“ถ้าแกเป็นลูกผู้ชายจริง ก็ขึ้นมาสู้กันจนกว่าจะตายไปข้างสิวะ! ”
เร็มได้กล่าวเมื่อเห็นแผ่นหลังของภานุค่อยห่างไกลออกไป อย่างไรก็ตามสำหรับภานุแล้วคำพูดของเร็มนั้นไม่ได้ทำให้เขาอยากจะสู้กับมันเลยสักนิด มันเหมือนกับการยั่วยุสำหรับเด็กมากกว่า
“ฉันจะเตือนแกไว้ ถ้าแกไม่ขึ้นมาให้ฉันอัดตอนนี้ เมื่อถึงวันทดสอบภาคสนามฉันจะฆ่าแกแน่! ”
เร็มกล่าวออกมาอย่างเดือดดาลโดยไม่สนใจว่าอาจารย์ลีน่าหรือเหล่านักเรียนทหารคนอื่นจะฟังเขาอยู่เลย เพราะเขาไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการสังหารใครในการทดสอบภาคสนาม เพราะตามกฎที่ได้บัญญัติเอาไว้นั้นการตายของนักเรียนทหารไม่ว่าจะกรณีใดๆ ก็ตามจะไม่มีการรับผิดชอบหรือมีการไต่สวนทั้งสิ้น หมายความว่าเร็มสามารถที่จะสังหารภานุได้โดยที่ไม่มีใครขัดขวาง
เมื่อคำข่มขู่นี้หลุดออกไปเท้าของภานุที่กำลังก้าวอยู่ก็ได้หยุดลงทันที นักเรียนทหารคนอื่นๆ ต่างก็คิดว่าชายหนุ่มนั้นหวาดกลัวในพลังของเร็ม อย่างไรก็ตามคำกล่าวของภานุกลับสร้างความแตกตื่นให้พวกเขาอย่างถึงที่สุด
“ถ้าถึงตอนนั้นนายทำได้ ก็ลองดู! ”
ชายหนุ่มได้เดินจากไปทันทีเมื่อกล่าวจบ เขาไม่ได้หันกลับไปมองหรือสนใจสภาพของเร็มในตอนนี้เสียด้วยซ้ำ เร็มนั้นโกรธเป็นอย่างมาก หากไม่มีอาจารย์ลีน่าขัดขวางมันจะเข้าไปฉีกร่างของภานุเป็นชิ้นๆ ทันที
อย่างไรก็ตามเป้าหมายของชายหนุ่มตอนนี้ก็คือมุ่งหน้าไปที่ห้องพยาบาลเสียก่อนเพื่อทำแผล แม้ว่าตอนนี้เลือดจากบาดแผลของเขาจะหยุดไหลนานแล้ว แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อเขาจำเป็นต้องทำแผลอย่างถูกวิธีซึ่งอาจารย์สอนวิชาแพทย์สนามเคยบอกเขาเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว
เนื่องจากห้องพยาบาลนั้นอยู่ไม่ไกลจากสนามฝึกซ้อมมากนัก ชายหนุ่มจึงใช้เวลาเดินเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นก็มาถึงหน้าห้องพยาบาลที่อยู่ในตึกขนาดเล็ก ห้องพยาบาลนั้นนักเรียนคนใดที่ได้รับบาดเจ็บสามารถมาทำแผลที่นี่ได้ฟรีนับว่าเป็นบริการที่เรียกได้ว่าดีที่สุดภายในโรงเรียนแห่งนี้ และมันไม่มีค่าใช้จ่าย
“ครืด…”
เสียงประตูเลื่อนเก่าๆ ที่ภานุค่อยๆ เลื่อนเปิดมันออก เผยให้เห็นสภาพภายในของห้องพยาบาลช้าๆ ซึ่งในห้องพยาบาลนั้นแม้จะเก่าไปนิดแต่มันถูกทำความสะอาดเป็นอย่างดี บ่งบอกถึงความเอาใจใส่ของคนดูแลเป็นอย่างมากเพราะแม้แต่ฝุ่นภานุก็ยังไม่พบมัน
“อาจารย์เอด้า? ”
ภานุส่งเสียงขึ้นภายในห้องพยาบาลอย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าวันนี้อาจารย์ที่เฝ้าห้องพยาบาลนั้นจะไม่อยู่ แต่มีป้ายกระดาษถูกแปะเอาไว้บนเก้าอี้แทน ซึ่งเป็นจุดที่สังเกตได้ง่ายเพราะเมื่อคนเดินเข้ามาในห้องพยาบาลจำเป็นต้องมองมันก่อนเป็นอย่างแรกแน่นอน
[นักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ ทำแผลด้วยตัวเองก่อนนะ อาจารย์มีธุระด่วนต้องไปทำจริงๆ …..เอด้า….]
เมื่ออ่านข้อความจบภานุก็เดินไปที่ตู้เก็บอุปกรณ์พยาบาลทันที ซึ่งเข้าก็ได้หยิบผ้าพันแผลและน้ำยาล้างแผลออกมา เพื่อฆ่าเชื้อ ชายหนุ่มไม่ได้ใช้เวลานานมากนักสำหรับขั้นตอนทั้งหมดเพราะอาจารย์ลีน่านั้นได้แจ้งเอาไว้ว่านักเรียนคนใดก็ตามที่ประลองเสร็จแล้วสามารถที่จะกลับบ้านก่อนได้ ซึ่งแน่นอนว่าภานุนั้นตื่นเต้นอย่างมากที่จะไปที่ตึกแมคเจนเนียที่ริกทหารจากหน่วยพิฆาตได้แนะนำมา
“ฉันจะแข็งแกร่งขึ้น และจะกลับมาเตะตูดเจ้าเร็มนั่น! ”
หลังจากภานุทำแผลเสร็จ หัวของเขาก็ดูไม่ต่างกับมัมมี่มากนัก เพราะมีผ้าพันแผลพันรอบหัว ชายหนุ่มออกจากห้องพยาบาลและเห็นว่ามีนักเรียนชายคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บกำลังเดินตรงมา ภานุคิดว่าเขาน่าจะได้รับบาดเจ็บจากการประลองเช่นกัน ดูจากสีหน้าที่ดูหดหู่แล้วเป็นไปได้มากว่าจะได้รับความพ่ายแพ้มา อย่างไรก็ตามภานุไม่ได้มีเวลามาสนใจคนอื่น
ชายหนุ่มวิ่งกลับไปที่ห้องเรียนและหยิบกระเป๋าสะพายของตนเองออกมา และเดินออกจากโรงเรียนไปโดยที่ไม่มีใครขัดขวาง กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียงไม่ถึงสิบนาที วันนี้ถนนหน้าโรงเรียนนั้นดูแปลกตาไปสักเล็กน้อย เพราะโดยปกติแล้วภานุจะคุ้นชินกับภาพที่มีนักเรียนเดินกลับบ้านกันจำนวนมากหลังเลิกเรียน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มได้ออกจากโรงเรียนก่อนเวลาเลิก
“วันนี้ฉันคงจะอดเจอเธอคนนั้น…”
ภานุรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่วันนี้เขาจะไม่ได้เฝ้ารอหญิงสาวที่เขาชอบที่สถานีรถไฟอีก ซึ่งครั้งนี้ชายจะเป็นคนที่ต้องซื้อตั๋วรถไฟเพื่อที่จะมุ่งหน้าไปตึกแมกเจนเนีย เพราะชายหนุ่มคิดว่าการเดินไปด้วยตัวเองนั้นจะเสียเวลามากเกินไป
หลังจากเดินออกมาจากโรงเรียน ภานุก็มุ่งตรงไปที่สถานีรถไฟ ซึ่งในเวลานี้ก็มีคนเยอะเป็นปกติจริงๆ ไม่ว่าจะเวลาไหน เมื่อภานุได้ปรากฏตัวขึ้นที่กลางสถานีรถไฟ ผู้คนต่างก็พากันถอยหนีเนื่องจากรอยเลือดที่เปื้อนอยู่บนเสื้อและผ้าพันแผลที่พันอยู่บนหัวของเขา มีหลายคนที่รู้สึกเห็นใจ และมีหลายคนที่ขยะขยะแขยงและไม่อยากเข้าใกล้
ภานุยิ้มออกมาอย่างขมขื่น ชุดนักเรียนตัวเดียวของเขาที่เลอะ นั้นยังจำเป็นต้องใส่ทุกวัน และไม่มีโอกาสไหนเลยที่เขาจะซักเสื้อของเขาได้เพราะฝนนั้นยังคงไม่ตกลงมา
เขาเดินไปที่ขายตั๋วรถไฟ ก่อนที่จะต่อแถว ซึ่งการทำงานของคนออกตั๋วนั้นเรียกได้ว่าเร็วเป็นอย่างมาก คิวหนึ่งใช้เวลาไม่เกินสามวินาทีเท่านั้น แม้ว่าจะมีอยู่หลายคิวที่อยู่ตรงหน้าภานุ แต่มันก็ยังถึงคิวของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
“ไปสถานีแมคเจนเนียครับ! ”
ภานุกล่าวออกมาเมื่อถึงคิวของเขาที่จะต้องซื้อตั๋ว เจ้าหน้าที่ออกตั๋วนั้นแบมือออกมาเพื่อเป็นสัญญาณให้ภานุส่งเงินให้ ซึ่งภานุก็ได้วางมันลงที่มือของอีกฝ่ายอย่างลังเล เงินเก็บที่เขาเก็บมานานมันถูกใช้ไปถึงครึ่งหนึ่งในทันที ซึ่งมันเป็นอะไรที่น่าเสียดายเป็นอย่างมาก
“ตั๋ว…”
เจ้าหน้าที่ที่มีสภาพเหมือนหุ่นยนต์ได้กล่าวขึ้นดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้สนใจอะไรเลย การเคลื่อนไหวของเขาเป็นอย่างอัตโนมัติ สีหน้าของเขานั้นเหมือนกับคนที่เบื่อโลก บางทีเขาอาจจะทำงานนี้มานานเกินไป
ภานุรับตั๋วและรีบวิ่งไปนั่งรอตรงที่รอรถไฟทันที รถไฟของเขาจะมาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าซึ่งภายในรถไฟนั้นจะมีคนขึ้นกันเต็มอยู่ทุกรอบอยู่แล้ว ในขณะที่ภานุกำลังนั่งรอในสภาพที่เหม่อลอยนั้นเขาก็ต้องสะดุ้งเพราะมีคนสะกิดเรียกเขา
“คุณคะ”
เมื่อภานุหันกลับไปมองคนที่เรียกเขาผ้าพันแผลที่พันหน้าของเขาก็ถึงกับสั่นทันที
‘เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง’