บทที่ 34 เงื่อนไขในการเซ็นสัญญา
“แก… แกกำลังสั่งสอนพ่อของตัวเองงั้นเหรอ?”
จวีซือหนานไม่ได้ตอบคำถามของปลายสาย เพียงแค่สูดน้ำมูกเบา ๆ และถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ยังมีธุระอะไรอีกไหมคะ”
เมื่อได้ยินเธอพูดถึงเรื่องของกงเจ๋ออวี้อย่างหนักแน่น จวีกั๋วเจิ้งก็ระงับความโกรธในใจไว้ชั่วคราว
“พรุ่งนี้แกพากงเจ๋ออวี้มาบ้านเราหน่อยสิ”
เขาไม่เชื่อหรอกว่า คุณชายแห่งตระกูลกงจะมองเห็นคุณค่าในตัวเธอจริง ๆ และจะมาบ้านนี้กับเธอ!
จวีซือหนานก้มหน้าลงอย่างเงียบงัน ก่อนจะปฏิเสธไปตรง ๆ “หนูคิดว่ามันไม่จำเป็น เรื่องของหนูพ่อไม่ต้องมายุ่ง ถ้าพ่อมีเวลามาก ก็ไปจัดการเรื่องของจวีซือเฝยลูกรักของพ่อให้ดีเถอะ!”
“แกกล้าดียังไง! จวีซือหนาน แกกล้าพูดกับฉันแบบนี้ ยังไงฉันก็เป็นพ่อของแกนะ ถ้าไม่มีฉัน ก็ไม่มีแก ถ้าพรุ่งนี้แกไม่พาคุณชายกงกลับบ้าน ฉันจะไปหาตระกูลกงเอง ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าตระกูลกงจะยอมรับตัวแกหรือเปล่า!”
พูดจบ เขาก็วางสายไปด้วยเสียงขึงขัง
วันรุ่งขึ้น
รถโรลส์รอยซ์รุ่นลิมิเต็ดสีดำก็มาจอดอยู่ด้านหน้าตึกสีเทา กงเจ๋ออวี้ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มพร้อมเลขาเดินเข้าไปในตึก SEC
“ว้าว… คนคนนั้นคือประธานของบริษัทกงกรุ๊ปไม่ใช่เหรอ? หล่อมาก!”
พนักงานต้อนรับสาวมองชายที่เดินนำหน้าด้วยออร่าของราชาอย่างตกตะลึงจนกรามแทบค้าง
“จริงด้วย ๆ เขาหล่อจริง ๆ!”
“ดูสิ ๆ ประธานกงกำลังมองมาทางฉัน…”
กระทั่งตอนที่กงเจ๋ออวี้เข้าไปในลิฟต์ส่วนตัวของประธานบริษัท เสียงกรีดร้องที่ดังมาจากด้านหลังก็ยังคงได้ยินอยู่ สีหน้าที่เต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ของพวกเธอ ทำให้กงเจ๋ออวี้รู้สึกรำคาญเมื่อได้เห็น
จวีซือเฝยที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำชา บังเอิญเห็นเลขากำลังพากงเจ๋ออวี้ เดินไปที่ห้องรับรอง
เธอตกใจจนอ้าปากค้าง รีบถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
พระเจ้า! เธอไม่ได้มองผิดไปใช่ไหม ทำไมจู่ ๆ กงเจ๋ออวี้ก็มาปรากฏตัวที่นี่ได้ หรือว่าเขาตกลงที่จะร่วมงานกับ SEC แล้ว?
ไม่ได้การ เธอจะต้องทำให้เขาประทับใจให้ได้!
เมื่อคิดได้ดังนั้น จวีซือเฝยก็รีบวางถ้วยกาแฟลง เธอจัดกระโปรงของตัวเองให้เรียบร้อย แล้วยกมือขึ้นมาจัดทรงผม จากนั้นก็สวมรองเท้าส้นสูงสี่นิ้ว เดินไปหากงเจ๋ออวี้ด้วยท่าทางเขินอาย
“สวัสดีค่ะ ท่านประธานกงเจ๋ออวี้ ดิฉันเป็นนักออกแบบของ SEC ชื่อจวีซือเฝย เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ TW ตั้งแต่แรก ก่อนหน้านี้ฉันไปที่กงกรุ๊ปหลายครั้ง แต่น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้พบกับคุณเลยสักครั้ง ปีนี้ได้พบคุณจริง ๆ แล้ว ฉันดีใจมากค่ะ!”
พูดจบ จวีซือเฝยก็ยื่นมือออกไปหากงเจ๋ออวี้พร้อมด้วยรอยยิ้มที่ดูสุภาพ ส่วนกงเจ๋ออวี้ก้มมองเธอเพียงแวบเดียวด้วยสายตาเย็นชา โดยไม่มีทีท่าว่าจะยื่นมือออกไป
“มีอะไรเหรอ”
กงเจ๋ออวี้ถามด้วยสีหน้าเย็นชา
มือของจวีซือเฝยก็ชะงักงันอยู่กลางอากาศ ใบหน้าของเธอแสดงความอึดอัดออกมาเล็กน้อย “ฉัน…” เธอเงยหน้าขึ้นมองอย่างอ่อนหวาน “ท่านประธานกงเจ๋ออวี้ ฉันแค่อยากจะแนะนำส่วนการออกแบบเบื้องต้นของโครงการนี้ให้คุณฟัง…”
“ไม่จำเป็น!”
กงเจ๋ออวี้ตัดบทเธอทันที ซ้ำยังมองเธอด้วยสายตาเย็นชาราวกับว่ามองของเสียอย่างไรอย่างนั้น “ในเมื่อตอนนี้เธอไม่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องพูดกับฉัน”
“คือ…”
จวีซือเฝยขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกัดริมฝีปาก ใบหน้าเล็ก ๆ แสดงความน้อยใจออกมา
หากเป็นคนอื่น คงถูกความน่าสงสารนี้ทำให้ใจอ่อนได้จริง ๆ แต่สำหรับกงเจ๋ออวี้แล้ว เขามองการแสดงของเธอออกอย่างทะลุปรุโปร่งมาตั้งแต่แรก
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศค่อนข้างอึดอัด เลขาหนุ่มก็รีบมองกงเจ๋ออวี้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเพื่อแก้สถานการณ์ให้ดีขึ้น “ท่านประธาน พวกเรารีบไปคุยเนื้อหาโครงการกันก่อนดีกว่านะครับ”
พูดจบ เขาส่งสัญญาณให้จวีซือเฝยถอยออกไป ฝ่ายจวีซือเฝยไม่เต็มใจที่จะเก็บมือของเธอกลับนัก แต่เธอก็พยายามกลั้นความน้อยใจแล้วฝืนยิ้มออกมา “งั้นท่านประธานกงไปทำงานก่อนเลยค่ะ!”
จวีซือเฝยค่อย ๆ ถอยไปด้านข้าง เปิดทางให้กงเจ๋ออวี้ได้เดินไปต่อ
ในห้องประชุม
กงเจ๋ออวี้เปิดสัญญาโดยไม่แม้แต่จะอ่านมันเลยสักนิด ชายหนุ่มโยนมันลงบนโต๊ะกาแฟ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ผมจะยอมเซ็นสัญญา แต่มีเงื่อนไขอยู่ข้อเดียว คือจวีซือหนานต้องรับผิดชอบโปรเจกต์นี้ไปจนจบ และเพิ่มเงินเดือนให้เธออีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์!”