"หมดเวลาเล่นกลับเ้าเเล้ว เซียวจ้านกล่าวขึ้น จากนั้นก็ชกหมัดที่มีพลังปราณสีดำห่อหุ้ม "หมัดัทมิฬ เซียวจ้านตะเบ่งเสียง จากนั้นเขาก็ชกเข้าไปที่เฟิงจ้าว "เพ่งงง เสียงกระบี่ปะทะกับหมัด เกิดสะเก็ดไฟเเวบวาวขึ้นจากการเสียดสีกันของทั้งสอง เเต่จากนั้นไม่นานกระบี่ในมือเ้าเฟิงจ้าวผันเเตกออกเป็สองส่วน เเต่กำปั้นของเซียวจ้านยังคงไม่หยุดนิ่งจากการปะทะก่อนหน้า มันยังคงพุ่งไปต่อหาเฟิงจ้าวจากนั้นมันก็ปะทะกับหน้าอกของเฟิงจ้าว เมื่อโดนหมัดนี้ไปเฟิงจ้าวก็กระเด็นไปกว่าห้าสิบเมตรเเละล้มลงไปคุกเข่ากับพื้นเเละยังคงมีคาบโลหิตติดอยู่มุมปาก จากนั้นเขาก็เห็นเซียวจ้านค่อยๆเดินมาหาเขาอย่างช้าๆ ส่งของที่เ้ามีทั้งหมดมาเเล้วข้าจะปล่อยเ้าไปเเบบปลอดภัย ไม่งั้นเ้าจะเป็เหมือนไอ่เ้าเฉินอะไรนั่นอีกคน เซียวจ้านกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น เมื่อได้ยินเช่นนี้เฟิงจ้าวก็หยิบถุงเก็บของออกมาโดยไว เขาไม่ได้โง่ก่อนหน้านี้เขาไปดูสถาพของเฉินเเล้ว สภาพของมันนอนอยู่บนเตียงนิ่งเป็นิจดั่งผักปลา ดังนั้นเขาจึงยอมให้ของเเก่เสี่ยวจ้านโดยดี เมื่อเสี่ยวจ้านเห็นเช่นนี้ก็ยื่นมืออันเล็กน้อยของเด็ก เข้าไปรับถุงมาไว้ในมือ เเต่สายตาของเขายังคงไม่หยุดจำจับจ้องไปที่เฟิงจ้าว เมื่อเฟิงจ้าวเห็นสายตาที่ใสกระจ่างราวกับลูกเเก้วยังคงจับจ้องมาที่ตน เขาก็อดสั่นกลัวเเละเบี่ยงสายตาหลบโดยมิได้ตั้งใจ เพราะสำหรับเขาเเววตาคู่นี้เปรียบดังปีศาจก็มิปาน หลังจากเซียวจ้านจับจ้องเฟิงจ้าวไปได้ไม่นานเขาก็ก้มจับลงไปที่ขาของเฟิงจ้าวด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อเเละยกเฟิงจ้าวขึ้น ที่มีขนาดตัวใหญ่กว่าตนเกือบเท่าตัวราวกับยกไอ้จ้อนตัวเองตอนปัสวะ นี่เ้าจะผิดคำพูดงั้นหรือ เ้าบอกถ้าข้าให้ของทั้งหมดเเล้วเ้าจะปล่อยข้าไป เฟิงจ้าวตะคอกด้วยความโกรธ ข้าไม่ได้โกหกเเต่ที่ข้าบอกเ้าคือส่งของที่เ้ามีมาทั้งหมด เมื่อพูดจบเซียวจ้านก็หักขาข้างหนึ่งของเขา กร๊อก" เสียงกระดูกหักดังลั่น จากนั้นเสี่ยวจ้านก็ยกมือไปคว้าจับข้าอีกข้างของเขาเเละหักมันดั่งกิ่งไม้ที่เเห้งกรอบ กร๊อก" เสียงกระดูกหักดังอีกรอบ ฝูงชนโดยรอบที่ได้ยินต่างรู้สึกหนาวไปถึงกระดูกสันหลัง จากนั้นเซียวจ้านก็โยนเฟิงจ้านเหมือนกับขยะชิ้นหนึ่ง เขาค่อยๆเดินไปหาเฟิงจ้าว เมื่อเห็นเช่นนี้เฟิงจ้าวรีบใช้เเขนทั้งสองข้างของเขาจกเข้าไปในเเขนเสื้อเเละหยิบถุงเก็บของออกมาสองถุงเเละโยนไปให้เซียวจ้านทันที เซียวจ้านรับไว้ด้วยรอยยิ้ม พวกเ้ายังไม่รีบมาเอาข้าไปอีก เฟิงจ้าวะโบอกกับกลุ่มคนที่ร่วมเดินทางมากลับตนในตอนเเรก เมื่อคนกลุ่มนี้ได้ยินก็ค่อยๆออกจากอาการตกตะลึงเเละรีบมาหามร่างที่น่าสังเวชของเซียวจ้านกลับไป เมื่อเซียวจ้านกลับไปเเล้วก็มีบุรุษหนุ่มคนหนึ่ง เดินออกมาจากทางศิษย์ใหม่ ศิษย์พี่เซียวจ้าน ท่านรู้หรือไม่ว่าเฟิงจ้าวผู้นั้นเป็ใคร ข้าไม่รู้ เเล้วมันเป็ใครล่ะ เซียวจ้านถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสนใจเล็กน้อย จริงๆเขาก็ไม่ได้อยากรู้หรอกว่ามันจะภูมิหลังยังไง ต่อให้มันเป็ใครเเต่ถ้าพวกมันกล้ามาหาเื่เขา เขาก็จะกระทืบพวกมันให้จ่มดิน เเต่เมื่อเห็นศิษย์คนนี้เดินเข้ามาบอกเขาด้วยความหวังดีเขาจึงไม่อยากบอกปัดปฏิเสธว่าเขาไม่้ารู้ เขาไม่ใช่คนเหย่อหยิ่งที่คิดว่าตนเหนือกว่าผู้อื่นเเละชอบกดผู้อื่นให้ต่ำลง เเต่เขาก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้คนอื่นมากดหัวเขาได้เช่นกัน ศิษย์พี่เซียวจ้านข้าได้ยินมาว่า พี่ชายของเฟิงจ้าวผู้นี้เป็ศิษย์ของสี่สำนักท่านควรระวังหน่อย ที่บ้านของข้ารู้จักกับตระกูลเฟิงน่ะ ศิษย์ใหม่กล่าวเตือน ได้ขอบคุณข้อมูลจากเ้ามาก พูดจบเซียวจ้านก็โยนเม็ดยาระดับต่ำให้กับศิษย์คนนั้น เเละะโขึ้นไปบนห้องพักของตน ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัว เซียวจ้านกำลังนั่งขัดสมาธิเพื่อบ่มเพาะพลัง สิบสองชั่วโมงถัดไปเซียวจ้านลืมตาขึ้นฉับพลัน ทันใดนั้นบรรยากาศโดยรอบก็มีพลังงานสีดำหมุนรอบๆกายของเขา "ตูม เกิดเสียงดังขึ้นภายในห้องของเขา จากนั้นควันดำก็เริ่มกระจายตัวออกไป หลังจากนั้นก็เลือนลางบางหายไปในอากาศ ตอนนี้ข้าเข้าสู่ระดับปราณเเท้จริงขั้นต้นเเล้ว ต้องขอบคุณยาจากเฟิงจ้าวที่มันเอามาประเคนให้ข้าถึงหน้าประตู ภายในนั้นมียาระดับต่ำไม่กว่าพันเม็ดเเละยาระดับกลางอีกกว่าร้อยเม็ด ทำให้เขาสามารถทะลวงจากขอบเขตปราณยุทธ์เข้าสู่ขอบเขตปราณเเท้จริงตอนนี้เขายังคงมียาระดับกลางเเละระดับต่ำเหลืออีกจำนวนหนึ่ง เซียวจ้านเปิดประตูออกจากห้องพัก ตอนนี้ฟ้าสว่างพระอาทิตย์เริ่มขึ้นจากขอบฟ้า เซียวจ้านมองดูบรรยากาศตอนเช้าครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็สูดอากาศหายใจเข้าไปโดยรอบ หลังจากนั้นเสี่ยวจ้านก็เดินไปที่หอสรภพ เขาจะไปดูสักหน่อยว่าที่นี่เป็เช่นไร ยังไงตอนนี้เขาก็ไม่มีอะไรทำอยู่เเล้ว ด้านหน้าของเขามีหอคอยขนาดใหญ่ที่ดูตะการตาตั้งอยู่ เซียวจ้านเดินเข้าไปที่หน้าทางเข้าของหอสรภพ เมื่อมาถึงเซียวจ้านก็เห็นศิษย์สองคนกำลังยืนอยู่หน้าทางเข้า เ้าจะไปชั้นหนึ่งใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็ส่งป้ายหยกมาให้ข้าดู ศิษย์คนหนึ่งจากสองคนถาม เมื่อได้ยินเช่นนี้เซียวจ้านก็มึนงงเล็กน้อย ข้าเป็ศิษย์ใหม่ของโรงเรียนหน่ะข้าไม่ค่อยรู้กฏระเบียบศิษย์พี่ช่วยบอกกฏกับข้าหน่อยได้หรือไม่ เซียวจ้านเอ่ยถามขึ้น เ้าไม่รู้กฏระเบียบงั้นรึ งั้นเ้าก็ไปอ่านกฏที่หน้าโรงเรียนทั้งหมดเเล้วค่อยเข้ามาใหม่ ศิษย์พี่คนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเหมือนดุด่าเเต่ยังคงมีรอยยิ้มส่วนหนึ่งปะปนอยู่บนใบหน้าของเขา อาจเป็เพราะรูปร่างเสี่ยวจ้านในตอนนี้กำลังดูน่ารักน่าเอ็นดู เซียวจ้านได้ยินเช่นนี้เขาก็ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรเเต่เขากลับโยนเม็ดยาระดับต่ำให้กับศิษย์พี่ทั้งสองคน คนละสิบเม็ด ไม่ทราบว่าศิษย์พี่พอจะบอกข้าเกี่ยวกับหอสรภพบ้างได้หรือไม่ ศิษย์พี่ทั้งสองยื่นมืออกไปคว้าเม็ดยากลางอากาศพร้อมกล่าวว่า เ้าหนูเ้าคงไม่รู้สินะ ว่าการที่เ้าจะเข้าไปในหอสรภพต้องมีป้ายหยก ป้ายหยกเเบ่งออกเป็สามระดับคือระดับหนึ่ง ระดับสองเเละระดับสาม ป้ายเเต่ละระดับเ้าสามารถไปชั้นต่างๆตามระดับของป้ายหยกที่เ้าได้ เช่นป้ายหยกระดับหนึ่งเ้าก็สามารถบ่มเพาะที่ชั้นหนึ่งได้ เเต่ละชั้นจะมีค่ายกลปราณพิสุทธ์อยู่ ค่ายกลมีถึงระดับหนึ่ง สองเเละสามตามขั้นของหอสรภพ เ้าสามารถไปเเลกป้ายหยกกับผู้าุโที่ศาลาฝั่งนู่นศิษย์พี่คนหนึ่งชี้ไปทางหนึ่ง เมื่อเซียวจ้านหันมองตามทางไป เขาก็เห็นศาลาที่ตั้งอยู่กลางสระน้ำ หลังจากนั้นเขาก็คารวะศิษย์พี่ทั้งสอง เเละเดินจากไป เมื่อมาถึงศาลากลางน้ำเขาก็เคาะประตูขึ้น /ก้อกๆๆ" คารวะผู้าุโ ศิษย์้ามาเเละป้ายหยกขอรับ จากนั้นประตูก็เปิดออก ตอนนี้เขาเห็นตาเเก่คนหนึ่งนั้งอยู่บนเก้าอี้ไม้ บอกนามของเ้ามา นามของข้าคือเซียวจ้าน เซียวจ้านงั้นรึ เ้าคือคนที่ก่อนหน้านี้จัดการกับเฟิงจ้าวสินะ ดูเด็กกว่าที่เขาลือกันอีก น่าสนใจจริงๆ ผู้าุโกล่าว ใช่ขอรับเเต่เป็เเค่เื่เด็กน้อยตีกันเท่านั้น เซียวจ้านกล่าว เ้า้าเข้าไปยังชั้นที่เท่าไหร่ของหอสรภพ ผู้าุโถามขึ้น ข้า้าไปที่ชั้นสามของหอสรภพต้องทำเช่นไร เซียวจ้านถาม เ้าหนูเ้าหวังสูงเกินไป เ้าจะเข้าไปได้ก็ต่อเมื่อระดับการบ่มเพาะของเ้าถึงขั้น เเต่ละชั้นของหอสรภพมีค่ายกลปราณพิสุทธ์ระดับหนึ่งถึงสามตั้งอยู่ ถ้าระดับการบ่มเพาะอยู่ที่ขั้นก่อกำเนิดปราณก็เข้าได้เเค่ขั้นหนึ่ง ถ้าอยู่ระดับพลังกายก็ขึ้นไปชั้นสองได้ เเต่ถ้าระดับการบ่มเพาะอยู่ที่ระดับปราณยุทธ์ก็สามารถขึ้นไปชั้นสามได้ ที่ชั้นสามนี้จะมีเเต่ระดับหัวกระทิของโรงเรียนอยู่บ่มเพาะที่นั่นทั้งนั้นเเละเ้ามีระดับการบ่มเพาะที่ขั้นไหนล่ะ ผู้าุโถามขึ้น เมื่อเซียวจ้านได้ยินเช่นนี้ก็ตอบด้วยท่าทางสงบข้าอยู่ระดับปราณยุทธ์ขั้นต้นเซียวจ้านกล่าวขึ้น เมื่อได้ยินเข่นนี้สีหน้าผู้าุโยังคงไม่เปลี่ยน เ้าหนูเ้ารู้ใช่ไหมโกหกผู้าุโของโรงเรียนมีโทษหน่ะ ข้าจะให้เ้าพูดความจริงอีกครั้ง เมื่อเซียวจ้านได้ยินเขาก็ไม่เปลี่ยนท่าทีจากนั้นเขาก็เลิกปกปิดระดับการบ่มเพาะเเละโคจรวิชาหมื่นจิตอสรู กดระดับการบ่มเพาะจากปราณเเท้จริงขั้นต้นเหลือระดับปราณยุทธ์ขั้นต้นเเทน เมื่อผู้าุโััได้ถึงระดับการบ่มเพาะของเซี่ยวจ้านได้เขาก็พูดไม่ออกเพราะอายุของเ้าหนูนี่พึ่งจะเท่าไหร่เอง จากนั้นสีหน้าเขาเริ่มซีดเพราะเขาััได้ว่ามีกลิ่นอายเเปลกๆที่ทำให้เขาที่อยู่ถึงระดับปราณยุทธ์ขั้นกลางยังต้องรู้สึกกดดันเล็กน้อย เซียวจ้านััได้ถึงการเปลี่ยนเเปลงของผู้าุโ ดูเหมือนว่าข้าจะกดระดับการบ่มเพาะได้เเต่ยังคงไม่สามารถปกปิดกลิ่นอายทั้งหมดได้สินะ เเต่เซียวจ้านก็ไม่ได้กังวลอะไรเขาไม่มีเหตุผลที่ต้องปกปิดพลังมากนัก ที่เขาทำเช่นนี้เเละกดพลังให้ผู้าุโดู เพราะเขาเพียงเเค่ไม่้าเจอกับปัญหายุ่งยากต่างๆที่จะเจอในอนาคต ผู้าุโไม่ทราบว่าความสามารถของข้าจะขอป้ายหยกระดับสามได้หรือไม่ เซียวจ้านถามขึ้นพร้อมรอยยิ้ม เมื่อผู้าุโได้ยินเสียงเขาก็ออกจากอาการตื่นใ "ได้ ได้สิ ได้เเน่นอนผู้าุโยื่นป้ายหยกให้กลับเซียวจ้าน ข้ามีนามว่าจางชีเ้าไม่ต้องเรียกข้าว่าผู้าุโเเต่เรียกข้าว่าพี่จางชีก็พอ เขารู้ว่าอัฉริยะเช่นนี้หาได้ยากเพียงใดดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะสร้างมิตรภาพที่ดีกับอัฉริยะเช่นนี้ ข้ามิกล้าเรียกท่านาุโว่าพี่หรอก ข้าขอเรียกท่านว่าลุงจางเเทนละกัน เซียวจ้านกล่าวเเละยื่นมือไปหยิบป้ายหยก งั้นลุงจางข้าไปก่อนล่ะ ขอบคุณท่านมาก ที่ช่วยเหลือ เซียวจ้านกล่าวเเละหันหลังเดินออกไป เมื่อเซียวจ้านมาถึงหน้าทางเข้าเขาก็ไม่พูดอันใดอีก เขายื่นป้ายหยกให้กับศิษย์พี่คนหนึ่ง เมื่อศิษย์พี่คนนั้นพลิกด้านของป้ายหยกขึ้นจากนั้นเบ้าตาของเขาก็เเข็งค้าง เขาขยี้ตาตัวเองเบาๆ สิ่งที่เขาเห็นอยู่ในป้ายหยกคือดาวสามดวงที่ปรากฏอยู่ที่ป้ายหยก เ้าเป็อะไรหน่ะ ป้ายนั้นเป็ของปลอมหรือไง ศิษย์พี่ที่ยื่นเฝ้าทางเข้าอีกคนกล่าวขึ้นเเละชะเง้อหัวเข้ามาดูป้ายหยก มันก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกตินิ เ้าลองดูดีๆมันมีดาวกี่ดวงศิษย์พี่ที่ถือป้ายหยกกล่าว เมื่อศิษย์พี่ผู้มาใหม่ดูดาวบนป้ายหยกเข้าก็ขยี้ตาจากนั้นก็กล่าวขึ้นด้วยความไม่อยากเชื่อ สามดาว เ้าเด็กนี่อยู่ระดับปราณยุทธ์เเล้วหรอ เมื่อได้ยินเช่นนี้ศิษย์พี่อีกคนก็ตบหัวศิษย์คนนั้น เ้าทำอะไรเนี้ยข้าทำอันใดผิด ศิษย์พี่ที่โดนตบกล่าวขึ้นด้วยความโมโห เ้ากล้าเรียกศิษย์พี่ว่าเ้าหนูยังงั้นเรอะ ทันใดนั้นศิษย์ที่โดนตบก็รู้ได้ทันทีว่าเขาทำอะไรผิด จากนั้นเขาก็มองไปที่เซียวจ้านที่ลำตัวพึ่งจะสูงเพียงเเค่หน้าอกของเขา จากนั้นก็ลังเลชั่วครู่เเล้วกล่าวออกมา ศิษย์พี่ข้าขอโทษที่เมื่อกี้เเละก่อนหน้าข้าได้กล่าวถ้อยคำล่วงเกินท่าน หวังว่าท่านจะอภัยให้ เเน่นอนข้าไม่ถือสา เซียวจ้านตอบ ว่าเเต่ท่านมีนามว่าอันใด ศิษย์พี่ที่ถือป้ายหยกคนเเรกถาม "เซียวจ้าน"
เซียวจ้านที่กระทืบศิษย์พี่เฟิงจ้าวที่อยู่ขั้นพลังกายระดับเก้าจนนอนเป็ผักน่ะหรือ ไม่เเเปลกใจที่เขาจะอยู่ระดับปราณยุทธ์เเล้ว เเต่ก็เด็กเกินกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก ข้าจะเข้าไปได้หรือยัง เซียวจ้านถาม เเน่นอนครับ ศิษย์พี่เซียวจ้านเขิญเข้าไปในหอสรภพได้เลย จากนั้นศิษย์คนหนึ่งก็ยื่นป้ายหยกคืนให้เเก่เซียวจ้านเเละปล่อยให้เขาเข้าไปข้างในหอสรภพ ฯ.