9
จุดเริ่มต้น
หลังจากนั้นหนึ่งเดือนอรตีก็ได้ฤกษ์แต่งงานกับแฟนหนุ่มที่คบหากันได้เพียงแค่สองปีวธุกาเลยต้องออกมาหาชุดสวยๆ ในตัวเมืองพร้อมกับสามีซึ่งเขาก็ตั้งใจพาไปตัดชุดในร้านสุดหรูของจังหวัดและนัดมารับชุดในวันนี้ทั้งคู่มาถึงใน่เช้าก่อนร้านเปิดจึงแวะพักที่ร้านกาแฟประจำของวิเนตย์ระหว่างที่นั่งดื่มกาแฟอยู่นั้นสายตาของหญิงสาวก็มองเห็นคนงานในนวลน้อยรีสอร์ตมาซื้อของในตลาด
“นั่นลุงเสกนี่คะ”พูดพลางชี้นิ้วออกไปนอกกระจกบอกสามีด้วยแววตาตื่นเต้นดีใจเมื่อเห็นคนงานของนวลน้อยรีสอร์ตอยู่ฝั่งตรงข้ามกับร้านกาแฟที่ตนนั่งอยู่
“คุณจะไปไหนคุณวาท”ฝ่ายสามีถามเมื่อเห็นภรรยาทำท่าจะลุกจากที่นั่ง
“ไปช่วยลุงเสกยกของค่ะแกมาคนเดียวคงเหนื่อยแย่เดี๋ยวมานะคะ”เพราะความเคยชินในการออกมาจ่ายตลาดพร้อมกับลุงเสกทำให้วธุกาไม่รอช้าที่จะเข้าไปช่วยเหลือชายสูงวัยยกของขึ้นรถวิเนตย์ที่มองตามหลังไปได้แต่ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจก่อนจะลุกขึ้นเดินตามหลังภรรยาไปห่างๆ
“สวัสดีค่าลุงเสก”
“อ้าว คุณวาทมาทำอะไรที่นี่ครับ”ลุงเสกทักเสียงดังอารมณ์ดี มือก็ยกขึ้นปาดเหงื่อตรงหน้าผากออกด้วย
“มารับชุดที่จะใส่ไปงานแต่งยัยอรค่ะมาเดี๋ยววาทช่วยนะคะ”
“ไม่ต้องหรอกครับคุณวาทลุงทำเองได้ครับเดี๋ยวจะเปื้อนเสื้อผ้าชุดสวยๆ เสียเปล่า”
“อะไรกันลุงทำอย่างกับวาทไม่เคยทำไปได้คนกันเองทั้งนั้น แล้วนี่ทำไมคุณป้าไม่ให้คนมาช่วยลุงเสกล่ะคะ ของเยอะแยะแบบนี้จะแบกขึ้นรถยังไงไหว”วธุกาถามด้วยระหว่างที่ยกของใช้ขึ้นไว้บนรถกระบะ
“คุณตีแกบอกว่าเปลืองคนเปล่าๆให้ลุงทำคนเดียวก็พอ”
“คุณป้านี่ใช้งานลุกเสกหนักไปแล้วนะคะอีกเยอะเลยนี่ไปยกมาเถอะค่ะ เดี๋ยวตรงนี้วาทเอาขึ้นรถให้เอง”
“โอย ขอบคุณคุณวาทมากนะครับ เหลือแต่ของหนักๆทั้งนั้นอีกไม่กี่อย่างก็หมดแล้วครับ”
“ไปยกมาเถอะค่ะ”
“ครับ”ลุงเสกหันหลังเดินกลับเข้าไปในตลาดเพื่อไปขนของที่ซื้อกองรวมกันเอาไว้ตรงลานส่วนกลางออกมาข้างนอกวธุกากำลังจะยกกระสอบข้าวสารขนาดกลางขึ้นรถแต่แล้วใครบางคนก็มาแย่งจากมือไปเสียดื้อๆ
“คุณวิเนตย์ออกมาทำไมนั่งกินกาแฟไปเถอะค่ะ ฉันทำเองได้แค่นี้สบายมาก” หญิงสาวรีบบอกสามีแต่แทนที่วิเนตย์จะรับฟังเขากลับดึงมือของภรรยาให้หลบไปอีกทางแล้วเป็คนยกของบนพื้นขึ้นรถจนหมดทุกชิ้น ระหว่างนั้นลุงเสกก็ขนของออกมาอีกรอบพอดีวธุกากำลังจะเดินไปช่วย
“ไม่ต้องคุณวาท!” สามีของเธอก็ตวัดเสียงดุใส่เสียก่อน เลยต้องชะงักแล้วยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
“ผมช่วยครับลุง”ลุงเสกชะงักเล็กน้อยแต่พอเห็นวธุกาพยักหน้าให้ก็ยอมที่จะให้วิเนตย์ช่วยขนของขึ้นรถ
“เอ่อ ขอบคุณมากครับคุณวิเนตย์”
“มีอีกไหมครับ”
“หมดแล้วครับ”
“งั้นเราไปกันเถอะคุณวาท”วิเนตย์หันไปพูดกับภรรยาที่ยืนกอดอกอยู่อีกทาง
“วาทไปก่อนนะคะลุงเสกขับรถกลับรีสอร์ตดีๆ นะคะ” หญิงสาวยิ้มให้ลุงเสกอย่างเคยชิน
“ขอบคุณที่ช่วยผมยกของนะครับคุณวาทคุณวิเนตย์”
“ไม่เป็ไรครับลุง”วิเนตย์ยิ้มให้ชายสูงวัยบ้าง
รถของลุงเสกแล่นจากไปแล้วทั้งคู่ก็กลับเข้ามานั่งในร้านกาแฟเหมือนเดิมวธุกาอมยิ้มมองหน้าสามีที่ทำตัวเป็ฮีโร่เข้าช่วยภรรยายกของเมื่อครู่นี้
“ขอบคุณนะคะคุณวิเนตย์ที่ช่วยฉันยกของ”
“คุณเป็ผู้หญิงนะคุณวาทคุณไปยกของหนักๆ พวกนั้นทำไม คนงานก็มีทำไมไม่ใช้ หรือว่าที่รีสอร์ตคุณยายคุณเขาใช้คนไม่เป็เลยต้องมาใช้หลานสาวเ้าของรีสอร์ตยกกระสอบข้าวสารแทน”เขาร่ายยาวอย่างเหลืออดเหลือทนกับสิ่งที่เห็นอยู่บ่อยครั้งก่อนที่วธุกาจะแต่งเข้ามาเป็ภรรยาของเขา
“คนที่รีสอร์ตน้อยค่ะปกติฉันกับลุงเสกก็ทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว” วธุกาบอกแล้วยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ
“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะคุณวาทคุณทำแบบนี้ทุกวันไม่รู้สึกเหนื่อยบ้างหรือไง อย่างน้อยๆก็น่าจะเป็คนงานผู้ชายสักสองสามคนมาช่วยกันยก”
“ก็บอกแล้วไงคะว่าคนน้อยขืนมากันหมดใครจะดูแลลูกค้าอีกอย่างฉันก็ทำจนชินแล้วไม่เห็นจะเป็ไรเลย แต่ว่า...ทำไมคุณรู้ล่ะว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรือว่า...” หยุดพูดแล้วก็ทำตาโตใส่เขา ก่อนจะเอียงหน้าไปมาเหมือนคิดอะไรอยู่ในใจ
“อะไร”
“ฮั่นแน่ คุณมาแอบดูฉันใช่ไหมที่แท้ก็สนใจฉันก่อนหน้านี่เองถึงได้ให้คนมาขอ” วธุกาหรี่ตาแคบมองเขามุมปากก็ยิ้มล้อเลียนสามีไปด้วย
“ประสาทหรือเปล่า!”
“แล้วกันล้อเล่นนิดเดียวเอง”
“ผมมาในเมืองแล้วก็มานั่งที่ร้านนี้เป็ประจำไม่ได้อยากเห็นหรอกนะ แต่คุณมาแบกกระสอบข้าวสารตรงหน้าผมแทบทุกครั้งมันเลยจำติดตา”‘แล้วก็ติดไปถึง...ความรู้สึกด้วย’คิดแล้วก็ถอนหายใจเบาๆ เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอเล่าบางเื่ให้ภรรยาได้รับรู้เข้าเสียแล้วยิ่งดวงตาคู่สวยมองเขานิ่งแล้วอมยิ้มนิดๆ ยิ่งทำให้เขาทำตัวไม่ถูกเลยในตอนนี้
“ั้แ่เมื่อไหร่คะ”
“อะไรเมื่อไหร่”
“ก็ที่คุณมานั่งอยู่ตรงนี้แล้วมองฉัน”น้ำเสียงของคนถามฟังดูจริงจังขึ้นมาในทันทีวิเนตย์ถึงกับต้องยกถ้วยกาแฟขึ้นดื่มกลบเกลื่อนความรู้สึกของตนเอง
“ก็...หลายเดือนแล้วเหมือนกัน”เขาอ้อมแอ้มตอบ
“นี่คือจุดเริ่มต้นใช่ไหมคะคุณวิเนตย์...เื่ของเรา”เจอคำถามตรงๆ แบบนี้ชายหนุ่มถึงกับต้องหันหน้าหนีไปมองนอกกระจกจุดที่รถของนวลน้อยรีสอร์ตเข้ามาจอดขนของเป็ประจำ คงไม่ต้องปิดบังอีกต่อไป
“ใช่...นี่คือจุดเริ่มต้นเื่ของเรา”เขาสารภาพตามตรง
“คุณเห็นฉันเลยให้คนไปขอคุณชอบฉันเหรอคะ” ใครจะคิดว่าชายหนุ่มอย่างเขาจะถูกภรรยาต้อนจนจนมุมรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็บึ้งตึงก่อนจะตอบกลับภรรยา
“ใครว่าผมชอบคุณเพ้อเจ้อใหญ่แล้วคุณวาท”
“เหรอคะ...ไม่ได้ชอบฉันเลยเหรอคะว้าแย่จัง” หญิงสาวทำหน้าผิดหวังเล็กน้อย ก้มต่ำมองถ้วยกาแฟของตนเองก่อนจะเงยขึ้นมองสามีที่ตอนนี้หันหน้าหนีไปด้านข้างเหมือนคนไม่อยากพูดถึงเื่นี้อีกต่อไป
“ร้านคงเปิดแล้วมั้งคะ เราไปกันเถอะ”
“อืม” วิเนตย์เรียกพนักงานมาคิดเงินจากนั้นก็พากันเดินไปยังห้องเสื้อที่สั่งตัดเอาไว้
ชีวิตของวธุกาก็สลับสับเปลี่ยนกันไปเรื่อยวันนี้สุขพรุ่งนี้ทุกข์ไม่ได้สุดโต่งไปสักทางแต่ก็อึนมึนได้ในแต่ละวันหญิงสาวพยายามมองโลกในแง่ดี ว่านี่คืออีกหนึ่งความทรงจำของชีวิตซึ่งเมื่อมีเข้ามาก็จะต้องผ่านพ้นไป