เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นคนเห็นผีในยุค Y2K!

    ตอนที่ 66: เจอแก๊งขอทาน

            ไตเติ้ลพาลูกชาย

            เดินเที่ยวในห้างไปก็หวนรำลึกถึงความหลังเมื่อครั้งยังวัยรุ่นไปด้วย

            สถานที่แห่งความทรงจำของโลกอดีตในนิยายดูเหมือนจะไม่ค่อยแตกต่างกับโลกแห่งความเป็นจริงมากนัก 

             

            ในห้างเวิลด์เทรดเซนเตอร์ มีร้านขายของขายขนมญี่ปุ่น ขายไอศกรีม ร้านประจำมากมายที่เขาเคยชอบพอทะลุเข้ามาอยู่ในนิยายแล้วร้านรวงต่าง ๆ พวกนี้ก็ยังมีอยู่ครบชวนให้ระลึกถึงสุดๆ

             

            ไตเติ้ลนึกถึงไอศกรีมโคนที่หน้าร้านขายของเล่น ABC เขาไม่ได้พบเจอกับไอศกรีมโคนของร้านนี้มาตั้งนานแล้ว 

            ในโลกยุค 256X ก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าร้านมันอันตรธานหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่รู้แต่ว่าพอเรียนจบแล้วทำงานยุ่งวุ่นวายกลับไปอีกทีร้านไอศกรีมเจ้าประจำก็เลือนหายไปเสียแล้ว 

             

            มีโอกาสย้อนอดีตกลับมาได้อย่างนี้ก็นับเป็นโชคดีว่าแล้วพาลูกพลับไปที่ร้านขายของเล่นเพื่อซื้อไอศกรีมโคนอร่อย ๆ กินดีกว่า

             

            ชายหนุ่มนึกถึงแต่ขนมในความทรงจำพาลูกชายไปหาไอศกรีมโดยลืมคิดไปว่าสถานที่ต้องห้ามสำหรับเด็กนั้นก็คือร้านขายของเล่น!

            เป็นเพราะลูกพลับมีนิสัยเป็นผู้ใหญ่เกินตัวเขาจึงลืมนึกไปว่าลูกชายก็ยังอยู่ในวัยเด็กที่เมื่อเห็นของเล่นแปลก ๆ แล้วก็จะตาโตเกิดความอยากได้ อยากสนุกสนานบ้างเหมือนกัน

             

            แต่ว่าของเล่นที่ร้าน ABC ในห้างนี้มันไม่เหมือนกับของเล่นในตลาดนะทั้งคุณภาพ แหล่งที่มา เกรดของสินค้า และแน่นอนว่าที่สำคัญก็คือ ราคา…

             

            ตอนที่เห็นของเล่นแปลก ๆ เต็มร้านลูกพลับรู้สึกตาวาวอยากได้เพราะมันมีมากมายหลากหลายไปหมดแต่พอเห็นราคาแล้วเด็กชายก็รู้สึกลมจับแม้ลูกพลับจะรู้ว่าฐานะที่บ้านของตัวเองนั้นป๊ะป๋าเริ่มพอจะมีเงินซื้อของเล่นให้ลูกพลับอยู่บ้างแล้วแต่ด้วยความคิดที่โตเกินวัยเด็กชายก็ตระหนักได้ถึงราคาของสิ่งต่าง ๆ ซึ่งแม้จะมีของที่อยากได้แต่สุดท้ายเด็กชายก็ตัดสินใจที่จะไม่งอแงขอของเล่นแพงๆ ให้ป๊ะป๋าต้องลำบากใจ

             

            เห็นลูกชายรู้จักคิดได้อย่างนี้ไตเติ้ลก็รู้สึกทั้งภูมิใจและสลดใจไปได้ในเวลาเดียวกันเด็กน้อยในวัยอย่างลูกพลับนั้นอันที่จริงแล้วควรคิดถึงแค่ความสดใสและของเล่นที่อยากจะเล่นให้สนุกสนานสมวัยเท่านั้นก็พอไอ้เรื่องของการตัดสินใจเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของครอครัวแบบยาก ๆ นั่นน่ะเป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรจะค่อย ๆ สั่งสอนไปให้เด็กตระหนักรู้ได้ทีหลังไม่ใช่จะต้องอดทนอดกลั้นเก็บความรู้สึกจนดูเป็นเด็กที่โตเกินวัยได้แบบนี้ 

             

            'โตมาแล้วจะกลายเป็นเด็กเก็บกดไหมเนี่ยรู้จักคิดมากเกินเหตุขนาดนี้' คนเป็นพ่อเริ่มเป็นกังวล

             

            เอาเถอะ ถึงของเล่นในร้านนี้มันจะแพงแต่มันก็ไม่ได้มากมายถึงขนาดที่เขาจะซื้อให้ลูกชายไม่ได้สักชิ้นสุดท้ายแล้วชายหนุ่มก็ตบหัวลูกเบา ๆ แล้วพากันไปเลือกหาของเล่นที่ลูกพลับชอบและดูว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กไตเติ้ลจึงจะยอมควักกระเป๋าตังค์ซื้อให้

             

            หลังจากการเลือกหาของเล่นอยู่นานลูกพลับก็ตัดสินใจเลือกกระดานวาดรูปวิเศษแผ่นใหญ่ขนาด A3 มาหนึ่งอัน

            กระดานวิเศษแบบนี้เป็นของที่มีขายให้เด็กเล่นกันทั่วไปโดยลักษณะจะเป็นแผ่นกระดานที่มีกระดาษฝ้าเนื้อกระดาษเหมือนกับกระดาษไขสีขาวอยู่และมีปากกาพลาสติกอันเล็กให้ เด็กจะเขียนและวาดรูปลงไปในกระดานแผ่นนั้นพออยากจะลบก็แค่ดึงกระดาษฝ้าสีขาวขึ้นมา แล้วสิ่งที่เขียนเอาไว้ก็จะหายไปจนหมด

             

            กระดานแบบนี้ร้านของเล่นในตลาดก็มีขายแต่จะเป็นแผ่นเล็กขนาดที่เล็กกว่า A5 ไม่มีเป็นแผ่นใหญ่โตเหมือนกับอันที่ลูกพลับอยากได้อันนี้ 

             

            “ทำไมลูกพลับถึงเลือกของเล่นชิ้นนี้ล่ะครับ” ไตเติ้ลถาม

             

            เนื่องจากตัวของเล่นหากไม่นับว่าแผ่นใหญ่กว่าที่มีขายตามตลาดแถวบ้านแล้วมันก็ไม่ได้มีอย่างอื่นจะดึงดูดให้น่าเล่นไปมากกว่ากระดานแผ่นเล็ก ๆ ที่ตลาดเลยป๊ะป๋าคิดว่าลูกพลับน่าจะเลือกของเล่นชิ้นนี้มาเพราะว่าราคาไม่แพงคงจะเกรงใจสถานะทางการเงินของที่บ้าน

             

            เด็กรู้จักคิดก็ดีอยู่แต่ลูกพลับเป็นเด็กที่คิดอะไรโตเกินตัวมาตั้งแต่ที่มีพ่องไร้สมองไม่รู้จักคิดถ้าไม่ปล่อยให้ทำอะไรตามใจตัวเองโดยไร้ซึ่งกำแพงของเหตุและผลมาปิดกั้นแล้วก็กลัวว่าจะโตไปเป็นเด็กเก็บกดคอยแต่จะเกรงใจคนอื่นจนไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง 

             

            “ก็กระดานอันนี้มันมีเวทมนตร์นี่ครับ” เด็กชายตอบป๊ะป๋าเสียงฉะฉาน

             

            “ห๊ะ? ยังไงครับ?” ภานุวัฒน์เอียงคอ เหตุผลนี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายที่เขาจะคาดเดาได้

             

            “ก็มันชื่อว่า Magic Board ถ้าลูกพลับซื้อไปนอกจากลูกพลับจะวาดรูปเล่นได้แล้วลูกพลับก็ยังเอาไว้เขียนสะกดคำศัพท์ที่ป๊ะป๋าสอนให้ แล้วก็ยังใช้ทดเลขไม่เปลืองกระดาษ แล้วแผ่นมันก็ใหญ่มาก ถ้าลูกพลับเอาไปเล่นที่ตลาดมันก็จะมีแมจิกเรียกเพื่อน ๆ มาเล่นกระดานอันนี้กับลูกพลับได้โดยที่ทุกคนไม่ต้องแย่งกันด้วยครับ”เด็กชายตอบด้วยดวงตาเป็นประกาย

             

            ‘หือ…? มุก Magic บอร์ดที่มี Magic[1] เรียกเพื่อนมาเล่นด้วยกันได้?คิดได้ด้วยอ่ะ จินตนาการสุดยอดไปเลยพวกเด็กตัวเล็ก ๆ เนี่ย’

             

            ไตเติ้ลลูบหัวลูกพลับเบา ๆ เมื่อเด็กน้อยร่ายคำตอบออกมายาวเหยียด

             

            คำถามแบบนี้ก็แค่ถามเพื่อให้เด็กได้ฝึกการคิดตามปกติแล้วเด็กทั่วไปก็จะตอบแค่ว่า เอามาใช้เขียนหนังสือหรือเอามาวาดรูปแต่ลูกพลับกลับหาประโยชน์จากมันและตอบออกมาได้เป็นฉาก ๆ

            แล้วก็ดูท่าทางว่าอยากจะได้ไอ้เจ้ากระดานเวทมนตร์อันนี้เพราะประโยชน์ของมันมากกว่าเลือกเพราะราคาถูกจริงๆ เสียด้วยสิ

             

            ก็ไม่อยากจะอวยลูกตัวเองให้คนอื่นหมั่นไส้หรอกนะแต่เด็กตัวเล็กที่ทั้งฉลาด ทั้งรู้คิดแบบนี้บอกได้เลยว่าลูกชายของเขานี่ช่างไม่ธรรมดาสุดยอดจริง ๆ

             

            นึกแล้วก็ชักสมน้ำหน้าไอ้พ่องเดชมีลูกชายที่น่ารักและฉลาดขนาดนี้อยู่ในมือแท้ ๆ แต่กลับไม่มีปัญญาจะสั่งสอนเด็กดีๆ ให้ดีได้ คนแบบนั้นก็สมควรตายย่อยสลายไปในกองขยะซะเถอะไม่ควรคู่กับการที่จะได้มาเป็นพ่อของลูกพลับที่แสนฉลาดแถมน่ารักขนาดนี้หรอก

             

            ซื้อของเล่นเสร็จพ่อลูกก็พากันซื้อไอศกรีมโคนเดินเลียกันไปคนละโคนตอนที่ออกมาจากห้างเพื่อจะขึ้นรถเมล์กลับบ้านก็มีกลุ่มเด็กอายุวัยไล่เลี่ยกับลูกพลับวิ่งกรูเข้ามาสามคนเพื่อมาขอเงินเขา

             

            ภานุวัฒน์นิ่งชะงักไปเล็กน้อย เออ…จะว่าไปแล้วตอนที่เป็นวัยรุ่นเขาก็เคยเจอแก๊งเด็กแบบนี้มาขอเงินนี่หว่าและในช่วงเวลานั้นก็มีการรณรงค์กันว่า ห้ามให้เงินเด็กเหลือขอพวกนี้เพราะส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเด็กหนีออกจากบ้านที่มาขอเงินคนทั่วไปเพื่อเอาไปเล่นตู้เกม[2] ไม่ได้มีสารประโยชน์อันใดคิดแล้วภานุวัฒน์จึงปฏิเสธไม่ยอมให้เงินแต่ทันทีที่เขาบอกว่าไม่ให้เงินเด็กคนหนึ่งในกลุ่มนั้นก็พูดออกมาว่า

             

            "งั้นขอไอติมได้ไหม?"

             

            ชายหนุ่มที่กำลังแลบลิ้นเลียไอติมถึงกับชะงักไปอีกชั่วครู่….

             

            เด็กพวกนี้ถ้าไม่ได้หนีออกจากบ้านมาขอเงินคนไปลงตู้เกมหรือบางทีก็อาจจะเป็นเด็กที่มาจากแก๊งขอทาน?

             

            ไตเติ้ลเริ่มรู้สึกอดสูใจเล็ก ๆ ไม่ได้หากเด็กพวกนี้มาจากแก๊งจริง ๆ ก็น่าสงสารมากแต่เขาก็ไม่ได้มีเวลามากเพียงพอที่จะไปตามสืบเรื่องแก๊งขอทานหรือวุ่นวายเรื่องของชาวบ้านให้ความซวยต้องตกมาถึงลูกพลับ…. 

             

            จำได้ว่าในชีวิตก่อนตอนที่เขารู้สึกเห็นใจยายคนหนึ่งที่ถูกจับมานั่งขอทานแล้วเข้าไปสอบถามรายละเอียดก็กลับมีคนจากร้านขายของแถวนั้นมาดึงตัวเขาออกไปแล้วก็เตือนว่าถ้าคิดจะไปยุ่งกับเรื่องของคนพวกนี้ต้องแน่ใจนะว่าเราไม่มีญาติเป็นเด็กเล็กหรือลูกสาวพวกมันเสียไปคนหนึ่งมันก็ไม่เดือดร้อน มันถือว่าเอาคืนมาอีกคนหนึ่งเท่านั้นก็พอ

             

            ตอนนั้นไตเติ้ลยังไม่เข้าใจในคำเตือนว่าหมายถึงอะไรแต่อาทิตย์ต่อมาที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบและพายายคนนั้นไปที่สถานสงเคราะห์ก็ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่นาน ลูกสาวของตำรวจที่เป็นเด็กเล็กอายุเพียงสิบขวบก็ถูกลักพาตัวไปตามหาไม่เจอและเขาก็ไม่ได้รู้ข่าวหลังจากนั้นอีกเลย

             

            เพราะอย่างนั้นไตเติ้ลจึงได้รู้ว่าแก๊งขอทานพวกนี้จะมีคนคอยดูลาดเลาอยู่ตลอดเวลาถ้าเราช่วยเด็กของเขาออกมาได้คนหนึ่ง เขาก็จะลักพาตัวเด็กของเราไปเป็นการแก้แค้นมันไม่ใช่เรื่องที่พลเมืองดีธรรมดา ๆ จะเข้าไปเกี่ยวข้องได้อย่างปลอดภัย

            ก็ขนาดเคสนั้นเป็นถึงตำรวจ ลูกหลานยังถูกลักพาตัวไปได้เพราะฉะนั้นหากจะจัดการแก๊งพวกนี้ก็ต้องจัดการเด็ดตั้งแต่หัวลงมา ลองมาทำครึ่ง ๆ กลางๆ เหมือนอย่างตำรวจคนนั้นคนรอบตัวก็จะ

             

            ถูกลักพาตัวไปให้เดือดร้อนเอาได้.


    [1]Magic แปลว่า เวทมนตร์

    [2]ตู้เกมเกมในยุคนั้นจะเป็นเกมตู้หยอดเหรียญในห้าง มีร้านเกมแล้วแต่จะเป็นร้านที่ให้บริการเครื่องแฟมิคอมที่ยังต้องใช้ตลับเกมเสียบเข้าเครื่อง(ร้านก็จะมีตลับเกมให้เลือกว่าอยากเล่นเกมอะไร) คิดค่าบริการเกมเป็นรายชั่วโมงแต่ยังไม่มีร้านเกมออนไลน์แบบให้บริการอินเทอร์เน็ต internet Cafe ค่ะ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นคนเห็นผีในยุค Y2K! ที่คุณอ่าน