"น้องนั่งดูการ์ตูนตรงนี้นะ เดี๋ยวอาขอขึ้นไปอาบน้ำก่อน" นักรบบอกกับเด็กหญิงตัวน้อย ที่นั่งตั้งใจดูการ์ตูนเื่โปรด หลังจากที่เขาเดินมาจากห้องครัว
"ค่ะ...น้องจะนั่งเงียบ ๆ ตรงนี้ไม่ไปไหน" เด็กหญิงตอบรับอย่างว่าง่ายแถม ยังให้คำยืนยันด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มสดใส
"ดีมากครับ น่ารักจริง ๆ เลย"
"ใช่ค่ะใคร ๆ ก็บอกว่าน้องน่ารักเวอร์ ๆ"
นักรบแทบหลอมละลาย เมื่อได้เห็นรอยยิ้มสดใสของน้องมะนาว จนเขาออกปากชม และนั่นทำให้เด็กหญิงยืนยันในคำเยินยอ ที่เคยได้ฟังจากปากของใครต่อใครการันตีบ่อยครั้ง
"อยู่ดี ๆ นะ โอเค๊?"
"โอเคค่ะ"
เขาอมยิ้มพลางลูบหัว ของน้องมะนาวเบาๆ แล้วบอกกล่าว เด็กหญิงตอบรับอย่างว่าง่าย มือหนึ่งหยิบขนมเข้าปากสายตาเพ่งพิศไปยังเบื้องหน้า ที่กำลังฉายภาพเคลื่อนไหวในโทรทัศน์
นักรบเดินขึ้นไปบนบ้านเพื่อจัดการ ธุระส่วนตัวทิ้งเด็กหญิงตัวน้อยไว้ในห้องนั่งเล่นพร้อมกับขนมมากมายอย่างที่เธอชอบ สวนน้ำส้มก็ยังขะมักเขม้นทำอาหารอยู่ในครัวไม่รู้ว่าเธอจะทำเมนูอะไรแต่ก็อาจจะใช้เวลาค่อนข้างพอสมควร
"ฮ่าฮ่าฮ่า สติชตลกจังเลย"
"เด็กมาจากไหนล่ะเนี่ย" เสียงของใครบางคนแว่วดัง ทำให้เด็กหญิงที่นั่งเล่นดูการ์ตูน ด้วยความสนุกสนานต้องหันมา เธอเอียงคอไปมองว่าเป็ใคร เพราะเธอไม่คุ้นหน้าคร่าตาเด็กหญิงจึงสงสัย
"น้องมาทำงานค่ะ แล้วคุณป้าคนฉวยเป็ใครเหรอคะ" เด็กหญิงให้คำตอบอย่างฉะฉานตามด้วยเอ่ยถามคนที่มาใหม่อย่างใคร่รู้
"ป้าเหรอ?...ฉันดูหน้าอ่อนจนเด็กทักเป็ป้าเลยเหรอ" สรรพนามที่เด็กหญิงเอ่ยออกมา มันย้อนแย้งกับอายุทำให้หญิงสูงวัยถึงกับรู้สึกเขินอาย จนต้องก้มหน้าพำพึมเสียงเบากับตัวเอง หลีกเลี่ยงการจับสังเกตของเด็กน้อย
"ตัวแค่เนี่ยนะมาทำงาน ลูกเต้าเหล่าใครกันล่ะ" คำตอบของน้องมะนาวทำให้หญิงสูงวัยที่มาใหม่ รู้สึกเอ็นดูเวลาสนทนาจนขยับไปนั่งข้างเธอและเอ่ยถาม สายตากลมสดใสบริสุทธิ์ที่จ้องมอง สร้างความเสน่หาด้วยความเดียงสา จนเธอรู้สึกว่าเอ็นดูเด็กหญิงไม่น้อย
"น้องเป็ลูกสาวของคุณแม่ค่ะ" เด็กหญิงให้คำตอบด้วยใบหน้าแสนซื่อ
"น่ารักช่างพูดอีกต่างหาก ทำไมได้มาทำงานล่ะเราน่ะ" นั่นยิ่งทำให้หญิงสูงวัยที่นั่งเคียงข้างเอ็นดูเพิ่มขึ้นเป็ทวี ออกปากถามไถ่ลึกเข้าไปกับคำตอบที่เด็กหญิงบอกมาก่อนหน้า เพราะว่าสงสัยกับการที่เด็กอายุแค่นี้ต้องมาทำงาน แล้วจะทำงานอะไรได้?
"คุณอาสุดหล่อเวอร์ ๆ บอกว่าน้องเป็หนี้ค่ะ เลยให้น้องมาทำงานใช้คืน" เด็กหญิงตอบอ้างถึงบุคคลที่ให้ความช่วยเหลือ ตามสิ่งที่เธอรับฟังและเข้าใจ แม้จะไม่รู้ลึกว่าหนี้มันคืออะไร แต่เด็กหญิงก็ตอบอย่างฉะฉานไม่มีสะดุดในคำพูด เว้นแต่เพียงคำพูดบางคำที่เธอพูดไม่ค่อยชัดเท่านั้น
"ทำงาน?...งานอะไร" คำตอบของเด็กหญิงยิ่งทำให้คนที่นั่งข้าง ๆ สงสัยจนต้องถามต่อ
"กินนม กินข้าวแล้วก็นอนดูการ์ตูน และนอนกลางวันค่ะ" เด็กหญิงร่ายคำตอบอย่างเดียงสา
"หา?...นั่นเรียกว่าทำงานเหรอ" ทว่าทำเอาคนฟังถึงกับทำหน้าเหว๋องุนงง
"ก็น้องยังเด็กนี่คะ ทำได้แค่นี้ อ้ออีกอย่างค่ะน้องร้องเพลงช้างได้ด้วยนะคะ ????ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า เคยเห็นเคยเห็น ช้างมันตัวโตไม่เบาจมูกยาว ๆ เรียกว่างวง ใช่เลย ใช่เลย????" น้องมะนาวขยายความต่อ ตามด้วยร้องเพลงให้ฟังตามจังหวะ ทว่ากับมีคำตอบแทรกในเพลงไปด้วย มันคือสิ่งที่เธอจินตนาการสอดแทรกเข้าไปเอง
"เด็กอะไรพูดเก่งเป็ต่อยหอย" กิริยาของน้องมะนาวทำให้หญิงสูงวัยถึงกับกลั้นเสียงหัวเราะไม่ไหว เด็กหญิงน่าเอ็นดูจนเธอเอื้อมมือหยิบพวงแก้มที่เต่งตึงส่ายไปมา
"หอยทำอะไรให้เหรอคะถึงต้องไปต่อย" คำเปรียบเทียบของผู้ใหญ่ สร้างความสงสัยให้กับน้องมะนาว จนเธอเอามาตั้งคำถามด้วยความไร้เดียงสา
"เด็กหนอเด็กช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย แล้วทำไมหนูอยู่คนเดียวล่ะ" หญิงสูงวัยอมยิ้มในคำถามของเด็กน้อย
"อยู่ฉองคนนะคะ แต่ว่าคุณอานักรบบอกว่าจะไปอาบน้ำค่ะ" น้องมะนาวชูสองนิ้วยืนยันจำนวน และบอกเล่าถึงนักรบที่เพิ่งจะเดินขึ้นบ้านได้ไม่นานนัก
"ปกตินักรบไม่เคยพาใครมาบ้านแล้วไปเอาเด็กที่ไหนมานะ" หญิงสูงวัยเกิดความสงสัยในตัวลูกชาย จึงได้พึงพำกับตัวเอง
"คุณป้าคนฉวยพูดว่าอะไรนะคะน้องไม่ได้ยิน" ทว่าเด็กหญิงได้ยิน แต่ฟังไม่ชัดเจนเธอถึงเอ่ยถาม
"ไม่มีอะไรจ้ะ ป้าขอขึ้นไปหาคุณอานักรบก่อนนะ" หญิงสูงวัยหันมาปฏิเสธเด็กหญิง จากนั้นจึงขอปลีกตัวออกมา
"ค่ะ อ้าวตอบผิด ต้องบอกคุณป้าคนฉวยว่าฉามคน คุณแม่ขากำลังทำกับข้าวอยู่ในครัวนี่นาน้องลืมนับคุณแม่" น้องมะนาวขานรับและมองตามหลังคุณป้าคนสวยที่เธอเรียก แต่พลันนึกได้ว่านับจำนวนคนผิด จึงได้พร่ำกับตัวเองก่อนจะมาตั้งใจดูการ์ตูนต่อ
"อ้าวแม่ จะมาไม่เห็นบอกผมเลย"
"ถ้าบอกแม่คงไม่เห็นว่าแกพาเด็กเข้าบ้าน"
นักรบที่เดินออกมาจากห้องน้ำผมเผ้าเปียกชุ่มจากการ สระ รู้สึกใไม่น้อยกับการที่เห็นแม่ของเขาเข้ามา โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า แถมยังถามแปลกๆชักสีหน้าบึ้งตึง
"เด็ก? เด็กอะไรของแม่อะ"
"ก็เด็กที่พูดเก่ง ๆ นั่งดูทีวีอยู่ข้างล่างไง"
"อ๋อ ลูกหนี้ผมนะเหรอ"
สิ่งที่แม่ถามทำให้นักรบต้องย้อน และขมวดคิ้วงง เหมือนเขาลืมไปว่าวันนี้ในบ้านไม่ได้มีเพียงเขาคนเดียว จนผู้เป็แม่ขยายความนั่นถึงทำให้นักรบนึกได้ ว่าบ้านเขามีเด็กหญิงแสนเจรจากับผู้หญิงที่ใบหน้าแสนสวยอยู่ในบ้านของเขาด้วย
"อะไรของแกนักรบ เด็กตัวแค่นั้นจะมาเป็หนี้แกมันจะดูเวอร์ไปไหม" คำยืนยันของนักรบหญิงทำให้ผู้เป็แม่งงหนัก
"เป็ก็แล้วกันน่าแม่" นักรบเลี่ยงที่จะไม่ตอบให้ชัดเจน เขาเดินไปยังตู้เสื้อผ้าแล้วเลือกมาใส่ปกปิดร่างกาย ไม่ได้อายกับการที่แม่อยู่ในห้องแต่อย่างใด เพราะความสนิทสนมทำให้เขารู้สึกเฉยที่จะทำอะไรต่อหน้าแม่ แม้ว่าจะโตจนเข้าวัยทำงานแบบนี้
"แกคิดจะทำอะไร?"
"เดี๋ยวพร้อมแล้วผมจะบอกแม่นะ ว่าแต่มีอะไรกับผมหรือเปล่าถึงได้มาหาถึงบ้านแบบนี้"
"อย่าหาเื่นะรบ"
"ครับ พูดอย่างกับผมสร้างเื่ให้แม่งั้นแหละ"
"นี่ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ?"
"โธ่แม่อะ"
แม่ของเขาชี้หน้าข่ม แววตาที่เปล่งประกายความดุดัน ทำให้นักรบรีบวิ่งมากอดผู้เป็แม่อย่างออดอ้อน เขารู้ทันทีเพียงเห็นสายตาของแม่จ้องมอง มันมีรังสีพิฆาตที่พร้องเชือดเฉือน อีกมุมอ่อนโยนที่นักรบมีต่อคนในครอบครัว ที่คนอื่นยากนักจะได้เห็น
"เอาล่ะ ๆ วันนี้แม่จะมาบอกแกเื่บีเคเค"
"บีเคเคทำไมครับ"
"ยัยอรบอกแม่ว่ารู้สึกแปลก ๆ กับเอกสารจัดซื้อผ้าเข้ามา แม่เลยอยากให้รบช่วยน้องดูหน่อย พอดีว่าแม่กับพ่อต้องบินไปต่างประเทศ สาขาที่นั่นมันมีปัญหาต้องรีบไปดู"
"ได้ครับเดี๋ยวผมจะคุยกับยัยอร"
"เื่ความผิดปกติแม่กับพ่อยังไม่อยากให้เข้าหูใคร เลยไม่กล้าพูดผ่านโทรศัพท์ แม่จึงมาหารบที่บ้าน"
"ครับ แล้วแม่รีบกลับไหมอยู่ทานข้าวกับผมก่อนสิ"
"ไว้วันหลังนะแม่รีบมีธุระต่อ...ฝากรบด้วยนะลูก"
"โอเคครับ งั้นเดี๋ยวผมไปส่งแม่ที่รถ"
"จ้ะ"
ผู้เป็แม่เริ่มพูดเข้าประเด็น อธิบายคร่าว ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่สงสัย และการเดินทางมาถึงที่บ้านลูกชาย นั่นก็เพื่อฝากฝังหน้างานเนื่องจากว่าเธอไม่สามารถอยู่สืบเสาะเื่ราวได้ เพราะมีงานให้จัดการแก้ไข ด้วยความไว้ใจจึงถ่อมาถึงที่นี่เพื่อบอกกล่าวกับลูกชายคนโต ที่เป็ผู้สืบกิจการ จากนั้นเมื่อตกลงกันเสร็จสรรพผู้เป็แม่จึงขอปลีกอีกตัวกลับบ้านเตรียมตัวสำหรับการเดินทาง
"แล้วแม่จะบินวันไหนครับ" เขาถามเมื่อเดินมาส่งแม่ที่หน้าบ้าน
"คืนนี้จ้ะ"
"เดินทางปลอดภัยนะครับ"
แม่และลูกพูดคุยกัน จากนั้นนักรบจึงเข้าไปกอดและหอมแก้มแม่ล่ำลา ยืนส่งแม่จนรถวิ่งลับสายตาไป และนั่นจึงทำให้เขาเดินกลับเข้ามาในบ้านตัวเองที่มีหญิงสองวัยอยู่ร่วมชายคาในวันนี้