“ท่านประมุขคงทราบเื่สินะ ที่มีศิษย์สองคนเข้าไปที่ต้องห้าม”เซียนอี้กล่าวขึ้น
ท่านประมุขพยักหน้า”เื่นั้นข้ารู้ ท่านเป็คนบอกให้ข้าปิดเื่นี้เป็ความลับ เช่นนั้นท่านจะกล่าวอะไรก็จงกล่าวมาเถิด ยังไงซะท่านก็เป็ถึงผู้าุโสูงสุดของสำนักเราอยู่แล้ว”ประมุขกล่าวอย่างน้อบน้อม
“ไม่จำเป็ต้องมาหาความ หนึ่งในศิษย์ทั้งสองคนนั้นมีคนหนึ่งที่เดินทางไปยังสุสาน” เมื่อเซียนอี้พูดมาถึงตรงนี้ ประมุขนั้นก็เริ่มรู้สึกแปลกใจขึ้นมา
“เ้าหนูนั้นไปทำอะไรที่สุสานกัน”ประมุขถามด้วยความสงสัย เซียนอีกล่าว”เขานั้นตามหาผลน้ำตา ข้าจึงบอกให้ศิษย์คนหนึ่งไปบอกเขาเกี่ยวกับเื่นี้ ว่าที่ถ้ำหลากสีแห่งนั้นมีผลน้ำตาที่เขานั้นตามหา” จากนั้นเซียนอีก็ถือผลน้ำตาออกมา
ประมุขยังคงไม่เข้าใจความหมาย”ท่านประมุขเด็กคนนั้นได้ขุดพืชต้นนั้นขึ้นมาได้ และเขานั้นก็สามารถดูดซับพลังของพืชต้นนั้นได้อย่างน่าอัศจรรย์”เซียนอี้กล่าวขึ้นขนาดเขานั้นยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีใครที่จะสามารถคอบครองพืชต้นนั้นได้
ส่วนประมุขนั้นเขาตกตะตลึงจนพูดไม่ออก เขานั้นจำได้ว่าเขาเคยไปขุดพืชต้นนี้ในตอนที่เขานั้นเปิดประตูบานที่หกได้ แต่เขาก็ล้มเหลว และพลังของโกเลมนั้นยังแข็งแกร่งอย่างมาก เื่นี้จึงทำให้เขานั้นอยากที่จะเชื่อ
เหล่าผู้าุโหน้าใหม่ต่างงุนงงกับเหตุการณ์ที่เซียนอั้งเล่า แต่ก็มีผู้าุโคนหนึ่งที่ไม่รู้สึกพอใจกับเื่ที่ได้ยิน “เซียนอี้ที่ท่านกล่าวออกมานั้นเป็ความจริงงั้นเหรอ” ประมุขเองก็รูสึกสับสน
“แต่เ้าเด็กนั้นที่ข้าจำได้เขามีเพียงพลังบ่มเพาะเปิดประตูบานที่สองเท่านั้น การที่จะไปสุสานแห่งนั้นได้อย่างน้อยๆจะต้องมีพลังบ่มเพาะระดับเปิดประตูบานที่สี่ขึ้นไป”
“แต่เด็กคนนั้นพิเศษกว่าใครข้านั้นรู้สึกได้ และพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เขานั้นได้ก็สามารถกลบข้อเสียเปรียบของเขาได้ ถึงแม้ว่าเด็กคนนั้นจะอยู่ในระดับเปิดประตูบานที่สอง แต่เขานั้นยังมีพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ครองความได้เปรียบจากเหล่าอันเดธได้”
“ท่านเซียนอี้ ท่านจะเชื่อใจเ้าเด็กนั้นเกินไปแล้ว”ท่านประมุขกล่าวอย่างไม่มั่นใจ
“ยังไงเสัยพืชต้นนั้นก็ยอมรับเ้าเด็กนั้น”เซียนอี้กล่าวและเขาก็เดินออกจากห้องไป
ผู้าุโที่รู้สึกไม่พอใจหวังอีกฮัง ที่หวังอีฮังนั้นได้พืชต้นนั้นไป เขากล่าวขึ้น”ท่านประมุขเราจะเชื่อมั่นเ้าเด็กได้หรือไงกัน เ้าเด็กนั้นมันเป็เพียงระดับเปิดประตูบานที่สองเท่านั้น ข้าคิดว่าพวกเราควรส่งศิษย์เข้าไปทดสอบเช่นเดียวกัน”
ประมุขคุ้นคิด”ผู้าุโสี่ใช่ว่าข้าจะไม่คิดนะที่จะให้เด็กที่มีพลังเพียงเปิดประตูบานที่สองนั้นผ่านการทดสอบก่อนศิษย์จากสำนักหมาป่าสีเงิน ข้าคิดว่าเื่ครั้งนี้เราคงต้องส่งศิษย์บางส่วนไปช่วยเ้าเด็กนั้นเสียหน่อย”
ผู้าุโสี่ที่ได้ยินคำตอบถึงแม้ว่าเขาจะไม่พอใจสักเท่าไหล่แต่เขาก็คิดที่จะส่งศิษย์ของเขาไปเช่นเดียวกัน
หวังอีฮังในตอนนี้เขานั้นได้มาถึงชั้นที่สี่เรียบร้อยแล้ว เขานั้งพิงกับกำแพงเพื่อพักผ่อนและฟื้นฟูพลังลมปราณที่เสียไป ตอนที่เขาผ่าชั้นที่สองนั้นเขาได้รับน้ำพลุลมปราณมาสองขวด แต่พอเมื่อผ่านชั้นที่สามเขาก็ได้รับน้ำพุลมปราณเพิ่มมาอีกสี่ขวด
ในตอนนี้เขานั้นมีน้ำพุลมปราณทั้งหมดเจ็ดขวด”แต่ถึงจะได้ขวดน้ำพุลมปราณมาแต่มันก็ยังคงเป็เพียงระดับต่ำเท่านั้น”หวังอีฮังเปิดจุกขวดทั้งเจ็ดออกจากนั้นเขาก็ใช้วิชาดูดซับลมปราณจากในขวด
ถ้าเขานั้นดื่มเข้าไปโดยตรงมันจะมีของเสียตกผลึกในร่างกายของเขา และลมปราณที่ได้รับจะไม่บริสุทธิ์ ดังนั้นหวังอีฮังจึงเลือกใช้วิธีซึมซับพลังเข้าสู้ร่างกายของตน
หวังอีฮังเริ่รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อผ่านไปอีกสักครู่หวังอีฮังก็รู้สึกพอใจ “ในตอยนี้ข้านั้นฝึกกายาเหล็กถึงขั้นที่หนึ่งแล้ว และร่างกายของข้าสามารถต้านทานการโจมตีของตัวตนระดับเปิดประตูบานที่สี่ได้พอสมควร”
หวังอีฮังยังโคจรลมปราณไปทั่วทั้งร่างกายของเขา จิติญญาไร้ทางต้านของเขาก็เริ่มที่จะพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นและจิติญญาโกเรมนักบวชเองก็มีพลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก
[เหลือเวลาอีกสิบนาที คู่ต่อสู้ของท่านจะปรากฏตัวขึ้น] เสียงระบบดังก้องในจิตใจ หวังอีฮังซกหมัดของเขาออกไปด้วนหน้า คลื่น!! จากนั้นก็มีคลื่นอัดอากาศพุ่งออกไปชนกลับกำแพงอีกฝั่ง
ตู้ม!!
ผุ่นควรตลบอบอวนเต็นบริเวณพื้นที่ดังกล่าวื”หมัดคลื่นเองก็ถูกยกระดับขึ้นเป็ขั้นที่สองด้วยสินะ”หวังอีฮังเขานั้นรู้สึกอุ่นใจ เขาเริ่มรู้สึกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น พลังบ่มเพาะของเขาเองก็ต้องใช้ทรัพยากรอย่างมากเพื่อเลื่อนไปอีกระดับ
หวังอีฮังถอนหายใจเขานั้นยืนสงบนิ่งและรเวลานับถอยหลังของการต่อสู้เริ่ม [สิบ เก้า แปด เจ็ด หก ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง] ทุกๆการนับถอยหลังหวังอีฮังนั้นก็ตั้งสตเตรียมพร้อมต่อสู้เรียบร้อยแล้ว
[ยอดนักแม่นธนูสเกเลตัลปรากฏตัว] เมื่อเสียงระบบประกาศจบก็มีลูกศรสีน้ำเงินพุ่งเขามาประจันหน้าของหวังอีฮัง