"พวกเรา... มีแผนที่... และเรามีข้อเสนอสำหรับ 'กองทัพ' ของพวกเ้า"
คำพูดของผู้แทนจากสภาสนธยาดังก้องอยู่ในโถงของหอสมุดไร้กาล เธแนะนำตัวเองด้วยชื่อ "ธนา... ผู้บันทึกประวัติศาสตร์"
ราตรีเป็คนแรกที่ก้าวออกมาข้างหน้า "ข้อเสนออะไร? พวกเราไม่ใช่กองทัพ... เราคือผู้ลี้ภัย"
"สถานะสามารถเปลี่ยนแปลงได้" ธนากล่าวเรียบๆ "พวกเ้าได้ทำในสิ่งที่ทั้งอเวจีและสภาทำไม่ได้มานานนับศตวรรษ... นั่นคือการต่อกรกับ 'ยมทูต' และเอาชีวิตรอดกลับมาได้... พร้อมทั้งเผยจุดอ่อนของมัน"
เธออธิบายว่าสถานการณ์ในสามภพภูมิกำลังเปราะบางอย่างยิ่ง "อัครทูต์นามว่า 'เซราคิเอล'... ผู้คลั่งไคล้ในระเบียบ... ได้เริ่มปฏิบัติการเกินขอบเขตอำนาจของสภา์ เขาใช้การตื่นขึ้นของพวกเ้าเป็ข้ออ้างในการปลดปล่อยหน่วยยมทูตโดยไม่ผ่านการอนุมัติอย่างเป็ทางการ... การกระทำของเขาเป็ภัยต่อสนธิสัญญาทิพย์และอาจก่อให้เกิดาเต็มรูปแบบได้"
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรา?" เคนจิถาม
"สภาไม่สามารถเคลื่อนไหวต่อต้านอัครทูต์โดยตรงได้ มันจะกลายเป็การประกาศาทันที... แต่พวกเ้า... ในฐานะ 'กลุ่มฏนอกกฎหมาย'... สามารถทำได้" ธนาอธิบาย "ข้อเสนอของเราคือ... จงรวบรวมหลักฐานการกระทำที่ผิดกฎของเซราคิเอลมาให้เรา... อาจจะเป็บันทึกคำสั่ง... พยาน... หรืออะไรก็ตามที่สามารถใช้มัดตัวเขาได้"
"และถ้าเราทำสำเร็จ... เราจะได้อะไร?" อริสราถาม
"พวกเราจะใช้หลักฐานนั้นบีบให้สภา์ต้องควบคุมเซราคิเอลและยุติการทำงานของหน่วยยมทูต" ธนาตอบ "และที่สำคัญกว่านั้น... สภาสนธยาจะประกาศให้พวกเ้าอยู่ภายใต้ 'สถานะคุ้มครองของเผ่าพันธุ์โบราณที่ยังหลงเหลืออยู่'... เป็กฎเก่าแก่ที่จะทำให้พวกเ้ากลายเป็เขตเป็กลางที่แม้แต่์ก็ไม่อาจแตะต้องได้อย่างเปิดเผย... พวกเ้าจะได้อิสรภาพที่แท้จริง"
"เพื่อการนั้น... หอสมุดแห่งนี้พร้อมจะมอบความรู้และการสนับสนุนทุกอย่างที่พวกเ้า้า"
มันคือข้อเสนอที่แทบจะเป็ไปไม่ได้... แต่ก็เป็หนทางรอดเพียงหนึ่งเดียวที่พวกเขามี
หลังจากตกลงรับข้อเสนอ... ทีมทั้งสี่ก็ได้ใช้หอสมุดไร้กาลเป็ฐานที่มั่นและที่ฝึกฝนแห่งใหม่
ราตรีและอริสราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องเก็บเอกสารโบราณ พวกเขาค้นคว้าทุกอย่างเกี่ยวกับเซราคิเอลและหน่วยยมทูต อริสราพบว่าพลังของเธอมีประโยชน์อย่างมหาศาลที่นี่... เพียงแค่แตะบันทึกหรือม้วนคัมภีร์เก่าๆ เธอก็สามารถเห็น "ภาพสะท้อน" ของเหตุการณ์ในอดีตที่เกี่ยวข้องกับมันได้
จากการ "อ่าน" บันทึกการสร้างหน่วยยมทูต... เธอค้นพบจุดอ่อนสำคัญ "พวกมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต... แต่เป็พันธสัญญาที่ผูกติดอยู่กับเจตจำนงของนายเหนือหัว" เธออธิบายให้คนอื่นฟัง "ถ้าเราสามารถตัดการเชื่อมต่อ... หรือทำให้คำสั่งของเซราคิเอลสิ้นสภาพ... เหล่ายมทูตที่อยู่ใต้บังคับบัญชาก็จะสลายไปเอง!"
ในขณะเดียวกัน... เคนจิและลอเรนโซ่ก็ฝึกฝนอยู่ใน "ห้องจำลองมิติ" ที่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมและคู่ต่อสู้แบบใดก็ได้ตาม้า
ในตอนแรก... พวกเขาดูไม่เข้ากันเลยแม้แต่น้อย เคนจิที่เน้นความแม่นยำและวินัย ขัดแย้งกับลอเรนโซ่ที่ใช้พลังตามสัญชาตญาณและอารมณ์ศิลปิน แต่เมื่อเวลาผ่านไป... พวกเขาก็เริ่มเรียนรู้จากกันและกัน
เคนจิสอนให้ลอเรนโซ่รู้จักการควบคุม... การจดจ่อพลังสร้างสรรค์ให้เป็รูปเป็ร่างและมีเป้าหมาย ส่วนลอเรนโซ่ก็สอนให้เคนจิรู้จักการ "ด้นสด"... การปรับเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้ให้พลิกแพลงตามสถานการณ์... ไม่ยึดติดกับกระบวนท่าที่ตายตัว
พวกเขาได้คิดค้นการโจมตีประสานที่น่าทึ่ง... โดยลอเรนโซ่จะใช้พลังสีของเขาสร้าง "จุดอ่อน" บนเกราะของศัตรู ทำให้โครงสร้างของมันเปราะบางลงชั่วขณะ... และเปิดโอกาสให้เคนจิพุ่งเข้าไปทำลายจุดนั้นด้วยการโจมตีที่แม่นยำเพียงครั้งเดียว!
แต่ท่ามกลางการค้นคว้า... อริสรากลับรู้สึกถึง "เสียงเรียก" ที่แปลกประหลาด... มันดังมาจากส่วนที่ลึกที่สุดของหอสมุด... ส่วนที่ถูกปิดผนึกไว้ด้วยอักขระที่ซับซ้อนกว่าที่ไหนๆ มันคือเสียงสะท้อนของสายเื "วฤตระ"... ที่กำลังเรียกหาเธอ
เมื่อเธอถามธนาเกี่ยวกับเื่นี้... ผู้บันทึกประวัติศาสตร์กลับมีสีหน้าเรียบเฉยผิดปกติ
"ห้ามเข้าไปในนั้นเด็ดขาด" เธอกล่าว "ความรู้บางอย่าง... อันตรายเกินกว่าที่แม้แต่เราจะอยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว"
คำเตือนของธนา... มีแต่จะยิ่งกระตุ้นความอยากรู้ของอริสรา
"ฉันต้องเข้าไป" เธอตัดสินใจบอกคนในทีม "มันอาจจะเป็กุญแจสำคัญบางอย่างเกี่ยวกับบรรพบุรุษของเรา... หรืออาจจะเป็กับดัก... แต่ฉันต้องรู้"
"ฟังดูเหมือนความคิดที่ไม่ฉลาดเลย" เคนจิกล่าว แต่เขาก็ไม่ได้คัดค้าน "แล้วแผนคืออะไร?"
มันคือภารกิจแทรกซึมครั้งแรกของพวกเขาในฐานะทีม... เพื่อที่จะบุกเข้าไปใน "บ้าน" ของผู้ที่ให้ที่พักพิงแก่พวกเขาเอง
ราตรีรับหน้าที่จัดการระบบป้องกันอิเล็กทรอนิกส์, เคนจิใช้ความคล่องแคล่วของเขาลอบผ่านเหล่า "ผู้ดูแล" หุ่นกลไกที่ทำหน้าที่ลาดตระเวนในหอสมุด, ส่วนลอเรนโซ่... เขาใช้พลังของเขาสร้าง "ภาพลวงตา" ที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาหลอกเซ็นเซอร์ตรวจจับพลังงานที่ซับซ้อนที่สุด
และอริสรา... เธอคือคนเดียวที่สามารถ "อ่าน" และหาช่องโหว่ของอักขระป้องกันที่ผนึกประตูบานใหญ่นั้นไว้ได้
ในที่สุด... พวกเขาก็เข้ามาข้างในได้สำเร็จ
แต่หลังประตูบานนั้น... ไม่ได้มีหนังสือหรือม้วนคัมภีร์... มีเพียงแท่นศิลาแท่นเดียว... และบนนั้นมี "ผลึกความทรงจำ" สีดำสนิทที่ดูดกลืนแสงทั้งหมดลอยอยู่... มันกำลังสั่นไหวเบาๆ ราวกับมีหัวใจเต้นอยู่ข้างใน
อริสราััได้ถึงเสียงเรียกที่รุนแรงขึ้น... เธอค่อยๆ ยื่นมือออกไป... และแตะลงบนผลึกนั้น
ฟุ่บ!
โลกทั้งใบของเธอก็กลายเป็สีขาวโพลน... ก่อนที่ภาพความทรงจำของคนอื่นจะไหลบ่าเข้ามาในหัว... ไม่ใช่แค่ภาพสะท้อน... แต่มันคือการ "เข้าไปอยู่ในร่าง" ของคนคนนั้น!
เธอคือมหาอสูร "วฤตระ"... ผู้นำสูงสุดของเผ่าพันธุ์อสูร... เธอกำลังยืนอยู่กลางสมรภูมิแห่งมหาาครั้งสุดท้าย... เธอมองเห็นชัยชนะอยู่ใกล้แค่เอื้อม... แต่แล้ว... เธอก็รู้สึกถึงความเ็ปที่แผ่นหลัง...
ดาบ... ไม่ใช่ดาบแห่งแสงของเหล่าทูต์... แต่เป็ดาบเงาที่คุ้นเคย... ดาบของ "สหายร่วมรบ"... อสูรจากตระกูลอื่นที่เคยสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมา...
การทรยศ
ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นคือรอยยิ้มเย้ยหยันของอสูรผู้ทรยศ... และภาพของเหล่าทูต์ที่กำลังมองดูเหตุการณ์นั้นด้วยความพึงพอใจ...
อริสราถอนมือออกจากผลึกอย่างแรง ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน... ไม่ใช่จากพลัง... แต่จากความจริงที่เธอเพิ่งได้รับรู้
ประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกไว้เป็เื่โกหก... เหล่าอสูรไม่ได้พ่ายแพ้เพราะพลังที่ด้อยกว่า...
แต่พวกเขาพ่ายแพ้... เพราะถูกหักหลังจากพวกเดียวกันเอง
ทันใดนั้น! เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังก้องไปทั่วทั้งหอสมุด! ประตูห้องนิรภัยเปิดออก... พร้อมกับร่างของธนาที่ยืนมองพวกเขาด้วยสายตาที่เ็าและผิดหวัง
"ข้าเตือนเ้าแล้ว... อริสรา" ธนากล่าว
แต่แทนที่จะขอโทษ... อริสรากลับเงยหน้าขึ้นสบตาเธอโดยตรง "พวกคุณรู้เื่นี้มาตลอดเลยใช่ไหม... เื่การทรยศ"
ธนาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมรับ "บันทึกของเราไม่สมบูรณ์... เรารู้ว่ามีความขัดแย้งภายในเผ่าพันธุ์อสูร... แต่เราไม่เคยมีหลักฐานที่ชัดเจน... จนกระทั่งตอนนี้... เ้าได้มอบชิ้นส่วนสุดท้ายของปริศนาให้เรา"
การกระทำของอริสราที่เหมือนจะเป็การละเมิดกฎ... กลับกลายเป็กุญแจสำคัญที่เปลี่ยนทุกอย่าง
"สถานการณ์ซับซ้อนกว่าที่เราประเมินไว้" ธนากล่าว "ภัยคุกคามไม่ใช่แค่เซราคิเอล... แต่ยังรวมถึง 'สายเืผู้ทรยศ' ของเหล่าอสูร... ที่อาจจะยังคงร่วมมือกับ์อยู่ในเงามืด... เพื่อป้องกันไม่ให้ความจริงถูกเปิดเผย"
ภารกิจของพวกเขา... บัดนี้ได้ใหญ่หลวงขึ้นเป็ทวีคูณ
มันไม่ใช่แค่การเปิดโปงอัครทูต์นอกรีตอีกต่อไป... แต่ยังรวมถึงการสืบหาความจริงเื้ัการล่มสลายของเผ่าพันธุ์ตัวเอง... และการตามหาทายาทของ "ตระกูลผู้ทรยศ" ...ก่อนที่พวกเขาจะหาทางกำจัดอริสรา... พยานเพียงคนเดียวที่จะเปิดโปงประวัติศาสตร์อันดำมืดนั้นได้
ธนามองไปที่ทีมทั้งสี่... ทีมที่บัดนี้มีความมุ่งมั่นและเป้าหมายที่ชัดเจนกว่าเดิม "หอสมุดจะให้การสนับสนุนพวกเ้าอย่างเต็มที่... เพราะบัดนี้... ภารกิจของพวกเ้า... คือภารกิจของสภาด้วยเช่นกัน"
เธอส่งมอบข้อมูลชุดใหม่ให้ราตรี... "นี่คือเบาะแสแรก... เกี่ยวกับสถานที่ที่ตระกูลผู้ทรยศเคยใช้เป็ฐานที่มั่นลับ... มันอาจจะนำพวกเ้าไปเจอกับทายาทของพวกมัน... หรืออาจจะเจอกับยมทูตของเซราคิเอลที่ถูกส่งไปทำลายหลักฐาน"
อริสรามองไปที่เพื่อนร่วมทีมของเธอ... เคนจิผู้เงียบขรึม... ลอเรนโซ่ผู้เปี่ยมด้วยอารมณ์... และราตรีผู้เป็ดั่งกาวใจที่เชื่อมทุกคนไว้... น้ำหนักของภารกิจใหม่นี้กดทับลงบนบ่าของพวกเขาทุกคน
าที่พวกเขาต้องสู้... มีศัตรูอยู่ทั้งข้างหน้า... และอาจจะอยู่ข้างหลังพวกเขาเอง