บทที่ 10 เรือฟางยืมเกาทัณฑ์ (รีไรต์)
เสิ่นชิงจ้องเขม็งไปที่ผู้กำกับฮั่น “สารภาพมาซะ! คุณโกงเงินชาวบ้านไปหนึ่งแสนหยวนใช่ไหม?”
ผู้กำกับฮั่นพอได้ยินก็รู้สึกใจคอไม่ดี แต่พอคิดว่าชาวบ้านพวกนี้ไม่ค่อยรู้เื่อะไร คงหลอกได้ไม่ยาก
จึงทำใจกล้าแล้วพูดเสียงแข็งว่า “เงินนั่นเป็ค่าโฆษณา! ใช้สำหรับลงโฆษณา จะบอกว่าฉันโกงได้ยังไง?”
เสิ่นชิงคาดการณ์ไว้แล้วว่าผู้กำกับฮั่นต้องแก้ตัว จึงแค่นเสียงเ็าแล้วพูดว่า
“การลงโฆษณาก็ต้องจ่ายค่าโฆษณา ไม่ใช่เื่ผิด แต่ค่าใช้จ่ายพวกนี้ควรโอนเข้าบริษัท ไม่ใช่โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของคุณ ผู้กำกับฮั่น คุณใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ หลอกลวงเอาทรัพย์สินโดยอ้างชื่อบริษัท แล้วยังยักยอกทรัพย์สินของบริษัทอีก คุณกำลังทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์!
ตามประมวลกฎหมายอาญา เนื่องจากจำนวนเงินค่อนข้างมาก คุณอาจถูกตัดสินจำคุกไม่เกินสามปี คุณจะต้องต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือกักขัง ถูกปรับเงิน หรือทั้งจำทั้งปรับ!”
ทุกประโยคที่เปล่งออกมาล้วนทรงพลัง และดังกึกก้อง ทำเอาขาของผู้กำกับฮั่นสั่นเทา
เดิมทีเขาคิดว่าชาวบ้านไม่รู้อะไร คงจะหลอกให้ผ่านไปได้ แต่ไม่คิดว่าจะถูกเสิ่นชิงเปิดโปงออกมาตรง ๆ แบบนี้
ผู้กำกับฮั่นใ เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นทันที “ฉัน... ฉัน... ฉันให้พวกคุณสองแสนหยวน! เื่นี้ถือว่าจบแค่นี้ พวกคุณห้ามปริปากพูดออกไปเด็ดขาด!”
“สายไปแล้ว” เสิ่นชิงแสยะยิ้ม ดวงตาเป็ประกาย
เธอขยับตัวหลบเล็กน้อย เผยให้เห็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลัง
ข้างหลังคือจางเหว่ยที่กำลังแบกกล้องวิดีโออยู่ เลนส์สีดำสนิทเล็งไปที่ผู้กำกับฮั่น
ผู้ชมในช่องไลฟ์สดได้ยิน และเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างชัดเจน
ช่องแชต : เวรเอ๊ย! ผู้กำกับฮั่นเลวจริง ๆ นั่นมันเงินที่ชาวบ้านเขาลำบากหามานะ!
ช่องแชต : ฉันลองค้นดูในเน็ตแล้ว สิ่งที่เสิ่นชิงพูดถูกต้อง ผู้กำกับฮั่นมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์จริง ๆ
ช่องแชต : เยี่ยมมาก! พู่กันสองอัน*[1]เก่งจริง ๆ อ่านหนังสือมาไม่เสียเปล่าแล้ว
ช่องแชต : แม่เ้า นี่มันแสงสว่างแห่งความถูกต้อง เสิ่นชิงเท่มาก!
จากเหตุการณ์นี้ ทำให้ความนิยมของเสิ่นชิงในหมู่ชาวเน็ตพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เหล่าชาวเน็ตต่างก็เทใจให้เธอ เปลี่ยนมาเป็แฟนคลับ และช่วยกันแชร์วิดีโอ ‘ผู้กำกับฮั่นโกงเงิน’ โดยอัตโนมัติ
เื่ราวแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก รถยนต์สีดำสนิทหลายคันก็แล่นมาจากตัวจังหวัด พาตัวผู้กำกับฮั่นไปสอบสวน
ในที่สุด หมู่บ้านสุ่ยวาก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง
แม้เสิ่นชิงจะช่วยชาวบ้านทวงเงินที่สูญเสียไปคืนมาได้ แต่ปัญหาที่แท้จริงยังไม่ได้รับการแก้ไข
ลูกท้อบนูเาสุกงอมเต็มที่แล้ว และฤดูฝนกำลังจะมาเยือนในไม่ช้า
ถ้าไม่รีบขาย ลูกท้อก็จะเน่าเสียคาต้น
บรรยากาศในหมู่บ้านจึงยังคงหดหู่
ผู้ใหญ่บ้านเดินวนไปวนมาด้วยความร้อนใจ คิ้วของเขาขมวดจนสามารถฆ่ายุงได้
แม้แต่เ้าตูบสีเหลืองทองที่หน้าหมู่บ้านก็ยังหางลู่ ไม่ร่าเริงเหมือนก่อน
ชาวบ้านหลายคนมาขอร้องให้เสิ่นชิงช่วยเหลือ พวกเขาหวังว่าจะขายลูกท้อได้ทางการไลฟ์สด
เมื่อมองไปที่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์ยากตรงหน้า เสิ่นชิงก็นึกย้อนไปถึงตอนที่เธอเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ ชาวบ้านต่างให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น สอนวิธีเลี้ยงหมู วิธีแยกแยะพืชมีพิษ วิธีปลูกผักให้กับเธอ
เธอเคยได้กินแตงโมจากบ้านลุงจาง กินสาลี่บ้านบ้านป้าหลิว และยังแอบไปดื่มเหล้าผลไม้จากบ้านอารองที่อยู่ข้างบ้าน
เมื่อนึกถึงเื่นี้ เสิ่นชิงจึงตัดสินใจพักเื่เรียนไว้ก่อน แล้วหันมาช่วยชาวบ้านขายลูกท้อ
เสิ่นชิงเก็บหนังสือและชีทข้อสอบเข้าลิ้นชัก ยืมแท็บเล็ตของจางเหว่ย แล้วเริ่มศึกษาเื่การไลฟ์สดขายของ
ผู้ใหญ่บ้านเห็นเสิ่นชิงพักเื่เรียน ในใจรู้สึกผิดมาก เขาคิดว่าตัวเองทำให้หลานสาวเสียการเรียน จึงได้แต่ก้มหน้าเงียบไม่พูดอะไร
เสิ่นชิงเห็นท่าทางผิดปกติของผู้ใหญ่บ้าน ก็รีบปลอบใจว่า “ไม่เป็ไรหรอกค่ะผู้ใหญ่บ้าน เื่เร่งด่วนย่อมมาก่อน ฉันยังมีเวลาอีกเยอะกว่าจะถึงวันสอบ”
ที่จริงแล้ว อีกแค่หนึ่งเดือน เธอต้องสอบปลายภาคของมหาวิทยาลัยต้าเจิ้ง เวลาจึงค่อนข้างกระชั้นชิด
เมื่อเห็นรอยคล้ำใต้ตาของเสิ่นชิง ผู้ใหญ่บ้านก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ เขารู้ดีว่าเสิ่นชิงต้องใช้เวลาทั้งวันไปกับการศึกษาเื่ไลฟ์สด และต้องอดหลับอดนอนอ่านหนังสือตอนกลางคืน
แต่นี่เป็ทางเดียวที่ทำได้ เสิ่นชิงคือความหวังเดียวของหมู่บ้านแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านคนอื่น ๆ นำลูกท้อสด ๆ มาให้เสิ่นชิงเป็ตัวอย่างสำหรับใช้ในไลฟ์สด
ลูกท้อเยียนจือของหมู่บ้านสุ่ยวา มีขนาดใหญ่ สีชมพูสวยงาม ผิวบางและยังฉ่ำน้ำ
เพียงแค่ฟันของเสิ่นชิงัักับเปลือกท้อ น้ำท้อรสหวานหอมก็ไหลออกมา
ลูกท้อมีรสชาติเข้มข้น กลิ่นหอมชวนรับประทาน เสิ่นชิงถึงกับเอ่ยชมไม่หยุดปาก
เธอคิดว่าลูกท้อของหมู่บ้านสุ่ยวาขาดเพียงแค่ชื่อเสียงเท่านั้น หากโปรโมตให้ดี ก็น่าจะขายดี
ั้แ่เริ่มไลฟ์สด ยอดคนดูของเธอก็ไม่แย่นัก การขายลูกท้อไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
หลังจากเตรียมตัวอยู่พักหนึ่ง เสิ่นชิงก็เริ่มไลฟ์สด
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้หญิงสาวประหลาดใจก็คือ ช่องแชตวันนี้กลับเงียบผิดปกติ รอนานเท่าไหร่ก็ไม่มีใครเข้ามา
มองไปช่องแชตที่ว่างเปล่า เสิ่นชองก็ขมวดคิ้ว เธอไม่ได้ต่ออินเทอร์เน็ตงั้นเหรอ?
ขณะที่เธอกำลังจะก้มลงเช็กสัญญาณอินเทอร์เน็ต จางเหว่ยก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา “แย่แล้ว! แย่แล้ว! พี่เสิ่นชิง! ลูกท้อของเราขายไม่ออกแล้ว!”
เธอหันไปมองเขาด้วยความงุนงง “หืม?”
จางเหว่ยมีสีหน้าร้อนรน ชี้ไปที่โทรศัพท์ “พี่! ดูสิ!”
เธอหรี่ตาลงพลางมองไปยังสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
อ้อ ที่แท้ก็เป็เพราะเฉียวอวี้เหอที่เริ่มไลฟ์สดนี่เอง
เพื่อเรียกกระแส เธอถึงกับประกาศว่าจะแจกเงิน 100 ล้านหยวนในไลฟ์สด
แถมยังแจกอั่งเปาแบบไม่หยุดพักตลอด 24 ชั่วโมง!
แบบนี้ใครจะอดใจไหว!
เหล่าชาวเน็ตต่างพากันหลั่งไหลเข้าไปในช่องไลฟ์สดของเฉียวอวี้เหอ เพราะเงินรางวัลก้อนโต
ดังนั้นตอนนี้ ไม่ใช่แค่เสิ่นชิงที่ยอดคนดูน้อย แต่ไลฟ์สดของคนอื่น ๆ ก็ไม่มีคนดูเช่นกัน
ฉากหลังในไลฟ์สดของเฉียวอวี้เหอเผยให้เห็นห้องโถงแกรนด์บอลรูมที่หรูหราโอ่อ่า หอคอยแชมเปญที่ทำจากแก้วคริสตัลระยิบระยับตระการตา
ทุกตารางนิ้วล้วนโอ่อ่า บ่งบอกถึงความมั่งคั่งอย่างเห็นได้ชัด
งานเลี้ยงครั้งนี้มีแต่บุคคลสำคัญมารวมตัวกัน คลาคล่ำไปด้วยผู้มีชื่อเสียงในเมืองหางโจว
เฉียวอวี้เหอสวมชุดราตรีสีขาวบริสุทธิ์ บนลำคอระหงดุจหงส์ประดับด้วยสร้อยคอเงินคริสตัลราคาแพง ปลายกระโปรงประดับประดาด้วยเพชรและบรรดาไข่มุกเนื้อดีเป็ประกาย
เฉียวอวี้เหอเรือนร่างงดงาม อ่อนช้อย ทั้งยังสง่างามและสูงศักดิ์ ทุกย่างก้าวล้วนดึงดูดสายตา และได้รับเสียงชื่นชม
งานเลี้ยงเต้นรำในค่ำคืนนี้ นับเป็การปรากฏตัวครั้งแรกของหญิงสาว นับั้แ่กลับเข้าสู่ตระกูลเฉียว
หลายคนต่างคิดว่าเฉียวอวี้เหอที่ต้องระหกระเหินไปอยู่ข้างนอก คงไม่มีวันได้โผล่หน้าออกมาสู่สังคมชั้นสูงได้ ใครจะไปคิดว่าหญิงสาวคนนี้จะสง่างาม โดดเด่น และเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจได้ถึงเพียงนี้
เฉียวเฟิงและภรรยาก็ปรากฏตัวในงานด้วยเช่นกัน ทั้งสองอยู่ในชุดราตรีหรูหรา
เฉียวเฟิงควงแขนลูกสาวสุดที่รัก ก้าวเข้ามาในงานด้วยความทะนุถนอม ราวกับว่าเธอเป็ดวงใจของเขา
ดวงตาของคุณนายเฉียวฉายแววเอ็นดู ความภาคภูมิใจปรากฏชัดบนใบหน้าของเธอ
ส่วนเสิ่นชิงได้แต่มองภาพนั้นผ่านหน้าจอ ความรู้สึกอึดอัดตีตื้นขึ้นมาในอก จุดที่เคยถูกเข็มทิ่มแทงบนแขนพลันปวดแปลบ และคันยุบยิบ
“พี่เสิ่นชิง ยอดคนดูในช่องไลฟ์สดของพวกเขาทะลุร้อยล้านแล้ว” จางเหว่ยพูดด้วยน้ำเสียงอิจฉา กัดลูกท้อในมืออย่างหัวเสีย
เพียงชั่วโมงเดียวที่เฉียวอวี้เหอเริ่มไลฟ์สด ด้วยแรงสนับสนุนมหาศาลทั้งในแง่ของเงินทอง ยอดคนดูก็พุ่งสูงถึงหนึ่งร้อยล้านคน ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของชาร์ตไลฟ์สดในชั่วพริบตา
เสิ่นชิงเกาแขนตัวเองเบา ๆ พร้อมกับแสยะยิ้ม “ไม่เป็ไร ยิ่งเฉียวอวี้เหอมียอดคนดูมากเท่าไหร่ ยิ่งเรตติ้งเธอดีเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็ผลดีกับพวกเรามากเท่านั้น”
จางเหว่ยไม่เข้าใจ เงยหน้าขึ้นถาม “ฮะ? ทำไมล่ะ ในเมื่อคนดูแห่ไปดูไลฟ์สดของเธอหมดแล้ว แบบนี้พวกเราจะได้ประโยชน์อะไร?”
เสิ่นชิงกอดอก ยกยิ้มมั่นใจ “อาเหว่ย นายเคยได้ยินสำนวนนี้ไหม?”
จางเหว่ยเงยหน้าขึ้นมองทันที “สำนวนอะไร?”
ริมฝีปากบางเฉียบของเสิ่นชิงเอ่ยคำสี่พยางค์ออกมา “เรือฟางยืมเกาทัณฑ์*[2]”
ตอนแรกจางเหว่ยยังนึกไม่ออก แต่ไม่นานก็ตาโตด้วยความเข้าใจ อ้าปากค้างมองเสิ่นชิง “พี่... พี่หมายถึง...!”
[1] พู่กันสองอัน หมายถึง คนเก่งที่มีความฉลาดรอบรู้
[2] เรือฟางยืมเกาทัณฑ์ หมายถึง การใช้กลยุทธ์เอาชนะศัตรู โดยอาศัยทรัพยากรของศัตรูเข้าสู้