....นานมาแล้วบนสรวง์ให้กำเนิดบุตรชายเชื้อสายเผ่าัสองตน คนพี่กายแท้เป็สีดำทมิฬ ไอมารคละคลุ้งทั่วร่างกาย คนน้องกายแท้สีทองเรืองรอง ด้วยความที่บุตรทั้งสองมีพลังมหาศาลจึงทำให้มารดาผู้ให้กำเนิดที่มีร่างเป็มัจฉาอ่อนแอและดับสลายไป ทั่วทั้ง์ชั้นฟ้าเกิดเื่แปลกประหลาดมากมาย เมื่อบุตรชายทั้งสองจุติ
เหล่าบรรดาเทพเซียนบน์บ้างก็ว่าเป็ลางดี ที่บนสรวง์ชั้นฟ้าให้กำเนิดเทพผู้ยิ่งใหญ่ อนาคตคงได้ปกครองสามภพเป็แน่ แต่บ้างก็ว่าเป็ลางร้าย เพราะคนพี่มีร่างกายสีดำ ไอมารคละคลุ้ง ถือเป็อัปมงคล ถ้ามีชีวิตอยู่บน์ต่อไป ์เก้าชั้นฟ้าคงต้องจบสิ้นแล้ว และยังมีข่าวลืออีกว่าที่พระชายาผู้ให้กำเนิดโอรสทั้งสองต้องดับสลาย จริงๆแล้วเป็เพราะพลังชั่วร้ายของโอรสคนพี่ต่างหาก
.
ข่าวลือเื่ลางร้ายแพร่สะพัดไปทั่ว์ ทำให้เหล่าเทพเซียนต่างเป็กังวลและเริ่มอยู่ไม่ติดที่ ต่างพากันมาคุกเข่าหน้าตำหนักองค์เง็กเซียน ให้กำจัดปีศาจอัปมงคลนี้เสีย ก่อนที่์จะพินาจเหล่าเทพเซียนจะเดือดร้อน
องค์เง็กเซียนลำบากใจยิ่งนัก จะดีจะชั่วก็ยังถือเป็ลูกชายา ที่สำคัญเด็กคนนี้ก็ยังมิได้ทำผิดอันใด ยังมิทันได้กลายร่างเป็คน
จะทำลายดวงจิตกำจัดให้สิ้นก็ดูจะโหดร้ายเกินไป แต่จะเพิกเฉยต่อเหล่าเทพเซียนและชะตา์ก็มิได้
"ข้า ในนามองค์เง็กเซียนแห่ง์เก้าชั้นฟ้า ไม่เพิกเฉยต่อชะตา์ ขอปลดโอรสเชื้อสายัคนพี่ จากตำแหน่งโอรส ตัดรากเซียน ทำลายตบะขับไล่ออกจาก์ ไม่สามารถบำเพ็ญเซียนเป็เทพได้อีก"
"จากนี้ไป เ้ากับข้า และ์เก้าชั้นฟ้า ไร้ซึ้งพันธะต่อกัน"
.
.
.
ร้อยปีต่อมา
ณ. ลานกว้างหน้าสำนักหลิงเซียว (สำนักบำเพ็ญเซียนปฏิบัติตามวิถี์ ที่ตั้งอยู่ในดินแดนมนุษย์ ผู้ที่ปฏิบัติตามกฎและตั้งใจบำเพ็ญเพียร จะมีอายุที่ยืนยาว)
"ท่านเ้าสำนักนั่นคืออะไร เหตุใดลูกแก้ววิเศษประจำสำนักที่ตั้งอยู่บนแท่นจึงเกิดประกายแสง" ไป๋ซูซู หนึ่งในศิษย์ประจำสำนักเอ่ยถาม
เ้าสำนักหลิงเซียว ที่รู้ดีว่าเหตุการณ์นี้คืออะไร ทำได้เพียงทอดมองลูกแก้วอยู่พักหนึ่ง โดยไม่พูดอะไร ก่อนที่จะสั่งให้ศิษย์ในสำนักก้มคำนับ
"แต่ไรมาสำนักหลิงเซียวปฏิบัติตามวิถี์ ศิษย์ในสำนักหลิงเซียวจงน้อมรับหน้าที่ที่์มอบหมาย" หลังจากสิ้นเสียงเ้าสำนัก ศิษย์ในสำนักต่างพากันก้มหัวคำนับหน้าแท่นวางลูกแก้ววิเศษ
ไม่นานก็เกิดแสงสว่างวาบ ทั่วบริเวณแท่นวางลูกแก้ววิเศษ ก่อนจะมีร่างของชายรูปงาม สวมชุดขาวดูสะอาดตาปรากฏขึ้น
"ข้าคือเทพผู้ดูแลตำหนักองค์เง็กเซียน ได้รับมอบหมายจากองค์เง็กเซียนให้นำหน้าที่ที่สำนักหลิงเซียวต้องรับผิดชอบ มามอบให้เ้าสำนัก นี่คือการไหว้วานจาก์ เ้าสำนักโปรดทำตามคำสั่ง"
"ข้า เ้าสำนักหลิงเซียวมิบังอาจขัดพระบัญชา"
"นี่คือดอกม่านจูซาหัว เป็ดอกไม้ในแดนยมโลก ถือกำเนิดที่หน้าประตูสังหารมาร" เทพผู้ดูแลตำหนักองค์เง็กเซียนกล่าว พร้อมกับดอกม่านจูซาหัวที่ลอยอยู่ตรงหน้าระหว่างเขากับเ้าสำนัก
"ท่านจะให้สำนักหลิงเซียวกระทำอันใดลึ" เ้าสำนักมองดูด้วยความประหลาดใจ
"เมื่อ1,000ปีก่อน เกิดาเทพมารขึ้น ประตูสังหารมารที่กักขังอสูรและมารเอาไว้ เกิดอาคมถดถอย พลังกระจัดกระจาย องค์เง็กเซียนคนก่อนและเหล่าเทพ พยายามรวบรวมพลังที่กระจัดกระจายเพื่อผนึกประตูสังหารมารอีกครั้ง แต่กลับรวบรวมพลังได้แค่ครึ่ง พลังอีกครึ่งหนึ่งได้บังเอิญถูกจิตของดอกม่านจูซาหัวดูดซับไปโดยมิตั้งใจ องค์เง็กเซียนพยายามจะดึงพลังที่โดนดูดซับกลับคืนแต่กลับไม่เป็ผล จึงทำได้เพียงดูแลดอกม่านจูซาหัวนี้ไว้เป็อย่างดี แต่เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ยากที่ดอกไม้ต้นเล็กๆจะรับไหว จึงทำให้ต้นของมันค่อยๆเหี่ยวเฉาและตายไปในที่สุด เหลือไว้เพียงดอกม่านจูซาหัวเพียงดอกเดียว จนตอนนี้ดอกของมันเริ่มจะไม่ไหวแล้วเช่นกัน มีเพียงหนทางเดียวที่จะรักษาดอกม่านจูซาหัวนี่เอาไว้เพื่อไม่ทำให้ประตูสังหารมารพังทลาย อสูรมารเข้ายึดครอง สามภพโกลาหล คือการทำให้ดอกไม้ดอกนี้กลายเป็ภูตร และส่งมาอยู่ที่แดนมนุษย์ ดอกไม้ดอกนี้ได้รับพลังเพื่อกระตุ้นจากองค์เง็กเซียน การกลายร่างเป็คนคงไม่ใช้เวลานานนัก" เทพผู้ดูแลตำหนักองค์เง็กเซียน เล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้เ้าสำนักฟัง
เมื่อเ้าสำนักฟังจบ ก็พอจะรู้แล้วว่าสำนักหลิงเซียวมีหน้าที่ต้องทำอะไรในครั้งนี้
"น้อมรับพระบัญชาองค์เง็กเซียน" เ้าสำนักหลิ่งเสี่ยวก้มคำนับแล้วพูด
"ดี! แต่เ้าสำนักควรจำไว้ว่าดอกไม้ดอกนี้คือความเป็ตายของทั้งสามภพ เมื่อดอกไม้ดอกนี้กลายร่างเป็คน จงให้ปฏิบัติตามกฎของสำนักอย่างเคร่งครัดและดูแลเป็อย่างดี เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมท่านควรบอกกับนางว่า นางมีทางเลือกและจุดจบอย่างไร" เมื่อพูดจบ ร่างของเทพผู้ดูแลตำหนักองค์เง็กเซียนก็ค่อยๆจางหายไป
"น้อมส่งองค์เทพ" ศิษย์ในสำนักกล่าวพร้อมกัน
.
.
.
นับั้แ่ตอนนั้นเวลาก็ผ่านมากว่า 20 ปี
ที่หมู่บ้านใกล้ชายฝั่งทะเลบูรพาเกิดข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัว ชาวบ้านต่างเล่าลือกันว่า ที่ทะแลแห่งนี้มีปีศาจร้ายคอยก่อความวุ่นวาย ชาวบ้านที่ออกไปหาปลาหรือเดินทางผ่านทะเล บ้างก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย บ้างก็กลับมาแล้วเอาแต่พูดเพ้อว่า "ปีศาจัทมิฬ! ปีศาจัทมิฬจะเอาชีวิตทุกคน"
เื่ราวเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ ปีศาจัตนนี้ตั้งตนเป็จอมมารกดขี่เหล่าปีศาจหลายตนให้มาเป็ข้ารับใช้ คอยก่อความวุ่นวายให้แก่มนุษย์ไม่เว้นแต่ละวัน นอกจากจะมีข่าวคนที่ออกทะเลแล้วหายสาบสูญ ที่บริเวณนี้ยังเกิดภัยพิบัติ สภาพอากาศแปรปรวนอีกด้วย บางครั้งก็มีฝนห่าใหญ่ตกลงมา จนทำให้ทั่วบริเวณเกิดน้ำท่วม บางครั้งสภาพอากาศก็ร้อนจัดจนบรรดาสิ่งมีชีวิตพากันล้มตาย และอากาศบาง่ก็หนาวจัดจนพืชพรรณเสียหาย ทุกอย่างล้วนเกิดจากฝีมือของปีศาจัทมิฬตนนี้
.
เื่วุ่นวายต่างๆเดือดร้อนไปถึง์ องค์เง็กเซียนจึงมีบัญชาให้ทหาร์ลงไปคุมตัวปีศาจัทมิฬตนนั้นขึ้นมาเพื่อรับโทษทัณฑ์
.
.
.
(ณ.์เก้าชั้นฟ้า)
"หึ ท่านเ้า์ ท่านดูถูกข้าเกินไปแล้ว ลำพังทหาร์ของท่านแค่ไม่กี่ตน ก็บังอาจมาจับเ้าแห่งทะเลบูรพาอย่างข้างั้นรึ ที่ข้ายอมขึ้นมาบนนี้เพราะข้าอยากจะมาเจอท่านยังไงล่ะ แล้วไหนล่ะองค์เง็กเซียนผู้สูงส่ง ใจคอท่านไม่คิดจะออกมาต้อนรับข้าหน่อยรึ"
"หุบปากเน่าๆของเ้าซะ! เ้าปีศาจ ถ้าคิดอยากจะรักษาชีวิตของตัวเองไว้!" เทพผู้คุมแท่นลงทันฑ์์กล่าว
"ท่านน่ะหรอ เทพผู้คุมแท่นลงทัน์ อยากจะเอาชีวิตข้า ก็ต้องดูว่าท่านมีความสามารถแค่ไหนกัน!" พูดจบปีศาจัเฮยหลงก็พุ่งตัวเข้าหาเทพผู้คุมแท่นลงทัณฑ์ จึงทำให้เกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ เหล่าทหาร์ก็พุ่งตัวเข้าไปเพื่อจัดการปีศาจตนนี้
.
.
การต่อสู้กินเวลาไปหลายชั่วยาม ถึงแม้เทพผู้คุมแท่นลงทันฑ์์จะเก่งกาจ และมีเหล่าทหาร์อีกหลายตน แต่ก็ยังพ่ายแพ้ให้ปีศาจัเฮยหลง สิ่งต่างๆรอบบริเวณนั้นพังกระจัดกระจาย แท่นลงทันฑ์์ถูกผ่าเป็เสี่ยง
ทันใดนั้นก็เกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาด ฟ้าครึ้มก้อนเมฆจับตัวกันเป็กลุ่ม เกิดแสงสว่างวาบพร้อมเสียงปริศนาขึ้นมา
"เ้าปีศาจั นิสัยชั่วร้ายแล้วยังมิสำนึกผิด กำเริบเสิบสานทำลายแท่นลงทันฑ์์ ทำให้เทพผู้คุมแท่นลงทันฑ์์กับทหาร์ต้องาเ็ล้มตาย หาก์มิกำจัดปีศาจชั่วร้ายอย่างเ้า ก็คงจะไม่ได้แล้ว"
.