ตอนที่ 1
ระเบียบการทดสอบโรงเรียนเซนทรัล
การทดสอบของรงเรียนจะเริ่มขึ้นในเวลา8 นาฬิกา - 17 นาฬิกา
รูปแบบการสอบ
1.การทดสอบความรู้ด้านวิชาการ ( 50 คะแนน)
-ความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ 25 ข้อ 12.5 คะแนน
-ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์25 ข้อ 12.5 คะแนน
-ความรู้ทางด้านภาษาศาสตร์25 ข้อ 12.5 คะแนน
-ความรูทางด้านโลกาศาสตร์25 ข้อ 12.5 คะแนน
2.การทดสอบความสามารถด้านการต่อสู้
-ความสามารถด้านการต่อสู้ด้วยศิลปะการต่อสู้22.5 คะแนน
-ความสามารถด้านการต่อสู้ด้วยพลังพิเศษ22.5 คะแนน
-คุณสมบัติในการเข้าร่วมพรรคต่างๆ5 คะแนน
********************
จากที่ฟิไนต์หาข้อมูลมาระเบียบการสอบของเซนทรัลสามารถสรุปได้เหมือนหน้าจอสองมิติที่ลอยอยู่ตรงหน้าของเขาตอนนี้
แต่นั่นเป็เพียงการสอบเข้าของนักเรียนธรรมดาเท่านั้น
สำหรับผู้สมัครที่้าเป็<เอกเปเตอร์>นั้นจะต่างออกไปเล็กน้อย
ผู้ที่้าเป็<เอกเซปเตอร์>นั้นจะต้องไปรับบัตรพิเศษที่โรงเรียนก่อนหน้าวันเข้าสอบใน่เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนเริ่มต้นการสอบในเวลาที่ทางโรงเรียนกำหนดมา
บัตรที่ไปรับมานี้จะเป็เครื่องยืนยันตัวสำหรับผู้้าสอบซึ่งในวันสอบและเป็สิ่งที่ทำให้ข้อสอบที่แต่เดิมเป็ข้อสอบของนักเรียนสอบเข้าปกติเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
แน่นอนว่าเกณฑ์การให้คะแนนในการสอบภาคปฏิบัติก็จะเปลี่ยนไปเช่นกัน
ฟิไนต์มองตรวจรายละเอียดการสอบคร่าวๆอีกครั้งหนึ่งก่อนจะปิดหน้าจอลง
เวลาตอนนี้คือ สี่ทุ่มตรง ของวันที่ 24 มกราคม การสอบจะมีขึ้นในวันที่31 มกราคม สรุปคือฟิไนต์เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนการสอบ
นั่นไม่ได้ทำให้ฟิไนต์กังวลแม้แต่น้อย...
สิ่งที่ทำให้ฟิไนต์กังวลนั้นคือการที่เขาถูกอาจารย์ทั้งสี่ของเขาเรียกตัวไปในวันพรุ่งนี้ต่างหาก
แถมยังเป็การเรียกตัวแบบกะทันหันเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วเสียด้วยและทุกครั้งที่มีการเรียกตัวแบบนี้มักจะเกิดเื่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับเขาเสมอ...แต่ครั้นคิดไปก็มีแต่กังวลเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาทำได้เพียงทำทุกอย่างที่ทำได้อย่างเต็มความสามารถเท่านั้น!
¤
ทุกสิ่งถูกย้อมไปด้วยสีขาว ทุกสิ่งถูกย้อมไปด้วยสีดำทุกสิ่งถูกย้อมไปด้วยสีทอง
นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในสถานที่ที่ฟิไนต์อยู่ตอนนี้
ความว่างเปล่าที่ไร้ที่สิ้นสุด-นั่นคงจะเป็คำอธิบายที่มนุษย์สามารถอธิบายได้
ฟิไนต์กำลังลอยเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าไร้สิ้นสุดนี้อย่างไร้จุดหมาย
ถ้าถามว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะก็คงเป็เพราะเขาถูกถีบเข้ามา...ใช่ ถีบเข้ามานั่นล่ะ
อาจารย์สอนวิชาการต่อสู้ของเขา เมฆา เรียกเขาไปพบที่มิติซึ่งถูกสร้างขึ้นมาใกล้ๆกับรอยแยกของมิติที่ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงส่วนไหนของอวกาศของจักรวาลใด
โดยไม่มีความลังเลฟิไนต์ถูกถีบเข้าไปในรอยแยกของมิติซึ่งเชื่อมต่อมายังที่นี่แถมยังสั่งห้ามไม่ให้เขาออกไปข้างนอกจนกว่าจะครบ72ชั่วโมงอีก...
"สงบดีจังเลยนะ~"
ไร้เสียง ไร้ผู้คน ไร้ความวุ่นวายในที่แห่งนี้มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น...ซะเมื่อไหร่
ั้แ่เข้ามาในมิตินี้ ฟิไนต์รับรู้ตัวตนของสิ่งอื่นนอกจากตัวเขา
ตัวตนนั้นเบาบางราวกับธาตุอากาศแต่ในขณะเดียวกันก็หนักหน่วงหนักหน่วงแต่ก็อ่อนโยน มันเป็ความรู้สึกแบบนั้น
ความกังวลของฟิไนต์หายไปโดยสิ้นเชิง
เขาไม่พยายามค้นหา ทำลาย หรือทำอะไรทั้งนั้นสิ่งที่เขาทำตอนนี้คือการดื่มด่ำกับความรู้สึกของร่างกายที่ราวกับกำลังลอยอยู่ท่ามกลางของเหลวก็มิปานมันเป็ความรู้สึกที่ผ่อนคลายจนอยากจะหลับไปตรงนั้นเลยเื่เวลาเองก็ไม่น่ากังวลเท่าไรนักเพราะฟิไนต์ลองตรวจสอบกระแสเวลาภายในมิตินี้ดูแล้วพบว่ากระแสเวลาในมิติแห่งนี้ช้ากว่าโลกภายนอกราวๆสามในสี่ส่วน
แน่นอนว่าหากมีอะไรผิดพลาดขึ้นมาฟิไนต์ก็ได้เตรียมร่างแยกของตัวเขาเองเผื่อเอาไว้เป็ที่เรียบร้อยแล้ว
-ถ้างั้น ไหนๆก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ขอนอนสักงีบละกัน...
ฟิไนต์หลับไปโดยที่ไม่รับรู้ถึงสายตาที่จ้องมองเขาหลังจากนี้
¤
จี่..........
เมื่อลืมตาขึ้นมา ฟิไนต์ก็พบว่าตนเองกำลังถูกจ้องมองโดยดวงตาคู่หนึ่ง
ดวงตาของเด็กชาย ดวงตาสีเทาหม่นไร้แววราวกับท้องฟ้าก่อนฝนตกนั่นคือลักษณะของดวงตาคู่นั้น มันเป็แววตาที่เหมือนกับแววตาของฟิไนต์สมัยเด็กๆ...
"สวัสดีครับ-"
"นาย้าอะไรกันแน่...ั้แ่เข้ามา...นาย...ก็อยู่แบบนั้นมาตลอด...้าอะไรกัน"
ผมสีขาวบริสุทธิ์ของเด็กชายเริ่มขยับขึ้นลงอย่างช้าๆเพราะพลังเวทย์ที่เด็กชายคนนั้นแผ่ออกมาทว่า กระแสพลังเวทย์ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวที่ผิดแปลกอะไร เป็การแ ผ่พลังเวทย์ออกมาเพื่อกดดันเท่านั้น
"ผมก็ไม่ได้้าอะไรหรอกผมแค่ถูกอาจารย์ส่งเข้ามาในนี้"
ฟิไนต์ตอบกลับโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยพลังเวทย์ที่แผ่ออกมาของเด็กชายค่อยๆลดลงอย่างช้าๆ
"งั้นเ้าก็กลับไปซะ..."
"คงจะไม่ได้หรอกครับ อาจารย์บอกให้ผมอยู่ที่นี่จนกว่าจะครบ72ชั่วโมง นี่เพิ่งผ่านมาสี่ชั่วโมง ผมคงออกไปตอนนี้ไม่ได้หรอกครับ"
"ข้าบอกให้เ้าออกไป!"
ความกดดันแผ่ออกมาจากร่างกายของเด็กชายอย่างรุนแรงจนมิติรอบๆเริ่มบิดเบี้ยว
"ช่วยใจเย็นลงหน่อยเถอะครับ ผมจะไม่ทำอะไรจริงๆผมขออยู่ในนี้อีกเจ็ดสิบชั่วโมง เดี๋ยวผมก็จะออกไปแล้วครับ"
ฟิไนต์พยายามขอร้องอีกฝ่ายโดยที่ไม่สนใจมิติรอบข้างที่กำลังแตกร้าวแม้แต่น้อย
"ไม่...."
สิ้นเสียงเด็กชาย อาวุธยุทโธปกรณ์หลายร้อยชิ้นพลันปรากฏจากอีกมิติหนึ่ง
ปืนทุกกระบอก ดาบทุกเล่ม หอกทุกด้ามทุกสิ่งล้วนพุ่งเป้ามาทางฟิไนต์ ทั้งหมดล้วนถูกสร้างมาอย่างประณีตและแผ่ความกดดันอันน่าเกรงขามออกมา
ทว่า น่าแปลกฟิไนต์กลับไม่รู้สึกถึงตัวตนของอาวุธจริงๆแม้แต่น้อยราวกับว่าทั้งหมดนั่นเป็ภาพลวงตา
แซดดดดด ปึง ปึง ปึง
ปืนทุกกระบอกระดมยิงใส่ฟิไนต์อย่างบ้าคลั่งและแม่นยำะุทุกนัดไม่มีการปะทะกันในการยิง ่เวลา วิถีทั้งหมดเสริมพลังทำลายของะุแต่ละนัดอย่างลงตัว ปิดช่องทางหนีของฟิไนต์จนเกือบหมด
นอกจากนี้ช่องทางหนีที่ว่ายังมีคมหอกคมดาบนับร้อยจ้องคอยจะฟาดฟันทันทีที่ฟิไนต์หนีออกมาเป็การจัดวางอาวุธที่แยบยลเสียจนฟิไนต์อดชื่นชมไม่ได้ และ
เปรี้ยงงงงงง
แสงสีขาวสาดส่องไปทั่วมิติที่กำลังแตกสลายอย่างๆช้าก่อนที่จะเกิดการะเิขนาดใหญ่ขึ้นบริเวณที่ฟิไนต์อยู่ท่ามกลางแสงที่ค่อยๆหายไปร่างของฟิไนต์ก็ปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ
"เป็การโจมตีที่สุดยอดไปเลยนะครับ"
ฟิไนต์ซึ่งร่างกายปราศจากรอยแผลใดๆกล่าวชมเด็กชายออกไปตรงๆแต่สิ่งที่เขาได้กลับเป็คมดาบราวๆสิบเล่มที่พุ่งเข้ามาโจมตีเขาอย่างหนักหน่วงหากไม่ได้ผลึกซึ่งมีผิวสะท้อนแสงเหมือนกระจกทั้งแปดชิ้นคอยป้องกันอยู่เขาคงจะาเ็ไปแล้ว
"เ้าต่างหากไม่คิดเลยว่าจะป้องกันการโจมตีของข้าด้วยของเล่นพรรณนั้น"
อย่างที่เด็กชายกล่าวการโจมตีด้วยปืนก่อนหน้านี้ของเขาถูกป้องกันโดยผลึกทั้งแปดชิ้นโดยการใช้หลักการสะท้อนของแสงสะท้อนลำแสงจากปืนสะท้อนกลับไปกลับมาชนะุอื่นๆจนเกิดการเบี่ยงเบนไปตามหลักโมเมนตัม
ผลคือะุทั้งหมดไม่สามารถทำอันตรายฟิไนต์แม้ฟิไนต์จะไม่หนีแต่อีกนัยหนึ่งมันก็ทำให้ฟิไนต์ตระหนักถึงความอ่อนแอของตนเฉกเช่นทุกครั้งเพราะหากไม่มีเวทมนตร์สร้างผนึกเหล่านี้ เขาก็ต้องหนีไปเจอดาบเขาอาจจะป้องกันดาบเ่าั้ได้ด้วยการใช้พลังอื่นๆ หากไม่มีมันเขาก็ไม่อาจป้องกันคมหอกคมดาบที่คมกริบจนสามารถตัดผ่านห้วงมิติมาจนถึงตัวเขาได้นั่นเป็การสะท้อนให้เห็นว่าตัวเขานั้นอ่อนแอขนาดไหน
'ผมจะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้'
ฟิไนต์ตั้งปณิธานไว้กับตนเองเฉกเช่นทุกครั้ง
เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง
เสียงผลึกแตกดังขึ้นอย่างต่อเนื่องบ่งบอกถึงจำนวนผลึกของฟิไนต์ที่ถูกทำลายลงอย่างต่อเนื่องได้อย่างชัดเจนและ
เคร้ง!
ผลึกชิ้นสุดท้ายแหลกสลายเป็ฝุ่นผงแม้ว่าดาบทั้งสิบสามเล่มจะยังคงโจมตีเขาอยู่ ทว่ามันก็ได้บรรลุจุดประสงค์ของมันแล้ว
"แอลฟา คาเซะ..." เคร้งงงง
ดาบยาวสองเล่มปรากฏขึ้นในมือทั้งสองข้างของฟิไนต์
เล่มหนึ่งเป็คาตานะสีเงินซึ่งถูกตีขึ้นเป็ของขวัญการจากลาของเพื่อนคนหนึ่ง อีกเล่มเป็อาติแฟครูปแบบดาบสีดำสนิทซึ่งได้มาเป็ของขวัญการพบเจอกันอีกครั้ง
ทันทีที่ดาบทั้งสองปรากฏดาบทั้งสิบสามเล่มที่กำลังโจมตีเข้ามาก็ถูกเบี่ยงเบนวิถีจนไปกระจุกรวมกันอยู่ที่เดียวก่อนจะถูกฟาดกลับไปหาเ้าของของพวกมันภายในพริบตาและหายเข้าไปในทางเชื่อมมิติด้านหลัง
ฟิไนต์ลดดาบทั้งสองข้างในมือลงเพื่อยืนยันเจตนาที่ไม่้าสู้ของตนโดยไม่คลายการป้องกันตัวและรอดูท่าทีของอีกฝ่ายและอีกฝ่ายก็ไม่ทำอะไรนอกจากจ้องมองเขาเท่านั้น...ไม่สิจ้องมองดาบทั้งสองเล่มในมือของเขาจึงจะถูกต้องกว่า
"ดาบสองเล่มนั้น ดูแลอย่างดีเลยสินะ..."
เด็กชายเอ่ยออกมาเช่นนั้นหลังจากจ้องดาบทั้งสองเล่มในมือของเขาสักพัก
แน่นอนว่าต้องเป็แบบนั้น แม้จะไม่ใช่ดาบที่ดีอะไรมากมายแต่ดาบทั้งสองเล่มต่างก็เป็ดาบที่ฟิไนต์ได้รับมาจากเพื่อนเขาจึงนำมันออกมาใช้เป็ครั้งคราว ดูแลรักษาและซ่อมแซมมันอย่างสม่ำเสมอจึงไม่แปลกที่ดาบทั้งสองเล่มจะอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ทว่า
"น่าเสียดาย คงจะอยู่ได้อีกไม่นาน"
เป็ดังเช่นที่เด็กชายกล่าว แม้จะดูแลรักษาสิ่งๆหนึ่งอย่างดีแค่ไหนแต่สักวันหนึ่งสิ่งนั้นก็พังทลายลงอยู่ดีหรือไม่...
"ดีจังเลยนะ ที่ยังไม่ถูกทิ้ง"
...ก็ถูกทอดทิ้งไปตามกาลเวลา เลือนหายไปตามยุคสมัย ไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือวิเศษแค่ไหนแต่สักวันหนึ่งก็จะมีสิ่งที่ดีและวิเศษยิ่งกว่าเกิดขึ้นมาแน่นอนว่าหากทำได้ผู้คนก็จะเลือกสิ่งที่ดีกว่าแน่นอน
ในตอนนั้นเองที่แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเด็กชายเลือนหายไป
"เฮ้อ~ เ้าหนู เธอชื่ออะไร?"
ตามมาด้วยคำถามสุดคลาสสิกเวลาที่เจอคนแปลกหน้าแม้จะไม่ค่อยชอบที่ถูกเรียกว่าเ้าหนูสักเท่าไหร่แต่ถ้าดูจากการที่อีกฝ่ายสามารถสร้างที่แบบนี้ขึ้นมาแล้วก็พอจะเดาได้ว่าอายุของเด็กชายตรงหน้าคงไม่ต่ำกว่าหลายพันปี
"ผมชื่อ ฟิไนต์ ครับ ฟิไนต์ ลูครอสต์"
เด็กชายพยักหน้ารับเป็เชิงรับรู้ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ซึ่งปรากฏขึ้นด้านหลังฟิไนต์เองก็นั่งลงเช่นเดียวกัน และในตอนที่กำลังจะเก็บดาบนั้นเอง
"ปล่อยให้เ้าพวกนั้นอยู่แบบนั้นล่ะ"
ตามคำพูดของเด็กชายฟิไนต์เหน็บดาบทั้งสองเล่มเหน็บไว้ตรงเอวแทนการเก็บเข้ามิติเก็บของ
"เอาล่ะ ก่อนอื่นก็แนะนำตัวสินะ ชื่อของข้าคือ...เอ อะไรนะ?"
เด็กชายตรงหน้าพยายามนึกชื่อของตัวเองอยู่ราวๆสิบนาทีด้วยท่าทีเปิ่นๆผิดกับเมื่อครู่จนฟิไนต์อดคิดไม่ได้ว่าคนก่อนหน้านี้กับคนตรงหน้าเป็คนๆเดียวกันจริงๆหรือไม่
"นั่นสินะ เรียกผมว่า เบลด แล้วกันครับ พี่ชาย"
คำเรียกแทนตัวเปลี่ยนจาก'ข้า'กลายเป็'ผม'
"แล้วก็นี่ ขนม ทานได้ตามสบายเลยนะครับ นี่ ชาครับ"
ชวนกินขนมแถมยังคำพูดที่ลงท้ายด้วยครับแม้จะขัดกับกริยาท่าทางเมื่อครู่ แต่ก็เป็การกระทำที่เหมาะสมกับรูปลักษณ์เหมาะเสียจนสิ่งที่เด็กชายแสดงออกมาเมื่อครู่เป็เหมือนการแสดงและสิ่งที่เขาเป็อยู่ตอนนี้คือตัวตนจริงๆก็นะ มันอาจจะเป็ตัวตนจริงๆของเขาก็ได้แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะต้องลดการระวังตัวลงแม้แต่น้อย
"ขอบคุณครับ"
ฟิไนต์รับชามาจิบทันทีหลังจากเช็คดูแล้วว่าไม่มีอะไรอยู่ในนั้น
"จะว่าไปแล้วอาจารย์ของพี่ชายตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ครับเนี่ย ถึงส่งคุณเข้ามาในมิติของผมแบบนี้ถึงมันจะมีเอาไว้ให้เข้ามาก็เถอะ"
เบลดกล่าวพลางเบ้ปากก่อนจะโยนขนมเข้าปากด้วยท่าทีเหมือนกำลังไม่พอใจ
"ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับ"
"อืม...ช่างเื่นั้นมันเถอะครับว่าแต่ พี่ชาย เรามาเล่นเกมกันหน่อยไหม? นานๆทีจะมีคนเข้ามาคุยกับผมแบบนี้สักคนน่ะนะ"
กองการ์ดสำรับหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเด็กหนุ่มมันเป็เกมการ์ดยอดนิยมที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานและอาจเป็เื่บังเอิญหรืออย่างไรก็ไม่ทราบที่ฟิไนต์เองก็มีสำรับหนึ่งเช่นกัน
"ถ้าอย่างนั้น หวังว่าจะเป็เกมที่ดีนะครับ"
ฟิไนต์เรียกกองการ์ดของตนเองออกมาและวางมันลงบนสนามที่ปรากฏขึ้น
"ครับ! รบกวนด้วยนะครับ พี่ชาย"
ทั้งสองฝ่ายจั่วการ์ดขึ้นมาก่อนจะเป่ายิ้งฉุบเพื่อหาผู้เล่นคนแรก
"ว้า ผมแพ้ล่ะ พี่ชาย เริ่มก่อนเลย"
"จั่ว จุติ จบตา"
"โห รอยัลไนท์ สินะครับ เด็คพระเอก ส่วนผมก็...จุติ อัญเชิญ แล้วก็...โจมตี"
"ไม่ป้องกัน รับด้วยพลังชีวิต"
"งั้นผมขอหมอบการ์ดไว้และจบเทิร์น เฮะๆนานแล้วนะครับเนี่ยที่ผมไม่ได้ทำแบบนี้"
แทบ แทบ ตุบ แทบ
เกมดำเนินต่อไปอย่างเงียบเชียบเนื่องจากส่วนใหญ่ฟิไนต์จะใช้สัญญาณมือเป็ส่วนใหญ่ทำให้มีเพียงเสียงของเบลดดังขึ้นเป็ระยะๆเท่านั้นจนกระทั่งเกมที่สิบ
"ดูท่าพี่ชายจะไม่มีอะไรทำจริงๆนะครับเนี่ยถึงมานั่งเล่นการ์ดกับผมอย่างนี้ นี่ๆ ไม่อยากรู้เหรอ? ว่ามิติของผมมีไว้เพื่ออะไร?"
ดูท่าว่าเบลดจะเริ่มเบื่อ...ไม่สิ คงพยายามจะล้วงข้อมูลเพิ่มแต่ถึงยังไง ฟิไนต์ก็ไม่มีอะไรให้ล้วงอยู่แล้ว เขาก็แค่ตอบไปตามตรงเท่านั้น
"ก็รู้สึกสนใจนิดหน่อยนะครับ แต่ในเมื่อเบลดไม่อยากบอกผมจะไม่ถาม"
"เห...ฟังดูน่าเชื่อถือจังเลยนะพี่ชาย แต่ว่าบางเื่ที่คนอื่นไม่อยากให้รู้ถ้ารู้ไว้มันจะช่วยได้หลายๆอย่างนะครับ เอาล่ะ ตาสุดท้าย"
เบลดประกาศก้องพลางจั่วการ์ดขึ้นมาอย่างรวดเร็วถึงจะโกงก็เถอะ
"นั่นก็ขึ้นอยู่กับบุคคลและสถานการณ์นะครับ ป้องกัน"
"ก็จริงนะครับความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนน่ะเป็เื่ซับซ้อนเื่บางเื่รู้แต่เงียบไว้จะดีกว่า แต่ การเงียบไว้แล้วไม่ทำอะไรเลย หรือไม่รู้อะไรแล้วก็ไม่ทำอะไรเลย ไม่ว่าทางไหนก็ทำให้คนสำคัญเสียใจ จริงไหมล่ะครับพี่ชาย?"
แม้ใบหน้าจะยิ้มแย้มแต่แววตาของเบลดกลับดูเศร้าอย่างน่าประหลาด
"ก็อาจจะจริงก็ได้นะครับ แต่ถ้าคิดกลับกัน ไม่ทำอะไรเลยบางครั้งมันก็เป็คำตอบนะครับ ถึงจะเป็ตัวเลือกที่แย่ที่สุดในเกมความสัมพันธ์แต่บางครั้ง คนเราก็ควรจะเชื่อใจแล้วปล่อยให้เขาแก้ปัญหาด้วยตัวเองนะครับถ้าไม่ไหวจริงๆ-"
"แบบนั้นอาจจะดีก็ได้นะครับ แต่ระวังนะครับ่เวลาที่แตกต่าง จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างนะครับ ถ้าช้าไปละก็...ระวังสิ่งที่อยู่ข้างในจะบอบช้ำ จนค่าความสัมพันธ์ลดลงนะครับเปิดการ์ดที่หมอบไว้ ดูเหมือนว่าชัยชนะจะเป็ของผมแล้วนะครับ"
"ก็จริงอยู่นะครับ แต่ว่าถ้ารีบร้อนเกินไป...ระวังของจะพังทลายนะครับ โฟร์ท ฮีล เทิร์นสุดท้าย ลิมิตเบรค เบรฟ โจมตี...ดูเหมือนผมจะเป็ฝ่ายชนะนะครับ"
เบลดหัวเราะแหะๆก่อนจะเก็บการ์ดของตนเองกลับไปเป็อันบอกว่าเลิกเล่นแล้วซึ่งฟิไนต์ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรเพราะเขาก็เริ่มเบื่อแล้วเหมือนกัน
"จริงสิ ผมยืมดาบสักดาบหน่อยได้ไหมครับ?"
ฟิไนต์ลังเลเล็กน้อยแต่ก็ยอมส่งให้แต่โดยดี
"เป็ดาบที่ทำออกมาได้ธรรมดามากเลยนะครับเนี่ย หืม..."
ฟิไนต์เพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้นเมื่อเห็นรอยยิ้มของเบลด
"จริงสิ คุณฟิไนต์ เคยไปต่างโลกหรือเปล่าครับ?"
อยู่ๆเบลดก็ถามคำถามแปลกๆออกมา
"เคยครับ ผมเคยถูกอาจารย์ส่งไปน่ะครับ"
"โอ้ เหมือนผมเลยน่ะสิ ผมเองก็เคยไปเหมือนกันในฐานะของผู้กล้าล่ะนะ เพราะแบบนั้นถึงมาเป็เทพแบบนี้ได้ไงล่ะ"
"คุณเบลดเคยเป็ผู้กล้าก่อนมาเป็เทพ? งั้นดาบพวกนั้นก็เป็ความสามารถที่ได้มาจากสิ่งที่ส่งคุณไป?"
"ใช่แล้วล่ะค่อนข้างลำบากเลยล่ะนะอยู่ๆก็ถูกส่งไปแบบนั้นน่ะ แต่เพราะแบบนั้น ฉันถึงได้มีวันนี้ล่ะนะ"
เบลดตอบพลางหยิบขนมใส่ปากกินอย่างเอร็ดอร่อย
"แล้วเธอล่ะ เป็ยังไง?"
"ก็ลำบากกับอะไรหลายๆอย่างนะครับ ไม่รู้สิอาจเป็เพราะผมอยู่ไม่ค่อยนานก็ได้เลยไม่ค่อยรู้สึกอะไร"
อื้มๆ เบลดพยักหน้าอย่างเข้าใจ
"มันรู้สึกเหมือนไปเที่ยวมากกว่าสินะ ผมเข้าใจๆ เอาล่ะถ้าอย่างนั้นล่ะก็....ขอให้โชคดีมีชัยในต่างโลกนะครับ!"
ฟิไนต์ะโออกห่างจากเบลดทันทีเมื่อััได้ถึงความผิดปกติของพลังเวทย์ผิดกับเบลดยังคงนั่งยิ้มร่าอย่างสนุกสนานเช่นเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พริบตานั้นมิติรอบข้างของฟิไนต์ก็แตกสลายออกราวกับกระจกเผยให้เห็นทิวทัศน์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน-ต่างโลกดูเหมือนเบลดจะควบคุมให้มิติของตัวเองเคลื่อนย้ายมาที่มิตินี้ในพริบตาก่อนจะตัดมิติบริเวณที่ฟิไนต์อยู่ทิ้งไปเพื่อส่งเขามาที่นี่เพราะมิตินั้นเป็สิ่งที่สร้างขึ้นอยู่แล้วประกอบกับการที่มิตินั้นเคลื่อนที่สุ่มตำแหน่งไปมาอยู่แล้วทำให้ฟิไนต์ไม่สามารถขัดขวางได้ทัน
แต่ที่สำคัญกว่านั้น
ผมยังอยู่ที่นั่นไม่ครบ72ชั่วโมงเลย...