เ้าหญิงตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น เธออาบน้ำและสวมใส่ชุดกระโปรงสีฟ้าลายดอกเดซี่พร้อมกับเปียผมสองข้างดูสดใสสมวัย หยิบหมวกสานปีกกว้างขึ้นสวม เตรียมพร้อมสำหรับการออกไปเดินเล่นในเมือง
เธอตั้งใจมาซื้อของฝาก ร้านแรกที่แวะคือร้านไวน์เก่าแก่แห่งหนึ่ง เธอรู้มาว่าไวน์แดง Rossese di Dolceacqua ขึ้นชื่อที่สุดของเมืองนี้ เลยเหมาหนึ่งโหลให้จอตโตไปดื่มกับผู้พิทักษ์ให้เต็มที่
หลังจากนั้นเธอก็ซื้อน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ของขึ้นชื่ออีกอย่างที่ปลูกกันมากในแถบนี้เพื่อให้พ่อครัวนำไปปรุงอาหารและยังซื้อเพสโต้สูตรดั้งเดิมของชาวลิกูเรียนเป็จำนวนมาก มากจนพนักงานของร้านต้องขนคลังสินค้าที่เก็บไว้ทั้งหมดไปส่งที่เครื่องบินส่วนตัวของเธอคงเพียงพอที่จะแจกทุกคนในวังได้
แน่นอนว่าเธอไม่มีทางลืมเพื่อนสนิทเพียงคนเดียว ชุดกาน้ำชาเครื่องปั้นดินเผา Ligurian majolica ซึ่งมีขั้นตอนการทำเฉพาะที่สืบทอดมาั้แ่ศตวรรษที่สิบหกโดยมีลวดลายและสีสันสวยงามแลกมากับราคาสูงลิ่วเหมาะกับคุณหนูเอมมาลี ควีนยิ่งกว่าอะไร
เมื่อใช้จ่ายจนพอใจและดูเหมือนว่าผู้ติดตามทั้งสี่คนจะถือของไม่ไหวแล้ว เธอจึงนั่งรถที่ทางโรงแรมจัดให้เป็พิเศษขึ้นเครื่องบินกลับบ้าน
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเบื้องล่างก็ปรากฏทิวทัศน์ที่คิดถึง นานมากแล้วที่ไม่ได้ออกเดินทางคนเดียวเป็อาทิตย์ขนาดนี้ เป็การเดินทางที่ได้ประสบการณ์ใหม่ๆกลับมาเยอะมาก ฉันต้องหาโอกาสไปอีกให้ได้
ลงเครื่องมาขอบิดี้เีก่อนหนึ่งที ถึงมันจะเทียบไม่ได้กับตอนบินไปออสเตรเลียแต่นั่งอยู่ในที่แคบๆก็เมื่อยพอตัวเหมือนกัน
ฉันมองไปรอบๆเห็นรถมาจอดหลายคันผิดปกติ ถ้าแค่มาเอาของไม่เห็นต้องใช้รถเยอะขนาดนี้ คนที่ลงมาขนย้ายสัมภาระก็ไม่ได้มีเยอะขนาดนั้นด้วย
พอกำลังจะขึ้นรถแล้วเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยเดินมาหาฉันถึงเข้าใจ
“ ยินดีต้อนรับกลับครับ ” จอตโตร่างผู้ใหญ่ในชุดสูทยื่นช่อดอกกุหลาบสีขาวให้ ก่อนจะคุกเข่าทำความเคารพและลุกขึ้นมายิ้มหวาน
“ นายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่ ? ” ฉันประหลาดใจมากไม่คิดว่าเขาจะมาหาวันนี้และไม่คิดว่าจะมารับถึงลานจอดเครื่องบินซึ่งอยู่ห่างจากพระราชวังมาอีกพอสมควร แล้วไหนจะช่อดอกไม้นี้อีก เผลอใจเต้นแรงไปชั่วขณะเลย
“ ก็หลังจากวันนั้นเ้าหญิงไม่ไปโรงเรียน ผมเป็ห่วงเลยโทรถามเลขาขององค์ราชินีดู ถึงได้รู้ว่าเ้าหญิงไปพักผ่อนแล้วเขาบอกน่าจะกลับวันนี้ ผมเลยมาต้อนรับครับ ”
เขาตอบกลับมาเหมือนเป็เื่ธรรมดา แต่สำหรับฉันที่ไม่มีคนนอกมาทำแบบนี้ให้บ่อยๆรู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนพิเศษขึ้นมาทันที พยายามห้ามตัวเองไม่ให้ยิ้มออกมาแต่มันเก็บไม่อยู่แล้ว
“ ฉันซื้อของมาฝากด้วยนะ ” ฉันหันไปหาคนงานคนหนึ่งซึ่งกำลังขนลังไวน์ไปวางที่รถเลยะโเรียกให้เขายกมาทางนี้
“ ไวน์แดงชั้นดีขึ้นชื่อของเมืองลิกูเรีย ซื้อมาให้โหลหนึ่งเลย ” จอตโตเปิดกล่องดูด้านใน ยิ้มกว้างมีความสุขเมื่อเห็นขวดไวน์สีสวยเรียงอย่างเป็ระเบียบก่อนจะบอกให้คนงานคนเดิมเอาไปวางในรถของเขา
“ ขอบคุณครับ ดีใจจังเลยที่คิดถึงพวกผมด้วย ” เขายิ้มโลกสดใสจนฉันเผลอยิ้มตาม ความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทางหายเป็ปลิดทิ้ง
“ วันนี้ว่างไหมอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิ ” ฉันชวนคนตัวสูงกินข้าวทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีหลายเื่อยากตอบแทน
“ เป็เกียรติมากครับ เดี๋ยวผมขับรถให้ เชิญทางนี้เลยครับ ” เขาผายมือไปทางรถสปอร์ตสีขาวคันเดียวที่จอดอยู่ท่ามกลางรถยนต์สีดำรุ่นคลาสสิกของลูกน้อง
ฉันฝากให้โรจิโซจิในร่างลูกหมากับไซรุไปรถตู้เพื่อความสะดวกแล้วเดินตามบอสไปนั่งที่ข้างคนขับ
ฉันไม่ค่อยรู้เื่รถแต่เดาจากยี่ห้อและการตกแต่งภายในคิดว่าราคาคงแพงมาก ยิ่งพอเห็นเ้าของผมสีทองขับรู้สึกเลยว่าเหมาะกับเขาเหมือนสั่งทำดูเพิ่มความเท่ให้เ้าของรถเข้าไปอีก
เขาเดินมาเปิดประตูให้เมื่อถึงที่หมาย โยนกุญแจให้ลูกน้องคนหนึ่งที่ตามมากับรถอีกคัน
“ ยินดีต้อนรับกลับค่ะเ้าหญิง ” สาวใช้สองคนเดินมาต้อนรับ ฉันยื่นช่อดอกไม้ สั่งให้จัดใส่แจกันไว้ในห้องนอนแล้วถามหาท่านแม่ด้วยความคิดถึง
“ ท่านแม่ล่ะ? ”
“ องค์ราชินีออกไปทานข้าวกับราชินีเอดาค่ะ ท่านมาพักต่างอากาศที่อิตาลีจึงแวะมาทักทายองค์ราชินีสวีทตี้ ” เมื่อได้ยินชื่อองค์ราชินีเอดาแห่งประเทศเยอรมันนีซึ่งเป็เพื่อนสนิทคนหนึ่งที่ท่านแม่พูดถึงบ่อยๆ ฉันก็เข้าใจไม่ได้ถามอะไรต่ออีก
ฉันพาแขกเดินมาที่ห้องอาหารชั้นหนึ่งซึ่งใช้สำหรับทานมื้อเที่ยง ด้านข้างโต๊ะหินอ่อนสี่เหลี่ยมแปดที่นั่ง ล้อมด้วยประตูกระจกที่สามารถออกไปชมสวนดอกไม้หรือนั่งรับแสงแดดอ่อนๆในวันที่อากาศดีได้
มองออกไปในสวนเห็นลูกหมาสองตัวกับหนึ่งนกอินทรีกินเนื้อที่สาวใช้จัดไว้อยู่ ฉันก็โฟกัสกับคนที่มาหาได้อย่างสบายใจ
ฉันเชิญให้จอตโตนั่งเก้าอี้ตัวแรกสุดฝั่งขวาขณะตัวเองนั่งหัวโต๊ะ พ่อบ้านผู้ประจำอยู่ห้องนี้เข้ามาเลื่อนเก้าอี้ให้ฉันก่อนจะเสิร์ฟน้ำตามหน้าที่
“ อยากดื่มอะไรเป็พิเศษบอกได้นะ ”
“ แค่น้ำเปล่าก็พอครับ ” ถึงท่าทีเขาจะไม่ได้แสดงออกว่าเกร็งแต่ฉันแอบคิดว่าเขาคงรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง เลยถือวิสาสะสั่งชามะนาวมาให้เพื่อเพิ่มความสดชื่นในวันที่อากาศร้อนแบบนี้
“ วันนี้มีอะไรกิน ” ฉันหันไปถามพ่อบ้านคนเดิม โดยปกติพ่อครัวจะเป็คนคิดคอร์สอาหารสามมื้อในแต่ละวันมาเสนอแต่ถ้าอยากกินอะไรเป็พิเศษก็สั่งเพิ่มได้
“ เที่ยงนี้จานเรียกน้ำย่อยจะเป็สลัดกุ้งล็อบสเตอร์ครับ ส่วนซุปจะเป็ซุปดอกกะหล่ำทานคู่กับชีสนมแพะที่เราทำเอง จากนั้นจะเสิร์ฟจานหลักเป็รีซอตโตหญ้าฝรั่นซีฟู้ดแล้วปิดท้ายของหวานเป็เค้กไอศกรีมครับ ” เขาอธิบายให้ฟังอย่างนอบน้อมเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ร่วมโต๊ะซึ่งเป็คนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ
“ นายอยากกินอย่างอื่นอีกไหมหรือไม่อยากกินอะไรบอกได้นะ ” ฉันถามจอตโตเพราะเข้าใจดีว่าการโดนบังคับให้กินของที่ไม่ชอบมันทรมานขนาดไหน
“ ไม่เป็ไรครับ เท่าที่ฟังมาก็น่าจะเพียงพอแล้ว ” เขายิ้มสุภาพให้พ่อบ้านแทนคำขอบคุณจากนั้นเราก็นั่งคุยกันรออาหารมาเสิร์ฟ
“ ที่โรงเรียนเป็ไงบ้าง? ” ฉันจิบน้ำพลางชวนคุย ขาดเรียนตั้งหนึ่งอาทิตย์ ต้องตามอัพเดทหลายเื่เลย
“ พอรู้ว่าเ้าหญิงไม่ไปผมก็ไม่ได้ไปเหมือนกัน ”
ฉันตลกกับคำตอบจนหลุดหัวเราะ อย่างน้อยก็มีเพื่อนหยุดเหมือนกันแล้ว ฮ่าๆ
“ ควีนจังต้องโกรธแน่เลยที่ไม่ได้บอกก่อนว่าจะหยุด ” ฉันนึกถึงใบหน้าสวยหวานตอนทำหน้ามุ่ยดูน่ารักจนไม่อยากให้หายโกรธเลย
“ อ๋อ! ใช่! เกือบลืมไปเลย คุณเอมมาลีฝากสมุดจดเนื้อหาแล้วก็การบ้านของอาทิตย์นี้ไว้ให้ ผมฝากคุณเดนิซ่าไว้อย่าลืมเอาไปทบทวนด้วยนะครับ ” เขาเอ่ยชื่อเดนิซ่าผู้ซึ่งเป็หัวหน้าแม่บ้านและพี่เลี้ยงในวัยเด็กของฉัน เท่าที่จำได้ ฉันยังไม่เคยแนะนำให้เขารู้จักเลยแล้วไปเจอตอนไหนนะ?
“ ช่างเป็เพื่อนที่แสนดีจริงๆ ” ฉันดีใจมากที่ชีวิตนี้มีเพื่อนอย่างเธอ อยากจะชวนมาที่วังแล้วมอบเครื่องเพชรให้สักชุดแต่ถ้าท่านแม่รู้ว่าฉันบอกความจริงกับคนนอกต้องโดนดุชุดใหญ่แน่ แต่ยังไงก็ต้องหาโอกาสตอบแทนให้ได้
“ แล้วหัวโจกคนนั้น…. ” ฉันเกริ่นขึ้นมาโดยที่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะถามเขาว่าอะไร แค่นึกถึงความรู้สึกกลัวในวันนั้นก็แวบเข้ามา ทำเอาไม่กล้าไปโรงเรียนเลย
“ ผมให้ผู้อำนวยการไล่ออกไปแล้วครับกับคนอื่นๆในกลุ่มที่ดูเป็พิษภัยต่อเ้าหญิงด้วย ” ฉันใผสมกับรู้สึกผิด น่าจะขอเขาไว้ว่าไม่ต้องถึงขั้นไล่ออกก็ได้หรือไม่ก็ควรแสดงความรับผิดชอบอะไรสักอย่างกับเื่นี้ พวกเขาอาจจะหมดอนาคตแค่เพราะฉันไม่สบายใจงั้นเหรอ…
จอตโตคงรู้ว่าฉันคิดอะไรอยู่ เขาเลื่อนมากุมมือฉันแล้วลูบเบาๆเหมือน้าจะปลอบ ช่วยให้เลิกฟุ้งซ่านได้ชั่วคราว
“ ไม่ใช่ความผิดของเ้าหญิงนะครับ คนพวกนั้นทำเกินไปจริงๆต่อให้อีกฝ่ายไม่ใช่เ้าหญิงก็ควรโดนออกอยู่ดี ” ถึงเขาจะพูดแบบนั้นแต่ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองทำให้คนอื่นลำบาก ได้แต่เก็บความกังวลไว้ในใจและใช้มืออีกข้างลูบมือเขากลับพร้อมยิ้มให้
เป็จังหวะเดียวกับที่สลัดจานแรกมาพอดี เราพักการคุยไว้แค่นั้นแล้วเริ่มลงมือจัดการอาหารตรงหน้า
ฉันก้มลงมองจานสลัดที่ถูกจัดเรียงบนจานก้นแบนสีขาว มีน้ำสลัดสีส้มนวลเหมือนทำมาจากผักผลไม้เขียนที่ขอบจานว่า ‘ Welcome Home ’
ฉันอ้าปากค้างโดยไม่รู้ตัว เซอร์ไพรส์มาก ยิ่งทำให้วันนี้กลายเป็วันที่ดีมากขึ้นไปอีก ััได้ถึงความอบอุ่นแผ่ออกมาจากจานแม้อุณหภูมิจะไม่ร้อนเลยก็ตาม อบอุ่นหัวใจที่สุด
ฉันหันมองหน้าพ่อบ้านที่ยืนยิ้มและหันมองจอตโตที่ก็นั่งยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่เหมือนกัน
“ ฝีมือนายเหรอ ? ” ฉันพอจะเดาได้จากประสบการณ์ที่บอสชอบเซอร์ไพรส์กันอยู่บ่อยๆแต่เขารีบปฏิเสธทันควัน
“ ไม่ใช่ผมนะครับ ” เขาโบกมือปฏิเสธ แต่ก็ยังอมยิ้มอยู่ ไม่น่าเชื่อถือสุดๆเลย
“ ฟลาวิโอเหรอ ? ” ฉันเอ่ยชื่อหัวหน้าเชฟที่ดูแลควบคุมอาหารแต่ละมื้อ พ่อบ้านไม่ได้ตอบอะไร ฉันเลยเก็บความสงสัยไว้และลองชิมดู
“ อร่อยย ” ฉันกินอาหารฝีมือฟลาวิโอจนรู้ว่าสลัดจานนี้ไม่ใช่วิธีการปรุงแบบที่เขาชอบทำ
เป็แค่ผักผลไม้แท้ๆทำไมกินแล้วสดชื่นได้ขนาดนี้ รู้สึกดีต่อร่างกาย หายเหนื่อยเลย
“ ดีใจที่ได้ยินแบบนั้นนะ ” ล
ฉันหันหลังกลับไปมองต้นเสียงที่ดังมาจากทางห้องจัดเตรียมอาหาร เจอเ้าของรอยสักลายเปลวไฟบนหน้าใส่ผ้ากันเปื้อนทับเสื้อเชิ้ตถือจานออกมาสองใบ
“ จะ….จี ? ” ฉันใจนไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้าแบบไหนอยู่ตอนนี้ เหนือความคาดหมาย ฉันไม่คิดว่าจะเป็เขา ใครจะไปคิดว่าผู้ชายสุดเท่ที่ช่วยชีวิตฉันในคืนนั้นจะทำอาหารอร่อยขนาดนี้ แถมยังถ้อยคำอบอุ่นพวกนั้นอีก สิบคะแนนเต็มไม่หัก
ฉันรีบลุกจากที่นั่งพุ่งไปหา จีฝากสองจานในมือให้พ่อบ้านคนเดิมที่อยู่ใกล้ๆ แล้วค่อยคุกเข่าทำความเคารพ
“ จอตโตไม่ได้บอกให้นายทำใช่ไหม ? ” ไม่เคยเห็นใบหน้าเขาชัดเท่านี้เพราะปกติต้องเงยหน้ามอง ดวงตาสีแดงมองตรงมาทางฉันแทบจะเห็นเงาตัวเองสะท้อนในนั้น
“ ไม่หรอก ” เขายิ้มบางๆ อ่อนโยนผิดปกติในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ฉันอยากจะกอดเขามากเลยถ้าไม่ติดว่าทุกคนมองอยู่ จึงทำได้แค่ตบไหล่หนาสองสามทีแล้วบอกขอบคุณที่มาจากหัวใจจริงๆ
“ ไปกินด้วยกันเถอะ ไม่ต้องทำแล้ว ” ฉันเดินจูงมือเขากลับไปที่โต๊ะ เ้าตัวทำหน้าเหวอ ทำหน้าตลกแบบนี้ก็น่ารักดีนะ
“ แต่ว่าฉัน--- ”
“ เอาน่า ฟลาวิโอจะดูแลต่อเอง ” ฉันดันให้เขานั่งเก้าอี้ตัวแรกฝั่งซ้ายตรงข้ามบอส เขาถอดผ้ากันเปื้อนออก ส่งให้สาวใช้อีกคนซึ่งยืนดูแลความเรียบร้อยใกล้ๆ รับเสื้อสูทที่ฝากไว้มาสวมทับเสื้อเชิ้ตแล้วนั่งลงตามคำสั่ง
อาหารและน้ำถูกเสิร์ฟต่อหน้าเขาทันทีจึงยากที่จะปฏิเสธอะไร เราจึงเริ่มลงมือกินข้าวด้วยกันอีกครั้ง ได้ร่วมโต๊ะด้วยกันอีกในบรรยากาศแบบนี้ ดีกว่าตอนดินเนอร์ที่ปราสาทวองโกเล่เยอะเลย
“ แล้วพักผ่อนเป็ยังไงบ้าง ? ” จอตโตถามขึ้น ขณะเดียวกับที่พ่อบ้านเข้ามาเสิร์ฟซุปร้อน
“ ไปออสเตรเลียมา แค่นั่งเครื่องบินไปก็เกือบสองวันแล้ว ไกลมาก ” ฉันบ่นความลำบากที่เจอให้ทั้งสองคนฟัง
“ แต่จริงๆไม่ได้ตั้งใจไปเที่ยวหรอก พอดีเวลามันประจวบเหมาะ เลยไปรับคนนู่นนนมา ” ฉันชี้ไปทางนกอินทรีเผือกั์ที่บินชมดอกไม้อยู่ในสวน ทั้งคู่หันตาม เข้าใจในทันทีว่าฉันหมายถึงอะไร
“ ไม่บอกก่อนล่ะครับ ผมจะได้ไปช่วย ” บอสหันกลับมาทำหน้าจริงจังใส่ อย่าว่าแต่บอกเขาเลยฉันออกเดินทางโดยไม่ได้เตรียมตัวอะไรด้วยซ้ำ
“ มันไม่ใช่เื่ใหญ่ขนาดนั้นหรอก ที่จริงมันง่ายจนฉันกลัวเลยล่ะว่าเขาจะอยู่กับฉันแค่วันสองวันแล้วหายไป ” พูดถึงเื่ไซรุทีไรทำฉันเครียดทุกที อยากคุยเขาก็ไม่คุยด้วยแล้วฉันจะรู้จักเขามากขึ้นได้ยังไง
“ ไม่หรอก อย่าเพิ่งคิดในแง่ร้ายเลย ” จีพูดปลอบ แม้สายตากำลังมองจานอาหารตรงหน้าแต่น้ำเสียงเจือความอ่อนโยน
“ ฉันก็ให้โรจิโซจิช่วยสื่อสารอีกแรง เพราะเขาไม่ยอมคุยกับฉันเลย ”
“ แบบนั้นก็ดี ผมว่าทำตามที่คัมภีร์เทพแห่งท้องฟ้า้าไว้ก่อนก็น่าจะดีที่สุด ” เ้าของเส้นผมสีทองหนาพูดเสริม
“ อือ ” ฉันพยักหน้าเห็นด้วย อันดับแรกให้เขาชินกับสถานที่และวิถีชีวิตของฉันก่อนคงดีที่สุด เมื่อเห็นว่าบรรยากาศดูตึงเครียดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล จีก็กระแอมในคอแล้วเริ่มเล่าเื่ให้ฟัง
“ เ้าหญิงรู้ไหมว่าั้แ่วันแรกที่เ้าหญิงเดินทาง บอสก็ให้ฉันโทรไปถามเลขาองค์ราชินีทุกวันว่าเ้าหญิงอยู่ที่ไหนแล้ว เป็ยังไงบ้าง จนเขาต้องเอาเบอร์กัปตันที่รับหน้าที่ขับเครื่องบินให้เ้าหญิงมาให้ฉันโทรไปถามเขาแทน ” เขาเล่าทั้งเสียงหัวเราะ เปลี่ยนบรรยากาศให้สดใส
“ จี….. ”
ยิ่งพอเห็นจอตโตเรียกเขาเสียงดุแล้วยิ้มเขินๆฉันก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม น่ารักเกินไปแล้ว
“ แล้วทำไมไม่โทรมาถามฉันเองเลยล่ะ ? ”
“ ก็ผม...ไม่มีเบอร์ส่วนตัวของเ้าหญิงนิครับ ” เขาพูดเสียงเบา ทำเป็ทิ้งสายตาไปที่อื่นเพื่อซ่อนความเขินอาย แต่คนที่ควรจะเขินน่าจะเป็ฉันมากกว่า อากาศมันร้อนหรือแค่หน้าฉันที่ร้อนนะ
“ เอาโทรศัพท์มาสิ ” เขาทำท่าใ มองฉันอึ้งๆเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่พูดแล้วหยิบโทรศัพท์ในเสื้อสูทส่งมาให้
ฉันรับมากดเบอร์ตัวเองพร้อมโทรออก พอได้ยินเสียงริงโทนที่คุ้นหูฉันก็กดวางแล้วส่งคืนให้เ้าของ ขั้นตอนกินเวลาไม่ถึงนาทีแต่ฉันกลับรู้สึกเหนื่อยมากที่ต้องพยายามเก็บอาการซ่อนความเขินไว้ไม่ให้คนที่มองมารู้ ทั้งที่จริงๆข้างในใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา
“ โทรหาทุกวันเลยได้ไหมครับ ? ” เขายิ้มหวานให้ น่ารักมากจนฉันจะหลุดยิ้มตามแล้ว
“ ไม่ได้ ” ฉันเก๊กตอบเสียงดุแต่ไม่กล้าสบตาคู่สนทนา เพราะประโยคต่อไปที่จะพูดมันน่าอายเกินไป
“ เพราะถ้ามีอะไรก็ให้มาพูดต่อหน้า ” ฉันพูดเสียงเบาจนไม่รู้ว่าเขาได้ยินไหม แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นเขานั่งยิ้มแล้วหน้าแดงกว่าเดิมก็รู้ว่าต้องได้ยินแน่ๆ
โชคดีที่กินจานหลักหมดพอดีไม่งั้นฉันคงไม่มีใจจะกินต่อ ตอนนี้อยากลุกหนีไปจากตรงนี้มากๆฉันสู้หน้าเขาไม่ไหวแล้ว
“ อะ..อาหารอร่อยมากเลยจี ฉันจ้างนายมาเป็เชฟได้ไหมเนี่ย ” ฉันเปลี่ยนเื่คุยแม้จะเริ่มได้ตะกุกตะกักก็ตาม
“ ถ้าฉันมาเป็เชฟพรีโม่ลำบากเลยนะ ” เ้าของเส้นผมสีแดงตอบติดตลก เรียกให้ผู้ที่เป็เ้านายหัวเราะ
“ จริงครับ เว้นมือขวาผมไว้สักคนเถอะ ”
“ งั้นนายต้องมาทำอาหารให้ฉันกินอีกนะ ”
“ ได้เลย ” เขายิ้มอีกแล้ว ไม่บ่อยที่จะได้เห็นคนหน้าดุยิ้มมีความสุขแบบนี้ พิสูจน์ว่าเขาคงกำลังดีใจอยู่แน่ๆ
หลังกินข้าวด้วยกันเสร็จ ทั้งสองขอตัวกลับโดยอ้างเหตุผลว่าไม่อยากรบกวนฉันไปมากกว่านี้ฉันเลยไปส่งพวกเขาที่หน้าประตูโดยไม่ได้ทักท้วงอะไร
ก่อนทั้งคู่จะขึ้นรถ ฉันนึกขึ้นได้ว่ามีอีกเื่ที่อยากให้บอสช่วยจึงเรียกเขาก่อนจะเดินไป
“ จอตโต!! ”
“ ครับ ? ” เขาเดินกลับมาหา ฉันเลยรีบเข้าประเด็นทันที
“ คือว่าฉันจะให้โรจิโซจิมาเป็พ่อบ้านส่วนตัวเลยกำลังวางแผนเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ทั้งสองอยู่ ” ฉันเริ่มอธิบายแผนการที่อยู่ในใจ คิดเอาไว้สักพักแล้ว่เวลานี้น่าจะเหมาะสมที่สุด
“ ปกติแล้วพ่อบ้านแม่บ้านที่ดูแลฉันหรือท่านพ่อท่านแม่โดยตรงจะเป็คนจากตระกูลเกียด้า ซึ่งเขาก็มีการฝึกมีการอบรมเรียนรู้เฉพาะทางหลายสิบปีเพื่อดูแลคนของราชวงศ์ให้ดีที่สุด แล้วถ้าอยู่ๆโรจิโซจิที่เป็คนนอกจะมาสมัคร แน่นอนอยู่แล้วว่าเป็เื่ยากเลยอยากจะให้วองโกเล่ช่วยหน่อย ” ฉันอธิบายรายละเอียดคร่าวๆให้บอสพอเข้าใจสถานการณ์
เขานิ่งไปเหมือนกำลังใช้ความคิดฉันจึงกังวลว่าตัวเองจะขอมากไปหรือเปล่า
“ ได้สิครับ ไม่มีปัญหาเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้ให้โรจิโซจิไปเจออุเก็ตสึที่ปราสาทวองโกเล่นะครับ ผมจะให้อุเก็ตสึเป็คนมาแนะนำทั้งสองกับคุณเดนิซ่าเอง เขาดูน่าเชื่อถือที่สุดแล้ว ” ฉันดีใจมากจนเผลอดึงมือคนตรงหน้าขึ้นมาจับแล้วกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ
“ ขอบคุณมากนะคะ ” ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดีแบบนี้ก็ไม่มีอะไรต้องห่วง เหลือแค่ไปคุยกับหมาป่าสองตัวนั้นก็ลงตัว
“ เล็กน้อยครับ ” เขาโค้งให้ฉันอีกครั้งก่อนจะกลับไป
ฉันขึ้นไปบนห้องเมื่อส่งแขกจนลับสายตา ข้าวของทุกอย่างถูกจัดอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยเหมือนเดิม โรจิโซจิในร่างลูกหมาตัวน้อยกำลังเล่นลูกบอลด้วยกันน่ารักน่าเอ็นดูจนไม่อยากจะเข้าไปขัดจังหวะแต่มีบางเื่อยากพูดด้วยจริงๆ
“ โรจิโซจิ ” พอพวกเขาได้ยินฉันเรียกก็แปลงกลับร่างมนุษย์ แสงเวลาแปลงร่างยังคงแสบตามากจนฉันต้องปิดตาทุกครั้ง
“ อยู่ในร่างสัตว์เลี้ยงอึดอัดไหม ” ฉันนั่งลงตรงโซฟาสีชมพูอ่อนที่ตั้งอยู่กลางห้องพลางกวักมือเรียกให้ทั้งสองมานั่งด้วย
“ ก็ไม่นะครับ ”
“ ก็ไม่ค่อยต่างจากร่างสัตว์เทพเท่าไร ” ฝาแฝดผิวแทนทั้งสองสลับตอบ ท่าทีร่าเริงเป็ปกติ สมกับความเป็เทพแห่งดวงอาทิตย์สดใสสว่างจ้าอยู่เสมอ
“ แล้วร่างคนล่ะ? ”
“ ร่างคนก็ดีครับสื่อสารกับคนอื่นได้ด้วย ”
“ แล้วก็ทำอะไรสะดวกดีด้วย ”
ฉันพยักหน้าเบาๆขณะฟังพวกเขาสลับกันพูด
“ นายอยากมาเป็พ่อบ้านประจำตัวให้ฉันไหม แต่มันค่อนข้างวุ่นวายนะ แต่ฉันจะสั่งให้นายสองคนไม่ต้องทำอะไรมากแค่คอยอยู่ข้างๆกันก็พอ ”
ปฏิกิริยาทั้งสองดูนิ่งไปก่อนจะมองหน้ากันเหมือนกำลังใช้ความคิด
“ ความจริงคือฉันไม่รู้ว่าความลับเื่ที่พวกนายไม่ใช่สัตว์เลี้ยงธรรมดามันจะแตกเมื่อไรและมันก็เสี่ยงขึ้นทุกวัน เลยคิดว่าคงสะดวกกว่าถ้าจะอยู่ในร่างคน ”
ฝาแฝดทั้งสองพยักหน้าเห็นด้วย
“ ก็ดีนะครับ ”
“ พวกผมเองก็อยากดูแลเ้าหญิงมากกว่านี้เหมือนกัน ”
“ เย่! จริงนะ? ” ฉันดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ จะได้มีพ่อบ้านเพิ่มแล้วก็ไม่ต้องใช้ชีวิตหลบๆซ่อนๆแล้ว แฮปปี้!
“ แต่ว่ามันยุ่งยากนิดนึงนะ เพราะพวกนายต้องผ่านบททดสอบของเดนิซ่าให้ได้ ” ทั้งสองรู้จักอยู่แล้วว่าเดนิซ่าคือใครและรู้ด้วยว่าเธอเข้มงวดเ้าระเบียบมากขนาดไหน ผู้หญิงที่เลี้ยงฉันมาั้แ่เด็กจะไม่มีทางให้ใครที่ไหนไม่รู้มาดูแลฉันแน่ ถ้าเธอไม่มั่นใจพอ
โรจิโซจิหน้าถอดสีเหมือนจะรู้ชะตากรรมของตัวเองต่อจากนี้แต่ก็ไม่ได้คัดค้านอะไร
“ จะพยายามครับ ” ทั้งสองพูดพร้อมกันอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก ฉันเลยเข้าไปกอดให้กำลังใจและหวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี