สาวชาวนาผู้ชั่วร้ายกับระบบวิเศษ 【 农门坏丫头 】[แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 35 จางกุ้ยฮัวเคืองโกรธ

            “ยังดีที่หลันเอ๋อร์ของเราเป็นเด็กดีเชื่อฟัง ไม่เหมือนใครบางคนเกิดมาไม่มีใครสั่งใครสอน”

            “ท่านแม่!” ใบหน้าของจางกุ้ยฮัวแดงเพราะความโกรธ “ลูกสะใภ้เป็นคนหยาบคายและไม่มีสินเจ้าสาว แต่แม่ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วย เต้าเซียงกับอาเล็กก็เจ็ดขวบเท่ากันแต่ในสายตาแม่ ไม่เคยเห็นหัวหลานสาวอย่างเต้าเซียงและชิวเซียงมาก่อน”

            หลิวฉีซื่อได้ยินดังนั้น ไฟโกรธาก็พุ่งทะยานฟ้า ดวงตาที่ชราคู่นั้นแดงก่ำวางถ้วยข้าวในมือกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดังปัง สะบัดตะเกียบลงไปจุ่มในชามน้ำแกงข้าว จากนั้นก็ร่วงลงพื้นไปพร้อมกัน

            “แกมันตัวอะไร กระทั่งเงินค่าแต่งงานยังควักออกมาไม่ได้แม้แต่แดงเดียวยังคิดจะหัวแข็งกับผู้อาวุโส”

            หากหลิวฉีซื่อรังเกียจชิงชังพวกหลิวเต้าเซียงสำหรับจางกุ้ยฮัวคงเป็นความแค้น นางรู้สึกว่าสินสอดที่ตนให้ไปตอนนั้นช่างสูญเปล่า ใครจะรู้ว่าบ้านจางนั้นเป็นพวกยากจนกระทั่งเงินแต่งงานออกมาก็ไม่มีแม้แต่แดงเดียว

            จางกุ้ยฮัวได้ยินดังนั้น ดวงตาก็แดงก่ำเช่นกัน “ท่านแม่ ต้องโทษที่ข้าเกิดมาไม่มีบุญเงินสินสอดที่ท่านช่วยออกให้แก่ซานกุ้ยก็ต่างกันอย่างมากกับพี่ใหญ่และพี่รองบางทีแม่อาจจะเห็นว่าบ้านข้ายากจนจึงให้สินเจ้าสาวน้อย นี่ช่างปะไรข้าแต่งเข้าบ้านหลิวมาก็หลายปี ขอเพียงแม่สั่งงานมาคนที่เป็นสะใภ้เช่นข้าไม่เคยอิดออดไม่เชื่อฟังแม่ให้ซานกุ้ยนำเงินที่หามาได้ให้แม่ดูแล แล้วสั่งใช้งานข้าทุกเมื่อเชื่อวันตั้งแต่เช้ายันค่ำเท้าแทบไม่ได้แตะพื้น สิ่งเหล่านี้ข้าเองที่เป็นสะใภ้ขอน้อมรับทุกอย่างเพียงแต่ว่าแม่ไม่ควรมาต่อว่าลูกข้า พวกนางเป็นเนื้อที่เกิดจากข้าแม้นว่าปีนั้นท่านจะให้สินสอดมากมายเพียงใด แต่ถ้าให้หักค่ากินค่าอยู่หลายปีมานี้ที่ข้ากับซานกุ้ยออกก็น่าจะคืนจนหมดสิ้นนานแล้ว”

            ตั้งแต่คำพูดที่น่าตกตะลึงของหลิวเต้าเซียง จางกุ้ยฮัวก็อารมณ์พุ่งปรี๊ดอีกหนคนทั้งตระกูลหลิวต่างก็อึ้งไปตามกัน

            จางกุ้ยฮัวคงอัดอั้นมาเป็นเวลานาน ความอดสูที่ซ่อนอยู่ในใจมากมายหรือเพราะบางทีคำพูดของหลิวเต้าเซียงอาจจะปลุกนางให้ตื่นขึ้น อย่างไรก็ตามหนนี้นางนับว่าระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างแท้จริง

            “แม่รู้สึกมาตลอดว่าลูกสาวของข้าเป็นตัวล้างผลาญ ไม่ผิดพวกนางกินอยู่ใช้ของที่บ้าน เพียงแต่พวกนางก็ไม่ได้อยู่ว่าง ตั้งแต่ทำงานเป็นก็ต้องถูกแม่และอาเล็กใช้งานอยู่เรื่อย หากว่าไปเป็นเด็กรับใช้ในบ้านตระกูลใหญ่หนึ่งเดือนก็คงได้มาสองร้อยอีแปะ เท่ากับว่า พวกนางนั้นใช้แรงงานเลี้ยงดูตนเองอยู่หากแม่จะลงรายละเอียด ผืนนาก็มีซานกุ้ยเป็นคนเพาะปลูกเหตุใดจึงมีเพียงครอบครัวข้าที่ต้องเหนื่อยแทบเป็นแทบตายแม่กลับยกสิ่งของที่ซานกุ้ยปลูกเองกับมือให้แก่ลุงใหญ่ และลุงรอง กระทั่งขายข้าวสารเพื่อส่งเสียอาสี่ร่ำเรียนหากออกไปเป็นลูกจ้างทำนา อย่างน้อยหนึ่งปี ลูกของข้าก็ไม่ต้องทนหิวกระทั่งข้าเองอาจจะมีเงินมาเย็บเสื้อผ้าใหม่ให้ลูกๆ สักสองชุด”

            “นางจาง เจ้าจะต่อต้านสวรรค์หรือ!” หลิวฉีซื่อจ้องมองนางอย่างโหดเหี้ยม

            นางไม่เคยคิดเลยว่าจางกุ้ยฮัวผู้ซื่อสัตย์และเชื่อฟังมาโดยตลอดจะมีวันที่นางไม่เชื่อฟัง

            “ต่อต้านสวรรค์หรือ? อืม ถ้าข้ามีความสามารถแบบนั้นข้าก็อยากจะต่อต้านสวรรค์จริงๆ” จางกุ้ยฮัวโต้กลับทันควัน แล้วเอ่ย “ซานกุ้ยกับข้าทำงานหามรุ่งหามค่ำ แต่แลกมาได้เพียงผ้าหยาบที่เย็บเสื้อได้สองชุดต่อปีแม่ช่างเอ็นดูซานกุ้ยเหลือเกิน เหนื่อยมาแรมปีลำพังเงินแค่ไม่กี่สิบเหรียญก็ไล่ตะเพิดไปได้แล้ว อ้อ ลืมไปอีกอย่างหากแม่จะบอกว่าลูกสาวข้าเป็นตัวล้างผลาญถ้าเช่นนั้นข้าเองก็ไม่ยินยอมเรื่องที่จะยกที่นาสิบแปลงเป็นของแต่งงานของอาเล็กเช่นกัน”

            หลิวฉีซื่อโมโหจนควันออกหูที่นาเหล่านั้นล้วนเป็นของออกเรือนติดตัวมาของนางเหตุใดจึงต้องยอมให้พวกไร้ยางอายมาออกสิทธิ์ออกเสียง

            “เจ้าหุบปากไปเลย ของเหล่านี้เป็นของข้า ข้าคิดจะทำอะไรก็เรื่องของข้า"

            หลิวเต้าเซียงได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเย็นชา จริงตามคาดหลิวฉีซื่อเคยชินกับชีวิตที่กินดีอยู่ดีจนลืมไปว่าบุตรชายตนเองต่างก็เติบใหญ่กันหมด ความคิดก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว

            โชคดีที่ใกล้ถึงเทศกาลเชงเม้งพอดี หลิวเต้าเซียงต้องวางแผนดีๆ คำพูดของหลิวฉีซื่อนี้จะปล่อยให้เปล่าประโยชน์ไม่ได้คนทั้งบ้านกลับมาทั้งทีจะปล่อยให้บ้านเงียบเหงาวังเวงได้อย่างไร

            “ท่านแม่ เบาเสียงหน่อย” หลิวเสี่ยวหลันก็ตกใจกับเสียงคํารามของนางเช่นกันนางรีบยื่นมือไปกระตุกแขนเสื้อของผู้เป็นแม่

            หลิวฉีซื่อก้มศีรษะมองหลิวเสี่ยวหลันถึงเพิ่งนึกได้ว่าในห้องทิศตะวันตกมีแขกผู้มีเกียรติพักอยู่ทันใดสีหน้าก็แย่จนน่าเกลียด

            หลิวต้าฟู่ทำเหมือนไม่เห็นฉากบนโต๊ะอย่างไรอย่างนั้น เขาวางตะเกียบลงเพียงแค่เอ่ยเสียงเรียบ “ซานกุ้ย หลายปีมานี้ลำบากไม่น้อยต่อไปเงินที่เข้าบ้านทุกปีต้องแบ่งออกมาห้าร้อยอีแปะให้เขา เด็กๆ ก็เติบใหญ่กันหมดควรจะเริ่มตระเตรียมของออกเรือนให้พวกนางบ้างบ้านหลิวของข้าแม้ว่าจะไม่ได้มีกิจการใหญ่โต แต่ของออกเรือนของลูกหลานก็ควรตระเตรียมให้เหมาะสม”

            “ไม่ได้ วั่งกุ้ยปีนี้กำลังร่ำเรียนอยู่ในสถาบันที่ตำบลต้องใช้เงินแลกเข้ามากมาย หนึ่งเดือนก็ต้องใช้อย่างน้อยหนึ่งถึงสองตำลึงเงินยิ่งไปกว่านั้นยังต้องเตรียมเงินสินสอด รอจนเขาสอบจอมหงวนได้การสู่ขอคงไม่ได้เหมือนกับพวกขาเปื้อนโคลนตรงหน้าเหล่านี้แน่นอน”

            หลิวฉีซื่อมีการวางแผนของตนเอง รอจนบุตรชายคนเล็กสอบจอมหงวนได้อายุเพียงสิบแปดปี ถึงตอนนั้นจะพูดเรื่องแต่งงานก็ยังทัน ยิ่งกว่านั้นหลิววั่งกุ้ยเองก็หน้าตาละม้ายคล้ายนาง มีใบหน้าที่หล่อเหลา จะหาผู้หญิงสักคนก็ไม่ยาก

            เมื่อเป็นเช่นนี้หลิวฉีซื่อย่อมไม่ยินยอมที่จะแบ่งเงินออกมาให้ครอบครัวหลิวซานกุ้ย

            “ตกลงตามนี้ ทุกปีแบ่งให้เขาห้าร้อยเหรียญ” หลิวต้าฟู่เองก็รู้ว่าเงินเหล่านี้นั้นน้อยเกินไปแต่เขาเข้าใจนิสัยของภรรยาเป็นอย่างดี

            หลิวฉีซื่อยังคิดจะคัดค้าน แต่หลิวต้าฟู่เงยหน้าขึ้นมองนางและไม่สนใจจากนั้นหันไปคุยกับหลิวซานกุ้ย “พรุ่งนี้ดินที่พรวนไว้แล้วต้องลงปุ๋ยเยอะหน่อยนะ”

            “เข้าใจแล้วพ่อ ตอนที่ข้าไปสวน จะลากมูลไปด้วยสองถัง”เสียงของหลิวซานกุ้ยเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง

            เขาคิดไม่ถึงว่าตนเองที่พ่อไม่รัก แม่ไม่เอ็นดูนั้นวันนี้พอสะใภ้ระเบิดอารมณ์หนหนึ่ง เขากลับมีผลพลอยได้ไปด้วย

            คนทั้งบ้านนอกจากหลิวเต้าเซียง ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าหลังจากที่หลิวต้าฟู่สั่งงานหลิวซานกุ้ยเสร็จหลิวฉีซื่อก็นิ่งเงียบไป

            หลิวเต้าเซียงรู้สึกว่าเรื่องนี้ผิดปกติมาก แต่ก็คิดไม่ออกว่าเพราะอะไร

            หลังจากการระเบิดอารมณ์ของจางกุ้ยฮัว สิ่งที่นางควรทำก็ได้ทำไปแล้วไม่มีบกพร่องแม้หลิวฉีซื่ออยากจะหาเรื่องนางแต่ก็ทำได้ยาก ดังนั้นความชิงชังที่มีต่อนางก็ยิ่งทวีคูณ

            ตกกลางคืน หลิวซานกุ้ยเอ่ยกับจางกุ้ยฮัว “เหตุใดเจ้าจึงทะเลาะกับท่านแม่เล่าเฮ้อ ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงลูก แต่หากเรื่องกระจายออกไป คนอื่นคงไม่มองว่าท่านแม่ไม่ดีหากแต่จะมองว่าเจ้าไม่กตัญญู แม่เจ้าที่อยู่หมู่บ้านข้างๆ ก็จะเศร้าโศกได้”

            “ถ้าข้าไม่สร้างปัญหา พ่อจะออกเสียงหรือ? เด็กๆก็เติบโตกันแล้ว จะให้พวกนางสวมใส่เสื้อผ้าขาดๆ เก่าๆ ไปตลอดได้อย่างไรเจ้าเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้ วันนี้เห็นท่าทีของป้าหลี่ซานเสิ่นที่ดูแลชุ่ยฮัวในใจของข้าเองก็รู้สึกแย่ อยากจะร้องไห้ออกมาตั้งแต่ตรงนั้น คิดๆดูว่าข้าลำบากอยู่ในบ้านหลังนี้มาหลายปี แต่กลับไม่มีปัญญาจะขอเงินไปซื้อผ้าเย็บชุดให้ลูกได้แม้แต่แดงเดียวอีกทั้งวันนี้กลับมาได้เร็วกว่าปกติ ก็เพราะความมีไหวพริบของเต้าเซียงที่หาเงินให้เราได้นั่งรถเข็นวัวกลับมามิเช่นนั้น ลำพังข้ากับนาง ไหนจะต้องแบกมันหมูห้ากิโลกรัมแล้วยังต้องอุ้มชุนเซียงเดินเท้าสิบลี้ อาศัยร่างกายที่อ่อนแอของข้าตอนนี้เกรงว่าฟ้ามืดกว่าจะกลับถึงบ้าน”

            หลิวซานกุ้ยคิดถึงเรื่องความเปลี่ยนไปภายในบ้านหลายวันมานี้ยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่จางกุ้ยฮัวทำนั้นไม่ผิด เพียงแต่คำบัญชาสวรรค์นั้น สิ่งใดๆ ล้วนมีความกตัญญูเป็นที่ตั้ง

            “ทำให้พวกเจ้าต้องลำบากแล้ว เพราะข้าไม่ได้อยู่เคียงข้างท่านแม่มาตั้งแต่เยาว์วัยท่านแม่จึงไม่ได้ปฏิบัติต่อข้าเฉกเช่นพี่ชายทั้งสาม”

            นี่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือบาดแผลในใจของเขา

            หลิวเต้าเซียงรู้สึกว่าหลิวซานกุ้ยนั้นขาดความรักจากพ่อแม่ตั้งแต่เด็กดังนั้นพอเติบโต ก็คิดหาหนทางทุกอย่างเพียงเพื่อจะได้รับความชื่นชอบจากท่านทั้งสองหวังว่าหลิวฉีซื่อจะถามไถ่เขาด้วยความเอ็นดูบ้าง

            “พ่อ ตื่นเถิด อย่าได้ฝันไปเลย” คําพูดของนางไร้ความปรานี

            “เด็กคนนี้นี่พูดจาอะไรกัน?” หลิวซานกุ้ยไม่ชอบให้หลิวเต้าเซียงพูดกับเขาเช่นนี้

            “ข้าเคยบอกว่าอย่างไร เรื่องก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ต้นจนจบพ่อยังไม่กระจ่างอีกหรือ ในสายตาของย่า พ่อไม่ต่างอะไรจากแรงงานแรงงานนั้นนอกจากจะมีกินมีนอน แล้วยังได้เงินจากเจ้านายอีกหนึ่งก้อนนั่นก็เพียงพอให้ครอบครัวอยู่กันไปได้ แต่ว่าย่าล่ะ หากไม่ใช่เพราะแม่อาละวาดรอจนเมื่อพี่ใหญ่ข้าถึงวัยที่ต้องออกเรือนข้าจะดูว่าพ่อจะเอาอะไรมาเป็นของออกเรือนให้นางพ่อคงไม่ได้ต้องการให้ข้ากับพี่ต้องเหมือนท่านแม่หรอก เพราะไม่มีของออกเรือนเมื่อถึงบ้านแม่สามีจึงถูกปฏิบัติราวกับหมูกับหมา ชาตินี้ไม่มีทางโงหัวขึ้นมาได้และไม่สามารถเป็นผู้เป็นคนได้เหมือนคนทั่วไป”

            หลิวเต้าเซียงข่มอารมณ์โกรธไม่ไหว จึงเอ่ยอีก “หรือว่าในใจของพ่อท่านไม่หวงแหนพวกข้ากับท่านแม่หรือ? เปรียบกับลุงใหญ่ลุงรอง หรืออาสี่ไม่ได้เชียวหรือ? ถ้าให้ข้าพูดก็คือสมควรแยกบ้าน การที่พวกเขาทำตามหน้าที่แต่อาศัยอยู่บนความอยู่รอดของผู้อื่นด้วยพวกเขาพิการแขนขาหรืออย่างไร? อ้อ ใช่สิ ย่ายังบอกว่าอาสี่ร่ำเรียนต้องใช้เงินหนึ่งถึงสองตำลึงเงินพ่อ ท่านเองก็เคยเรียนมา พ่อบอกข้าหน่อยสิว่าการจะเรียนเดือนหนึ่งต้องใช้เงินมากมายเท่าใด? อ้อเกือบลืมพูดไป หลายคราที่ข้าไปในตำบลยังเห็นอาสี่เลี้ยงอาหารและสุราผู้อื่นอยู่เป็นนิจ จุ๊ๆ ช่างสุขสำราญเสียจริงข้าวหนึ่งมื้อของพวกเขาสามารถเลี้ยงเราทั้งห้าคนได้ทั้งปีเชียว”

            ใบหน้าของหลิวซานกุ้ยเผยความตกตะลึง เขาเองใช่ว่าจะไม่รู้เพียงแต่หลบเลี่ยงที่จะนึกถึง

            ตอนนั้น หลิวฉีซื่อให้เขาลาออกจากการเรียน อันที่จริงเขาไม่ยินยอมเพียงแต่ปู่กับย่าที่เอ็นดูเขาที่สุดได้จากไปแล้ว ไม่มีคนหนุนท้ายเขาที่อ่อนแอจะไปมีแรงสู้กับหลิวฉีซื่อได้อย่างไร?

            “เรื่องแยกบ้าน ครั้งหน้าเจ้าห้ามเอ่ยขึ้นมาอีก อย่างน้อยตอนนี้ก็ห้ามเอ่ย” หลิวซานกุ้ยตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ทั้งยังเป็นการเตือนตนเอง เขาควรจะคิดไตร่ตรองเพื่อครอบครัวเล็กๆของตนให้มากกว่านี้ “ลุงใหญ่กับลุงรองและอาสี่ของเจ้าไม่ได้อยู่บ้านแยกบ้านไม่ได้หรอก”

            ลำพังคำพูดของเขา หลิวเต้าเซียงก็เข้าใจได้ทันที

            เรื่องการแยกบ้านเกี่ยวข้องกับศีลธรรมอย่างมาก หากว่าหลิวซานกุ้ยเอ่ยออกมาเองผู้เดียวถ้าอย่างนั้นอย่าได้หวังจะตั้งตนในหมู่บ้านนี้เลย

            “พ่อ ท่านลุงเคยได้เอ่ยถึงเรื่องแยกบ้านหรือไม่?” หลิวเต้าเซียงคิดว่าควรจะประเมินลาดเลาของอีกฝ่ายไว้เป็นการดีที่สุด

            นางไม่คิดว่าตนเองจะเป็นคนที่ไม่เคารพผู้อาวุโส เพียงแต่หากมีโอกาสที่จะทำได้นางก็ยินดีทำผิดศีลธรรม พูดปด และยุยงความสัมพันธ์ของคนในบ้าน

            หลิวซานกุ้ยเงียบลงอีกครั้ง

            คืนนั้นหลิวซานกุ้ยไม่ได้ตอบคำถามของบุตรสาว แต่หลิวเต้าเซียงเชื่อว่าหลังจากนี้ไปหัวใจของเขาจะยังคงมีเรื่องนี้วนเวียนอยู่ตลอด

            ไม่รีบร้อน นางกับพี่สาวอายุยังน้อย ยังพอมีเวลา

            เดิมทีคิดว่าเรื่องที่จางกุ้ยฮัวกับหลิวฉีซื่อทะเลาะกันจะจบลงเช่นนี้ แต่หลิวฉีซื่อยังคงอาละวาดในบ้านอีกครั้งในตอนที่กลับมาจากสอนเย็บปักถักร้อยข้างนอก

            ในอีกวันหนึ่งหลังจากที่ตื่นนอนจางกุ้ยฮัวกำลังให้หลิวชิวเซียงช่วยเก็บกวาดทำความสะอาดรอบบ้านจากนั้นก็ไม่ได้ให้นางยุ่งกับงานบ้านอีก เพียงแต่บอกให้ช่วยดูแลหลิวชุนเซียงส่วนหลิวเต้าเซียงที่นิสัยแก่นแก้วจนเคยชินก็อารมณ์แจ่มใสดั่งวัวออกหากินตามทุ่งหญ้า จางกุ้ยฮัวรู้ว่านางเลี้ยงไก่ในบ้านป้าหลี่ซานเสิ่นสิบตัวย่อมไม่ขังนางไว้ในบ้าน

            เมื่อหลิวฉีซื่อก้าวเท้าออกจากบ้านหลิวเสี่ยวหลันก็ไปเอาหน้ากับคุณชายน้อยตามเคย

            หลิวเต้าเซียงรีบมุดออกมาจากทางเดินปีกตะวันตกแล้วแอบย่องราวกับลูกหนูที่ระมัดระวังตัว เดินเลียบไปตามมุมผนังและออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็ว

            นางต้องไปทำความสะอาดเล้าไก่สองเล้าที่บ้านป้าหลี่ซานเสิ่นให้สะอาด หากว่ามีเวลามากพอนางยังคิดอยากจะช่วยกวาดลานบ้านทั้งหมดให้แก่ป้าหลี่ซานเสิ่นอีกด้วย

            -----

     

    คล้ายกับเรื่องสาวชาวนาผู้ชั่วร้ายกับระบบวิเศษ 【 农门坏丫头 】[แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730