"คุณหนู พูดอะไรเช่นนั้นเ้าคะ คุณหนูมีสายโลหิตผู้ฝึกตนระดับสูงโดยกำเนิดจะไร้วาสนาได้อย่างไรกัน ท่านพ่อท่านแม่เป็ผู้เยี่ยมยุทธ์นะเ้าคะ"หลงลี่ฟางเอ่ยเสียงดัง น้ำเสียงเจือดุเล็กน้อย
"พี่ลี่ฟาง ข้าไม่เข้าใจที่ท่านพูดเลย" เยว่ช่างม่านมองไปรอบๆกวาดตาสำรวจ ก่อนจะออกเดินไปนอกเรือนไม้
ทิวทัศน์สวยงามมีทะเลสาบขนาดใหญ่ทั้งยังดอกไม้นานาพันธุ์ ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณนับว่าที่นี่งดงามมิต่างจากแดน์เลยกระมัง เยว่ช่างม่านคิด
"ที่นี่สงบนัก ท่านอยู่ที่นี่มานานเท่าใด" เยว่ช่างม่านนั่งลงพื้นหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่ก่อนจะถามลี่ฟาง
"หนึ่งร้อยเจ็ดสิบปีเ้าค่ะบ่าวรอคุณหนูมาหนึ่งร้อยเจ็ดสิบปีแล้วเ้าค่ะ" หลงลี่ฟางเอ่ยเสียงเศร้าสร้อย
"ปะเป็ เป็ไปได้อย่างไรกันปีนี้ข้าเพิ่งจะอายุสิบเจ็ดปีเท่านั้นเองนะพี่ลี่ฟาง"เยว่ช่างม่านกล่าวด้วยความใ
"แสดงว่าเวลาภายนอกและมิตินี้ ไม่เท่ากันเ้าค่ะข้างนอกนั้นคงช้ากว่าที่นี่สิบเท่า เช่นนั้น ที่นี่เหมาะสมที่จะให้คุณหนูฝึกยุทธ์ห้องหนังสือที่ฮูหยินเตรียมไว้มีคัมภีร์มากมาย ทั้งยังมีสมุนไพรหายากแม้แต่ในอาณาจักรม่านดาราเอง สิ่งเหล่านี้ก็ยังนับว่าล้ำค่ามากเกรงว่าฮูหยินคงเตรียมไว้ก่อน เพื่อคุณหนูเ้าค่ะ"ลี่ฟางบอกเล่าเพียงเท่านั้น ถึงอย่างไรนางก็ไม่อาจพาคุณหนูกลับอาณาจักรม่านดาราได้
"ท่านแม่ของข้าอย่างนั้นหรือ นางเป็คนเช่นใดกันท่านเล่าให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่" เยว่ช่างม่านเอ่ยแกมขอร้องภาพฝันนั้นยังคงกวนใจนางไม่จางหาย
"ท่านแม่และท่านพ่อของคุณหนู เป็คนดีและเป็ผู้ฝึกตนระดับสูงเ้าค่ะแต่น่าเสียดาย พวกท่านจากไปนานแล้ว" ลี่ฟางกล่าวเสียงแ่เบานางไม่อาจเล่าเหตุผลทั้งหมดได้
"อืม" เยว่ช่างม่านเหม่อมองออกไปยังทะเลสาบ ครุ่นคิด 'ข้าต้องออกไป ป่านนี้ท่านแม่จะเป็อย่างไรบ้างนะ'
"พี่ลี่ฟาง แล้วข้าต้องเริ่มฝึกยุทธ์อย่างไร" เยว่ช่างม่านถามลี่ฟางเมื่อตัดสินใจได้ว่า นางต้องหาทางออกไปจากที่นี่
ทวีปใต้กาลอาณาจักรปฐีเร้นลับ
จวนอัครมหาเสนาบดีกู้แคว้นเจียง
ห้องไม้เก่าซอมซ่อที่เคยอบอุ่นบัดนี้กลับหนาวเหน็บ จนผู้อาศัยไม่อยากจะอยู่ต่อแม้เพียงวันเดียวยามนี้แม่นมเผิงซีรู้สึกว้าเหว่โศกเศร้ายิ่งบุตรสาวที่รักดั่งดวงใจและอาลี่สหายร่วมห้อง ต่างก็จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
"ท่านหมอฉีเ้าคะ แม่นมเผิงซีเป็อย่างไรบ้างเ้าคะนางไม่ยอมพูดยอมจาเช่นนี้ บ่าวกังวลใจนัก" เสี่ยวซียามนี้มีหน้าที่ดูแลแม่นมเผิงซี นางถามหมอฉีถึงอาการของแม่นมเผิงซี
"เสี่ยวซี ข้าวของของข้าวันนี้มากมายนักเ้าช่วยถือไปส่งข้าที่รถม้าทีได้หรือไม่" หมอฉีไม่ตอบอะไรเปลี่ยนประเด็นจนเสี่ยวซีมึนงง
"เ้าค่ะ" เสี่ยวซีช่วยหิ้วหีบยาสมุนไพรก่อนจะเดินออกจากห้องแม่นมเผิงซี ตามท่านหมอฉีไปเงียบๆ
"เสี่ยวซี บอกกับเ้าตามตรงแม่นมเผิงซีได้รับยาพิษสลายห้าธาตุนานเกินไป" หมอฉีเริ่มเอ่ยปาก
เป็ครั้งแรกที่เขาได้มาตรวจแม่นมเผิงซีนึกเสียใจมิน้อย ที่ก่อนหน้านั้นไม่ได้มาตรวจด้วยตนเองแต่กลับให้ลูกศิษย์มาตรวจแม่นมเผิงซีมาโดยตลอดลูกศิษย์ของเขายังอ่อนประสบการณ์ยิ่ง ทำให้ยามนี้อาการของแม่นมเผิงซีสายเกินแก้ไม่อาจรักษาแม่นมเผิงซีได้อีก
ตุบ!หีบยาที่เสี่ยวซีถืออยู่ร่วงหล่นพื้นทันที
"อะ อะ อะไร อะไรนะเ้าคะ ท่านหมอ พิษอะไรกันเ้าคะ" เสี่ยวซีถามท่านหมอฉีอย่างไม่เข้าใจดวงตาของนางเต็มไปด้วยความสงสัย
"ข้าเองก็มิรู้ว่านางได้รับพิษมาได้อย่างไรเทียบยาที่ศิษย์ข้าปรุงให้ก็มิได้มีส่วนผสมของยานี้ แต่เขาอ่อนประสบการณ์จึงตรวจอาการของแม่นมไม่พบ น่าเสียดายจริงๆ มิรู้ว่านางได้รับยานี้มาได้อย่างไรแต่คงนานมากแล้ว" หมอฉีบอกเล่าสิ่งที่รับรู้แก่เสี่ยวซีก่อนจะนึกย้อนไปยังเทียบยาที่ศิษย์ของเขาปรุงขึ้น ไม่มีส่วนผสมของยาพิษนี้แน่นอน
"ชะเช่น เช่นนั้น เช่นนั้นบ่าวควรจะทำเช่นใดต่อดีเ้าคะ"เสี่ยวซีใจเต้นสั่นระรัว ทั้งใทั้งหวาดกลัวกับเื่ที่ได้ยิน
"ยาที่นางกินอยู่ยามนี้ เ้าก็เอาทิ้งเสียให้หมดเถอะ จากนี้ไปก็กินเพียงยาที่ข้าให้เท่านั้นพอ คงยื้อนางได้อีกสักหกเดือน"หมอฉีออกความเห็น
"เ้าค่ะ ท่านหมอ ขอบคุณท่านหมอมากเลยเ้าค่ะ"เสี่ยวซีขอบคุณอย่างลนลาน ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปด้านหลังจวนพลางนึกย้อนไปเมื่อสองปีก่อน
เสี่ยวซียังคงจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดีเป็คุณหนูใหญ่ที่ให้นางไปตามเยว่ช่างม่านไปพบ
'ม่านเอ๋อร์คุณหนูใหญ่ให้มาตามน่ะ’
'อาม่านยานี้เป็ยาบำรุงโลหิต เ้าให้แม่นมเผิงซีกินทุกวันล่ะ'
'ข้าจะรีบกลับมาเ้าอย่ายอมแพ้ต่อโชคชะตาตนเองไปเสียก่อนนะ'
เสียงคุณหนูใหญ่กู้เหลียนหลินดังสะท้อนก้องอยู่ภายในก้นบึ้งของจิตใจ เสี่ยวซีทรุดกายลงอย่างอ่อนแรง
"เสี่ยวซี จะเป็ไปได้อย่างไรกันเล่า คุณหนูจิตใจดีออกปานนั้น"เสี่ยวซีกล่าวกับตนเอง นางตั้งสติแล้วรีบลุกเดินกลับไปหาแม่นมเผิงซี
สามวันต่อมา
"เสี่ยวซี ่นี้คุณหนูใหญ่ส่งข่าวมาบ้างหรือไม่"แม่นมเผิงซีถามเสี่ยวซี ที่ง่วนอยู่กับการต้มยาให้กับนาง
"มะแม่ แม่นม ทำไมหรือเ้าคะ" เสี่ยวซีสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะถามกลับ
"เปล่าหรอก คุณหนูจิตใจดี นางมักจะส่งยาบำรุงมาให้ข้าอยู่ประจำตอนม่านเอ๋อร์ยังอยู่ ข้าจำได้ว่าต้องกินก่อนนอนทุกคืน ่นี้ไม่ได้กินเลยยาหมดแล้วหรือ" แม่นมเผิงซีที่ไร้ซึ่งดวงตา
นางไม่อาจมองเห็นสีหน้าผู้ใดได้จึงไม่เห็นว่าเสี่ยวซีมีสีหน้าลำบากใจเพียงใด แม่นมเผิงซีถามคำถามที่เสี่ยวซีก็ยากนักที่จะตอบได้
"ท่านแม่นม ยานั้นหมดไปนานแล้วเ้าค่ะ ท่านหมอฉีสั่งยาให้ใหม่แล้วต่อไปท่านจะดีขึ้นนะเ้าคะ" เสี่ยวซีตักยาในหม้อใส่ถ้วยแล้วช่วยป้อนแม่นมจนเรียบร้อย
"ลำบากเ้าแล้วเสี่ยวซี ขอบใจเ้ามากนะ" แม่นมเผิงซีกล่าวอย่างเกรงใจก่อนจะค่อยๆ จิบยา
"ไม่เลยเ้าค่ะ ท่านก็เหมือนท่านแม่ข้าคนหนึ่ง อย่าได้คิดมากนะเ้าคะ"เสี่ยวซีเอ่ยเสียงสั่น ยิ่งเห็นอาการของแม่นมเผิง กอปรกับเื่ที่ได้รับรู้มานางอึดอัดจนแทบจะอยากเล่าเื่ทั้งหมดให้แม่นมเผิงซีฟัง
เมื่องานในห้องเรียบร้อยแล้วเสี่ยวซีที่ทำใจอยู่หลายวัน นางตัดสินใจแบ่งยาที่คุณหนูกู้เหลียนหลินให้แม่นมเผิงซีกินแบ่งออกมาสามเม็ด เดินออกจากจวน ไปยังร้านโอสถในเมือง
"ท่านหมอ รบกวนท่านสักนิด น้องสาวข้าลืมยานี้ไว้ แต่ข้าไม่รู้คือยาอะไรข้าน้อยเลยเอามาให้ท่านตรวจดูก่อน หากเสียแล้ว ข้าจะได้นำไปทิ้งเ้าค่ะ"เสี่ยวซียื่นห่อผ้าให้หมอในร้านโอสถ
"ข้าขอตรวจดูสักประเดี๋ยว แม่นางโปรดรออยู่ตรงนี้ก่อน"ท่านหมอชราเอ่ยอย่างใจดี ก่อนจะรับยาแล้วเดินหายไปหลังร้าน
เสี่ยวซียืนรอด้วยใจลุ้นระทึก'หากนั่นเป็ยาพิษสลายห้าธาตุเล่า เหตุใดคุณหนูใหญ่ถึงทำเช่นนั้นกัน'นางคิดอย่างหวาดหวั่นในใจ
ชั่วหนึ่งก้านธูปต่อมาท่านหมอชราเดินออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จ้องมองเสี่ยวซีราวแค้นเคืองนัก
"ทะท่าน ท่านหมอ ว่าอย่างไรนะเ้าคะ"เสี่ยวซีใกับคำตอบของท่านหมอมิน้อย นางถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
"แม่นาง สิ่งนี้เป็พิษสลายห้าธาตุ แม้กินแล้วจะไม่ตายในคราวเดียว แต่หากกินติดต่อกันนานๆก็ยากรักษาได้เช่นกัน เ้าอย่าคิดที่จะใช้ยานี้กับผู้ใดเป็อันขาดข้าขอเตือนเ้า" ท่านหมอชราเอ่ยเสียงเข้ม ก่อนจะโยนยาทิ้งลงถังขยะ
เสี่ยวซีไม่ตอบคำใดนางตื่นตะลึงจนสติหลุดลอย เดินเหม่อลอยอย่างไร้จุดหมายจนกลับถึงจวนสกุลกู้
"เสี่ยวซี เหม่อมองไม่ดูทางเช่นนี้ เ้าเป็อะไรไป"หลังจากเรียกอยู่นาน เสี่ยวซีก็ยังคงนิ่งเฉย อาหยางจึงเขย่าแขนเสี่ยวซีเรียกสติ
"มะไม่ ไม่นะ ข้าไม่รู้ อะอา อาหยาง เป็เ้าเองหรือ"เสี่ยวซีที่เพิ่งได้สติตื่นจากภวังค์ นางไม่สนใจอาหยาง รีบวิ่งไปยังห้องของแม่นมเผิงซี
"เป็อะไรของนางกัน" อาหยางพึมพำเล็กน้อยก่อนจะกวาดลานหน้าจวนต่ออย่างไม่สนใจอีก