เสียงไก่ประสานเสียงขันปลุกให้ฉันตื่นั้แ่ฟ้ายังไม่สว่าง เด็กๆยังคงนอนหลับปุ๋ยเธอจึงลุกขึ้นเดินออกไปนอกบ้าน พลางบิดี้เีไปด้วย อากาศวันนี้สดชื่นได้กลิ่นดินและหอมกลิ่นธรรมชาติ ยิ่งรู้สึกดีขึ้นไปอีก
พอฟ้าสว่างเด็กๆก็พากันตื่นนอนเดินตามออกมาหาแม่ที่ห้องครัว เธอเลยให้ลูกๆไปล้างหน้าแปรงฟันให้เรียบร้อย
วันนี้เธอทำซี่โครงผัดเปรี้ยวหวานและแกงจืดหมูสับให้ลูกทาน เสร็จแล้วก็เรียกให้มานั่งทานข้าวกัน
"อิ่มกันไหมลูก"
"ผมอิ่มมากเลยครับแม่"ิเฉินนั่งลูบท้องป่องของตัวเอง
"หนูก็ไม่เคยกินอิ่มขนาดนี้เลยค่ะแม่"
"แม่ครับแม่ทำอาหารจานเนื้อให้กินทุกวันได้ไหมครับ ผมชอบมากเลย"
"ได้จ้ะแต่พวกลูกๆต้องห้ามบอกใครๆว่าบ้านเรากินอาหารจานเนื้อกัน ถ้าลูกสัญญาและเป็เด็กดีแม่จะทำให้ทานทุกวันเลยแต่ต้องทานผักด้วยนะ"
"ค่ะแม่/ครับแม่ พวกเราสัญญา "
"งั้นลูกๆไปเตรียมตัวได้แล้วแม่จะพาไปร้านค้าสหกรณ์ในหมู่บ้าน"
"เย้ๆ แม่ดีที่สุด"เด็กๆทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกัน และพากันะโไปมา
วันนี้ฉันตั้งใจว่าจะไปสำรวจร้านค้าสหกรณ์ในหมู่บ้านอย่างที่ตั้งใจไว้เมื่อวานเธออยากจะสำรวจราคาของที่นี้ จะได้หาลู่ทางทำเงินหรือบางทีอาจจะต้องเดินทางเข้าไปที่ตัวอำเภอ เธออยากเอาของในมิติไปขายในตลาดมืดเหมือนที่เคยได้ยินมาเธอต้องรีบหาเงินทุน มีเงินไว้อุ่นใจที่สุด
เมื่อทุกคนพร้อมแล้วเธอก็เดินออกมาโดยไม่ลืมล็อคกุญแจบ้าน จากนั้นก็พาลูกๆเดินไปตามทางที่อยู่ในความทรงจำของร่างเดิมระหว่างทางเธอก็ชมบรรยากาศรอบๆไปด้วย แม้ตอนนี้จะเริ่มร้อน มีแดดจ้าแต่เธอกับชอบที่อากาศบริสุทธิ์ หอมกลิ่นดิน กลิ่นหญ้าซึ่งหาจากในเมืองใหญ่ที่เธอเคยอยู่ไม่ได้เลย
"ดูสิแม่นางฟ้ามาโน่นแล้ว" เสียงซุบซิบนินทาดังมาแต่ไกลจากทางทุ่งนา
เื่นินทาเป็เื่ธรรมดาของมนุษย์โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้าน หรือแม้กระทั่งเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน
"เฮอะ!!..กู่ิหลงหนอกู่ิหลง แต่งเมียเข้าบ้านงานการไม่ทำ อีกหน่อยไม่แคล้วต้องหมดตัวบ้านที่ดินก็ต้องขายมาเลี้ยงเมียผู้ดีไม่รู้จักทำงาน รู้จักแต่ใช้เงินสามี" เสียงเพื่อนๆกลุ่มสะใภ้ใหญ่ที่นั่งจับกลุ่มนินทากันอยู่ใต้ต้นไม้ตอนนี้เป็เวลาพักงานในทุ่งนา ดังแว่วมา
จางเล่อเหลียนได้ยิน แต่เธอทำเป็ไม่สนใจเสียงนกเสียงกา มีปากก็พูดไปตอนนี้เธออารมย์ดีไม่อยากจะยุ่งกับใครเธอเดินจูงมือลูกๆไปอย่างมีความสุข ชื่นชมกับรรยากาศรอบๆแบบนี้เธอพึ่งมีโอกาสได้เห็นของจริง
"โอ๊ย! ...ดูสิทำเป็ลอยหน้าลอยตาใช่ชุดใหม่ทั้งแม่ทั้งลูก ทำเป็มองไม่เห็นหัวเธอเลยนะสะใภ้ใหญ่กู่ "เพื่อนๆสะใภ้ใหญ่ยังคงพูดด้วยความสนุกเนื่องจากพวกเธอเองก็อิจฉาจางเล่อเหลียนที่ไม่ต้องมาทำงานแลกแต้มให้เหนื่อยเหมือนพวกเธอมีเงินเดือนให้ใช้ทุกเดือน แถมสามีหล่อเหลาขนาดนั้นทำให้สาวๆและลูกสะใภ้บ้านอื่นๆต่างก็อิจฉาเธอ
"หึ !.." คอยดูแล้วกันเื่นี้ฉันจะบอกคุณแม่ให้จัดการเธอมีอย่างที่ไหน ใส่ชุดใหม่ทั้งๆที่ยังไม่ใช่วันตรุษจีนเลย มีบ้านไหนเขาทำกันสะใภ้ใหญ่ยังคงมองตามจางเล่อเหลียนและลูกๆของเธอไป
ระหว่างทางที่เดินยังไม่ถึงเธอก็เจอกับคุณป้าคนหนึ่ง หน้าซีด เดินหิ้วตะกร้าผักป่ามา
"คุณป้ามีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่าคุณป้าดูหน้าซีดๆนะคะ"
ทันใดนั้นไม่รู้เพราะความบังเอิญหรือตั้งใจร้อยวันพันปีแม่เฒ่าฉินหรือฉินเว่ยอู่ ผู้แข็งแกร่งดั่งหินผา เลี้ยงลูกเพียงลำพังเนื่องจากสามีตายไปก่อน จู่ๆก็เกิดเป็ลมแดด
"ว๊าย!...คุณป้าเป็อะไรหรือเปล่าคะ"
จางเล่อเหลียนใที่จู่ๆ คุณป้าคนนี้ก็เป็ลมล้มพับไปต่อหน้า โชคดีที่เธอความรู้สึกไว คว้าตัวคุณป้าไว้ได้ทัน หลังจากหายใแล้ว จางเล่อเหลียนย่อเข่าลงเธอให้ลูกๆช่วยกันจับคุณป้าใส่หลัง แบกนางมายังร่มไม้ใกล้ๆ ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเพื่อให้หายใจได้สะดวก และให้ลูกๆเอาหมวกที่ใส่มาพัดให้เกิดลมระบายความร้อนให้คุณป้า
"แม่คะ คุณป้าจะเป็อะไรไหม"
"คุณป้าหน้าซีดมากเลยครับแม่"
เด็กๆถามด้วยความใมือก็ยังคงใช้หมวกพัดไปมาไม่หยุด
"เดี๋ยวคุณป้าก็ดีขึ้นลูกน่าจะเป็ลมแดด"
จางเล่อเหลียนเธอพอจะมียาหอมพกติดตัวมาบ้างจึงยื่นให้คุณป้าสูดดม
"อือ.." แม่เฒ่าฉินที่พอได้ดมยาหอมก็เริ่มหายใจสะดวกขึ้น
"เป็อย่างไรบ้างคะคุณป้าดีขึ้นหรือไม่คะ"
จางเล่อเหลียนถามออกไป พร้อมๆกับมือที่ถือยาดมส่ายไปส่ายมาตรงจมูกของแม่เฒ่าฉิน
"อือ ! รู้สึกค่อยยังชั่วขึ้นมากแล้วล่ะขอบใจหนูมากๆนะที่ช่วยฉันไว้ในวันนี้"
แม่เฒ่าฉินรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมากคนเราจะเห็นใจกันก็ในยามที่ตกทุกข์ได้ยากยามลำบากจะมีสักกี่คนที่ยื่นมือเข้ามาช่วย เมื่อนั่งพักจนรู้สึกว่าร่างกายเกือบหายเป็ปกติพร้อมทั้งดื่มน้ำที่จางเล่อเหลียนเอาให้ดื่ม ทำให้กลับมาสดชื่นกว่าเดิม
"หนูจ๊ะ ป้าขอบใจหนูมากนะหนูมีธุระจะไปไหนหรือเปล่า พอดีป้าจะชวนพวกหนูมาทานอาหารที่บ้านป้าเพื่อเลี้ยงขอบคุณที่พวกหนูช่วยป้าไว้"
"ขอบคุณ คุณป้ามากนะคะแต่พอดีหนูกำลังจะพาลูกไปซื้อของที่สหกรณ์หมู่บ้านน่ะคะเอาเป็ว่าหนูจะเดินไปส่งคุณป้าที่ป้าน คุณป้าต้องรีบกลับไปพักผ่อนมากๆนะคะ"
"ไม่เป็ไรจ้า ถ้าหนูไม่สะดวกเอาไว้คราวหน้าก็ได้ อาทิตย์หน้านี้ลูกสาวของป้าจะกลับมาเยี่ยมป้าพอดีป้าอยากให้พวกหนูทำความรู้จักกันไว้ มีอะไรจะได้คอยช่วยเหลือกัน" แม่เฒ่าฉินรู้สึกถูกชะตากับจางเล่อเหลียนมาก
"ก็ได้ค่ะ หนูชื่อจางเล่อเหลียนแล้วนี่ก็ลูกสาวชื่อกู่ลู่ซือ แฝดพี่และกู่ิเฉิน แฝดน้อง อายุ 4 ขวบค่ะ " เธอแนะนำตัวออกไปก่อน
" อ้อ..! หนูเป็สะใภ้รองบ้านกู่นี่เองป้าชื่อฉินเว่ยอู่นะหากมีอะไรให้ป้าช่วยเหลือก็มาหาป้าได้เสมอป้าพร้อมจะช่วยหนูทุกเื่ "
แม่เฒ่าฉินคิดว่าจางเล่อเหลียนไม่เห็นจะเป็แบบที่คนอื่นๆเขาเล่าลือกันเลยนี่ล่ะน้า สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น
เล่อเหลียนอาสาพาป้าฉินไปส่งที่บ้าน บ้านฉินนั้นตอนนี้มีแค่แม่เฒ่าฉินอาศัยอยู่คนเดียวเนื่องจากสามีของเธอได้เสียชีวิตไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วแม่เฒ่าฉินมีลูกสาวเพียงคนเดียว ชื่อฉินฟางอี้ อายุ 20 ปีปัจจุบันยังไม่แต่งงาน ตอนนี้เธอทำงานอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าในตัวอำเภอ
พอเดินจากบ้านป้าฉินมา อีกไม่ไกลมากก็ถึงร้านค้าสหกรณ์หมู่บ้าน ที่อยู่ในส่วนของที่ทำการกองพลน้อยจากนั้นเธอก็พาลูกๆเดินเข้าไปในร้านสำรวจดูว่ามีอะไรขายบ้างซึ่งจากที่เห็นมีของให้ซื้อไม่มากนักเพราะคนส่วนมากจะนิยมเข้าไปซื้อของในสหกรณ์อำเภอซึ่งมีของขายหลากหลายกว่าและจากที่สอบถามคนขายเขาได้บอกว่าที่อำเภอก็จะมีห้างสรรพสินค้าของที่ขายจะมีราคาแพงกว่าร้านค้าสหกรณ์อำเภอและร้านค้าพวกนี้ก็ต้องใช้คูปองของรัฐร่วมด้วย
เธอเลือกซื้อน้ำตาล 1 ชั่งราคา 2 หยวน น้ำผึ้ง 1 ไหเล็ก ราคา 2หยวน ลูกอมกระต่าย 2 ห่อ ราคา 8 เหมา วันนี้เธอจ่ายเงินไป 4 หยวน 8 เหมาเมื่อเด็กๆได้ลูกอมกระต่ายคนละห่อเด็กๆดีใจมากตาเป็ประกายเลยทีเดียวเพราะพวกเขาจะได้กินก็ต่อเมื่อพ่อกลับมาเท่านั้น
เธอต้องรีบหาลู่ทางทำเงินแล้วละจะให้เธออยู่แต่ในหมู่บ้านเห็นทีคงจะไม่ไหว เธอต้องหาทุนสำหรับตั้งตัวเพราะถ้าจำไม่ผิดจากความทรงจำตอนนี้ปี 1976 ยังอยู่ในยุคของการปฏิวัติวัฒนธรรมของท่านผู้นำไม่สามารถค้าขายได้อย่างอิสระ จะขยับตัวทำอะไรก็ยากไปหมดสินค้ามีการควบคุม บางสินค้าต้องใช้คูปองของรัฐร่วมด้วย แต่อีกสองปีข้างหน้า ปี 1978ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะยกเลิกระบบปัญญาชนนี้แล้วแต่ก็ใช่ว่าจะสบายกันหรอกนะ ประชาชนยังคงโดนปิดหูปิดตา ตัดแขน ตัดขารอทางการป้อนอาหารให้ต่อไปอีกหลายปีเลยล่ะ
"เห้อ!!..กลับบ้านไปห่อเกี๊ยวกินดีกว่าเด็กๆ"