บทที่ 29 ความหน้าด้านของลู่ชิงเหยี่ย (รีไรต์)
“ทางมันไกลเกินไป...”
ลู่ชิงเหยี่ยพยายามนึกข้ออ้างอย่างหนัก แต่ยังพูดไม่ทันจบก็ถูกเมิ่งว่านถังขัดจังหวะเสียก่อน
“ไม่ไกลหรอก ฉันจะไปยืมจักรยานมาสักคัน ถ้าปั่นไปกลับก็น่าจะแค่ครึ่งชั่วโมงเองใช่ไหม?” เมิ่งว่านถังไม่อยากให้ลู่ชิงเหยี่ยตกงาน ในยุคนี้ ครอบครัวที่สามีเป็พนักงานจะมีความสุขที่สุด
ไม่ว่ายังไงก็ต้องรักษางานนี้เอาไว้ให้ได้
แต่ตอนนี้ลู่ชิงเหยี่ยไม่ได้ทำงานที่สถานีรถแทรกเตอร์ ถ้าตอนนี้เธอไป แน่นอนว่าจะต้องถูกจับได้แน่
ดูจากนิสัยของเมิ่งว่านถัง คงต้องอาละวาดบ้านแตกอย่างไม่ต้องสงสัย
ลู่ชิงเหยี่ยดูเหมือนสงบเยือกเย็น แต่จริง ๆ แล้วกำลังคิดหาวิธีรับมืออยู่
“มีใครอยู่บ้านไหม?”
“พี่รอง!”
ลู่ชิงเหยี่ยรีบบอกเมิ่งว่านถังว่า “มีคนมา”
“หือ? จริงเหรอ? งั้นเดี๋ยวฉันขออกไปดูก่อนนะ โกวต้าน พวกลูกช่วยกันยกโต๊ะออกไปด้วยนะ”
เมิ่งว่านถังวางตะเกียบลงแล้วลุกขึ้นเดินออกไป
ที่หน้าประตูมีชายหน้าตาแปลกหน้าคนหนึ่งยืนอยู่ ตัดผมสั้นเกรียน สวมเสื้อผ้าสีเขียวทหาร สวมรองเท้าบู๊ทยางสีเหลือง
เนื่องจากเดินมา บนหัวจึงเต็มไปด้วยเหงื่อชุ่ม
เมิ่งว่านถังเปิดประตูใหญ่แล้วถามเขาว่า “มาหาใครคะ?”
“ที่นี่เป็บ้านของสหายลู่ชิงเหยี่ยใช่ไหมครับ?” ชายคนนั้นเห็นใบตาของเมิ่งว่านถังก็ถึงกับชะงัก
ภรรยาของหัวหน้าหน่วมงามจริง ๆ
ไม่แปลกเลยที่หัวหน้าจะไม่เคยชายตามองผู้หญิงคนอื่นเวลาอยู่ข้างนอก ถ้ามีผู้หญิงเข้ามาตีสนิทก็ทำหน้ารำคาญ ทำตัวเป็ูเาน้ำแข็งที่ไม่เข้าใจเสน่ห์ของผู้หญิง
แต่ถ้าเขาเป็หัวหน้า ก็คงไม่สนใจผู้หญิงเ่าั้เหมือนกัน ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่นเลย แค่รูปร่าง…
เฟิงตงหยางรีบเบือนสายตาไปทันที ไม่กล้ามองอีกแม้แต่แวบเดียว
“ใช่ นี่คือบ้านของลู่ชิงเหยี่ย คุณมีธุระอะไรกับลู่ชิงเหยี่ยหรือเปล่า?” เมิ่งว่านถังยังคงระแวงคนแปลกหน้า
“สวัสดีครับพี่สะใภ้ ผมชื่อเฟิงตงหยางเป็เพื่อนร่วมงานของลู่ชิงเหยี่ยครับ” เฟิงตงหยางรีบอธิบายจุดประสงค์ที่เขามา “เมื่อวานกับวันนี้ สหายลู่ชิงเหยี่ยไม่ได้มาทำงาน ผมห่วงว่าจะมีเื่อะไรเกิดขึ้น เลยแวะมาดู”
“อ้อ ที่แท้ก็เป็เพื่อนร่วมงานของเขานี่เอง! เชิญเข้ามาข้างในก่อนค่ะ เขาาเ็ ตอนนี้กำลังนอนพักรักษาตัวอยู่ในห้อง”
เมิ่งว่านถังรีบเชิญแขกเข้าบ้าน
“าเ็เหรอครับ?” เฟิงตงหยางถึงกับชะงัก ทันใดนั้นก็กังวลขึ้นมา รีบถามด้วยความเป็ห่วง “เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงาเ็ครับ เมื่อวานก่อนยังดี ๆ อยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”
เมิ่งว่านถังเหลือบมองเฟิงตงหยางอย่างพิจารณา คนคนนี้นิสัยดีไม่น้อย ลู่ชิงเหยี่ยเพิ่งไปทำงานได้ไม่ถึงวัน ผู้ชายคนนี้ก็ยังอุตส่าห์มาถามไถ่ถึงบ้าน
ช่างมีน้ำใจจริง ๆ
“วันก่อนแถวนี้เกิดน้ำท่วม เขาได้รับาเ็ตอนที่ช่วยคนอื่น คงต้องนอนพักฟื้นอยู่บ้านหนึ่งหรือสองเดือน”
เมิ่งว่านถังสีหน้าของเฟิงตงหยางไม่ค่อยดีนัก ก็รู้สึกใจไม่ดี ดูเหมือนว่าความตั้งใจที่จะให้ลู่ชิงเหยี่ยพักผ่อนเพิ่มอีกสักสองสามวันคงเป็ไปไม่ได้แล้ว
“าเ็หนักขนาดนั้นเลยเหรอ?” เฟิงตงหยางถามอย่างกระวนกระวาย
ถ้าหัวหน้าหน่วยไม่ไปทำงาน แล้วงานต่อ ๆ ไปของพวกเขาจะจัดการต่อไปได้ยังไง
คนที่เพิ่งพากลับมาก็กำลังรอให้หัวหน้าหน่วยกลับไปสอบสวนอยู่เลย!
นอกจากหัวหน้าหน่วยแล้ว คนอื่นก็ไม่มีความสามารถขนาดนั้น ไม่อย่างนั้นเฟิงตงหยางก็คงไม่ดั้นด้นมาถึงที่นี่หรอก
“ใช่ค่ะ ต้องพักฟื้นให้มากหน่อย” เมิ่งว่านถังถามอย่างระมัดระวัง “สหายเฟิง เขาาเ็แบบนี้ ถ้าจะขอลาพักหนึ่งหรือสองเดือนคงจะไม่โดนไล่ออกใช่ไหมคะ?”
เฟิงตงหยางชะงัก คิดในใจว่าหัวหน้าหน่วยคนนี้เป็ถึงหัวหน้าใหญ่ที่สุดในหน่วยงานของพวกเขา และหน่วยงานของพวกเขาก็ขึ้นตรงกับเมืองหลวงอีกด้วย
หัวหน้าหน่วยของพวกเขาอย่าว่าแต่ลาป่วยหนึ่งเดือนเลย แม้แต่ลาป่วยครึ่งปีก็ไม่มีปัญหาอะไร
“ไม่มีหรอกครับ”
เฟิงตงหยางตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เมิ่งว่านถังโล่งใจ เธอต้อนรับแขกเข้าบ้านอย่างกระตือรือร้น “ลู่ชิงเหยี่ย เพื่อนร่วมงานจากสถานีรถแทรกเตอร์ของคุณมาเยี่ยมแล้ว”
เฟิงตงหยางชะงักฝีเท้า สมองเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม เขาอ้าปากจะถาม “สถานีรถแทรกเตอร์?”
“ใช่ หัวหน้าสถานีส่งนายมาใช่ไหม?” ลู่ชิงเหยี่ยส่งสายตาให้เฟิงตงหยางอย่างแเี
แม้เฟิงตงหยางจะไม่เข้าใจว่า ทำไมกองกำลังรักษาความปลอดภัยของพวกเขาถึงกลายเป็สถานีรถแทรกเตอร์ แต่เขาก็ไม่อาจทำลายบทบาทของหัวหน้าหน่วยได้
“หัวหน้าสถานีให้ผมมาดูว่าทำไมคุณถึงไม่ไปทำงาน เกิดปัญหาอะไรที่บ้านหรือเปล่า” เฟิงตงหยางพูดจาคลองแคล่ว โดยไม่ติดขัดแม้แต่น้อย
ลู่ชิงเหยี่ยพูดอย่างเคร่งขรึม “ฉันคงต้องพักประมาณครึ่งเดือน เื่งานก็ให้นายรับผิดชอบแทน ถ้ามีปัญหาอะไรค่อยมาหาฉัน”
“สหายเฟิง เชิญนั่งก่อนนะ ฉันไปรินน้ำให้”
เมิ่งว่านถังออกไปพร้อมกับพาลูก ๆ ทั้งสามคนออกไปด้วย
เฟิงตงหยางรีบะโไปทางด้านนอก “พี่สะใภ้ ไม่ต้องหรอก ผมไม่หิวน้ำ”
“เดี๋ยวฉันไปตักน้ำจากบ่อน้ำมาให้”
พูดจบเมิ่งว่านถัง ก็ถือกระติกน้ำออกไปตักน้ำ
ภายในห้อง
ลู่ชิงเหยี่ยลดเสียงต่ำลง บอกกับเฟิงตงหยางอย่างรวดเร็ว “นายไปที่สถานีรถแทรกเตอร์ บอกเื่ของฉันกับหัวหน้าสถานีด้วย ไม่ว่าใครจะมาถาม ให้บอกว่าฉันทำงานอยู่ที่สถานีรถแทรกเตอร์ ได้เงินเดือนเดือนละ 20 หยวน”
เฟิงตงหยางถึงกับผงะ
เงินเดือนของหัวหน้าหน่วยเดือนละร้อยกว่าหยวน ทำไมถึงต้องบอกว่า 20 หยวน?
แม้ในใจจะสงสัย แต่เขาก็พูดด้วยท่าทางเคารพ “วางใจได้ครับหัวหน้า เื่นี้ผมจัดการเอง”
“นายรีบกลับไปเถอะ คอยจับตาดูพวกคนจากโรงงานแป้ง ถ้าพวกมันมีการเคลื่อนไหว ก็จับตัวมันกลับมาทันที แต่ถ้ายังไม่มีการเคลื่อนไหวอะไร ก็จับตาดูต่อไป รอฉันกลับไปแล้วค่อยว่ากัน”
“รับทราบครับ”
เมิ่งว่านถังตักน้ำจากบ่อขึ้นมาพักไว้สักพัก จึงเทน้ำเย็น ๆ ใส่แก้วแล้วนำเข้าไปในห้อง “สหายเฟิง ดื่มน้ำก่อนสิ”
“ขอบคุณครับพี่สะใภ้”
เฟิงตงหยางรับมา แล้วดื่มไปสองสามอึก
น้ำที่พึ่งตักขึ้นมาจากบ่อมีรสชาติหวานเย็น
“สหายเฟิง คุณยังไม่ได้กินข้าวเย็นใช่ไหม? จะทานอะไรง่าย ๆ ที่บ้านของฉันก่อนไหม?” เมิ่งว่านถังรู้สึกขอบชายหนุ่มคนนี้มาก เพราะถ้าเฟิงตงหยางไม่มา เธอคงต้องไปที่สถานีรถแทรกเตอร์ด้วยตัวเอง
เฟิงตงหยางรีบโบกมือปฏิเสธ “พี่สะใภ้ครับ ผมกินมาแล้ว ตอนนี้ต้องรีบกลับไปทำงานแล้วครับ”
“จะกลับแล้วเหรอ!”
เมิ่งว่านถังคิดว่าเขาจะอยู่นั่งคุยกันอีกสักพัก
“ที่ทำงานยุ่งมากครับ” ทุกวันเฟิงตงหยางต้องรีบกินข้าวริมทางทุกวัน
“งั้นรอเดี๋ยว ฉันไปตักน้ำมาให้”
เมิ่งว่านถังหยิบกระติกน้ำทหารของเฟิงตงหยาง ออกไปตักน้ำบ่อเย็น ๆ เต็มกระติกแล้วส่งคืนให้เขา
“น้ำบ่อนี้เย็นชื่นใจ ดื่มแล้วไม่ปวดท้อง เป็น้ำบาดาลทั้งหมด ่หน้าร้อนก็ดื่มแบบนี้กำลังดี”
เฟิงตงหยางได้ยินก็หัวเราะทันที “พี่สะใภ้ก็รู้เหมือนกันเหรอครับ ว่ากระติกน้ำทหารของพวกเรา ใส่น้ำเย็น ๆ แบบนี้ไว้จะเย็นแบบนี้ไปได้ตลอด?”
“แน่นอนสิ บ้านเราก็มีของแบบนี้”
นี่เป็สิ่งที่เธอเพิ่งค้นพบเมื่อเช้านี้
ตอนที่เธอออกไปทำงาน เธอตั้งใจตักน้ำเย็นจากบ่อใส่กระติกไปด้วย ใครจะไปรู้ว่าตอนเที่ยงแล้ว น้ำก็ยังเย็นอยู่ ดื่มแล้วสบายมาก
ลู่ชิงเหยี่ยขมวดคิ้ว พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “เสี่ยวเฟิง นายเข้างานกี่โมง?”
เฟิงตงหยางรีบลุกขึ้นบอกลาทันที “พี่สะใภ้ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
“นั่งต่ออีกสักพักเถอะ”
เมิ่งว่านถังมีน้ำใจและชอบต้อนรับแขก
ทว่า เฟิงตงหยางไม่ยอมอยู่ต่อ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปทันที
เมิ่งว่านถังเดินไปส่งเขาที่ประตู แล้วเรียกเ้าตัวน้อยทั้งสามเข้ามานอนกลางวัน
เธอบ่นกับลู่ชิงเหยี่ยว่า “คุณก็ไม่ควรอาศัยความที่ตัวเองอายุมากกว่า แล้วเรียกเขาว่าเสี่ยวเฟิง เขาเป็ถึงพนักงานเก่าแก่ของสถานีรถแทรกเตอร์นะ ถ้าเกิดเขาแกล้งคุณขึ้นมา ฉันจะรอดูว่าคุณจะทำยังไง”
ลู่ชิงเหยี่ย “...” เขาไม่กล้าหรอก