ตอนที่ 4
“โอ๊ย!! ขอโทษค่ะ อิงรีบตามคุณไปหน่อย” จะหยุดทำไมไม่บอกอีตาบ้านี่เจ็บนะโว้ย!
“ก็คุณเดินไม่ทันผมก็เลยหยุดรอคุณไง” เออขอบใจย่ะ!! ฉันนี่เกือบหงายหลังดีนะที่เขามือไวคว้าแขนของฉันไว้ทันเกือบล้มแล้วไหมล่ะเรา เจ็บไม่ว่า อายนี่เื่ใหญ่เลย
“ไปกันต่อดีไหมคะ” ฉันเป็ผู้หญิงแล้วคุณแม่ของฉันก็สอนมาดีฉันก็ต้องพูดกับเขาอย่างไพเราะอยู่แล้ว ถึงในใจจะตรงกันข้ามก็ตาม
“ครับ” ครั้งนี้เขาเดินช้าลงมากขอย้ำว่ามาก เมื่อกี้อย่างกับคนปวดขี้ไม่รู้จะรีบไปไหนตอนนี้อย่างกับเดินชมนกชมไม้ นี่เขากำลังแกล้งฉันอยู่หรือเปล่าเนี่ยคุณท่านรองเื่เยอะเอ๊ย =*-*=! ฉันแอบด่าเขาในใจนิดหน่อย
แล้วฉันก็พาเขามาที่แผนกบัญชีก่อนเพราะเป็แผนกที่อยู่อันดับแรกถ้าเดินย้อนออกมา เพราะห้องผู้บริหารจะอยู่ด้านในสุดตอนเช้าถ้าเขาเดินเข้าไปทำงาน เขาก็จะต้องเดินผ่านทุกแผนกเช่นกัน แต่! ตอนนี้! เป็อย่างที่ฉันคิดไว้จริงๆด้วย ทุกคนยังไม่ได้ทำงานเลย ฉันมองนาฬิกาที่ข้อมือตอนนี้แค่สองโมงครึ่งเท่านั้นตายแล้ว!! บางคนนั่งจิบกาแฟกันอย่างสบายใจ แถมขนมปังยังคาปากอยู่เลยบางคนก็เล่นเกม บางคนก็อ่านข่าว บางคนก็อ่านนิยายก้มหน้าก้มตาไม่ได้มองมาที่หน้าประตูเล๊ยยยย...
“ทุกคนคะ” ฉันพยายามเรียกพวกเขาแต่ก็ไม่มีใครสนใจฉันนี่เสียวแทนเลย
“ทุกคนคะ” ฉันเรียกพวกเขาใหม่อีกครั้งตอนนี้ฉันกับคุณภัทรยืนอยู่หน้าประตู แต่สีหน้าของคุณภัทรก็ไม่ได้บ่งบอกว่าเขารู้สึกยังไงนะแต่มีบางคนเริ่มได้ยินเสียงที่ฉันเรียกบ้างแล้วทำให้คนที่เห็นคุณภัทรยืนอยู่ที่หน้าประตู หน้าตาตื่นกันเลยทีเดียว คุณภัทรยืนเฉยๆตอนนี้เริ่มเอามือทั้งสองข้างของเขามาท้าวอยู่ที่เอวแล้ว ท่าทางเกรงขามสุดๆ
“อ้าวอิ่มกันหรือยังครับ” หน้าเขาเฉยมากทำให้ทุกคนลนลานรีบเก็บของกินที่อยู่บนโต๊ะลงใต้โต๊ะกันใหญ่ ภายในเวลาพริบตาเดียวทั้งห้องก็เรียบร้อยเหมือนไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น
“อิ่มแล้วครับท่านรองท่านรองมีอะไรให้พวกผมรับใช้หรือเปล่าครับ” พี่ขวัญเป็หัวหน้าแผนกรีบพูดขึ้นก่อนฉันเห็นสีหน้าของพี่ขวัญแล้วเหมือนมีอะไรติดคออยู่นะ ดื่มน้ำก่อนไหมพี่!
“คุณอิงไปหาน้ำมาให้เขาดื่มหน่อยซิผมไม่ได้อยากขึ้นชื่อว่ามาทำให้ใครตายที่นี่หรอกนะ” เขาหันมาพูดกับฉันทำไม ทำไมไม่บอกคนอื่นล่ะ แต่ฉันยังไม่ได้ทันทำอะไรพี่ขวัญก็หยิบน้ำที่อยู่บนโต๊ะของตัวเองขึ้นดื่ม ค่อยยังชั่วไหมพี่ฉันนี่รู้สึกติดคอแทนเขาเลย
“ผมว่าผมจะมาทักทายพวกคุณสักหน่อยแต่ดูเหมือนว่าพวกคุณคงยังไม่พร้อม” แล้วเขาก็หมุนตัวแล้วเดินออกจากตรงนั้นไป อีกแผนกหนึ่งทันทีแต่ฉันรีบห้ามเขาไว้ก่อนที่ขายาวๆ ของเขาจะก้าวต่อไป
“เดี๋ยวค่ะคุณภัทร” ที่จริงฉันก็ไม่อยากจะพูดแต่ฉันคงต้องพูดเพราะฉันไม่อยากทำให้ใครขนมติดคอเหมือนเมื่อสักครู่นี้อีกแต่ละแผนกก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็แบบนี้หมดหรอกนะ แต่แค่ส่วนมากน่ะ
“คุณอย่าบอกนะว่าทุกแผนกก็เป็แบบนี้” โอ้โหสมแล้วที่มาเป็เ้านายของฉันฉลาดหลักแหลมมากฉันชมนะไม่ได้ด่า ฉันรีบพยักหน้าไวๆ สองสามทีเป็คำตอบ ตอนนี้ฉันกลัวใจเขามากเพื่อนๆ ของฉันจะถูกไล่ออกไหมเนี่ย ไม่นะฉันต้องห้ามไม่ให้เขาเดินไป
“ถ้างั้นก็กลับ” เฮ้ย!!จริงดิ เกินคาดแฮะ เขาหมุนตัวเดินกลับมาที่ห้องทำงานของเขาเหมือนเดิมฉันไม่รู้ว่าเขาโกรธหรือเปล่า แต่เขาเหมือนจะคิดอะไรอยู่ในใจแล้วตอนนี้ก็เดินมาถึงหน้าโต๊ะทำงานของฉันแล้ว แล้วเขาก็หยุดแล้วหันมาพูดกับฉันว่า...
“เข้าไปคุยกันด้านในหน่อย” น้ำเสียงเรียบเข้มทำให้ฉันคิดว่าคนเป็เ้าของอย่างเขายังไงก็ต้องไม่ชอบแน่ ใครจะไปชอบ ถ้าเป็ฉันฉันก็ไม่ชอบแต่ฉันเป็ลูกจ้างไง ฉันก็เลยรู้สึกเฉยๆ แต่ฉันว่าฉันเข้าใจความรู้สึกเขานะตอนนี้ฉันเดินตามเขาเข้ามาภายในห้องของเขาแล้วเขานั่งลงที่เก้าอี้สีหน้าเหมือนคิดอะไรอยู่ในใจตลอดเวลาไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเื่อะไร...
“อิง...” เขาเรียกชื่อฉันเสียงเบา เฮ้ย!!ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเขากำลังคิดหนักนะ
“ถ้าคุณเป็ผม คุณจะทำยังไงกับพวกเขาดี” ตอบยากมากั้แ่ที่ฉันเคยตอบคำถามคนมากก็ฉันเป็พนักงานเหมือนพวกเขาไง ฉันจะเป็เสียงให้พวกพี่ๆ พวกนั้นเองแต่ฉันก็ไม่ได้บอกว่าพวกนั้นทำถูกต้องหรอกนะแต่ฉันแค่อยากให้เดินคนละครึ่งทางก็เท่านั้น
“ถ้าอิงพูดคุณภัทรจะฟังอิงหรือเปล่าล่ะคะ” ฉันก็กลัวเหมือนกันนะเกิดเขาโมโหในสิ่งที่ฉันพูดแล้วเขาบีบคอฉันตายคาห้อง ฉันจะทำยังไงล่ะ แต่! คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ฉันก็เวอร์ไปหน่อย
“คุณลองพูดมาสิผมจะทำใจลองฟังดู” เอาล่ะฉันจะพูดแล้วนะ...
“ที่นี่ไม่ได้มีกฎไม่ให้พนักงานทานอาหารไม่ได้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้ทานกันแบบตามใจแบบนั้นได้” นี่คือช่องโหว่ฉันอยู่ที่นี่มาสองปีนะทำไมฉันจะไม่รู้ข้อนี้เพราะกฎทุกข้อมันจะมีข้อยกเว้นของมันเสมอ
“ผมคงต้องตั้งกฎขึ้นมาสินะแล้วพวกที่เล่นมือถือล่ะ พวกเขาคงไม่ได้เล่นกันจนไม่เป็อันทำงานให้ผมหรอกใช่ไหม” ทำไมฉันต้องมาตอบอะไรแบบนี้ด้วยนะอึดอัดจัง ฉันว่าฉันเข้าใจสายตาของเ้าของที่มองพวกเรานะ
“ถ้าเป็สายตาของเ้าของมองก็คงไม่ได้ชอบใจนัก เพราะคุณคงคิดว่าพวกเขาทำงานไม่คุ้มค่าแรง แต่...ถ้าเป็ความคิดของพวกเขา พวกเขาคิดว่า พวกเขาโตแล้วมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบกันทุกคนและพวกเขาก็ทำกันเต็มที่ในสิ่งที่พวกเขาได้รับมอบหมายนั้นดีไม่ขาดตกบกพร่อง” ฉันพยายามให้เขามองในแง่ของผลงานมากกว่า
“คุณไม่ได้กำลังช่วยพวกเขาพูดอยู่ใช่ไหม” ถ้าจะให้ฉันตอบคำถามนี้ฉันก็คงตอบว่าใช่! แต่ฉันไม่ตอบแต่เลือกที่จะพูดต่อ เพราะฉันยังพูดไม่จบ
“ถ้าคุณดูที่ยอดขายหรือกำไรของบริษัทเราคุณจะเห็นว่ากราฟยอดขายหรือกำไรของบริษัทเราขึ้นทุกปีและเป็แบบนี้มาเป็สิบสิบปีแล้วถ้าจะตกบ้างก็คงจะเป็ที่เศรษฐกิจใน่นั้นแต่ก็น้อยมาก” ฉันพยายามอธิบายในแง่ของผลงานมากกว่าภาพพจน์ที่พวกเราไม่เคยรักษามันเลย
“คุณกำลังจะบอกอะไรกับผมกันแน่เหมือนเราจะคุยกันคนละเื่นะ” เขาดูไม่พอใจกับคำตอบของฉันแต่นั่นมันก็เื่ของเขา