บทที่ 4
โทรศัพท์มือถือจอแตก
"หนึ่งหมื่น...สองพัน... ห้าร้อย... หกสิบสอง... หยวน..."
เสียงพึมพำราวกับคนละเมอดังมาจากเด็กชายวัยแปดขวบที่นั่งคุกเข่าอยู่หน้าโต๊ะญี่ปุ่นกู้หยูจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งปิดแอปพลิเคชันไลฟ์สดไปเมื่อครู่ตัวเลขยอดเงินคงเหลือในบัญชีสตรีมมิ่งที่เชื่อมต่อไว้สว่างวาบแทงตาจนเขาต้องกะพริบตาปริบๆ มือเล็กๆ ที่หยาบกร้านจากการคุ้ยขยะสั่นเทาไม่หยุดไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บจากลมที่พัดลอดเข้ามาทางหน้าต่างบานเกล็ดแต่เป็เพราะความตื่นเต้นที่อัดอั้นอยู่ภายในอกจนแทบะเิ
สำหรับเด็กสลัมที่ต้องคัดแยกขวดพลาสติกขายแลกเงินไม่กี่เหมาเงินหลักหมื่นหยวนมันไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันคือชีวิต! มันคือความหวัง!และที่สำคัญที่สุด... มันคืออาหารมื้อแรกในรอบหลายเดือนที่ไม่ใช่น้ำต้มข้าวใสๆหรือเศษผักเหี่ยวๆ!
"หนึ่งหมื่นหยวนนี่...ซื้อหมูหันได้กี่ตัว?"เย่ว์ซินในร่างเด็กห้าขวบถามแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังยิ่งกว่าตอนบัญชาการทัพ์ นางกอดอกยืนมองพี่ชายที่เอาแต่นั่งน้ำลายยืดจ้องกล่องสี่เหลี่ยมนางไม่สนใจค่าเงินของมนุษย์โลกนี้รู้แต่เพียงว่าตัวเลขพวกนั้นมันสามารถเนรมิตของเซ่นไหว้ให้กระเพาะที่ว่างเปล่าของนางได้หรือไม่
กู้หยูสูดลมหายใจเข้าลึกๆพยายามดึงสติสัมปชัญญะที่ล่องลอยไปไกลให้กลับเข้าร่าง"ได้เยอะมากเสี่ยวเป่า... เยอะจนเรากินไม่หมดเลยล่ะ! ซื้อหมูได้เป็ตัวๆซื้อไก่ย่างได้เป็สิบๆ ตัว! แต่... แต่เราจะใช้เงินก้อนนี้สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้นะนี่มันเป็เงินที่ได้มาจากตอนที่น้องด่าป้าจาง... เอ๊ะ ไม่สินี่มันเงินของน้องต่างหาก!"
เขามองน้องสาวตัวน้อยด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากเด็กขี้โรคที่ต้องคอยปกป้องทะนุถนอม บัดนี้กลายเป็ 'ตัวนำโชค' ระดับแพลตตินั่มที่์ประทานมาให้ครอบครัวกู้!
"จะเงินของใครก็ช่างเถอะน่า!เอาเป็ว่าตอนนี้ข้าหิวแล้ว!" เย่ว์ซินตบพุงป่องๆ (ที่บวมน้ำข้าวต้ม)ของตัวเองดังปุๆ "เ้าบอกว่าจะไปตลาดเพื่อซื้อของเซ่นไหว้ไม่ใช่รึ? รีบไปสิข้าจะนั่งรออยู่ที่นี่ ถ้าข้าไม่ได้กลิ่นเนื้อสัตว์ภายในครึ่งชั่วยามข้าจะจับเ้าต้มกินแทนเนื้อหมู!"
คำขู่ของเด็กห้าขวบอาจจะฟังดูตลกแต่สายตาของ
เย่ว์ซินที่จ้องมองมานั้นเอาจริงจนกู้หยูขนลุกซู่
กู้หยูพยักหน้าหงึกหงักรีบคว้าเสื้อกันหนาวตัวเก่าที่มีรอยปะชุนมาสวมทับเสื้อยืดตัวย้วย "ได้ๆ!พี่จะไปตลาดเดี๋ยวนี้แหละ พี่จะซื้อซาลาเปาไส้หมูสับลูกใหญ่ๆ มาให้น้องเลย! แต่...โทรศัพท์เครื่องนี้ พี่ต้องเอาไปด้วยนะ"
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นขึ้นมาเช็ดฝุ่นกับชายเสื้ออย่างทะนุถนอมราวกับมันเป็เครื่องเคลือบราชวงศ์ิ
"ทำไมต้องเอาไป?" เย่ว์ซินขมวดคิ้วนางเพิ่งจะเริ่มสนุกกับเ้า 'กระจกเงาวิเศษ' นี่แท้ๆ แม้จะยังแค้นเคืองที่มันไม่สามารถส่งของกินทะลุจอออกมาได้ตรงๆก็ตาม แต่อย่างน้อยมันก็เอาไว้ด่ามนุษย์หน้าโง่เพื่อระบายอารมณ์ได้ดีเยี่ยม
"ก็สมัยนี้เขาใช้เ้านี่'สแกนจ่ายเงิน'กันแล้วไงเสี่ยวเป่า พี่ไม่มีเงินสดติดตัวสักหยวนเดียว ถ้าไม่เอาไปพี่ก็ซื้อหมูให้น้องไม่ได้นะ" กู้หยูอธิบายอย่างใจเย็น
เย่ว์ซินทำหน้ามุ่ยนางยังไม่ค่อยเข้าใจระบบเวทมนตร์การเงินของมนุษย์ยุคนี้เท่าไหร่นักแต่เมื่อได้ยินคำว่า 'ซื้อหมูไม่ได้' นางก็รีบโบกมือไล่พี่ชายอย่างไม่ไยดีทันที
"เอาไปๆ!จะเอาไปทำพิธีกรรมสแกนอะไรของเ้าก็รีบเอาไป! แต่อย่าทำหายล่ะนั่นเป็สมบัติหาเลี้ยงชีพชิ้นเดียวของพวกเรา... อ้อ ของเ้าพี่ชายคนโตนั่น"
กู้หยูยิ้มแห้งๆก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ เขาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้ววิ่งตึกตักไปที่มุมห้องตรงกองูเาขยะรีไซเคิลถุงใหญ่ที่เขายังคัดแยกไม่เสร็จ
"จริงสิ!ถ้าพี่เอาเครื่องนี้ไป น้องจะเหงา... พี่เพิ่งนึกได้ว่าเมื่อวานพี่เจอ 'เ้านี่' ในถังขยะของหมู่บ้านคนรวย"
เขาล้วงมือเล็กๆดำๆ เข้าไปในถุงกระสอบใบใหญ่ ควานหาอยู่สักพัก เสียงดังกุกกักลอดออกมาก่อนที่เขาจะดึงวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาโชว์ให้น้องสาวดูด้วยความภาคภูมิใจ
มันคือโทรศัพท์มือถือ...สภาพยับเยินยิ่งกว่าซากศพที่ถูกรถสิบล้อทับ
หน้าจอแตกร้าวละเอียดราวกับใยแมงมุมที่ถูกทุบด้วยค้อนปอนด์รอยร้าวลามไปทั่วจนแทบมองไม่เห็นเนื้อจอเดิมตัวเครื่องบิดงอเล็กน้อยจนเห็นรอยแยกตรงขอบ และมีรอยถลอกปอกเปิกเต็มไปหมดปุ่มกดด้านข้างก็หลุดหายไปหนึ่งปุ่ม
"นี่มันซากอารยธรรมโบราณรึ?" เย่ว์ซินเลิกคิ้วสูงมองวัตถุอัปลักษณ์ในมือพี่ชายด้วยสายตาดูแคลนอย่างสุดซึ้ง "สภาพเช่นนี้แม้แต่สุนัขจรจัดยังเมินหน้าหนี เ้าเก็บก้อนหินขยะนี่มาทำไม?"
"เผื่อมันยังใช้ได้ไง!"กู้หยูแก้ตัว พยายามใช้ชายเสื้อเช็ดฝุ่นออกจากหน้าจอที่แตกยับเยิน"บางทีอาจจะแค่แบตหมด หรือจอเสีย ถ้าเอาไปให้ร้านอาแปะหน้าปากซอยซ่อมอาจจะ...เออ แต่ค่าซ่อมคงแพงกว่าซื้อเครื่องใหม่มือสองมั้ง"
เสียงของเด็กชายค่อยๆแ่ลงเมื่อพิจารณาสภาพความเป็จริง โทรศัพท์เครื่องนี้คงเป็ได้แค่ที่ทับกระดาษหรือไม่ก็เอาไว้เขวี้ยงหัวหมา
เขาวางมันลงบนโต๊ะญี่ปุ่นข้างๆเย่ว์ซิน ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ช่างเถอะ น้องเอาไว้เล่นกดปุ่มเล่นๆ ไปก่อนนะพี่จะรีบไปรีบกลับ ล็อกห้องให้ดีด้วยล่ะเผื่อป้าจางวนกลับมา"
พูดจบกู้หยูก็คว้าโทรศัพท์เครื่องดี (ของพี่ใหญ่) ยัดใส่กระเป๋ากางเกงรูดซิปปิดอย่างแ่า แล้ววิ่งจู๊ดออกจากห้องไปทิ้งให้เย่ว์ซินอยู่ตามลำพังกับความเงียบและซากโทรศัพท์จอแตกบนโต๊ะ
เย่ว์ซินมองดูประตูห้องที่ปิดลงก่อนจะหันกลับมาจ้องมองวัตถุสีดำที่นอนนิ่งสนิท
นางเอื้อมมือป้อมๆไปหยิบมันขึ้นมาพิจารณา...
น้ำหนักเบาผิวััเย็นชืด แต่ทว่า... ภายใต้รอยแตกยับเยินนั้นสัญชาตญาณแห่งเทพธิดากลับััได้ถึง 'พลังงาน' บางอย่างที่หลงเหลืออยู่มันคือกระแสไฟฟ้าสถิตจางๆ ที่ไหลเวียนอยู่ในแผงวงจรเหมือนชีพจรที่เต้นระรัวแ่เบาของคนที่กำลังจะขาดใจตาย
"เ้าสิ่งนี้...โครงสร้างภายในของมันช่างซับซ้อน คล้ายกับค่ายกลสื่อสารของสำนักกระเรียนขาวบน์"นางพึมพำ พลิกโทรศัพท์ไปมา สังเกตดูรอยแยกที่เห็นแผงวงจรสีเขียวด้านใน"เส้นสายทองแดงพวกนี้คือ 'เส้นลมปราณ' ของมันสินะ...แต่มันขาดสะบั้นป่นปี้หมดแล้ว มิน่าถึงตายสนิท"
ในฐานะเทพธิดาาเย่ว์ซินมีความรู้เื่การสร้างและซ่อมแซมศัสตราวุธวิเศษเป็อย่างดีแม้เทคโนโลยีของมนุษย์โลกนี้จะแตกต่างจากอาวุธเทพ แต่หลักการพื้นฐานของ 'การไหลเวียนพลังงาน'นั้นเหมือนกัน
ของที่พัง...ย่อมซ่อมให้เป็ของดีได้... หากมี 'พลังตบะ' เพียงพอ
"เฮ้อ..."นางถอนหายใจยาว พลางก้มมองฝ่ามือเล็กๆ ขาวซีดของตัวเอง"เสียดายที่ตอนนี้ข้ามีพลังตบะเหลือแค่หางอึ่งแค่จะเสกซาลาเปาสักลูกยังทำไม่ได้เลยจะเอาแรงที่ไหนมาซ่อมค่ายกลซับซ้อนพวกนี้"
นางกำลังจะวางโทรศัพท์ลงเตรียมจะล้มตัวลงนอนกลิ้งรอพี่ชายกลับมาพร้อมซาลาเปา
แต่ทว่า...ความปรารถนาลึกๆ ของเ้าของร่างเดิม
(เสี่ยวเป่า) กลับรบกวนจิตใจ ภาพเด็กหญิงตัวน้อยที่อยากมี 'ของเล่น' เหมือนเด็กคนอื่นๆ อยากมีอะไรสักอย่างที่เป็ของตัวเองจริงๆไม่ใช่ของที่พี่ชายเสียสละให้ หรือของเหลือเดนจากกองขยะที่เล่นได้ไม่กี่วันก็พัง
ความโหยหาอันบริสุทธิ์ของเสี่ยวเป่าทำให้หัวใจของ
เย่ว์ซินสั่นไหวอย่างประหลาด
"ก็ได้ๆ!เลิกร้องไห้ในหัวข้าสักทีนังหนู!" นางบ่นอุบอิบกับิญญาที่หลอมรวมกัน"ข้าจะลองดูสักตั้งถือว่าเป็การฝึกควบคุมลมปราณขั้นต้นเพื่อฟื้นฟูร่างกายก็แล้วกัน!"
เย่ว์ซินปีนขึ้นไปนั่งขัดสมาธิบนเตียงเก่าๆจัดท่าทางให้ถูกต้องตามหลักสูตร์ วางซากโทรศัพท์จอแตกไว้บนตัก สองมือน้อยๆวางทาบลงบนตัวเครื่อง หลับตาพริ้มเพื่อรวบรวมสมาธิ
ในความมืดมิดภายในจิตใจนางมองหาจุดแสงสีทอง... แก่นแท้แห่งเทพที่หลงเหลืออยู่มันช่างริบหรี่และอ่อนแรงราวกับเทียนไขท่ามกลางพายุฝน
"โอม...จงตื่น!"
นางกัดฟันกรอดรีดเค้นพลังหยดสุดท้ายจากจุดตันเถียน บังคับให้มันไหลเวียนขึ้นมาตามเส้นเืผ่านหัวไหล่ แขน และถ่ายทอดลงสู่ฝ่ามือทั้งสองข้างที่ทาบอยู่บนโทรศัพท์