บทที่ 23 ทะเลาะกันเป็ครั้งแรก
เซี่ยอวิ้นหนิงถูกเตะโดยไม่ทันได้ตั้งตัวก็ตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ
ลู่จิ่วอันลุกขึ้นนั่ง เธอเอื้อมมือไปหยิบผ้าห่มที่วางพับอยู่ปลายเตียง จากนั้นก็คลี่ผ้าห่มแล้วนำมาคลุมตัว
เธอเฝ้าภาวนาให้ลูกชายเลือกเธออีกครั้ง… แต่เซี่ยอวิ้นหนิงกลับพูดว่าโอกาสท้องมีแค่หนึ่งในแสนล้านมันใช้ได้อย่างนั้นเหรอ?
หากไม่ใช่เพราะต้องใช้เมล็ดพันธ์ุของเซี่ยอวิ้นหนิงเพื่อให้กำเนิดลูกชายอัจฉริยะผู้แสนดีเหมือนกับในชาติก่อนแล้วล่ะก็ คิดหรือว่าเธอจะอยากอาศัยใต้ชายคาเดียวกับเซี่ยอวิ้นหนิง?
ในหัวของลู่จิ่วอันผุดความคิดสับสนวุ่นวายที่ขัดแย้งกันเองขึ้นเต็มไปหมด
นอกจากความหล่อกับแรงดีแล้ว เซี่ยอวิ้นหนิงยังมีดีอะไรอีก?
ชาติก่อนเขาแกล้งตายเพื่องานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ทิ้งให้เธอต้องเลี้ยงดูลูกชายด้วยความยากลำบากคนเดียว!
ถ้าหากเธอและลูกชายไม่ถูกลักพาตัว ป่านนี้ก็คงจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปแล้ว!
ลูกชายเรียนก็เก่ง ได้คะแนนเต็มร้อยทุกวิชา ติดอันดับนักเรียนดีเด่นทุกปี
ตอนประถมได้เข้าเรียนฟรี สำนักรับเข้าเรียนของโรงเรียนมัธยมก็พากันแย่งตัว
เขาไม่เคยทำให้เธอต้องเป็กังวลเื่การเรียน ถึงขนาดเอาเงินรางวัลที่ได้ซื้อกำไลทองให้เธอใส่
ช่างเป็ลูกชายที่ประเสริฐอะไรเช่นนี้!
เซี่ยอวิ้นหนิงกลับพูดจาทำร้ายจิตใจเธอแบบนั้นได้ยังไง?
ลู่จิ่วอันนอนหันหลังให้สามีด้วยความไม่พอใจ ทว่าก็มิอาจคลายความโกรธลงได้ เธอจึงลุกขึ้นนั่งและจ้องหน้าเขาด้วยสีหน้าหม่นหมอง
“เซี่ยอวิ้นหนิง คุณรังเกียจฉันใช่ไหม?”
เซี่ยอวิ้นหนิงเพิ่งตระหนักได้ว่าลู่จิ่วอันอยู่ในอารมณ์บูดบึ้ง จึงถามอย่างกระวนกระวาย “จิ่วอัน เมื่อกี้ผมพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า?”
“อย่ามาเปลี่ยนเื่ ฉันถามคุณอยู่นะ! คุณรังเกียจฉันใช่ไหม? คิดว่าฉันไม่คู่ควรกับคุณล่ะสิ? คุณคิดว่าเด็กบ้านนอกไม่มีการศึกษาอย่างฉันไม่สมควรเป็แม่ของลูกคุณใช่หรือเปล่าล่ะ?”
เซี่ยอวิ้นหนิงมองลู่จิ่วอันที่กำลังโกรธจัด ดวงตาสีแดงก่ำที่มองมาเต็มไปด้วยอารมณ์อันซับซ้อนจนแม้แต่ตัวเขาเองยังแยกไม่ออก
“จิ่วอัน คุณเข้าใจผิดแล้ว ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น”
ลู่จิ่วอันมองเซี่ยอวิ้นหนิงด้วยสีหน้าที่แคลงใจพร้อมกับพูดอย่างแน่วแน่ “ฉันไม่ได้เข้าใจผิดหรอก คุณคิดแบบนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะว่าต้องตอบแทนบุญคุณของคุณปู่ คุณก็คงไม่แต่งงานกับฉันหรอก! ไม่สิ ถ้าพี่สามไม่ได้ไปตกหลุมรักผู้ชายที่มาจากในเมือง การแต่งงานที่โชคดีแบบนี้ก็คงไม่ตกมาถึงฉัน! ลึก ๆ แล้วคุณก็ดูถูกฉัน คุณกำลังรอวันที่จะได้หย่ากับฉันแล้วไปรื้อฟื้นความหลังกับรักแรกใช่ไหมล่ะ? ได้ ฉันจะทำให้คุณสมหวังเอง คุณอยากหย่าเมื่อไรก็บอกมาได้เลย ฉันพร้อมเซ็นใบหย่าให้คุณได้ทุกเมื่อ”
“จิ่วอัน นั่นมันไปกันใหญ่แล้วนะ”
พ่อของเซี่ยอวิ้นหนิงเคยทอดทิ้งภรรยาและลูกเพื่อไปหาผู้หญิงคนอื่น
ชายหนุ่มจึงย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าจะไม่กลายไปเป็ผู้ชายแบบพ่อของเขา และจะเป็สามีที่ซื่อสัตย์ภักดีต่อผู้หญิงที่เดินเข้าพิธีแต่งงานกับตน
“เซี่ยอวิ้นหนิง ฉันรู้ว่าตัวดีว่าไม่คู่ควรกับคุณ ฉันเข้าใจได้ที่คุณอยากหย่ากับฉัน แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าถ้าคุณกล้าไปมีผู้หญิงคนอื่นตอนที่ฉันยังเป็ภรรยาของคุณ ฉัน… ฉันจะ…” ลู่จิ่วอันโกรธจัดจนพูดอะไรไม่ถูก “ตัดไอ้จ้อนคุณทิ้งซะ!”
เมื่อลู่จิ่วอันได้ระบายความโกรธแล้ว ก็หยิบหมอนของตัวเองแล้วเดินไปนอนที่ปลายเตียง
เธอดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมั้แ่หัวจรดเท้าอย่างมิดชิด น้ำตาไหลด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
เธอเอื้อมมือััหน้าท้องแบนราบของตัวเองอย่างแ่เบา พลางกระซิบในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ลูกแม่ อย่าโกรธพ่อเขาเลยนะ เขามันก็แค่คนโง่
เขาไม่รู้ว่าลูกมีค่าแค่ไหน ลูกเป็เด็กที่มีเหตุผลที่สุดในโลก แม่รักลูกนะจ๊ะ
ลูกรัก ลูกจะต้องมาอยู่กับแม่นะ!
แม่คิดถึงลูกมาก
คิดถึงลูกมากจริง ๆ
ลู่จิ่วอันคิดถึงทุกเื่ที่เกิดขึ้นในชาติที่แล้ว จากนั้นก็พลันนึกถึงคำพูดของเซี่ยอวิ้นหนิง และรู้สึกว่าตนนั้นคิดเข้าข้างตัวเองเหลือเกิน
เธอเคยนึกว่าพวกเธอทั้งสองสามารถใช้ชีวิตร่วมกันตราบใดที่เซี่ยอวิ้นหนิงไม่สร้างปัญหาจนเกินไป และยิ่งไปกว่านั้นลูกชายของเธอก็้าพ่อ
แต่เื่ในคืนนี้ทำให้ลู่จิ่วอันเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าหลายสิ่งที่เธอพยายามไม่สนใจ สุดท้ายแล้วก็ไม่มีวันหนีพ้น ต่อให้กลับชาติมาเกิดแล้วก็ตาม
อย่างเช่น เื่ที่เธอและเซี่ยอวิ้นหนิงไม่ได้เกิดมาคู่กัน
หรือเื่ที่สักวันเซี่ยอวิ้นหนิงยังคงแกล้งตายเพื่ออุทิศให้กับงานวิจัย
หรือเื่ที่มีคนลักพาตัวเธอโดยมีเซี่ยอวิ้นหนิงเป็เป้าหมาย วันข้างหน้าเธอและลูกชายอาจต้องเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกับที่เจอในชาติก่อน
ลู่จิ่วอันสูดหายใจเข้า และเอื้อมมือซับน้ำตาบนใบหน้า เธอไม่ควรมองเซี่ยอวิ้นหนิงเป็สามีหรือเป็พ่อของลูกชาย แต่ควรเห็นเขาเป็แค่เพื่อนร่วมบ้านคนหนึ่ง
เธอเพียงแค่้าเมล็ดพันธ์ุของเซี่ยอวิ้นหนิง หากว่าเธอตั้งท้องก็จะพยายามไม่หักโหมมากเกินไปใน่สามเดือนแรก เมื่อมั่นใจว่าลูกในท้องปลอดภัยดี เธอก็จะไปจากเขาทันที
ถ้าเป็แบบนั้นก็ไม่มีความจำเป็ที่จะต้องทำเตาใหม่ เธอจะไม่ยอมเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ให้กับบ้านที่ไม่ได้เป็ของเธอ
นอกจากนี้ เธอยังต้องบันทึกรายจ่ายทั้งหมดที่เธอใช้เงินของเซี่ยอวิ้นหนิง หลังจากหย่ากันแล้ว ก็จะเอาเงินส่วนที่เป็ของเซี่ยอวิ้นหนิงคืนให้เขาทั้งหมด
ในระหว่างนี้เธอก็จะทำงานแลกค่าเช่าบ้านที่เซี่ยอวิ้นหนิงให้ที่อยู่อาศัยแก่เธอ
เมื่อลู่จิ่วอันคิดได้แบบนั้นก็รู้แจ้งในทันใด
และเธอก็ไม่รู้สึกโกรธอีกต่อไป
คนท้องไม่ควรโมโหเพราะจะส่งผลเสียต่อลูกในท้อง
ลู่จิ่วอันสูดลมหายใจพลางหลับตานึกถึงลูกชายผู้เป็ดั่งแก้วตาดวงใจ ในไม่ช้าเธอก็ผล็อยหลับไป
ส่วนเซี่ยอวิ้นหนิงก็ต้องนอนไม่หลับเพราะถูกผู้เป็ภรรยาะเิอารมณ์ใส่โดยไม่รู้ตัว
เขาพลิกตัวไปมาท่ามกลางเสียงลมหายใจอันแ่เบาของลู่จิ่วอัน หลายวันมานี้เขาเคยชินกับการนอนหลับโดยมีหญิงสาวในอ้อมแขน ทว่าวันนี้อ้อมแขนที่ว่างเปล่าทำให้รู้สึกกระวนกระวาย
เขาลุกขึ้นแล้วหยิบหมอนไปนอนข้างเธอโดยไม่สนใจ
ประคองศีรษะด้วยมือข้างหนึ่ง ขณะที่มืออีกข้างวางบนหน้าท้องของลู่จิ่วอัน
เื่การตั้งครรภ์ที่เขาเพิ่งพูดไปมีเขียนไว้ในหนังสือ เขาเพียงแค่บอกสิ่งที่หนังสืออธิบายให้ลู่จิ่วอันฟังเท่านั้น เซี่ยอวิ้นหนิงเองก็คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยามากถึงขนาดนี้…
เซี่ยอวิ้นหนิงจ้องมองท้องที่แบนราบของภรรยาพลางนึกถึงกิจกรรมอันเร่าร้อนตลอดหลายวัน ใช่ว่าเธอจะไม่มีโอกาสตั้งท้องเสียทีเดียว
แววตาของชายหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็ความอบอุ่นกระทั่งโหยหา
เขาไม่สนใจว่าลูกจะเป็เพศไหน ไม่ว่าลู่จิ่วอันจะตั้งท้องลูกชายหรือว่าลูกสาวเขาก็ดีใจทั้งนั้น
เขาไม่มีทางเป็พ่อที่ลำเอียง และพร้อมที่จะปฏิบัติต่อลูก ๆ อย่างเท่าเทียม
เขาจะสอนลูก ๆ เขียนหนังสือและวาดภาพ พาพวกเขาไปเตะบอลและว่ายน้ำ ชดเชยให้ลูกในสิ่งที่เขาไม่เคยได้รับจากผู้เป็พ่อ
เซี่ยอวิ้นหนิงคิดไปถึงขั้นที่ว่าอยากได้ลูกคนแรกเป็ผู้ชาย และคนที่สองเป็เด็กผู้หญิง
มีลูกชายกับลูกสาวจะได้โชคดี*[1]
เพียงเท่านี้ ชีวิตเขาก็ไม่้าอะไรอีกแล้ว
*[1]ตัวอักษรที่แปลว่าลูกชายกับลูกสาวในภาษาจีน รวมกันจะได้เป็คำว่า โชคดี และเป็สัญลักษณ์ของความสามัคคีในครอบครัว