-36-
โยลี
(โยลี)
‘มีข่าวด่วนเข้ามาค่ะ เป็นการแถลงข่าวเรื่องความสัมพันธ์ของคุณติสรณ์กับคุณโยลี ดูเหมือนทั้งคู่จะถึงทางตันแล้วค่ะ ทางต้นสังกัดออกมาบอกว่าทั้งคู่เลิกรากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว…’
ฉันคิดว่าเขาแค่ขู่ แต่ความจริงเขาตั้งใจจะทำจริงๆ ยอมเสียชื่อเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากฉัน ยอมถูกตราหน้าว่ามีชู้ก็เพื่อไปอยู่กับอีเด็กคนนั้น…
“พี่จะมาเฝ้าโยทำไม โยไม่ได้จะทำอะไรไม่ดีสักหน่อย”
“แต่คุณติสรณ์กังวลว่าน้องโยจะทำร้ายตัวเอง”
“โยไม่ทำหรอกค่ะ”
ฉันนั่งกำหมัดแน่นอยู่กับที่ สมองกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ฉันพลาดตรงไหนกัน ติสรณ์ไม่มีทางรู้แน่ว่าฉันไม่ได้ท้องและเขาไม่มีทางรู้เด็ดขาดว่าเรื่องในคืนนั้นเราสองคนไม่ได้มีอะไรกัน มันเป็นแค่การจัดฉากของฉันเท่านั้น
งานเลี้ยงเปิดตัวภาพยนตร์
วันนั้นเป็นงานเลี้ยงเปิดตัวภาพยนตร์ฮอลลิวูด ฉันแต่งชุดราตรีเพื่อไปงานกับติสรณ์ซึ่งเป็นผู้บริหารบริษัท Tin
ปกติเราสองคนเป็นเพื่อนกันอยู่แล้วแต่ฉันไม่เคยคิดกับเขาแบบเพื่อนเลยสักครั้งซึ่งเขาก็รู้ แต่วันนั้นสิ่งที่ทำให้ฉันเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างก็คือ…
ฉันเห็นติสรณ์คุยโทรศัพท์กับใครบางคนที่ระเบียงหน้างานก็เลยเข้าไปแอบฟัง
‘อยู่ที่ไหน…ฉันบอกให้เธอกลับบ้านไง…อยากให้บอกจีใช่ไหม…อะไร…ก็บอกให้กลับตั้งนานแล้ว…กี่โมงกี่ยามแล้วเจียวเจียว…ก็ค่อยทำต่อพรุ่งนี้…นี่!!’
ติสรณ์ถูกตัดสายทิ้งแต่ก็ยังกดสายโทรออกไปอีกหลายครั้ง สีหน้าและแววตามีแต่ความไม่พอใจ และที่ทำให้เขาโกรธมากขึ้นกว่าเดิมก็คือข้อความ ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่ามันคือข้อความของใคร
บอกตามตรง ตั้งแต่รู้จักกับเขามา คนที่สามารถทำให้เขาคุมอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่ก็มีแค่คนเดียวคืออาเจียว
‘โธ่เว้ย!!’
ติสรณ์เริ่มหัวเสียและเดินกลับเข้าไปในงานเพื่อคุยกับจีรภัทร ฉันเดินตามเขาไปเว้นระยะห่างเล็กน้อยเพื่อจับผิดปฏิกิริยาบางอย่าง
‘เป็นอะไรวะ หน้าหงิกเชียว’
‘เจียวเจียวอยู่หอกับผู้ชาย’
‘อะไรนะ!!’
‘แกไม่โทรไปถามดูล่ะ’
‘ไหนตอนแรกอาเจียวบอกว่าอยู่กับมิก’
‘นั่นก็ผู้ชายไง’
‘มันเป็นเพื่อนกัน’
‘แต่เป็นผู้ชายไง’
‘ไอ้ติ แกจะโวยวายอะไรวะ’
‘แกไม่ห่วงหรือไง!! เจียวเจียวอยู่กับผู้ชาย!!’
‘เดี๋ยวอาเจียวก็กลับ’
‘แก…’
‘อย่าซีเรียสวะ เดี๋ยวก็กลับ’
หลังจากนั้นจีก็เดินไปคุยกับผู้กำกับคนอื่น ปล่อยให้ติสรณ์ยืนอยู่ด้วยอารมณ์คุกรุ่น
ฉันตัดสินใจเดินเข้าไปหาติสรณ์พร้อมกับยื่นแก้วเหล้าให้เขา
‘ติเป็นอะไรหรือเปล่าคะ’
‘เปล่า’
‘คุณมีสีหน้าไม่ค่อยดีเลย’
‘ผมไม่เป็นอะไร’
ติสรณ์หยิบแก้วเหล้าจากมือของฉันไปก่อนจะเดินไปนั่งที่มุมหนึ่งของห้องโถงใหญ่
ถ้าเดาไม่ผิด เจียวเจียวก็คืออาเจียวหลานสาวของจีรภัทรที่ตามจีบติสรณ์อยู่ ตอนแรกคิดว่าติสรณ์คงไม่มีทางสนใจหล่อนแต่ดูเหมือนฉันจะคิดผิดไป…
ฉันเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ข้างๆ ติสรณ์ มองเขาดื่มเหล้าจนหมดแก้วจากนั้นก็ยกมือเรียกพนักงานเพื่อขอเหล้าเพิ่ม ฉันได้แต่คอยดูแลเขาอยู่ใกล้ๆ ด้วยความเป็นห่วง
2 ชั่วโมงผ่านไป
เขายังคงนั่งดื่มเหล้าไม่หยุด มือข้างหนึ่งนวดขมับไว้บ่งบอกว่าเขากำลังเมา
‘ติคะ โยไปส่งที่ห้องดีกว่านะ’
‘ไม่…ไม่เป็นไร’
‘แต่ติจะไม่ไหวแล้วนะคะ’
‘ผม…’
‘ไอ้ติเมาแล้วเหรอ’ จีเดินเข้ามาคุยกับฉันที่โต๊ะ
‘อืม’
‘ไรวะ แค่นี้ก็เมาแล้วไง’
‘แกก็เมาแล้วนะจี’
‘ไม่ได้เมาสักหน่อย’
‘คุณมินคะ คุณช่วยไปส่งจีที่ห้องทีนะคะ เดี๋ยวโยไปส่งติที่ห้องเอง’
ฉันหันไปบอกเลขาคนสนิทของติสรณ์ ก่อนจะช่วยพยุงเขาและพาเดินออกจากห้องโถงใหญ่ ขึ้นลิฟต์ กลับไปที่ห้องของโรงแรม
ติสรณ์คอพับไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันพาเขามาถึงห้องแล้ว ปากยังบ่นพึมพำอะไรก็ไม่รู้ซึ่งฉันฟังไม่ออก จนกระทั่งพาเขาไปทิ้งไว้บนเตียง ถอดรองเท้าและห่มผ้าให้เขาอย่างเบามือ ก่อนจะนั่งลงข้างเตียงพลางมองใบหน้าหล่อเหลาของเขานิ่ง
ฉันหลงรักผู้ชายคนนี้มาตั้งแต่สมัยเรียน เราเป็นเพื่อนกัน ไปเรียนวิชาเดียวกัน จนใครหลายคนเรียกเราว่าคู่จิ้น ฉันรู้ว่าเขาไม่สนใจเรื่องความรัก วันๆ เขาเอาแต่กลับหอ อ่านหนังสือที่ห้องสมุด ไม่เคยได้ไปเที่ยวกับผู้หญิงคนไหน ซึ่งตอนแรกฉันก็เข้าใจว่าเขาอาจจะชอบฉันบ้างเหมือนกันแต่ความจริงแล้วไม่ใช่
เขาไม่เคยชอบฉันเลย ไม่เคยสนใจฉันสักครั้ง ไม่เคยมองฉัน…แต่ฉันกลับคิดว่าไม่เป็นไร อย่างน้อยอยู่ด้วยกันไปนานๆ เขาจะต้องเปิดใจยอมรับความรู้สึกของฉันแน่นอน
จนกระทั่งติสรณ์เปิดบริษัทสื่อบันเทิง ฉันยอมเป็นนักแสดงคนแรกในสังกัด เล่นละครเรื่องแรกของช่องใหม่ และนั่นก็ทำให้ฉันดังเป็นพลุแตก ทุกครั้งที่มีการให้สัมภาษณ์ฉันจะโยงมาที่บริษัท Tin เสมอ เพราะเขาเป็นคนผลักดันให้ฉันมีทุกวันนี้
ฉันพยายามตั้งใจทำงาน พยายามทุกอย่างให้มีชื่อเสียงเทียบเท่าเขา แต่แล้ววันนี้ก็มีบางอย่างทำให้ฉันรู้สึกกลัว…
‘เจียวเจียว…’
เขากำลังพึมพำถึงอาเจียว หลานสาวของจี เขากำลังคิดถึงผู้หญิงคนนั้น
‘เจียวเจียว…’
ฉันประมาทเกินไปถึงได้ปล่อยให้ทุกอย่างมันผ่านไปโดยไม่ได้จัดการให้เด็ดขาด ฉันไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักผู้หญิงคนนั้นทั้งที่ปากคอยต่อต้านทุกอย่าง
ฉันยอมไม่ได้…ฉันก็ตามจีบเขาเหมือนกัน แต่ทำไมคนที่ได้รับความรักกลับเป็นคนอื่น…ฉันต่างหากที่อยู่ข้างเขามาตลอด ฉันต่างหากที่ทำให้เขามีอย่างทุกวันนี้
สมองสั่งการให้ฉันจัดการถอดเสื้อผ้าของติสรณ์ออกโยนทิ้งไปบนพื้น ก่อนจะถอดเสื้อผ้าตัวเองจนหมด สอดตัวเข้าไปในผ้าห่มขยับตัวเขาให้หันหน้ามาหาฉัน…ใบหน้าคมเข้ม คิ้วหนา จมูกโด่ง ริมฝีปากบางเฉียบ ทุกส่วนในร่างกายของเขาต้องเป็นของฉันเท่านั้น
ฉันค่อยๆ ยื่นใบหน้าเข้าไปจูบที่ริมฝีปากของเขา ขบเม้มแผ่วเบา โดยไม่มีการสอดลิ้นแต่อย่างใด อาจเป็นเพราะการเคลื่อนไหวของฉัน ปลุกเร้าอารมณ์ของเขาขึ้นมา ทำให้ติสรณ์จูบกลับโดยการสอดลิ้น เริ่มดูดกลืนลมหายใจของกันและกัน…แต่มันก็เท่านั้น…เพราะไม่นานเขาก็หลับไป
หลังจากที่พวกเราสองคนตื่นขึ้นมา ฉันเฝ้ารอคอยคำพูดของเขาอย่างใจจดใจจ่อ
‘ผม…ขอโทษ’
‘ติเมานี่นา โยเข้าใจค่ะ’
‘ผม…’
‘ติจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรค่ะ’
เขามีท่าทีสับสน ไม่มั่นใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ฉันไม่ใจอ่อนหรอก…เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้เขาไม่มีทางอยู่กับฉันแน่
‘ถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็แล้วกันค่ะ’
‘ผมจะทำแบบนั้นได้ยังไง’
‘แต่มันเกิดขึ้นเพราะความเมา โยไม่ซีเรียสเรื่องนี้หรอกค่ะ ติอย่าคิดมากเลย’
‘ผมต้องรับผิดชอบ’
ใช่ คุณต้องรับผิดชอบแน่ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้
‘สมัยนี้มันเป็นเรื่องเล็กน้อยนะคะ ติอย่าคิดมากเลย ช่วงนี้โยคงต้องทำงานอยู่ที่นี่อีกสามเดือน คงไม่ได้เจอกัน…’
ที่ฉันตั้งใจบอกเขาแบบนั้น ก็เผื่อเว้นเวลาไว้ก่อน เมื่อไหร่ที่ฉันกลับไปที่ไทย ฉันจะทวงเขาคืนด้วยเหตุผลเดียวก็คือท้อง…และเขาจะไม่สามารถปฏิเสธฉันได้แน่
ฉันมั่นใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีทางที่ใครจะรู้…นอกจากฉันคนเดียว…ไม่สิ…มีเจนอีกคนที่รู้เรื่องนี้ด้วย
แต่ติสรณ์ไม่มีทางรู้แน่ อะไรทำให้เขาไร้เยื่อใยได้ขนาดนี้ หรือจะเป็นเพราะนังตัวดีนั่น พูดกรอกหูติสรณ์ ทำให้เขาหวาดระแวงฉัน ต้องใช่แน่ๆ หล่อนต้องทำแบบนี้เพราะฉันกำลังจะแย่งติไปแน่ๆ
เรื่องงานถ่ายแบบ ฉันตั้งใจให้อาเจียวไปเพื่อให้ผู้ชายพวกนั้นรุมโทรมเธอ แต่ใครจะไปรู้ว่าคนที่ไปถ่ายแบบกลับเป็นคนอื่น ยัยนั่นถึงได้โชคดีหนีรอดมาได้ แต่คราวนี้ฉันจะให้แกตายทั้งเป็นแน่
“วันนี้มีถ่ายงานหรือเปล่า”
“คุณติสรณ์แคนเซิลไปหมดแล้วค่ะ”
“อะไรนะ!!”
“คุณติสรณ์บอกว่าอยากให้น้องโยลีพักผ่อน”
“เขาตั้งใจจะขังฉันไว้ที่นี่หรือไง!!”
“น้องโยลีคะ พี่ว่าน้องโยลีพักผ่อนบ้างดีไหม”
“พี่จะมารู้อะไร!!”
ฉันลุกจากที่นั่งเดินไปเปิดประตูหน้าห้อง แต่กลับเจอผู้ชายตัวใหญ่สองคนยืนเฝ้าอยู่
“นี่มันอะไรกัน!!”
“คือ…คุณติสรณ์กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น…”
“บ้าบอ!!”
ฉันหยิบแจกันที่วางไว้บนโต๊ะปาลงไปบนพื้นด้วยความหงุดหงิด เขากลัวฉันจะไปทำร้ายยัยอาเจียวหรือต้องการขังฉันไว้เพื่อไม่ให้ออกไปเจอนักข่าวกันแน่
คุณทำแบบนี้กับฉันไม่ได้หรอกติสรณ์…คอยดูต่อไปก็แล้วกัน ว่าฉันจะทำยังไงต่อไป
_______________