ตอนที่ 2 รอยสักรูปปลาฉลาม
แสงแดดใน่สาย ส่องกระทบพื้นน้ำสีฟ้าเป็ประกายระยิบระยับเมื่อผิวน้ำกระเพื่อมไหว สระว่ายน้ำความยาว 50 เมตรสีฟ้าสดใสตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่แมกไม้เขียวขจีแลดูเหมือนอัญมณีอันงดงามจากท้องทะเล ซึ่งถูกโอบล้อมด้วยอ้อมกอดของธรรมชาติ สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ปูพื้นด้วยกระเบื้องสีฟ้าอ่อนล้อมรอบด้วยพื้นกระเบื้องสีน้ำตาลเข้มบนบริเวณทางเดินรอบสระ แนวลู่ยางสีส้มลอยตัวอยู่บนพื้นผิวน้ำแบ่งสระว่ายน้ำออกเป็แปดส่วน โดยมีแท่นยืนปล่อยตัวนักกีฬาอยู่ที่ทางด้านท้ายของสระสายลมอ่อนพัดโชยมาทำให้บนพื้นผิวน้ำเกิดเป็ระลอกคลื่นเล็กๆ สะท้อนแสงกับดวงตะวัน
กลุ่มชายหนุ่มเดินออกมาจากประตูด้านหลังของสระพวกเขาใส่กางเกงว่ายน้ำ เผยให้เห็นรูปร่างสูง ไหล่กว้างร่างกายกำยำเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่เกิดมาจากการฝึกฝนว่ายน้ำเป็อย่างดีเหล่านักกีฬาว่ายน้ำพากันยืดเส้นยืดสาย เพื่อเป็การอบอุ่นร่างกายให้พร้อมก่อนที่จะลงสระ
ฉัตรจักรเดินแยกตัวออกมาจากกลุ่มนักกีฬาเขามองไปที่สระว่ายน้ำข้างหน้าแสงสะท้อนจากสระว่ายน้ำส่องมาบนใบหน้าอันหล่อคมเข้ม จมูกโด่งรับกับคิ้วที่ดกหนาโครงหน้าสี่เหลี่ยมและแววตาที่แฝงไปด้วยความแน่วแน่ และด้วยความสูง 188 เิเทำให้เขาเป็นักกีฬาว่ายน้ำที่จัดว่าดูดีคนหนึ่ง
“ว่าไงฉัตรจักร เช้านี้เป็ยังไงบ้าง ?” นที เพื่อนนักกีฬาว่ายน้ำเดินเข้ามาทักทาย
“ง่วงว่ะ เมื่อคืนดูบอลดึกไปหน่อย” ฉัตรจักรตอบ พลางเหยียดแขนทั้งสองข้างไปด้านหลัง แสงแดดส่องให้ผิวสีเข้มของเขาดูเป็สีน้ำตาลจางๆ“แต่วันนี้ยังไงก็ต้องทำให้เต็มที่เพราะอีกไม่นานก็จะมีการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแล้ว”
“มือหนึ่งอย่างนาย ยังไงก็ต้องได้ไปแข่งอยู่แล้ว” นทีแซว พร้อมกับบิดเอวไปมาซ้ายขวาเพื่ออบอุ่นร่างกาย
“มันก็ต้องคอยดูกันอีกที ว่าฉันจะทำได้ดีแค่ไหน” ฉัตรจักรบอก “กีฬามหาวิทยาลัยก็เป็ส่วนหนึ่งแต่ใจจริงฉันอยากติดทีมชาติ เผื่อจะได้มีโอกาสไปแข่งโอลิมปิกกับเขาบ้าง”
“โอ้โห! นี่นายอยากไปโอลิมปิกเลยเหรอแต่ไม่แน่นะ ฝีมืออย่างนาย ถ้าว่ายได้ดีๆ ฉันว่ามีลุ้น” นทีว่าในขณะที่ยังยืดเส้นยืดสาย “ไม่แน่นะ นายอาจจะได้เป็ฉลามหนุ่มคนแรกของไทยที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้เป็คนแรก”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ฉลามหนุ่มเหรอ ฉันก็อยากทำได้อย่างนั้นเหมือนกันนี่ไงดูนี่สิ” ฉัตรจักรชี้บนข้อมือด้านซ้ายของเขานทีขยับตัวเข้ามามองด้วยความสนใจ ภาพปลาฉลามสีน้ำเงินะโพ้นขึ้นมาจากคลื่นน้ำปรากฏอยู่บนผิวสีเข้มของฉัตรจักร
“รูปปลาฉลามนายไปสักมาั้แ่เมื่อไหร่ ?”
“เมื่อเดือนที่แล้ว พอสักรูปไอ้ปลาฉลามตัวนี้ไว้มันทำให้มีกำลังใจว่ายน้ำขึ้นมาเป็กองเลย”
“ฮะ ฮะ ฮะ ขอให้โชคดีกับปลาฉลามของนายละกันเพื่อน” นที อวยพรอย่างขำๆ
ตอนนี้นักกีฬาทุกคนเริ่มหย่อนกายลงไปในน้ำเพื่อทำการว่ายน้ำอุ่นเครื่องไปก่อนการซ้อมจับเวลาจริง กีฬาว่ายน้ำเป็สิ่งที่ฉัตรจักรและนทีรักพวกเขาทำสถิติได้ดีในการว่ายน้ำั้แ่สมัยเรียนมัธยมปลาย จึงทำให้ทั้งสองได้คัดเลือกเข้ามาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยชัยปัญญา ด้วยโควต้านักกีฬาสิ่งนี้เองที่ทำให้ทั้งสองกลายเป็เพื่อนสนิทกันฉัตรจักรนั้นมีผิวสีเข้มซึ่งแตกต่างจากนทีโดยสิ้นเชิงนทีเป็ชายหนุ่มที่มีผิวขาวสดใส ถึงแม้เขาจะหมั่นฝึกซ้อมว่ายน้ำอยู่เป็ประจำแต่แสงแดดก็ทำให้ผิวของเขาเป็สีแดงเข้มขึ้นเท่านั้น นทีมีใบหน้าเรียวยาวรับกับจมูกโด่งคิ้วที่ยาวเข้ม ริมฝีปากได้รูป และความสูง 186 เิเ ทำให้เขาเป็นักกีฬาว่ายน้ำชายที่มีกองเชียร์เป็สาวๆคอยให้กำลังใจโดยตลอด
ปี๊ด...ปี๊ด....ปี๊ด เสียงเป่านกหวีดดังออกมาจากด้านหลัง
ชายหนุ่มคนหนึ่งคาบนกหวีดเอาไว้ในปากเดินออกมาจากประตูทางด้านหลังสระว่ายน้ำอาจารย์ชัยยาเดินตรงมาที่สระว่ายน้ำ พร้อมกับแฟ้มเอกสารในมืออาจารย์ชัยยาเป็โค้ชผู้ฝึกสอนนักกีฬาว่ายน้ำประจำมหาวิทยาลัยชัยปัญญาเขาเป็ชายหนุ่มที่ดูอายุราวสามสิบต้นๆ รูปร่างสูง มีร่างกายที่แข็งแรงฟิตไปด้วยกล้ามเนื้อรวมถึงใบหน้าที่ดูอ่อนวัยกว่าอายุ ผมตัดสั้นดูสะอาดเรียบร้อย
“เอาล่ะทุกๆ คนมายืนเข้าแถวตรงนี้”อาจารย์ชัยยาออกคำสั่ง นักกีฬาทุกคนทยอยขึ้นมาจากขอบสระแล้วมายืนเรียงแถวหน้ากระดานต่อหน้าโค้ชผู้ฝึกสอน “อย่างที่รู้กันดีว่าตอนนี้ใกล้จะถึงการแข่งขันของกีฬามหาวิทยาลัยแล้วอาจารย์อยากให้ทุกคนตั้งใจฝึกซ้อมให้ดี เพราะที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยชัยปัญญาของเราได้เหรียญมาตลอดแทบทุกรายการในกีฬาว่ายน้ำ”
นักกีฬาทุกคนตั้งใจฟังเพราะรู้ดีถึงความเข้มงวดในการฝึกซ้อม และความคาดหวังที่อาจารย์มีต่อพวกเขาอาจารย์ชัยยามองหน้าฉัตรจักและนทีเพราะเขารู้ดีว่านักกีฬาสองคนนี้เป็ความหวังสำคัญในการคว้าเหรียญ
”จากวันนี้ไปเราจะเริ่มทำการซ้อมอย่างจริงจัง”อาจารย์ชัยยาพูดพลางเปิดแฟ้มเอกสารที่ถือมาเพื่อดูตารางการฝึกซ้อมสำหรับวันนี้เขามองเห็นช่องตารางใน่บ่ายเขียนไว้ว่า ตรวจสุขภาพนักกีฬา “อีกอย่างในวันนี้หลังจากที่พวกเราฝึกซ้อมเสร็จแล้วใน่บ่ายจะมีท่านประธานของบริษัทสหรุ่งเรืองมาเยี่ยมชมทีมว่ายน้ำของพวกเราที่ผ่านมาทุกปีท่านประธานซึ่งเป็ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ได้บริจาคเงินสนับสนุนโครงการกีฬามหาวิทยาลัยมาโดยตลอดอาจารย์อยากให้พวกเราทุกคนได้พบกับท่าน และตอนท้ายจะมีการตรวจสุขภาพนักกีฬาทุกคนเพื่อเช็คความพร้อมก่อนการลงแข่ง”
“ตรวจร่างกายเหรอครับ ?” ฉัตรจักรถามอย่างหวาดวิตกในขณะที่นักกีฬาคนอื่นๆ ก็พากันบ่นพึมพำ
“ก็ใช่น่ะสิเป็นักกีฬาว่ายน้ำมันก็ต้องตรวจร่างกายเป็ธรรมดา เห็นว่าคราวนี้ท่านประธานได้พาคณะแพทย์ซึ่งเป็ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยมาเป็คนตรวจให้ด้วย” อาจารย์ชัยยาพูดพร้อมกับมองไปที่ฉัตรจักร “เธอไม่อยากตรวจร่างกายเหรอ ฉัตรจักร ?”
“ผมกลัวเข็มครับ”ฉัตรจักรบอก ในขณะที่นทีแอบหัวเราะอยู่ในลำคอ เพราะเขานึกถึงรอยสักปลาฉลามที่ฉัตรจักรเพิ่งไปสักมาเมื่อเดือนที่แล้วอาจารย์ชัยยาได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะบอกให้ทุกคนเข้าประจำที่ เพื่อเริ่มการฝึกซ้อม
“เอาล่ะวันนี้เราจะซ้อมจับเวลาว่ายฟรีสไตล์ 100 เมตรกัน” อาจารย์พูดเสียงเคร่งขรึม“มาดูซิว่าใครจะทำสถิติได้ดีที่สุด”
นักกีฬาทุกคนยืนเข้าประจำที่บนแท่นจุดปล่อยตัวนักกีฬาเหนือสระว่ายน้ำฉัตรจักรและนทียืนอยู่เคียงข้างกัน สายลมอ่อนๆพัดโชยมาทำให้ผิวน้ำกระเพื่อมไหวเป็ระลอกคลื่นเล็กๆ ราวกับเชื้อเชิญให้นักกีฬาทุกคนะโลงมาที่สระน้ำได้แล้วนทีขยับแว่นตากันน้ำให้เข้าที่ ก่อนจะหันไปมองฉัตรจักรที่ยืนอยู่ด้านข้างเพื่อนนักกีฬาว่ายน้ำร่วมทีมในตอนนี้เขาดูมีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวเตรียมพร้อมกระโจนลงสระ
ปี๊ด!!! สิ้นเสียงนกหวีดนักกีฬาทุกคนพุ่งกระโจนลงสระน้ำสีฟ้าครามพรายฟองน้ำแตกกระจายเป็คลื่นแผ่ขยายไปทุกทิศทาง นทีมองเห็นฉัตรจักรว่ายนำอยู่ข้างหน้าทุกคนตัวเขาเองก็ว่ายได้เร็วไม่แพ้กับฉัตรจักรแต่ทั้งสองคนก็ผลัดกันแพ้ชนะมาโดยตลอด ตอนนี้ฉัตรจักรนำนทีอยู่ครึ่ง่ตัว แต่เพียงชั่วอึดใจฉัตรจักรก็ไปถึงขอบสระและกลับตัวได้เป็คนแรก เหลืออีก 50 เมตรนทีกลับตัวและพยายามตีขาเร่งความเร็วรักษา่สโตรกเอาไว้เพื่อจะแซงฉัตรจักรให้ได้แต่ดูเหมือนว่าฉัตรจักรมีความแข็งแกร่งเหนือกว่านักกีฬาคนอื่นเขายังว่ายนำนักกีฬาทุกคน แต่ละ่สโตรกเต็มไปด้วยพละกำลัง เขามองเห็นขอบสระอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรเพียงไม่กี่อึดใจ ฉัตรจักรก็แตะขอบสระได้เป็คนแรก
“49.78 วินาที” อาจารย์ชัยยา นั่งยองๆ กดนาฬิกาจับเวลาอยู่ตรงขอบสระ“เยี่ยมมากฉัตรจักร เธอทำสถิติใหม่ในครั้งนี้”
ฉัตรจักรชูกำปั้นขึ้นฟ้าดีใจในชัยชนะกับสถิติที่ดีที่สุดซึ่งเขาเพิ่งทำได้เป็ครั้งแรก
ใน่บ่ายหลังจากที่นักกีฬาทุกคนฝึกซ้อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉัตรจักรและนทีได้เปลี่ยนมาสวมชุดวอร์ม พวกเขาเดินเข้ามาสมทบกับกลุ่มเพื่อนนักกีฬาทุกคนซึ่งกำลังนั่งรออยู่ในห้องพักรับรองของตึกศูนย์กีฬาในมหาวิทยาลัย ห้องรับรองเป็ห้องโถงกว้างขวางสีขาวสะอาดตามีโต๊ะทำงานและเก้าอี้จัดวางเอาไว้อย่างเป็ระเบียบ ฉัตรจักรและนทีเลือกนั่งอยู่ที่เก้าอี้ด้านหลังสุดอากาศเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศทำให้นทีรู้สึกง่วงนอน สักครู่ต่อมา อาจารย์ชัยยาเดินนำหน้าพากลุ่มบุคคลเข้ามา
“อาจารย์มีความยินดีอยากให้พวกเธอทุกคนได้พบกับ คุณวรกิจ สหรุ่งเรืองท่านเป็ประธานของบริษัทสหรุ่งเรือง และยังเป็สปอนเซอร์หลักคอยสนับสนุนกิจกรรมต่างๆของมหาวิทยาลัยชัยปัญญามาโดยตลอด” อาจารย์ชัยยากล่าวพร้อมกับผายมือไปยังชายใส่ชุดสูทสีดำด้านหลัง “วันนี้ท่านประธานวรกิจมาเยี่ยมชมกลุ่มนักกีฬาว่ายน้ำของเราซึ่งทางมหาวิทยาลัยก็ยินดีเป็อย่างยิ่งครับ ที่ท่านได้มาเยือนในครั้งนี้”
ชายในชุดสูทสีดำราคาแพงที่รีดเป็มันระยับก้าวเดินออกมาข้างหน้า เขาเป็ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมอายุประมาณ60 ปี สวมแว่นตากรอบดำพร้อมเลนส์หนา ผมหงอกสีขาวประปรายอยู่บนศีรษะที่เกือบล้านผิวขาวซีดเหมือนคนที่ไม่ค่อยโดนแดด ผิวหน้าของเขามีริ้วรอยเหี่ยวย่นกระจายไปทั่วอีกทั้งยังมีตกกระตามใบหน้าที่เสี้ยมตอบท่านประธานวรกิจส่งรอยยิ้มทักทายให้ทุกคนนทีสังเกตเห็นฟันทองเหลืองส่องประกายออกมา
“ผมดีใจที่ได้กลับมาที่มหาวิทยาลัยชัยปัญญาอีกครั้งครับ” ท่านประธานวรกิจกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็ทางการ“ให้ถือซะนะครับว่าผมเป็รุ่นพี่ศิษย์เก่าและที่มาวันนี้ก็อยากจะมามอบน้ำใจเล็กๆน้อยๆ ให้กับทางมหาวิทยาลัย...”
นทีเห็นอาจารย์ชัยยาฉีกยิ้มกว้างเก็บอาการไว้ไม่อยู่คำว่าน้ำใจเล็กน้อยคงหมายถึงเงินสนับสนุนก้อนใหญ่ในขณะที่ท่านประธานกำลังกล่าวถึงความสำเร็จที่เขาได้รับมาและน้ำใจที่อยากตอบแทน ชายหนุ่มก็มองสำรวจกลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านหลังมีผู้ชายใส่ชุดเสื้อกาวน์ของนายแพทย์อยู่สองคน พยาบาลสาวซึ่งยืนสงบนิ่งถือแฟ้มเอกสารอยู่ในมือและเ้าหน้าที่บุรุษพยาบาลอีกสองคน
“นอกจากผมจะมอบเงินบริจาคให้กับทางชมรมกีฬาของมหาวิทยาลัยแล้ว” ท่านประธานวรกิจยังกล่าวต่อ“ในวันนี้ผมได้พาทีมคณะแพทย์มาจากโรงพยาบาลสหรุ่งเรือง ซึ่งเป็โรงพยาบาลในเครือบริษัทของผมทีมคณะแพทย์จะมาตรวจร่างกายให้กับนักกีฬาทุกคนในวันนี้เพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันกีฬามหาวิยาลัยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าและผมยังให้สิทธิพิเศษ หากนักกีฬาคนไหนเจ็บป่วยก็สามารถไปใช้บริการรักษาที่โรงพยาบาลสหรุ่งเรืองได้ฟรี ตอนนี้ ผมอยากให้ทุกท่านได้รู้จักนายแพทย์สุเมธซึ่งเป็เพื่อนสนิทของผม และนายแพทย์หนุ่มไฟแรงเพิ่งกลับมาจากอเมริกานายแพทย์วีรวัฒน์”
นายแพทย์สุเมธเดินออกมาด้านหน้า แล้วมายืนอยู่ด้านข้างท่านประธานวรกิจวินาทีแรกที่นทีเห็นนายแพทย์สุเมธทำให้เขานึกถึงคุณหมอในหนังเขย่าขวัญ เขาเป็ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูง ถึงแม้เขาจะใส่เสื้อกาวน์ขาวสะอาดแต่นั่นไม่ได้ทำให้ใบหน้ายาวรูปสี่เหลี่ยมอันขาวซีดดูสดใสขึ้นมาเลย นายแพทย์สุเมธมีตาชั้นเดียวยาวรีขอบใต้ตาดำคล้ำ ใบหน้าตอบซูบ่หน้าผากที่กว้างเพราะผมถอยร่นเข้าไปเป็ง่ามผมสีดำตัดสั้นมีผมหงอกขึ้นแซมประปราย เขายืนนิ่งๆ มองทุกคนในห้องไปรอบๆไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีคำทักทาย นทีรู้สึกได้ถึงรังสีแห่งความหดหู่ที่แผ่ออกมาจากคุณหมอคนนี้
“อ้าว! นั่นนทีกับฉัตรจักรใช่ไหม ?”เสียงร้องทักดังมาจากด้านหน้า “จำพี่ได้ไหม หมอวีไง”
“พี่หมอวีรวัฒน์!”ฉัตรจักรและนทีพูดขึ้นพร้อมกัน
พวกเขาแทบจะจำนายแพทย์หนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหน้าไม่ได้ นทีจำได้ว่าหมอวีรวัฒน์เคยเป็นักเรียนแพทย์ผอมกะหร่องขาวซีดเมื่อหลายปีก่อนหลังจากที่หมอวีรวัฒน์เรียนจบไป นทีก็ไม่ได้ติดต่อกับเขาอีกเลย แต่มาในวันนี้หมอวีรวัฒน์กลับดูเปลี่ยนเป็คนละคนรูปร่างสมส่วนสูงใหญ่ ใบหน้าที่ขาวสะอาดเกลี้ยงเกลา คิ้วเข้มดกดำดวงตากลมโตสีดำส่องประกายสดใสอยู่ภายใต้กรอบแว่นรับกับจมูกโด่งเป็สันและริมฝีปากบางออกชมพูจางๆ คุณหมอหนุ่มโบกมือทักทายมาให้นทีและฉัตรจักร
“นายว่าพี่หมอวีแอบไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีมารึเปล่าวะ ?”ฉัตรจักรแอบถามซุบซิบที่มุมปาก
“ไม่หรอกมั้ง ดูดีๆก็เหมือนเดิม แต่ดูตัวใหญ่ขึ้นสงสัยคงไปเข้าฟิตเนสมามากกว่า” นทีออกความเห็นส่วนฉัตรจักรได้แต่พยักหน้าตาม
“เอาล่ะครับนักกีฬาทุกคน” อาจารย์ชัยยาเอ่ยขึ้น พร้อมกับปรบมือเป็เชิงให้สัญญาณ“ตอนนี้คงได้เวลาตรวจร่างกายกันแล้ว ขอให้ทุกคนกรอกแบบฟอร์มรายละเอียดทุกอย่างให้ครบถ้วนแล้วค่อยเริ่มตรวจร่างกายกัน”
เ้าหน้าที่ชายจากโรงพยาบาลทั้งสองคนนำเอกสารไปแจกให้นักกีฬาทุกคนบนโต๊ะนทีรับเอกสารมาแล้วอ่านดู ในเอกสารมีความยาวถึงสามหน้ากระดาษและทุกคนต้องกรอกข้อมูลอย่างละเอียด ซึ่งเป็การถามข้อมูลเกี่ยวกับด้านสุขภาพ อายุส่วนสูง น้ำหนัก หมู่โลหิต การดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ประวัติการใช้สารกระตุ้น ฯลฯชายหนุ่มกรอกข้อมูลเ่าั้ครบถ้วนทุกอย่าง จนมาถึงใน่ท้ายเอกสารมีข้อความเขียนไว้ว่า
ข้าพเ้าขอรับรองว่าข้อมูลทุกอย่างเป็ความจริงทุกประการและยินยอมเข้ารับการตรวจรักษาร่างกายในครั้งนี้
นทีเซ็นลงชื่อกำกับบนตราประทับที่อยู่ใต้ข้อความนี้การกรอกแบบฟอร์มถือว่าเป็อันแล้วเสร็จในขั้นตอนแรก หลังจากเวลาผ่านไปครู่ใหญ่เมื่อทุกคนกรอกแบบฟอร์มเรียบร้อยแล้วอาจารย์ชัยยาได้นำท่านประธานวรกิจและนายแพทย์สุเมธเดินออกไปข้างนอกเพื่อเยี่ยมชมสถานที่ฉัตรจักรและนทียืนเข้าคิวเพื่อวัดส่วนสูงชั่งน้ำหนักมีเสียงพูดคุยกันอย่างผ่อนคลายดังออกมาจากกลุ่มนักกีฬา เมื่อพวกเขารู้ว่าอาจารย์ชัยยาได้พาแขกออกไปด้านนอกแล้ว
“สวัสดีครับพี่หมอวี” นทีเอ่ยขึ้นเมื่อถึงคิวที่เขาได้ไปนั่งหน้าคุณหมอวีรวัฒน์เพื่อตรวจวัดความดันและการเต้นของหัวใจนทียื่นเอกสารที่เขาเพิ่งกรอกเสร็จให้หมอวีรวัฒน์ “ไม่ได้เจอหน้ากันนานเลยนะครับ”
“พี่ไปเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมที่อเมริกามาสองปี เพิ่งกลับมาอาทิตย์ที่แล้วนี่เอง”หมอวีรวัฒน์พูด พลางใช้อุปกรณ์หูฟังทาบไปบนหน้าอกของนที“พอกลับมาก็ได้งานที่โรงพยาบาลสหรุ่งเรือง่นี้งานยุ่งมากเลยล่ะ”
“โอ้โห! เจ๋งจริง พี่หมอวีเรียนจบเป็นายแพทย์หนุ่มจากอเมริกาแถมหน้าตาดูดีขึ้นเป็กองถามจริงเถอะ พี่หมอแอบไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีมารึเปล่า” นทีถามอย่างติดตลก
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ขนาดนั้นมั้ง พี่ก็แค่ดูแลตัวเองให้ดีขึ้นไปเข้าฟิตเนสบ่อยๆ ใช้ครีมบำรุงนิดหน่อยแค่เนี้ย!” หมอวีรวัฒน์บอกอย่างอารมณ์ดี “แล้วพวกเราทั้งสองคนเป็ยังไงบ้างล่ะ?”
“ตอนนี้ขึ้นมาปีสี่ก็เรียนหนักมากขึ้นกว่าเก่าผมกับฉัตรจักรก็ยังว่ายน้ำเหมือนเดิม ฉัตรจักรอยากติดทีมชาติ แต่ผมแค่ได้ะโลงสระก็มีความสุขแล้วถ้าหมดแข่งกีฬามหาวิทยาลัยผมคงจะเรียนหนักมากขึ้นตอนนี้ต้องฟิตร่างกายเพื่อไว้แข่งว่ายน้ำให้ได้ก่อน”
“ก็ดีแล้วล่ะ สุขภาพกับนักกีฬาเป็ของคู่กันตอนที่พี่หมออยู่อเมริกาก็เจออุบัติเหตุทางรถยนต์ต้องพักรักษาตัวอยู่พักหนึ่งเกือบเดินไม่ได้ โชคดีที่ร่างกายกลับมาเป็ปกติตอนนี้ก็เลยหันมาเข้าฟิตเนสออกกำลังกาย ไม่เอาแต่อ่านหนังสือเหมือนเดิม”
“โห! โชคดีมากเลยนะครับที่พี่หมอยังกลับมาเดินได้เป็ปกติ” นทีบอก พลางยื่นแขนซ้ายให้คุณหมอเอาเครื่องวัดความดันมาใส่
“สุขภาพเป็สิ่งสำคัญ ท่านประธานวรกิจเลยอยากให้นักกีฬาทุกคนของมหาวิทยาลัยได้รับการดูแลที่ดีนทีจำนักกีฬาว่ายน้ำที่ชื่ออนุชิตได้ไหม ?”
“จำได้สิครับ เขาเป็นักกีฬาว่ายน้ำรุ่นพี่ของผม แต่ปีที่แล้วจู่ๆก็ตายโดยไม่รู้สาเหตุ”
“นั่นแหละ ตอนที่อยู่อเมริกาพี่ก็ได้ยินข่าวของเขาเหมือนกันการตายของเขาเป็เื่น่าเศร้านะบางทีคนเราคิดว่าตัวเองออกกำลังกายตลอดแล้วจะแข็งแรงแต่ก็ไม่รู้ว่าข้างในมีอะไรซ่อนไว้บ้าง มันจะดีกว่าถ้าเรารู้จักตรวจร่างกายเป็ประจำ”คุณหมอวีรวัฒน์พูด ดวงตาทั้งคู่มองจับจ้องไปที่ตัวเลขบนหน้าปัดเครื่องวัดความดัน“โอเค ความดันเป็ปกติ ไปหาพยาบาลที่โต๊ะต่อไปได้”
ที่โต๊ะตัวถัดไปพยาบาลสาวสวยยืนยิ้มหวานอยู่ที่ด้านหลังโต๊ะโดยมีฉัตรจักรยืนหน้าซีดเหงื่อออกท่วมตัวอยู่ด้านหน้า นทีเดินตามมาต่อหลังฉัตรจักรพยาบาลสาวกำลังวุ่นวายกับการเตรียมอุปกรณ์บางอย่างสักครู่หนึ่งเธอก็ถือเข็มฉีดยาขึ้นมา
“ยื่นแขนซ้ายออกมาแล้วกำมือด้วยค่ะ”พยาบาลสาวออกคำสั่ง ซึ่งฉัตรจักรก็ทำตามแต่โดยดี
ฉัตรจักรหลับตาขณะที่เข็มฉีดยากำลังแทงผ่านิัทะลุเข้าไปบนท่อนแขนเหนือข้อพับนทีได้แต่กลั้นหัวเราะเขาอดสงสัยไม่ได้ว่านี่น่ะเหรอคือเพื่อนของเขาที่กล้าไปสักรูปปลาฉลามมาสักครู่ต่อมาเืสีแดงสดก็ไหลเข้าไปในกระบอกเข็มฉีดยาพยาบาลถอดเข็มฉีดยาออกจากแขนของฉัตรจักรแต่ดูเหมือนว่าเ้าตัวจะไม่รู้สึกอะไรเลยเพราะยังหลับตาด้วยความกลัวเหมือนเดิม พยาบาลสาวนำตัวอย่างเืที่ได้ถ่ายเทไปใส่ในหลอดแก้วแล้วปิดฝาจุกไว้แน่นสนิท
“เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”เสียงบอกของพยาบาล ทำให้ฉัตรจักรลืมตาขึ้นเขาส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้กับพยาบาล
“ผมกลัวเข็มจริงๆ นะครับ” ฉัตรจักรบอกหลังจากที่รับสำลีชุบแอลกอฮอลล์มาปิดกดปากแผลเอาไว้
พยาบาลสาวไม่ว่าอะไรเธอได้แต่เพียงยิ้มให้แล้วพยักหน้าไปอีกทางหนึ่ง เหมือนกับบอกให้ชายหนุ่มไปตรวจร่างกายที่โต๊ะถัดไปหลังจากที่ฉัตรจักรเดินออกไปนทีก็ก้าวเข้ามาอยู่ที่ด้านหน้าโต๊ะ เขามองป้ายชื่อที่อยู่บนหน้าอกของพยาบาลซึ่งกำลังจัดเตรียมเข็มฉีดยาชุดต่อไป
“นวินดา เลิศประทีบ” นทีอ่านเสียงดังฟังชัด
“มีอะไรเหรอคะ ?”เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับนทีซึ่งยื่นหน้าเข้ามาใกล้
“เปล่า ไม่มีอะไรครับผมเพียงแค่อ่านชื่อคุณพยาบาลเฉย ๆ” นทีพูด ทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เหรอคะ ?” นวินดาว่าเลิกคิ้วสูงเอียงคอเล็กน้อย “ใช่ค่ะฉันชื่อนวินดา คุณอ่านชื่อฉันได้ถูกแล้ว”
“ผมชื่อนทีครับ” ชายหนุ่มบอกพร้อมกับเปิดแขนเสื้อด้านซ้ายขึ้นเหมือนอย่างรู้งาน“ผมไม่กลัวเข็มเหมือนกับคนเมื่อกี้หรอกครับ”
“ดีค่ะ” นวินดาว่า พลางยิ้มอย่างมีเลศนัยเธอหยิบเข็มฉีดยาขึ้นมาเปลี่ยนให้มีขนาดใหญ่ขึ้น “ฉันเองก็ชอบที่จะทำอะไรให้มันง่ายขึ้นยิ่งถ้ารู้ว่าคนไข้ไม่กลัวเข็ม ฉันก็ชอบเปลี่ยนให้เข็มใหญ่กว่าเดิมจะได้ดูดเืได้สะดวกขึ้นและที่สำคัญฉันเป็คนมือหนักค่ะ”
นทีหน้าซีดไปเล็กน้อยเมื่อเห็นพยาบาลสาวสวยหยิบเข็มฉีดยาที่ใหญ่กว่าเดิมขึ้นมานวินดาใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดบนแขนของชายหนุ่ม เขารู้สึกได้ถึงความเย็นแผ่ซ่านไปบนิัตอนนี้ชายหนุ่มมีโอกาสได้มองหน้าพยาบาลคนนี้อย่างใกล้ชิด นวินดารวบผมสีน้ำตาลเข้มเก็บไว้อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยใบหน้าของเธอตบแต่งด้วยเครื่องสำอางสีชมพูระเรื่อดูสดใสดวงตากลมโตส่องประกายภายใต้ขนตาสีดำยาวงอน จมูกโด่งเรียวเล็กริมฝีปากอวบอิ่มดูอ่อนหวาน แต่ในขณะที่เขากำลังพิจารณาความงามอยู่นั้นพยาบาลสาวก็แทงเข็มลงทันที
ฉึก !
“โอ๊ย !!!” นทีร้องออกมาทันทีเมื่อโดนเข็มแทงลงไปอย่างแรงจนหลายๆคนในห้องหันมามอง ฉัตรจักรยืนหัวเราะอยู่ที่โต๊ะข้างๆ
“อ้าวก็ไหนบอกว่าไม่กลัวเข็มไงคะ ?”นวินดาถามอย่างท้ายทาย
“ไม่กลัวก็ไม่ได้หมายความว่าไม่เจ็บนี่ครับ” นทีแก้ตัว พลางยิ้มแหยๆให้กับพยาบาลสาวซึ่งตอนนี้เธอกำลังดูดเืสีแดงสดออกจากแขนของเขามาไว้ในหลอดแก้ว
“เรียบร้อยแล้วค่ะ” นวินดาว่า พร้อมกับปิดฝาหลอดแก้วที่บรรจุเืตัวอย่างของนทีเอาไว้“เร็วๆ นี้คงได้รู้ผลการตรวจเืของคุณ หวังว่าคุณคงมีสุขภาพที่ดีนะคะ”
“ครับ ผมก็หวังแบบนั้นเหมือนกัน”นทีบอก แล้วรับสำลีชุบแอลกอฮอลล์มาปิดไว้ที่ปากแผล“ผมจะได้มีโอกาสได้เจอคุณอีกไหมครับ ?”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาจากแถวหลอดแก้วที่บรรจุเืพร้อมกับยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย “ฉันเป็พยาบาลนะคะถ้าเมื่อไหร่ที่คุณป่วยก็ไปเจอกันได้เสมอที่โรงพยาบาลค่ะ”
“ถ้างั้นผมคงต้องแกล้งป่วยจะได้ไปเจอกับคุณพยาบาลบ่อยๆ”นทีกล่าวติดตลก
นวินดาได้แต่ยิ้มพร้อมกับส่ายหัวเพียงเล็กน้อยเธอหยิบแถวหลอดแก้วที่บรรจุเืสีแดงสดเข้าไปเก็บไว้ในกระเป๋ารักษาอุณหภูมิ ก่อนจะถือกระเป๋าใบนั้นเดินออกไปจากห้องนทีได้แต่มองตามและภาวนาขอให้ผลการตรวจร่างกายทุกอย่างเป็ไปได้ด้วยดี