ห้องนอนอันไม่คุ้นเคยในบ้านหลังใหม่นั้น ไม่ได้ทำให้ปัถพีหลับยากแต่อย่างใด เนื่องจากเดินทางมาไกลจึงเหนื่อย ล้มตัวลงนอนก็หลับยาวไปถึงสี่โมงเย็น พอสะดุ้งตื่นเลยต้องรีบไปอาบน้ำใส่เสื้อผ้า
แล้วอุ้มกล่องของฝากอันทรงคุณค่า สำหรับคุณยายดาราเดินลงไปชั้นล่าง เพราะแม่บอกว่าจะพาไปไหว้ั้แ่ตอนแยกกันจากโต๊ะอาหารเมื่อเช้าแล้ว เขารู้ดีว่าทำไมแม่ถึงอาสาแบบนั้น เลยรีบรับคำด้วยความขอบคุณ
“มาแล้วเหรอดิน”
“ครับ”
“แม่กำลังจะให้คนขึ้นไปตามพอดีเลย”
“ขอโทษครับคุณแม่ ผมหลับเพลินไปหน่อย”
“แม่เข้าใจจ้ะ งั้นเราไปเลยนะ ป่านนี้คุณยายคงกำลังนั่งจิบชากับอ่านหนังสืออยู่ล่ะมั้ง”
“ครับ”
เขาผายมือให้แม่เดินนำไปด้วยท่าทีนอบน้อม เพราะถูกพ่อฝึกมาั้แ่เด็กๆ แล้ว
“เย็นนี้แม่ให้ป้าสมใจทำของโปรดดินทั้งนั้นเลยนะ ไม่อยู่บ้านนานคงคิดถึงอาหารไทยแย่”
“ขอบคุณครับ”
น้ำเสียงของเขานั้นยังคงนุ่มและท่าทีก็นอบน้อมไม่เปลี่ยนแปลง ขณะเดินตามแม่ผู้มีรูปร่างผอมบางไม่ต่างจากสมัยสาวๆ ที่เขาเคยเห็นไปทางประตูหลัง ซึ่งมีเนื้อที่กว้างขวางมากกว่าหน้าบ้านไม่ต่ำกว่าสามเท่า มีสระน้ำกว้างใหญ่รูปวงรี กินเนื้อที่ไปถึงบริเวณสวน
“พ่อออกแบบไว้เผื่อทำเรือนหอให้ดินกับน้องๆ ไงล่ะ แต่งงานมีครอบครัวแล้ว ก็อยากจะให้อยู่ใกล้ๆ กัน มีอะไรก็คอยช่วยเหลือกันนะ โดยเฉพาะดิน เป็พี่ใหญ่! มีหน้าที่ต้องดูแลน้องต่อตอนพ่อกับแม่ไม่อยู่แล้ว”
นั่นเป็คำพูดของพ่อ ตอนมีแผนจะสร้างบ้านหลังนี้ขึ้น ตอนนั้นจำได้ว่าเขาอายุยี่สิบแล้ว และกำลังเรียนอยู่ปีสามคณะสัตวศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่ความที่มัวยุ่งกับงาน พ่อเลยไม่มีเวลามาจัดการเื่บ้าน เขาเลยไม่มีโอกาสได้ช่วยเพราะต้องไปเรียนต่อที่อังกฤษก่อน
“นั่นไงจ๊ะ เรือนดาหลา คุณพ่อสร้างให้คุณยายเป็พิเศษ”
ดุจเดือนหยุดยืนตรงสระน้ำ แล้วชี้มือไปบ้านทรงคลาสสิคสีขาวหลังแรกทางด้านซ้าย เขามองเห็นป้ายแต่ไกลก็ตรงตามที่แม่บอกไว้
“ครับ”
“ส่วนหลังติดกันนั้นก็ชื่อเรือนฉัตรฟ้า คุณพ่อทำให้น้องดาว มีทางเชื่อมไว้กับบ้านคุณยายเลย จะได้เดินไปหากันสะดวก”
“ครับ”
“ส่วนฝั่งนี้” เขาหันตามแม่ที่กำลังชี้มาทางด้านขวามือ ซึ่งยังเป็ที่ว่างเปล่า
“คุณพ่อจะปลูกเรือนตรีชวาไว้ให้ดิน ติดกันก็จะปลูกเรือนดุสิตาไว้ให้วุธ ส่วนบ้านพฤกษาที่เป็หลังใหญ่นี่ คุณพ่อจะเอาไว้ให้นะ เพราะเป็ลูกชายคนโตของบ้าน”
ดุจเดือนเผลอเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา แล้วก็ทำท่าคิดขึ้นได้เลยมองมาหาลูกคนโตต่างสายเื แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีกิริยาท่าทางใดๆ เกิดขึ้น ซึ่งเดาไม่ออกว่าภายในนั้นจะรู้สึกยังไง เพราะเท่าที่เลี้ยงดูปูเสื่อกันมา ทำให้รู้ว่าลูกคนนี้มักจะเก็บงำความรู้สึกเก่ง ดีใจ เสียใจ ก็จะไม่ค่อยแสดงออก
“เราไปหาคุณยายกันดีกว่าจ้ะ”
“ครับ”
ปัถพีขยับตัวเพื่อเปิดทางให้แม่นำไปยังบ้านหลังฝั่งซ้าย แม้จะบอกว่าเป็บ้านของคุณยายดารายังไง แต่ดูๆ ไปนั้นก็มีขนาดใหญ่กว่าจะมีไว้อยู่แค่คนสองคน เขาเดาเอาเองว่า พอสิ้นคุณยายดาราแล้ว บ้านนี้น่าจะเป็ของน้องดาวกับครอบครัว เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายชอบพื้นที่กว้างๆ โล่งโปร่งสบาย
จากขอบสระว่ายน้ำไปหาหน้าบ้านแต่ละหลังนั้นกว้าง ไม่หนีสิบห้าเมตร เรียกว่าบริเวณโดยรอบสระนี้ จะใช้เป็ที่ปาร์ตี้ย่อมๆ ก็ได้สบายมาก ยังไม่นับรวมสนามหญ้าด้านหลังบ้านแต่ละหลังทอดยาวไปหารั้ว ก็กว้างขวางไม่น้อย นั่นก็จัดงานได้เช่นกัน
ห่างออกไปจนสุดกำแพงด้านหลัง เขารู้ว่าเป็ห้องแถวชั้นเดียว ทำไว้ให้คนงานอย่างเป็สัดส่วน เขาไปยืนอยู่ตรงประตูไม้หนาทึบ เปิดอ้าเอาไว้ชนิดไม่เกรงกลัวว่าจะมีใครล่วงล้ำเข้ามา
เพราะจะต้องผ่านบ้านพฤกษา ซึ่งใหญ่จนบดบังบ้านทุกหลังเอาไว้ เลยกันและกรองคนจะล่วงล้ำเข้ามาได้เป็อย่างดี เขาก้าวตามแม่เข้าไปด้านใน มีเครื่องเรือนน้อยชิ้นและล้วนแล้วแต่เป็สมบัติส่วนตัวของคุณยายดาราทั้งสิ้น
เดินผ่านห้องโถงออกไปยังประตูหลัง ก็มีระเบียงหลังบ้านติดกับสวนกว้างใหญ่มองแล้วมีชีวิตชีวาไม่น้อย เรียกว่าเบื่อบรรยากาศสระน้ำหน้าบ้าน ก็มานั่งชมสวนด้านหลังแทน เขามองเลยไปถึงกำแพงด้านหลังสูงสองเมตรครึ่ง เห็นแปลงผักไฮโดรโปรนิกของลุงเกิดที่พ่อเคยส่งรูปให้แต่ไกล
ดีใจไม่น้อยเมื่อรู้ว่า บ้านทุกหลังที่พ่อตั้งใจจะสร้างไว้ให้ลูกๆ นั้น จะได้วิวแบบเดียวกันนี้อย่างแน่นอน คือด้านหน้าใช้สระน้ำร่วมกัน ส่วนด้านหลังมีสวนเป็พื้นที่ส่วนตัว
แม้ในใจจะไม่เคยคาดหวังว่าจะได้สมบัติพัสถานใดๆ แต่ก็อดปลาบปลื้มไม่ได้ ที่ท่านไม่เคยลืมลูกข้างถนนที่ท่านเมตตาเก็บมาเลี้ยงจนเป็ผู้เป็คนมาได้ถึงทุกวันนี้
“อ้าวดุจ! นั่นพาใครมาด้วยล่ะ”
คุณยายดารานั่งอยู่บนเบาะสามพับลายสก๊อตซ์ แบบทางภาคอีสานชอบใช้ร้องทักมา ทำเอาเขาต้องหยุดฝีเท้าไว้ ปล่อยให้แม่เดินไปทรุดกายลงนั่งเบาะข้างๆ ก่อน พอถูกกวักมือเรียก เขาถึงคลานเข่าเข้าไปด้วยท่าทีนอบน้อมและมักจะทำแบบนี้เสมอมา
“ดุจพาดินมาไหว้คุณแม่ค่ะ เพิ่งกลับมาเมื่อเช้าแบบไม่บอกไม่กล่าวเลย”
คุณยายดาราในวัยเจ็ดสิบสองปี ถอดแว่นที่ใส่ตอนอ่านหนังสือออก จ้องมองมายังบุคคลที่ตัวเองไม่เคยชอบและไม่ได้เห็นหน้าคร่าตามาเจ็ดปีเต็มๆ
“อ้อ! กลับมาแล้วเหร๊อะนายดิน”
ปัถพีละทิ้งความสนใจในน้ำเสียงสูงนิดๆ เหยียดหน่อยๆ ของคุณยายดาราไว้ แล้วคลานเข่าเข้าไปก้มกราบตรงหน้าท่าน แม้ในใจอยากจะกราบตรงตักด้วยซ้ำ แต่ก็รู้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้น หรือถ้าทำ เ้าของตักก็คงไม่เต็มใจนัก
“ไหว้พระเถอะพ่อคุณ เป็ไงล่ะ ไม่เจอหลายปี ดูเปลี่ยนไปมากนะ จมูกงี้โด่งเชียว ผมก็หยักศกด้วย ผิวก็ขาวยังกับฝรั่งแน่ะ แสดงว่าไม่พ่อหรือแม่เราคงเป็ฝรั่งมังค่าล่ะมั้ง แต่ฉันว่าคงเป็พ่อมากกว่า ่นั้นทหารฝรั่งเข้าเมืองไทยให้ลึ่ม คงจะมาไข่ทิ้งไว้แล้วก็หนีไปไม่รับผิดชอบล่ะสิ ไม่งั้นแม่เธอคงไม่เอาไปทิ้งหรอก”
ถ้อยคำเหล่านี้ เคยสร้างความน้อยเนื้อต่ำใจให้ปัถพีมาแล้วเมื่อในอดีต จนบางครั้งกลายเป็การชี้หรือจี้ปมด้อยของเขาอย่างจงใจ แต่ตอนนี้เขามีภูมิต้านทานดีเยี่ยมแล้ว บวกกับเจอถ้อยคำแดกดันหรือถากถางจากคุณยายดาราบ่อยๆ เลยไม่คิดจะเก็บมาเป็อารมณ์
“ครับ”
เขาหันไปหากล่องของฝากที่เตรียมมา แม้จะรู้ดีว่า ต่อให้สรรหาข้าวของราคาแพงมากแค่ไหน ก็ไม่มีทางทำให้คุณยายดารามอบความรักและเมตตาอยู่ดี แต่ถ้าขืนเอาของไม่ดีมีค่าน้อย ก็จะถูกเหน็บแนมเปล่าๆ ดุจเดือนนั้นออกจะอึดอัดที่แม่เอ่ยแบบนี้ แต่ก็ไม่รู้จะเตือนยังไง เพราะไม้แก่ดัดยากยิ่งแล้ว
“ดินเอาของมาฝากคุณแม่ค่ะ เปิดดูหน่อยสิคะ ดุจอยากรู้ว่าเป็อะไร”
คุณยายดารารับกล่องมา แต่ยังไม่ได้เปิดด้วยซ้ำ ก็ได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวดังมาจากหน้าบ้าน เลยชะโงกมองออกไปหาลำไย ซึ่งเป็เด็กรับใช้ชาวไทยใหญ่ที่จะอยู่ด้วยกันในเรือนตลอดเกือบจะยี่สิบสี่ชั่วโมง และนั่งห่างออกไปเพื่อรอว่าเ้านายจะไหว้วานให้ทำอะไร
“เสียงใครน่ะลำไย เอะอะเชียว”
“คูน้อดากะเพื่อๆ จะมาว่าน้ำค่ะคูยา”
เด็กสาวตอบในแบบที่ใช้ภาษาไทยไม่แข็งแรง กระนั้นทั้งสามก็ฟังออก แม้ปัถพีจะไม่คุ้นและไม่เคยเห็นเด็กรับใช้คนใหม่ก็ตาม เพราะท่านมักจะเปลี่ยนคนบ่อยๆ หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือ
เด็กส่วนใหญ่จะทนอยู่กับท่านได้ไม่นาน ต่อให้เอาเงินเดือนเยอะๆ มาล่อก็ตาม เหตุผลหลักก็คือท่านมักจะระแวงว่าเด็กจะหยิบจับสมบัติของท่านไป
“อ้าว! ตื่นกันแล้วเหรอ มีใครหาอะไรให้กินหรือยังล่ะ เห็นว่ากว่าจะได้นอนก็ตั้งตีสองตีสาม โรงเรียนนี่แย่จริงๆ เลย เอาหลานฉันไปใช้งานไม่รู้จักดูเวร่ำเวลา”
คุณยายดาราบ่น แล้วก็ให้ความสนใจกับหลานแทนที่จะมองของฝาก
“ลำไยไปตามคุณน้องดาวทีซิ บอกว่าให้เข้ามาหาคุณยาย จะได้มาไหว้พี่ดินด้วย”
ปัถพีนั่งนิ่ง แล้วก็ครุ่นคิดถึงน้องเล็กของบ้านที่ไม่ได้เจอกันนานถึงเจ็ดปี ว่าหน้าตาจะเป็ยังไง จะสะสวยขึ้นหรือขี้เหร่ลงมากน้อยแค่ไหน ในใจนั้นก็คิดไปถึงวีรกรรมสุดท้ายที่น้องทำ จนแขนต้องเข้าเฝือกก่อนไปเรียน ตามด้วยอาการบ่นแล้วบ่นอีกในทุกเช้า เมื่อน้องต้องไปรดน้ำต้นไม้แทนเขาตามคำสั่งของพ่อ
“ลำไย! บอกคุณน้องดาวว่าให้ใส่เสื้อคลุมเข้ามาด้วยนะ อย่ามาแบบที่เคยทำ คนอื่นเห็นแล้วมันไม่งาม”
คุณยายดาราปรายตามาหาหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาราวชาวยุโรป ผิดกับหลานชายทั้งสองของตัวเองที่หล่อแบบไทยผสมจีน แม้ความสูงจะใกล้เคียงกันก็ตาม คนถูกมองนั้นก็ได้ยินคำว่า ‘คนอื่น’ อย่างชัดเจน และรู้ว่าคนพูดจงใจจะย้ำ แต่เขาก็ไม่แสดงท่าทีใดๆ นอกจากนั่งนิ่งเท่านั้น
“คุณยายมีอะไรเหรอคะ”
เสียงนี้ดังมาั้แ่เ้าตัวยังไม่ปรากฏแก่สายตาแล้ว เขาหันไปมอง ก็เห็นเ้าของร่างผอมบางในวัยสิบหกปีเต็ม มีเสื้อคลุมสีชมพูหุ้มกายเอาไว้ แล้ววิ่งมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่พอเห็นเขาเท่านั้น สองเท้าเปล่าขาวบางก็หยุดกึกลงทันที
“ว่าไงเรา โตแล้วนะจ๊ะ ทำไมยังวิ่งซนเหมือนเด็กอีก ดูซิว่าใครมา”
ดุจเดือนมองลูกสาวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม สายตานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและเอ็นดูยิ่ง ปัถพีเห็นสายตาแบบเดียวกันนี้จากคุณยายดารา ขณะน้องเล็กของบ้านกำลังเดินอ้อมเขาไปนั่งเบียดอยู่กับเบาะของท่าน
“พ่อดินไง จำไม่ได้เหรอเรา”
คุณยายดาราเอ่ย มือก็ยกขึ้นลูบกลุ่มผมดำสลวยของหลานที่เกล้าขึ้นไปเป็จุกไว้กลางศีรษะ เ้าของสองมือบางยกไหว้พี่ชายใหญ่ของบ้านที่ตัวเองก็ไม่เจอหน้านานนม แต่ความขุ่นเคืองที่พี่เคยทำให้นั้นไม่เคยลืมเลือนไปจากใจ และยังจำได้แม่นยำว่าตัวเองต้องทำงานเป็คนสวนแทนนับเดือน
ปัถพีรับไหว้น้องเล็กด้วยใบหน้าเจือยิ้มน้อยๆ แต่ไม่พูดอะไร ได้แต่มองมือขาวเรียว คว้ากล่องของฝากจากเขา ที่คนเป็ยายเมินหมางไป
“นี่อะไรคะคุณยาย”
“ของฝากจากพ่อดินน่ะ”
“อ้าว! แล้วของน้องดาวล่ะคะ พี่ดินไม่เอามาฝากหรือไงคะ”
สาวน้อยวัยสิบหกมองมาหาพี่ใหญ่ของบ้านแล้วทำหน้าเง้างอน เมื่อเผลอคิดไปว่าตัวเองจะถูกลืมเลือนหรือหมางเมินไป ซึ่งเป็อะไรที่จะยอมไม่ได้
“มีครับ แต่พี่ยังไม่ได้เอามาให้ พี่ไม่รู้ว่าจะเจอน้องดาวตอนนี้นี่ครับ ไว้ตอนกินข้าวก่อนก็แล้วกันนะครับ”
“แล้วพี่ดินซื้ออะไรมาฝากน้องดาวคะ ถ้าราคาถูกกว่าคนอื่น น้องดาวจะงอนจริงๆ ด้วย”
เ้าของใบหน้าขาวน่ารักน่าเอ็นดูเบ้ปากใส่อย่างเอาเื่ แต่พี่ใหญ่นั้นกลับยิ้มอย่างไม่ถือสา
“ไม่บอกครับ เอาไว้ให้น้องดาวลุ้นเอง”
แถมตอบไปแบบไม่เกรงกลัว ว่าจะน้องเล็กจะขัดเคืองหรือไม่พอใจด้วยซ้ำ และเขาก็มักจะทำแบบนี้มาั้แ่ไหนแต่ไร คือไม่อยากเอาใจน้องตามคนในบ้าน ด้วยไม่อยากให้เสียเด็ก ต่อให้จะถูกคุณยายมองแบบไม่พอใจก็ตาม
“ถ้าพี่ดินซื้อของถูกกว่าคนอื่นมาให้น้องดาว คอยดูเลย ตอนน้องดาวกลับจากไปเรียนต่อ น้องดาวจะซื้อของถูกๆ มาแก้แค้นพี่ดินบ้าง หรือไม่น้องดาวก็จะไม่ซื้อมาให้เลย ชิ! ”
น้องเล็กเองก็บอกไปตามใจคิด และแบบไม่เกรงกลัวว่าพี่ใหญ่จะขุ่นเคืองเช่นกัน ในเมื่อพี่ใหญ่มักจะขัดใจบ่อยๆ เื่อะไรจะยอม
“เอาใหญ่แล้วลูกสาวฉัน จะไปเล่นน้ำกับเพื่อนๆ ก็ไปเถอะ ผู้ใหญ่จะคุยกัน”
เพียงเท่านั้น คุณหนูเล็กของบ้านก็วิ่งตัวปลิวออกไปอย่างรวดเร็ว คุณยายดารากับดุจเดือนมองตามแล้วส่ายหน้าน้อยๆ ส่วนปัถพีนั้นแค่อมยิ้ม แม้น้องจะแผลงฤทธิ์ใส่ยังไง แต่เขาก็ไม่เคยถือสา ยังคงรักและเอ็นดูไม่เปลี่ยนแปลง และนั่นทำให้คุณยายดาราไม่ชอบสายตาแบบนั้นเอาเสียเลย
“กลับมาแล้วก็คงจะรีบไปช่วยงานพ่อยุทธ์เลยใช่มั้ยล่ะนายดิน หรือจะต้องไปทำงานหาประสบการณ์จากที่ไหนอีก ฉันว่าทำเมืองนอกก็พอแล้วมั้ง จะเสียเวลาไปทำที่อื่นทำไม พ่อยุทธ์เหนื่อยแล้ว อยากมีคนไปช่วยจะแย่”
เลยรีบเอ่ยเสียงแข็งนิดๆ ทำเอาปัถพีต้องหันกลับมาหา
“ผมตั้งใจจะกลับมาช่วยงานคุณพ่อเต็มที่แล้วครับ”
เพราะเมื่อก่อน ตอนเรียนมัธยมปลายกระทั่งจบปริญญาตรี วันเสาร์กับ่ปิดเทอมนั้น เขามีโอกาสได้เข้าไปช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ของพ่อมาบ้างแล้ว แม้จะไม่เป็ชิ้นเป็อัน แต่ก็ได้ความรู้หลายต่อหลายอย่างมาพอสมควร โดยเฉพาะรู้จักพนักงานรุ่นเก่าๆ ที่ทำงานมาั้แ่สมัยคุณปู่ชัย
“ก็ดีแล้วล่ะ ใครเลี้ยงดูปูเสื่อมา เธอก็ต้องกตัญญูรู้คุณนะ พ่อยุทธ์เสียเงินเสียทองส่งเราเรียนไม่ใช่น้อยๆ โรงเรียนธรรมดาก็ไม่ให้เรียน ต้องเป็โรงเรียนอินเตอร์ จบเมืองไทยแล้วก็ไม่ยอม ต้องให้ไปต่อเมืองนอกอีก สิ้นเปลืองเงินไม่รู้กี่ล้านต่อกี่ล้าน แถมกำลังจะสร้างบ้านไว้ให้อีก จะไปทำงานก็คงจะต้องซื้อรถให้ด้วยล่ะมั้ง เธอต้องนึกถึงบุญเอาไว้มากๆ จะทำอะไรไม่ดีก็ต้องคิดให้ถี่ถ้วน อย่าให้การทำนายของซินแสเซียงเสียเปล่าเชียวนะ ฉันไม่เก็บเธอไว้จริงๆ ด้วย”
“ครับ”
ไม่ว่าจะถูกเหน็บแนมหรือแดกดันสักเท่าไหร่ ปัถพีก็จะกักเก็บความไม่พอใจเอาไว้ภายในแค่นั้น ไม่เคยคิดจะแสดงออก และไม่เคยคิดเคียดแค้นด้วยซ้ำ เพราะมีเป้าหมายในชีวิตอย่างแน่วแน่
และพร้อมจะพิสูจน์ให้ผู้คนเห็น ว่าเขาเป็คนยังไง ไม่มีอะไรจะบอกได้ดีไปกว่า ‘การกระทำกับกาลเวลา’ อีกแล้ว เขาก็หวังเอาไว้ว่า สักวันคุณยายดาราจะเปลี่ยนมุมมองในตัวเขาได้
“ฉันคงจะสบายใจมากกว่านี้ ถ้าตานะกับตาวัธอยากเดินตามรอยพ่อบ้าง แต่นี่อะไร คนพี่ก็อยากเป็หมอ คนน้องก็ดันอยากเป็ศิลปิน ไม่รู้อะไรดลใจให้คิดผ่าเหล่าผ่ากอแบบนั้น อุตส่าห์มีลูกชายเป็ของตัวเองตั้งสองคน ดันไม่ชอบงานบริหารเหมือนพ่อ”
“แต่น้องดาวอยากทำนะคะคุณแม่”
ดุจเดือนเหมือนอยากจะเตือนแม่กลายๆ ว่ารุกหลานชายนอกไส้มากไปแล้ว เลยพยายามเปลี่ยนเื่ แถมมองไปหาแม่เป็เชิงเตือนให้รู้ตัว หรือถ้าแม่ไม่ได้พลั้งเผลอ ก็อยากบอกให้หยุดเหน็บแนมได้แล้ว
“ยัยน้องดาวจะทำอะไรได้แค่ไหนเชียวแม่ดุจ เป็ผู้หญิงยิงเรือ เรียบจบมาไม่กี่ปีก็คงจะต้องมีผัว ออกบ้านออกเรือนแล้ว จะเหมือนลูกชายได้ยังไงล่ะ ไม่รู้ล่ะนะนายดิน ยังไงฉันก็จะฝากนายดินคอยช่วยพ่อยุทธ์แล้วกัน อย่าหนีไปไหน ให้อยู่คอยช่วยไปแบบนี้เลยนะ ใครกตัญญูรู้คุณคน โบราณว่าไม่อับจนหรอก”
“ครับ”
=======================
โปรเด้งๆ มาแล้วจ้า รีบโหลดเลยจ้า
shorturl.at/hoR18 <=ร้อยรวยใจ ลด 43% 400 เหลือ 229 อีก 6 วัน
shorturl.at/dMSU1 <=เหลี่ยมอสูร ลด 54% 149 เหลือ 69 อีก 7 วัน
shorturl.at/yDEH2 <=ราคีสีชมพู ลด 47% 149 เหลือ 79 อีก 7 วัน
shorturl.at/dfBLW <=เมียทาสสวาท ลด 41% 388 เหลือ 229 อีก 7 วัน
shorturl.at/kHTX8 <=วิมานมาร์คีย์ ลด 39% 311 เหลือ 189 อีก 7 วัน
========================
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
========================
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================
