ายหมู่บ้านซั่งหยางตำบลชิงอัน ในนั้นมีกระท่อมมุงหญ้าเหมา[1] หลังเก่าซอมซ่อที่มืดทึบและอับชื้นอยู่หลังหนึ่ง ผนังดินทั้งสี่ด้านผุพังจนไม่เหลือสภาพเดิม ตามรอยแตกร้าวล้วนถูกยัดด้วยฟางเพื่อป้องกันลม
เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็จะเห็นหลังคาที่ทำมาจากหญ้าเหมากองทับกัน รวมไปถึงคานเรือนซึ่งดำมืดจากอายุการใช้งานอันยาวนาน ซ้ำยังเต็มไปด้วยรอยปลวกกัดแทะที่คล้ายจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ
ประตูกระท่อมนั้นเปื่อยจนพังหลุดไปนานแล้ว ้ามีเพียงม่านผ้ากระสอบที่เต็มไปด้วยรอยปะห้อยอยู่ ยามลมพัดผ่าน ม่านก็จะกระทบกับขอบประตูดัง ‘พึ่บพั่บ’ ส่วนหน้าต่างกระดาษที่กว้างเพียงหนึ่งตารางหมี่[2] นั้นก็เต็มไปด้วยรูพรุนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ยามเมื่อสายลมพัดผ่านก็จะส่งเสียงหวีดหวิวออกมา
ภายในกระท่อมมีโต๊ะหนึ่งตัวที่ดูไม่ออกแล้วว่าทำมาจากไม้อะไร อีกทั้งขาโต๊ะท่อนหนึ่งยังหักแต่ใช้ผ้าพันไว้ ข้างเคียงยังมีม้านั่งยาวสองตัวที่พื้นผิวถูกขัดจนขึ้นเงา
ถัดเข้าไปข้างในอีกจะเห็นเตียงเตา[3]หนึ่งหลัง ทว่าตรงกลางเตียงเตากลับมีแผ่นไม้หนึ่งแผ่นกั้นไว้ เห็นได้ชัดว่าแบ่งให้เป็สองเตียง
ตอนนี้้าครึ่งหนึ่งของเตียงเตามีเด็กสาวนอนหายใจหอบถี่หน้าตาแดงก่ำ ขนตาเด็กสาวสั่นไหวนิดๆ คิ้วขมวดแน่น ต่อให้เสียงโวยวายนอกเรือนดังกว่าเดิมก็ไม่อาจทำให้นางลืมตาได้ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตามากที่สุดกลับเป็ปานสีน้ำตาลดำครึ่งหน้าที่ทำให้ตัวนางแลดูน่ากลัว
“เรียกหมอรึ ลูกสาวเ้าวิเศษนักหรือ เรียกหมอมาได้ไม่เว้นวัน เรียกหมอมาไม่ต้องใช้เงินหรือ เ้าคิดว่าลมพัดเงินมาเองหรือไร คนชราอย่างข้าเดินเหินไม่สะดวก วันๆ ต้องมารับผิดชอบเื่กินนอนของตัวี้เีในเรือนอย่างพวกเ้าก็ว่ามากพอแล้ว นี่ยังจะให้เรียกหมอมาอีก สาดน้ำเย็นใส่นางก็ฟื้นแล้วไม่ใช่หรือ ทำอย่างกับคนในเรือนพวกเ้าสำคัญนักหนาอย่างนั้นแหละ ก็แค่ตัวอัปลักษณ์ที่ไม่มีใคร้า เอะอะก็ขอเงินไปซื้อยา ข้าขอบอกเ้าไว้เลยนะ ถ้าอยากได้เงินละก็ข้าไม่มีให้ อยากเรียกหมอมาก็หาทางเอาเอง!”
พอหลี่จางซื่อ[4]เ้าบ้านสกุลหลี่ได้ยินว่ามาขอเงิน ตาทรงสามเหลี่ยมก็เชิดขึ้นทันที ตนไม่เชื่อว่านางจะเอาเงินจากการปักผ้ามาให้ตนทั้งหมด เช่นนั้นเงินที่จ่ายค่ารักษาก่อนหน้านี้เอามาจากไหน คิดจะมาขอให้ตนออกเงินค่ารักษาให้เ้าเด็กอัปลักษณ์นั่น ไม่มีทางเสียหรอก
“ท่านแม่ งานปักผ้าที่ข้าทำทุกวันท่านแม่ต่างเป็คนเก็บไปให้น้องสะใภ้สามเอาไปขายแล้วค่อยซื้อด้ายกับผ้ามาให้ข้าทำ ท่านแม่ได้โปรดสงสารซินเอ๋อร์ด้วยเถิด ชีวิตเด็กสำคัญนะเ้าคะ ข้าโขกศีรษะให้ท่านแล้วเ้าค่ะ”
เยี่ยซื่อรู้ว่าขอเงินนั้นยากแต่ก็ไร้หนทางอื่นแล้ว ทำได้เพียงคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นหวังว่าแม่สามีจะยอมยื่นมือช่วย
“นี่เ้าทำอะไรน่ะ ทำอะไร นี่จะบังคับข้ารึ วันๆ เ้าเอาแต่มุดหัวปักผ้าอยู่ในเรือน เื่อื่นในเรือนไม่ยื่นมือมาช่วย เงินจากงานปักผ้าที่ขายไปมาถึงมือข้าแค่นิดเดียว หากคนอื่นบอกว่าไม่มีเงินข้าก็พอเชื่ออยู่หรอก แต่เ้าน่ะหรือไม่มีเงิน เ้าคิดว่าข้าโง่หรือคนอื่นในเรือนโง่กันสินะ อีกอย่างเ้ายังมีสินเดิมอยู่ไม่ใช่รึ ปากก็บอกว่าลูกของเ้าเป็ดั่งแก้วตาดวงใจ แล้วทำไมถึงไม่ยอมเอาออกมาจ่ายค่าหมอให้ลูกล่ะ ดีแต่มากวนเงินเก็บของข้า เ้าช่างหน้าไม่อายนัก!”
หลี่จางซื่อพูดเร็วและรัวต่อเนื่องกันราวจุดประทัด เยี่ยซื่อผู้ขวัญอ่อนหาใช่คู่ต่อสู้ของนางไม่
“ท่านแม่ ข้า...ข้า...ผ้าปักที่ข้าทำ ท่านเป็คนแบ่งด้ายมาให้ข้า ข้าทำเสร็จท่านก็เอาไปขาย ไม่เคยมีเงินผ่านมือข้าเลย แม้แต่สินเดิมของข้าหลายปีมานี้ก็เอาไปจำนองซื้อยาให้ลูกหมดแล้ว ไม่มีเงินเหลือแล้วจริงๆ เ้าค่ะ ไม่เช่นนั้นข้าก็คงไม่มาขอกับท่าน อีกอย่างข้าทั้งทำกับข้าว ให้อาหารหมูและซักผ้า ข้าไม่ได้ี้เีแม้แต่น้อย ต่อให้ไม่มีความดีก็น่าจะมีความชอบบ้าง ท่านแม่ ท่านเมตตาซินเอ๋อร์ด้วยเถิด นางเป็หลานแท้ๆ ของท่านนะเ้าคะ”
“หลานแท้ๆ รึ เหอะ เ้ายังจะมีหน้ามาพูดอีก หลายปีมานี้เ้านอกจากคลอดตัวขี้โรค ตัวอัปลักษณ์กับตัวผลาญเงินแล้ว เ้าทำอะไรให้บ้านสกุลหลี่บ้าง หา ถ้าไม่ใช่เพราะตัวหายนะเ่าั้ของเ้า ลูกชายของข้าจะหายสาบสูญหรือ แล้วยังพ่อสามีของเ้าอีก เขาอาจจะไม่ต้องจากไปเร็วขนาดนั้นก็ได้! ทิ้งให้ยายแก่อย่างข้าอยู่ดูแลพวกเ้าตั้งหลายคน บ้านสกุลหลี่ของข้าสู่ขอเ้ามาถือเป็โชคร้ายไปแปดชั่วโคตร”
หลี่จางซื่อได้ยินเช่นนั้นก็หน้าบึ้งตึง น้ำเสียงดุดันยิ่งกว่าเดิม
“เ้ากินของข้า ใช้ของข้า ใส่ของข้า แล้วยังจะมีหน้ามาขอเงินข้าอีก ใต้หล้านี้มีหลักการแบบนี้ด้วยหรือ หลี่ซินของเ้าตายหรือยัง ยังไม่ตายสินะ รอให้ตายก่อนไม่แน่ข้าอาจจะเอาเสื่อกกเก่าๆ ให้ใช้ห่อนาง ตอนนี้จะมาขอเงินไปเรียกหมอ เ้าล้มเลิกความคิดนี้ไปซะเถอะ! หลายปีมานี้บ้านสกุลหลี่ของข้าเสียสละเพื่อตัวขี้โรคสองคนนี้มามากพอแล้ว หากเป็แบบนี้ต่อไปคนอื่นจะอยู่อย่างไร ข้าขอบอกเ้าไว้เลย หากนางยื้อชีวิตต่อไปไม่ได้ นั่นก็เป็ชะตาของนาง หากข้าหน้าตาเหมือนนางคงะโน้ำตายไปแล้ว ไม่อยู่มาจนถึงตอนนี้หรอก รกหูรกตาจริงๆ หลบไป!”
หลี่จางซื่อพูดจบก็ไม่สนใจรอยช้ำจากการโขกบนหน้าผากเยี่ยซื่อ สาวเท้าก้าวผ่านพลางใช้เท้าหนึ่งข้างเขี่ยเยี่ยซื่อล้มลงกับพื้นแล้วตรงไปยังเรือนหลักโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง ไม่ว่าอย่างไรก็อย่าหวังว่าจะได้เงิน!
เสียงโวยวายด้านนอกเหมือนว่าจะหยุดลงเท่านี้
เชิงอรรถ
^ พืชลักษณะคล้ายหญ้าคา ไว้สำหรับมุงหลังคา^ หน่วยวัดความยาวจีน หนึ่งหมี่เทียบได้กับหนึ่งเมตรในระบบเมตริก^ เตียงที่สามารถจุดไฟด้านล่างเพื่อความอบอุ่น^ ซื่อ แปลว่านามสกุล ใช้เรียกต่อท้ายสกุลเดิมของหญิงที่แต่งงานแล้ว บางครั้งอาจเรียกสกุลของสามีนำหน้าสกุลเดิมของภรรยาด้วย