กัวเทียนอวี้เอนกายมองท่าทีแข็งขืนของไป๋หย่งชิงด้วยสายตาที่เป็ต่อ ยิ่งเห็นนางพยายามรักษาศักดิ์ศรีที่เหลือเพียงน้อยนิด เขาก็ยิ่งรู้สึกสนุกประดุจนักล่าที่กำลังจ้องดูเหยื่อดิ้นรนก่อนจะถูกขย้ำ สายตาของเขาคมปราบจนหย่งชิงรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ นางรู้สึกราวกับว่าสายตานั้นสามารถมองทะลุเนื้อผ้าสีขาวสะอาดตาของนางเข้าไป จนร่างกายเปลือยเปล่าต่อหน้าเขาโดยที่ยังมิได้ลงมือปลดอาภรณ์
“อันดับแรก... ข้าต้องรบกวนให้ฮูหยินช่วยยืนนิ่งๆ อยู่ตรงนั้น แล้วถอดเสื้อผ้าของท่านออกทีละชิ้น... จนหมด” เทียนอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงระรื่นหู ทว่าั์ตากลับฉายชัดถึงความกระหาย
“เ้ามันบ้าไปแล้ว!” หย่งชิงตวาดกลับ ใบหน้าซีดเผือด “เ้าจะทำอะไรก็ทำไป แต่อย่าได้หวังว่าข้าจะยอมทำเื่ต่ำช้าเช่นนั้น!”
เทียนอวี้หัวเราะในลำคอพลางยักไหล่ “ฮูหยิน... ท่านยังมีอะไรต้องอายอีกหรือ? ทั้งที่เมื่อคืนข้าก็สำรวจร่างกายท่านมาทุกซอกทุกมุมจนจำได้ขึ้นใจ ท่านจะไม่ทำก็ได้นะข้าไม่บังคับ... แต่ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหากคุณชายไป๋ตื่นขึ้นมาแล้วรู้ว่ามารดาที่เขาเคารพรัก มี 'ความลับ' อันหอมหวานกับข้าเช่นนี้ เขาจะทำหน้าอย่างไร”
คำพูดนั้นบีบคั้นจนหย่งชิงแทบกระอักเื นางจ้องมองเขาด้วยสายตาชิงชังสุดชีวิต ทว่าสุดท้ายนางก็ต้องพ่ายแพ้ต่อความปลอดภัยของบุตรชาย มือที่เรียวงามและขาวนวลเริ่มสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เอื้อมไปปลดปมเชือกคาดเอวสีขาวออก นางกลั้นหายใจพลางค่อยๆ ปล่อยให้เสื้อคลุมตัวนอกหลุดร่วงลงสู่พื้นห้องที่เย็นเฉียบ
จากนั้น นิ้วมือที่สั่นระริกก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อชั้นในตัวยาวทีละเม็ด... ทีละเม็ด... ทุกจังหวะที่อาภรณ์หลุดพ้นจากกาย หย่งชิงรู้สึกราวกับว่าเกียรติยศของนางกำลังถูกฉีกกระชากทิ้งไปพร้อมกับผ้าเ่าั้ จนกระทั่งเหลือเพียง เกาะอกสีฟ้าคราม ที่รัดรึงทรวงอกอิ่มจนล้นปรี่ และ ซับในตัวสั้น ที่ปกปิดส่วนลับเบื้องล่างเอาไว้ นางยืนตัวสั่นงันงก ใช้แขนขวาโอบกอดปิดกั้นทรวงอกคู่สวย และใช้แขนซ้ายบดบังส่วนล่างด้วยความอับอายถึงขีดสุด
กัวเทียนอวี้ขมวดคิ้ว แสร้งทำสีหน้าไม่พอใจ “ข้าว่าข้าบอกชัดเจนนะ... ว่าให้ถอดให้ ‘หมด’ ”
หย่งชิงเมินหน้าหนี ทำเป็ไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด นางหวังจะเหลือเศษเสี้ยวสุดท้ายของอาภรณ์ไว้ปกปิดร่างกาย ทว่าไม้ตายสุดท้ายของเทียนอวี้ก็ถูกงัดออกมาทันที
“หรือฮูหยินอยากให้อาเจิ้งรู้เื่เมื่อคืนนี้จริงๆ?”
นางหันขวับมามองเขาด้วยสายตาอาฆาตแค้น หยาดน้ำตาคลอเบ้าด้วยความอัปยศ ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปปลดปมผ้าเกาะอกช้าๆ เมื่อผ้าผืนนั้นหลุดลอยไป ปทุมถัน คู่งามขนาดมหึมาก็กระเด้งตัวออกมาอย่างเป็อิสระ ผิวของมันขาวผ่องนวลเนียนประดุจไข่มุกชั้นดี ยอดถันสีชมพูระเรื่อชูชันท้าทายสายตา จากนั้นนางจึงจำใจปลดซับในชิ้นสุดท้ายลง เผยให้เห็นเนินเนื้อสามเหลี่ยมที่มี พุ่มไหมสีดำ ขึ้นปกคลุมบางๆ รำไร ดูเย้ายวนและลึกลับเกินห้ามใจ
หย่งชิงไม่อาจทนยืนรับสายตาหื่นกระหายนั้นได้อีกต่อไป นางทรุดกายลงนั่งยองๆ กอดเข่าตัวเองไว้แน่นเพื่อปกปิดร่างกายส่วนสำคัญ ทว่าท่าทางนั้นกลับยิ่งกระตุ้นความ้าของเทียนอวี้ เขายิ้มอย่างผู้ชนะ ยิ่งเห็นนางอับอายเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งปรารถนาจะทำลายนางให้ย่อยยับ แล้วเปลี่ยนแม่ม่ายผู้สูงศักดิ์นางนี้ให้กลายเป็เพียงของเล่นสวาทชิ้นโปรดของเขาให้จงได้
กัวเทียนอวี้ขยับกายนั่งแยกขาบนขอบเตียงอย่างโอหัง สายตาจ้องเขม็งไปที่ร่างเปลือยเปล่าของหญิงงามที่นั่งยองๆ อยู่กลางห้อง “คราวนี้... คลานมาหาข้าในสภาพนั้นเสียดีๆ”
คำสั่งนั้นประดุจสายฟ้าฟาดลงกลางใจของไป๋หย่งชิง นางมองหน้าบุรุษรุ่นเยาว์ตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะกล้าสั่งให้นางทำเื่ที่ลดเกียรติถึงเพียงนี้ ในยุทธจักรนี้คำว่า ‘าุโ’ และ ‘ผู้เยาว์’ คือกำแพงที่ต้องยึดถือ แต่วันนี้กัวเทียนอวี้กลับพังทลายมันลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี การสั่งให้หญิงม่ายผู้สูงศักดิ์ซึ่งเป็ศิษย์อาของตนเองต้องหมอบคลานประดุจสุนัขรับใช้ คือการหยามเกียรติที่รุนแรงยิ่งกว่าการใช้กำลังบังคับข่มเหงเป็ไหนๆ
นางจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นและคำสาปแช่ง ทว่าเมื่อนึกถึงลูกชายที่นอนสลบไศลอยู่ในห้องข้างๆ นางก็จำต้องกล้ำกลืนหยดน้ำตาและศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่น้อยนิดลงไป ไป๋หย่งชิงค่อยๆ โน้มกายลง ค่อยๆ วางฝ่ามือขาวนวลลงบนพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ แล้วเริ่มออกแรงคลานเข้าไปหาเขา
ยามที่นางเคลื่อนกาย ทรวงอกอวบอิ่มขนาดมหึมาที่ไร้อาภรณ์รัดรึงก็ห้อยต่องแต่งแกว่งไกวไปตามจังหวะการคลาน ผิวพรรณนวลเนียนสะท้อนกับแสงเทียนดูงดงามและเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ สะโพกกลมกลึงส่ายไหวไปมาเผยให้เห็นช่องทางรักสีหวานที่ปิดไม่มิด ท่วงท่านั้นช่างดูอัปยศอดสูสวนทางกับความรู้สึกประหลาดที่เริ่มแล่นพล่านไปทั่วกาย ยิ่งนางเข้าใกล้ 'แท่งหยก' ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเตียงมากเท่าไหร่ ความร้อนรุ่มในกายนางกลับยิ่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าละอาย จนน้ำหล่อลื่นเริ่มหลั่งรินออกมาแฉะชื้นที่โคนขาอย่างไม่อาจขัดขืนต่อสัญชาตญาณ
นางคลานมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาในระยะห่างพอประมาณ ทว่ากัวเทียนอวี้กลับแสยะยิ้มพลางกระดิกนิ้วเรียก “เข้าไปใกล้กว่านี้... เข้ามาให้ถึงหว่างขาของข้า”
หย่งชิงชะงักงัน นางลังเลใจอย่างหนักเมื่อต้องเผชิญหน้ากับแท่งเนื้อขนาดมหึมาในระยะประชิด ยิ่งมองชัดๆ นางก็ยิ่งใจสั่น เพราะขนาดของมันนั้นใหญ่โตพอๆ กับท่อนแขนของนางเสียด้วยซ้ำ ความทรงจำอันป่าเถื่อนเมื่อคืนที่เ้าสิ่งนี้กระแทกกระทั้นเข้ามาในกายทำให้นางรู้สึกขนลุกซู่ไปทั่วสรรพางค์กาย ทั้งหวาดกลัวและสั่นสะท้านในคราวเดียวกัน
“เข้ามาใกล้กว่านี้... เข้ามาจนหน้าของท่านแนบชิดกับัของข้า” กัวเทียนอวี้สั่งเสียงเข้ม
ไป๋หย่งชิงจำต้องคลานเข้าไปจนใบหน้าอยู่ห่างจากยอดแท่งเนื้อสีเข้มที่เต้นตุบๆ เพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นคาวราคะและไอความร้อนแผ่ซ่านกระทบใบหน้าจนนางต้องเบือนหน้าหนี ทว่าเทียนอวี้กลับเอื้อมมือมาจิกผมของนาง บังคับให้หย่งชิงต้องจ้องมองความใหญ่โตนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
“จับมันไว้... แล้วใช้ปากของท่านปรนนิบัติข้า”
หย่งชิงตัวสั่นสะท้อน นางค่อยๆ ยื่นมือขาวนวลที่สั่นระริกออกไปโอบรอบลำแท่งั์ ทันทีที่ฝ่ามือัักับผิวเนื้อที่ร้อนระอุและตึงเขม็ง นางก็ต้องอุทานออกมาในใจด้วยความตกตะลึง ‘นี่มัน... ใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ?’ ความสงสัยคุกคามจิตใจนางทันที เพราะในชีวิตของสตรีผู้ยึดถือขนบธรรมเนียม นางไม่เคยเห็นอวัยวะเพศชายอย่างเต็มตามาก่อน แม้แต่กับสามีผู้ล่วงลับ ยามร่วมรักกันก็มักจะเป็ในที่มืดและนางก็ไม่เคยใช้มือััหยิบจับเช่นนี้ ทว่าเพียงแค่ััแรก นางก็รับรู้ได้ทันทีว่าขนาดของมันต่างกับสามีของนางราวฟ้ากับเหว ซึ่งร่างกายของนางเมื่อคืนก็ได้พิสูจน์รสััอันหนักหน่วงนั้นไปแล้ว
“ข้า... ข้าทำไม่เป็” นางเอ่ยเสียงสั่น
“ข้าจะสอนท่านเอง” เทียนอวี้แสยะยิ้มชั่วร้าย “เริ่มจากใช้มือของท่านรูดดึงขึ้นลงช้าๆ... นั่นแหละ จากนั้นก็ใช้ลิ้นเลียที่ส่วนปลายของมันเหมือนเวลาท่านชิมขนมหวาน”
หย่งชิงหลับตาลงด้วยความขยะแขยง แต่เมื่อถูกมือหนากดศีรษะลงไป นางจึงต้องจำใจอ้าปากออกช้าๆ ลิ้นเล็กสีชมพูแลบออกมาเลียวนรอบยอดหยักที่มีน้ำกามใสๆ ซึมออกมา รสชาติฝาดเฝื่อนทำให้พะอืดพะอม แต่นางก็ต้องฝืนทำต่อตามคำสั่ง เทียนอวี้เริ่มขยับสะโพกสวนเข้าปากนางช้าๆ พร้อมกับสอนให้นางใช้นิ้วหัวแม่มือบี้ลงที่รอยแยกส่วนปลาย
“ดีมากฮูหยิน... คราวนี้อมมันเข้าไปให้ลึกที่สุดเท่าที่ท่านจะทำได้ ดูดดึงมันเหมือนที่ท่านอยากให้ข้าทำกับร่างกายท่าน!”
หย่งชิงสำลักจนน้ำตาเล็ดเมื่อต้องรับเอาความใหญ่โตเข้าสู่โพรงปาก นางพยายามใช้มือทั้งสองช่วยรูดคลึงขณะที่ปากก็ทำงานอย่างเงอะงะ ความร้อนจากปากของนางกระตุ้นให้เทียนอวี้ครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน จังหวะการสวนสะโพกเริ่มรุนแรงและรวดเร็วขึ้นจนนางหายใจไม่ทัน เสียง แฉะ แฉะ จากการบดเบียดของน้ำลายและแท่งเนื้อดังก้องหู
ในจังหวะสุดท้ายที่เทียนอวี้ใกล้จะถึงจุดสุดยอด เขาใช้มือทั้งสองข้างจิกผมของหย่งชิงไว้แน่นแล้วกดศีรษะของนางให้กลืนกินแท่งหยกเข้าไปจนสุดโคน “อ๊าาา... จะออกแล้ว! รับน้ำของข้าไปซะ!”
กัวเทียนอวี้จ้องมองใบหน้าของไป๋หย่งชิงที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำกามด้วยความลำพองใจ เขาจิกผมของนางกระชากขึ้นมาจนนางต้องร้องครางด้วยความเ็ป ก่อนจะเหวี่ยงร่างเปลือยเปล่าของนางลงบนเตียงหนาประดุจโยนสิ่งของไร้ค่า
“บทเรียนเมื่อครู่แค่ล้างปาก... คราวนี้ถึงเวลา ‘มื้อหลัก’ ที่ข้าจะปรุงรสท่านให้ถึงใจ!”
เทียนอวี้ไม่รอช้า เขาโถมกายเข้าใส่แล้วเริ่มบรรเลงเพลงกามที่ป่าเถื่อน ท่าแรกที่เขาใช้คือ “ัทะลวงสมุทร” เขาจับขาของหย่งชิงแยกออกกว้างจนสุดก่อนจะกดแท่งหยกั์เข้าสู่ถ้ำสวาทที่ยังคงเปียกเยิ้มจากเมื่อคืนรวดเดียวจนสุดโคลน!
“อ๊าาาา!” หย่งชิงแหงนหน้ากรีดร้อง ร่างกายของนางบิดเกร็งเมื่อความใหญ่โตนั้นชำแรกแทรกลึกเข้าไปจนชนปากมดลูก เทียนอวี้ไม่ปล่อยให้นางได้พักหายใจ เขาเริ่มกระแทกสะโพกเข้าใส่อย่างรุนแรงและถถี่รัว เสียงเนื้อกระทบกัน ตับ! ตับ! ตับ! ดังก้องไปถึงห้องข้างๆ ทรวงอกอวบอิ่มของนางสั่นคลอนโยกย้ายตามแรงกระแทกที่หนักหน่วงประดุจพายุคลั่ง
จากนั้นเขากระชากร่างของนางให้พลิกคว่ำในท่า “กวางเหลียวหลัง” กดหน้าของนางลงกับหมอนจนนางเกือบหายใจไม่ออก แล้วยกสะโพกกลมกลึงของนางขึ้นสูงก่อนจะเสียบแท่งเนื้อเข้าไปจากทางด้านหลัง ท่วงท่านี้ทำให้เขาสามารถกระแทกได้ลึกและรุนแรงขึ้นกว่าเดิม เขาบีบเค้นเอวคอดของนางจนขึ้นรอยเขียวช้ำราวกับจะหักร่างนางออกเป็สองท่อน หย่งชิงทำได้เพียงกัดหมอนกลั้นเสียงร้อง ทว่าแรงเสียดทานที่แสนป่าเถื่อนกลับเริ่มปลุกปั่นกามารมณ์ในกายนางจนถึงขีดสุด
“ครางออกมา! บอกข้าสิว่าควยของข้ามันทำให้ฮูหยินมีความสุขแค่ไหน!” เทียนอวี้คำรามพลางฟาดฝ่ามือลงบนก้นงอนงามของนางจนเกิดรอยแดงเป็ปื้น
ปิดท้ายด้วยท่า “พิรุณสวาทสาดซัด” เขาจับนางหันกลับมาประจันหน้าในท่าอุ้มแตง ขาแข้งของนางเกี่ยวรัดรอบเอวหนาของเขาไว้แน่นขณะที่เขาเดินกระแทกไปรอบห้อง ท่วงท่านี้ทำให้น้ำหนักตัวของนางกดทับลงมาบนแท่งั์จนลึกถึงที่สุด หย่งชิงที่บัดนี้สติหลุดลอยไปกับกระแสความเสียวซ่านที่รุนแรง นางเริ่มครางออกมาอย่างไม่เป็ภาษา ร่างกายกระตุกเกร็งระริกเมื่อถึงจุดสุดยอดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน้ำหวานหลั่งไหลออกมานองโคนขา
ในวินาทีสุดท้าย เทียนอวี้กดร่างนางลงบนเตียงอีกครั้งแล้วกระแทกเน้นๆ เป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะปลดปล่อยน้ำอสุจิร้อนผ่าวพุ่งฉีดเข้าไปในมดลูกของนางระลอกใหญ่ เขาทิ้งตัวลงทับร่างที่อ่อนปวกเปียกของนาง แช่กายค้างไว้เพื่อสูบฉีดความอัปยศเข้าไปให้ถึงก้นบึ้งของจิตใจ
สภาพของไป๋หย่งชิงหลังจากผ่านศึกกามอันหนักหน่วงนั้นดูยับเยินจนน่าเวทนา เส้นผมยาวสลวยยุ่งเหยิงเปรอะเปื้อนเหงื่อและคราบน้ำรัก ผิวพรรณที่เคยขาวสะอาดบัดนี้เต็มไปด้วยรอยจ้ำแดง รอยกัด และรอยนิ้วมือจากการถูกบีบเค้นอย่างรุนแรง ที่หว่างขาของนางแดงก่ำและบวมเป่งจากการถูกเสียดสี มีน้ำกามขาวขุ่นไหลย้อนออกมาตามง่ามขาไม่หยุด
นางนอนนิ่งสนิท ดวงตาเหม่อลอยมองเพดานพร้อมกับน้ำตาที่รินไหลอาบแก้มจนชุ่มหมอน มันเป็น้ำตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย... นางสะอื้นไห้ด้วยความโศกเศร้าที่ถูกพรากศักดิ์ศรีไปจนหมดสิ้น แต่ในขณะเดียวกัน ลึกๆ ในร่างกายของนางกลับสั่นระริกด้วยความเปรมปรีดิ์ที่ได้รับรสััอันป่าเถื่อนของบุรุษหนุ่ม จนไม่อาจแยกแยะได้ว่าสิ่งที่นางรู้สึกอยู่นี้คือความเ็ปที่แสนสาหัส หรือเป็ความสุขจนล้นปรี่ที่นางไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิตกันแน่
ร่างของพรานหนุ่มกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงก่อนจะฉีดพ่นน้ำอสุจิร้อนผ่าวเข้าสู่ลำคอของหย่งชิงระลอกแล้วระลอกเล่า นางถูกกดแช่ไว้อย่างนั้นจนสำลักออกมาทางจมูก น้ำกามสีขาวขุ่นไหลเปรอะเปื้อนมุมปากและหยดลงบนทรวงอกอวบอิ่ม สภาพของนางบัดนี้ช่างน่าอดสู ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาแดงก่ำจากการสำลักและน้ำตา นางเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาอาฆาตแค้นขณะที่ยังคงมีคราบน้ำรักของเขาติดอยู่ที่ริมฝีปาก
เทียนอวี้มองดูผลงานของตนเองด้วยความสะใจ เขาใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบขาวที่มุมปากนางก่อนจะหัวเราะ “ดูสิ... ฮูหยินผู้สูงศักดิ์กลับมาเลอะเทอะด้วยน้ำของข้าเสียแล้ว”