ตอนพิเศษ 6.1
ไม่รู้ว่าเคยเล่าหรือยังว่าที่บ้านพี่แม็คพ่อแม่เขาทำธุรกิจเต้นท์รถมือสอง มีั้แ่รถยนต์ทั่วไป รถเก๋ง กระบะจนถึงรถหรูราคาแพง พอแต่งงานกันแล้วฉันเลยลาออกจากงานประจำมาทำงานกับคุณสามี
หน้าที่ฉันก็ง่ายมาก...นั่นคือการเป็เลขาพี่แม็ค
แต่หน้าที่อีกอย่างนึงที่ต้องทำให้ได้ตอนนี้คือการขับรถเกียร์กระปุกมันยากนะเว้ย! ปกติฉันขับแต่เกียร์ออโต้ไงแต่พี่แม็คบอกว่าต้องขับให้เป็ทั้งสองแบบเผื่อมีอะไรฉุกเฉิน
นอกจากจะสั่งให้หัดขับแล้วยังอุทิศตนมาเป็คนสอนด้วยกลัวฉันขับไม่ได้ดั่งใจมั้ง!
“น้องพี่บอกว่าไงเมื่อกี้พี่บอกว่าต้องเหยียบคลัทช์ให้สุดก่อนตอนจะเปลี่ยนเกียร์ใช่ไหม...ครับ”
เสียงเย็นมากคงอยากจะพูดห้วนๆ แต่ที่ยังลงท้ายด้วย ‘ครับ’ ก็คงเพราะสะกดกั้นอารมณ์อยู่
“...” ส่วนฉันก็เงียบสิ ฉันผิดจริง ไม่เถียงเลย
คือเมื่อกี้รถกระตุกแรงมากจากนั้นเครื่องยนต์ก็ดับเลยอ่ะ
“ต้องเหยียบคลัทช์ก่อนเหยียบให้สุดเลย ถ้าไม่ทำแบบนั้นรถก็จะกระตุกแล้วดับแบบนี้ไงครับ”
“...”
“สามรอบแล้วนะครับ”
“...”
ยังเงียบต่อแต่ช้อนตามองคนข้างๆ ช้าๆ กะว่าเขาต้องยอมสยบต่อสายตาวุ้งวิ้งปิ๊งปั๊งของฉันแน่ๆ!
...แต่มันไม่ได้ผล!
หน้าพี่แม็คคือตึงมาก!เขาสูดหายใจเข้าเต็มปอดแล้วค่อยๆ ผ่อนลมออกมา...
“ไม่เอาเนอะไม่อารมณ์เสียนะคะ”
บอกแล้วจิ้มนิ้วลงที่ต้นแขนใหญ่ที่ดูแข็งแรงนั่นเป็การอ้อน
พี่แม็คหันมามองหน้าเลยเจอกับการกระพริบตาปริบๆของฉันส่งไปอีกรอบ
คราวนี้คุณสามีถอนหายใจฉันเห็นแบบนั้นก็แอบยิ้มในใจ
“อีกรอบครับสตาร์ทรถแล้วลองใหม่”
“ค่าา”บอกอย่างร่าเริงที่ง้อเขาได้แล้วขยับตัวนั่ง บิดกุญแจสตาร์ทเครื่อง
แต่แล้วรถก็พุ่งไปข้างหน้าทันที!
“เห้ย!”
“กรี๊ดดด”ฉันกับพี่แม็คร้องออกมาด้วยความใ แต่แล้ววินาทีต่อมารถก็กระตุกแล้วดับอีกรอบ
ตายละหว่า!ลืมเปลี่ยนเกียร์ให้เป็เกียร์ว่างก่อนสตาร์ทรถ!
ฉันหันไปมองคนข้างๆทันทีที่ตั้งสติได้ พี่แม็คเอามือหน้าเขาไม่พูดอะไรแต่ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วเปิดประตูลงไปเลย
คือคงไม่โกรธหรอกน่าจะหงุดหงิดมากกว่า
คนตัวสูงลงไปยืนข้างรถท้าวสะเอวก้มหน้ามองพื้นจากนั้นก็เตะล้อรถหนึ่งทีแล้วเดินหันหลังไปทางห้องสำนักงาน
“พี่แม็ค!”
ฉันรีบเปิดกระจกและร้องเรียกเขาผลที่ได้คือพี่แม็คไม่สนใจเขาหันมามองแวบนึงแล้วเบือนหน้าไปทางเดิม
คือนึกออกไหมว่าฉันก็รู้ตัวว่าผิดแต่เขาก็ไม่น่าจะถึงขั้นเดินหนีอ่ะ
เรียกซ้ำก็ไม่สนใจจนฉันเริ่มโมโห!
โมโหแล้วก็ต้องระบาย!กระถางต้นไม้ใกล้ตาเป็เป้าหมายที่ต้องรับกรรมว่าแล้วก็จัดการเข้าเกียร์ให้ถูกต้องติดเครื่องรถแล้วพึ่งไปหากระถางเคราะห์ร้ายทันที
ลองดูสิ้!ฉันทำแบบนี้ยังจะกล้าเมินอยู่ไหม!
[ Mac’s talk ]
“คุณแม็คครับ!คุณน้องขับรถเหยียบกระถางต้นไม้ล้มระเนระนาดไปหมดแล้วคร้าบบ”
เสียงของพนักงานคนนึงร้องบอกตอนที่ผมกำลังเดินกลับห้องทำงาน
คนที่นี่เรียกส้มว่า‘คุณน้อง’ ก็เพราะผมเรียกส้มว่า ‘น้อง’ ตลอดมั้ง นานๆ ทีถึงจะเรียกส้มพนักงานเลยเรียกตามกันไปหมด
แล้วตอนนี้คุณน้องของทุกคนก็ทำเื่ให้ผมปวดหัวอีกแล้ว
ผมรีบเปลี่ยนทิศทางเดินตามคนที่มาแจ้งข่าวไปทันทีเพราะเป็ห่วงน้องถึงจะหงุดหงิดแค่ไหนยังไงก็ไม่ละเลยความปลอดภัยของน้องเด็ดขาด
รถกระบะเกียร์กระปุกที่ตกรุ่นไปสักพักแสดงให้เห็นร่องรอยการบุบที่กันชนหน้าส่วนกระถางต้นไม้รอบๆ ก็เรียกได้พังพินาศ
ผมมองไปยังคนขับรถคิดว่าน้องต้องขวัญเสียแต่ภาพที่เห็นคือส้มยืนทำหน้าสะใจเหมือนนางมารร้ายในละครหลังข่าว
แสดงว่านี่คือตั้งใจ?
จากตอนแรกที่เป็ห่วงกลายเป็ว่าตอนนี้ผมโกรธน้องมากจริงๆ ทำไมถึงคิดว่าผมจะเป็ห่วงบ้างวะ?
ั้แ่เดินมาถึงผมไม่ปริปากสักคำส้มเองก็ไม่ได้พูดมีแค่เสียงซุบซิบของพนักงานสองสามคนที่ยืนอยู่ระหว่างาเย็นของเราผมมองหน้าน้องแล้วหันหลังกลับเดินไปทางเดิมตามที่เดินมา
เห็นหางตาว่าคราวนี้น้องดูเหวอและหน้าเสียเดี๋ยวก็คงตามมาเองแหละ ยังไงผมก็ไม่ดุน้องต่อหน้าคนอื่นหรอก
เื่แบบนี้เคลียร์กันสองต่อสองโอเคกว่าเยอะเลย!
10 นาทีผ่านไป
น้องยังไม่ตามมา...
15 นาทีต่อมา
ผมเห็นร่างบางที่คุ้นตาเดินเฉียดประตูแล้วหลายรอบ
20 นาทีสุดท้ายก่อนผมจะหมดความอดทน
ในที่สุดส้มก็เปิดประตูเข้ามาแอบได้ยินพวกหน้าห้องพูดว่า
‘คุณน้องสู้ๆ’
เหอะ!มีกองเชียร์ส่วนตัวเลยว่างั้น?
ส้มยิ้มแหยตอบกลับไปแล้วปิดประตูพร้อมลงกลอนอย่างดีแถมปิดม่านกั้นแสงสะด้วย
อยากรู้เหมือนกันว่าเตรียมอะไรมาง้อแต่ผมต้องนิ่งไว้ก่อน น้องต้องโดนดุสะบ้าง ข้อหาทำอะไรไม่ยั้งคิด
ถ้าให้เดานะส้มคงกะจะเดินมานั่งตักผมแล้วอ้อนเหมือนที่ชอบทำแต่ผมไม่เปิดโอกาสเพราะขยับลุกจากเก้าอี้โต๊ะทำงานผมยืนขึ้นแล้วเดินไปยืนพิงสะโพกไว้ที่ขอบโต๊ะ
คนตัวเล็กยืนหน้าซีดสองมือกำประสานกันอยู่ด้านหน้า แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือเหลือบตามองผม
“เข้ามาทำไมครับเอกสารคุณวิชัยเสร็จแล้วหรอ”
ปกติไม่เคยสวมบทโหดแบบนี้หรอกนะแต่ครั้งนี้จะไม่ปล่อยผ่าน
“ยังไม่ทำเลยค่ะ”
“ก็ไปทำสิ”
“ส้มไม่ว่าง”
“ทำไมไม่ว่างพี่ก็เห็นยืนอยู่เฉยๆ”
“นี่ไม่ได้ยืนอยู่เฉยๆนะ นี่มาง้ออ่า” พูดจบแล้วแอบกำปลายนิ้วข้างนึงด้วยความประหม่าริมฝีปากบางได้รูปที่แต่งแต้มอย่างมีสีสันเม้มเข้าหากันแสดงความไม่มั่นใจ
“หรอ...?”
“อื้อ”ว่าแล้วพยักหน้ายอมรับเหมือนเวลาเด็กโดนดุก่อนจะพูดต่อ “ก็ส้มทำผิดนี่นา”
“เื่?”
“จงใจขับรถชนกระถางต้นไม้”
“ก็รู้ตัวนี่”
“รู้ตัวค่ะ”
“...”
“ถึงจะทำตัวไม่น่ารักแต่รักพี่แม็คนะคะ ...^^...”
ให้มันได้อย่างนี้สิ!น้องทำแบบนี้เล่นเอาผมเกือบหลุดยิ้มออกมาและด้วยความที่พยายามดึงหน้าไม่ให้ยิ้มเลยกลายเป็ว่าผมหน้านิ่งยิ่งกว่าเดิม
“...”
“ง่าโกรธมากเลยหรอคะ” ถามเมื่อเห็นว่าผมไม่เล่นด้วย
“มากครับ”
“ส้มขอโทษจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว” น้องบอกพร้อมกับสีหน้ารู้สึกผิด
ส้มเดินเข้ามาใกล้ผมยืนตรงหน้าแล้วเบียดตัวเองเข้ามาให้ยืนอยู่ในวงขาของผมสองแขนเล็กโอบรอบลำคอผมแล้วซบหน้าลงมาที่บ่าใช้แก้มนิ่มคลอเคลียไหล่หนาจนผมอดไม่ได้ที่จะโอบกอดเอวบ้างไว้หลวมๆ
แยกไม่ออกจริงๆว่านี่สำนึกจริงหรือใช้มารยา
“หายโกรธนะคะ...นะ...นะคะพี่แม็คสุดที่รักของส้ม”พูดจบปลายจมูกเชิดก็กดลงที่ผิวแก้มผมฟอดใหญ่ และพอผมยังไม่ตอบอะไรก็ย้ำลงมาอีกหลาย
เห้อออ...เกลียดการใจอ่อนของตัวเองว่ะ!
“รู้ไหมทำไมพี่ถึงโกรธ”
“เพราะส้มทำลายข้าวของ”
“นั่นไม่ใช่เื่ใหญ่พี่เป็ห่วงส้มมากแค่ไหนน้องไม่รู้เลยหรอ”
“...”
“ถ้ามีคนอยู่แถวนั้นจะทำยังไงถ้าเบรคไม่อยู่จะทำยังไงแล้วถ้ามันกลายเป็อุบัติเหตุใหญ่ถ้าส้มาเ็พี่จะทำยังไง...ทำไมไม่คิดบ้างว่าพี่เป็ห่วง ทำไมไม่สนใจความรู้สึกพี่บ้าง”
ผมพูดยาวเหยียดให้จบในครั้งเดียวแล้วสูดลมหายใจลึกคนที่อยู่ในอ้อมแขนดันตัวออก น้องมองหน้าผมดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ผมหลงใหลหม่นแสงลงด้วยความรู้สึกผิด
น้องพนมมือแล้วไหว้ลงที่อกผม...
“ขอโทษนะคะส้มรู้แล้วว่าไม่ควรทำแบบนี้อีก จะไม่ทำให้เป็ห่วงอีกแล้วพี่แม็คยกโทษให้ส้มได้ไหม”
พอเห็นแบบนี้แน่นอนว่าผมยกโทษให้อยู่แล้วไงผมจับสองมือที่พนมไหว้ขึ้นมาจูบ
มือน้องเล็กกว่ามือผมมากมือสองข้างนั่นถูกกุมเอาไว้ได้ด้วยมือใหญ่ข้างเดียว
“ถ้าน้องสัญญาว่าจะไม่ทำอีก”
“สัญญาค่ะ”
“งั้นพี่ยกโทษให้”
“ขอบคุณนะคะ”ว่าแล้วก็น้องยิ้ม รอยยิ้มแสนน่ารักนั่นทำให้ผมต้องยิ้มตาม
ผมขยับตัวขึ้นไปนั่งบนโต๊ะดันไหล่เล็กให้ห่างจากตัวเพื่อให้คุยกันได้ถนัด
“แล้วไหนที่เตรียมมาง้อถ้าได้แค่นี้คือสอบตกเลยนะ”
“จริงๆก็จะว่าจะจับปล้ำเลยค่ะ ง่ายดี”
“หื้ม...?”
“ส้มไม่ได้คิดเองนะ!แพรวแนะนำมา!”
อ่อ...แพรวกับคิม คู่ผัวเมียตัวแสบที่ไปขอคำปรึกษาทีไรต้องได้วิธีหื่นๆ กับมาทุกที
...แต่ผมก็ชอบนะ
“แล้วจะทำไหม”
“อยากลองเหมือนกันในห้องทำงานยังไม่เคยเลยนะคะ”
ผมเบิกตาขึ้นนิดนึงด้วยความใเดี๋ยวนี้เมียมีพัฒนาการว่ะ!
ผมไม่ตอบยิ้มเ้าเล่ห์ให้น้องแล้วเริ่มปลดกระดุมเสื้อ แต่ส้มก็หยุดมือผมเอาไว้น้องเลื่อนมือมาที่หัวเข็มขัด ปลดมันออกแล้วโยนลงพื้นจากนั้นกระดุมและซิปกางเกงผมก็เป็อิสระ
ร่างบางย่อตัวนั่งคุกเข่าลงกลางระหว่างขาแกร่งน้องจับขอบกางเกงผมแล้วดึงลงโดยที่ผมให้ความร่วมมือเป็อย่างดีเพราะรู้ว่าส้มจะทำอะไรและยิ่งมั่นใจเมื่อใบหน้าเล็กที่ผมหลงรักเลื่อนเข้ามาใกล้หน้าขา
ความรู้สึกตื่นเต้นทำให้‘อะไรๆ’ ที่อยู่ตรงหน้าน้องเริ่มแข็งเป็การตอบสนอง
ถ้านึกภาพไม่ออกลองนั่งท่ายืนเข่าหน้าโต๊ะทำงานดูสิแล้วจะรู้ว่าใบหน้าและปากจิ้มลิ้มของส้มอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกับอะไรของผม...
........................................................
แน่นอนว่าครึ่งหลังต้องเป็ NC ค่ะ
ส้มต้องง้อหนักนะบอกเลยยยยยย