ตอนที่ 18 ด่ากราด
แม่สวี่ฟังจบก็อดไม่ได้ที่จะมองค้อนสวี่ม่ายซุ่ย แล้วพูดอย่างโกรธเคืองว่า “แกไม่ต้องพูด เด็กสองคนนี้มีเื่ทีไร ฉันก็ไม่เคยเห็นแกดูดำดูดีเขาเลย… เด็กดี ไหนเล่าให้ยายฟังซิว่าเกิดอะไรขึ้น?”
หลินเซียวฟังจบก็หันไปมองสวีม่ายซุ่ยอย่างเกรงใจ “ยาย ที่แม่เล่ามาเป็เื่จริงครับ ผมได้รับาเ็โดยที่เขาไม่ตั้งใจ”
แม่สวี่ฟังจบถึงสงบลง หล่อนลูบหัวหลินเซียวด้วยใบหน้าเ็ปพลางพูด “เด็กดี ทำไมไม่ระวังเล่า เธอรอก่อนนะ เดี๋ยวยายจะไปฆ่าไก่มาบำรุงให้”
สวี่ม่ายซุ่งฟังจบก็รีบปฏิเสธ “แม่ อย่าถึงกับฆ่าไก่เพื่อพวกเขาเลยค่ะ ในบ้านนี้ก็มีอยู่สองตัว เก็บไว้เอาไข่เถอะ”
แม่สวี่ตอกกลับอย่างไม่สบอารมณ์ “ฆ่าแล้วเดี๋ยวฉันก็เลี้ยงใหม่ ไก่ฉันนี่เลี้ยงไว้ให้เด็กกิน หลานฉันหัวแตกแล้วยังไม่ได้กินไก่สักชิ้น แล้วนี่แกมาทำอะไร ข้าวของถูกนังแก่นั่นกวาดเอาไปหมดแล้วสิท่า แกพูดมาว่าทำไมแกถึงไม่ได้เื่ขนาดนี้ หล่อนอยากได้อะไรแกก็ให้หล่อนไป แกบอกฉันมาซิว่าทำไมคนอารมณ์ร้ายอย่างฉันถึงคลอดคนไม่มีอนาคตแบบแกออกมา”
เมื่อก่อนเวลาบ้านพวกเธอไม่มีข้าวกิน สวี่ม่ายซุ่ยก็จะพาเด็ก ๆ มารบกวนที่นี่ และทุกครั้งที่เธอมา แม่สวี่ก็อดไม่ได้ที่จะด่าเธอสักครั้ง
สวี่ม่ายซุ่ย “ครั้งนี้นอกจากมาขอข้าวแล้ว ยังอยากขอเมล็ดพันธ์ุผักจากแม่ด้วยน่ะค่ะ”
แม่สวี่ “เมล็ดพันธุ์ผัก… แกจะเอาเมล็ดพันธุ์ผักไปทำไม แกปลูกอะไรไม่เป็ด้วยซ้ำ”
สวี่ม่ายซุ่ย “ไม่ใช่ พอดีว่าที่บ้านมีที่ว่างอยู่พอดี ฉันเลยอยากจะปลูกผักที่สวนสักหน่อย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาออกไปซื้อ”
แม่สวี่ฟังคำพูดนี้จบก็รู้สึกว่ามีอย่างไม่ปกติ หล่อนถามสวี่ม่ายซุ่ยด้วยสีหน้าสงสัย “นี่แกเป็อะไร อยู่ ๆ ก็นิสัยเปลี่ยนไป?”
สวี่ม่ายซุ่ย “ไม่ใช่ว่าฉันโดนรังแกเป็ประจำเหรอคะ ฉันเลยอยากเรียนรู้ความร้ายกาจของแม่สักนิด ดูซิใครยังจะกล้ามารังแกฉันอีก”
แม่สวี่ฟังจบก็ผงกหัวอย่างเห็นดีเห็นงาม “ใช่ ต้องให้มันได้อย่างนี้สิ”
“ฉันที่เป็ลูกสาวของจางเชิ่งเฟิงจะถูกคนอื่นรังแกได้ยังไงคะ”
อาจเป็เพราะว่าจางเชิ่งเฟิงรู้สึกว่าตนเองนิสัยฉุนเฉียว ลูกก็ควรเป็เหมือนตน ดังนั้นจึงไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงของสวี่ม่ายซุ่ย
หลังแม่ลูกคุยกันเสร็จแล้ว แม่สวี่ก็เรียกให้สวี่ม่ายเฉิงมาฆ่าไก่ “เหล่าซาน เหล่าซาน แกไปฆ่าไก่ซะ”
สวี่ม่ายเฉิงเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาจากห้อง เขาจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยพลางพูด “แม่ แม่จะฆ่าไก่จริง ๆ เหรอ ไม่กลัวพี่สะใภ้ใหญ่จะมาสร้างปัญหาให้แม่เหรอ?”
แม่สวี่ตอบกลับด้วยท่าทางสงบนิ่ง “สร้างปัญหาอะไรกัน ไก่นี่ฆ่าแล้วก็ใช่ว่าหล่อนจะไม่กินสักหน่อย”
สวี่ม่ายเฉิง “ไม่ใช่พี่สะใภ้ใหญ่พูดว่าอยากเอาไก่กลับบ้านไปด้วยเหรอครับ?”
แม่สวี่ฟังจบก็ไม่มีความสุขแล้ว “ไก่ที่ฉันเลี้ยง ฉันอยากกินต้องได้กิน ถ้าหล่อนอยากจะเอาไปให้แม่ของหล่อน หล่อนก็ไปเลี้ยงเองสิ แกจะฆ่าไม่ฆ่า ถ้าแกไม่ฆ่า ฉันฆ่าเอง”
พูดจบหล่อนก็เดินไปที่เล้าไก่
แม่สวี่กับพี่สะใภ้ใหญ่ล้วนมีนิสัยฉุนเฉียว ทั้งคู่ทะเลาะกันเพราะเื่หยุมหยิมในบ้านไม่น้อย
สวี่ม่ายซุ่ยเห็นก็รีบดึงแม่สวี่พลางพูด “แม่ แม่ ในเมื่อพี่สะใภ้ใหญ่พูดแล้ว แม่ก็ไม่ต้องฆ่าแล้ว ถึงตอนที่พี่สะใภ้ใหญ่คิดว่าแม่รังแกเขา คนที่รองรับอารมณ์จะเป็พี่ใหญ่นะ”
แม่สวี่ “มันรับอารมณ์ไปก็สมน้ำหน้ามัน”
สวี่ม่ายซุ่ย “แม่อยากฆ่าไก่ก็ได้ รอพวกเราไปก่อนแล้วฆ่า ฉันไม่อยากฟังแม่กับพี่สะใภ้ใหญ่ตีกัน”
แม่สวี่มองสวี่ม่ายซุ่ยที่เป็แบบนั้นก็พึมพำอย่างเจ็บใจที่ไม่สามารถหลอมเหล็กให้กลายเป็เหล็กกล้าได้ “เมื่อกี้แกบอกว่าจะทำตามฉัน แกก็ดันถอย แกนี่ไม่มีประโยชน์สักนิด”
สวี่ม่ายซุ่ยเตือนแม่สวี่อย่างจนใจ “แม่ พี่สะใภ้ใหญ่เองก็ไม่ใช่คนนอก แม่อย่าตั้งแง่ใส่หล่อนนักเลยค่ะ”
แม่สวี่ฟังจบก็หน้าเขียว “ฉันไปตั้งแง่ใส่หล่อนตอนไหน เป็หล่อนที่พูดจาไม่รับแขกต่างหาก แกเคยเห็นสะใภ้บ้านไหนวัน ๆ เอาแต่วางแผนจะเอานู่นนี่ไปให้บ้านแม่ไหมล่ะ?”
สะใภ้ใหญ่สวี่มีฐานะบ้านยากจน มีพี่น้องเจ็ดคน พ่อก็ป่วย ทั้งบ้านล้วนพึ่งแม่ สะใภ้ใหญ่สวี่เองก็เป็พี่คนโต ดังนั้นหล่อนจึงช่วยเหลือทางบ้านเป็ประจำ
สวี่ม่ายซุ่ย “พี่สะใภ้ใหญ่ก็ไม่มีทางเลือกนี่”
แม่สวี่ฟังคำพูดนี้จบ ใบหน้าก็คลายความโกรธลงบ้าง แต่ก็ยังตอบอย่างโกรธ ๆ “ก็รู้อยู่ว่าหล่อนไม่มีทางเลือก แกเห็นแล้วนี่ว่าฉันเองก็ใช่จะไม่ยอมให้หล่อนเอาของกลับบ้านไป แกดูสิ ทุกครั้งที่หล่อนเอาของกลับบ้าน ถ้าไม่ใช่ว่าลักเอาขโมยเอา ก็วางท่าจะเอาอยู่นั่น ทำไม ฉันติดหนี้หล่อนรึไง?”
บางทีอาจเป็เพราะความหยิ่งในศักดิ์ศรีที่สร้างปัญหา ทุกครั้งที่พี่สะใภ้ใหญ่เอาของกลับบ้าน ถ้าหล่อนไม่ขโมยก็แหกปากะโว่าอันนี้หล่อนหามา อันนี้หล่อนเลี้ยงมา หล่อนเอาไปโดยที่ไม่ละอายแก่ใจเลย
เื่นี้ทำให้แม่สวี่โกรธมากทุกครั้ง ทำอย่างกับว่าบ้านพวกหล่อนขี้เหนียว ถ้าไม่รู้คงนึกว่าหล่อนรังแกลูกสะใภ้ ทำให้แม่สวี่ไม่ชอบหล่อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งยังขัดคอกับหล่อนไม่น้อย
สวี่ม่ายซุ่ย “พี่สะใภ้ใหญ่ก็อารมณ์ร้ายแบบนั้นแหละ แม่ยอมให้เขาหน่อย ไม่ต้องใส่ใจก็ได้”
แม่สวี่ฟังจบก็มองค้อนเธอไปหนึ่งที “แกคิดว่าฉันอยากยุ่งเหรอ ฉันนี่ทนแทบไม่ไหวแล้วที่จะแยกบ้านกับพี่ใหญ่ของแก แต่แกก็รู้ว่าพี่แกมันหัวดื้อ ยังไงก็ไม่แยก”
ลูกชายคนโตของบ้านสวี่ ั้แ่เล็กก็ได้รับการสอนมาว่าให้รักษาผลประโยชน์ของทุกคน เขาคือเสาหลักของบ้าน มีเขาอยู่บ้านต้องไม่แตก
สวี่ม่ายซุ่ยยักไหล่ “พี่ใหญ่ไม่แยกฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง”
แม่สวี่ “ไม่แยกก็ไม่แยกสิ! ถ้าพวกพี่ใหญ่แกหาเงินได้ เราก็จะอยู่ด้วยกันง่ายขึ้น วันนี้ฆ่าไก่ไปตัวหนึ่ง ที่เหลือก็ให้พี่สะใภ้ใหญ่พวกแกเอากลับไปบำรุงพ่อหล่อน”
สวี่ม่ายซุ่ยฟังจบก็ยิ้ม พูดอย่างออดอ้อนว่า “แม่ ฉันรู้อยู่แล้วว่าแม่ดีที่สุด แต่ฆ่าไก่สองตัวก็ไม่มีไก่เหลือแล้ว แม่ไม่กินไข่เหรอ?”
แม่สวี่ “เดี๋ยวฉันจะเอาไปเปลี่ยนที่บ้านยายแกสักตัว พอแล้วเื่นี้แกไม่ต้องยุ่งแล้ว เหล่าซาน รีบเอาไก่ไปฆ่าสิ”
สวี่ม่ายเฉิงฟังจบก็ไปจับไก่จากเล้ามาฆ่า หลินเซียวกับหลินฟานเห็นก็รีบตามไปมุง
ในที่สุดลานบ้านนี้ก็เหลือเพียงสวี่ม่ายซุ่ยกับแม่สวี่อยู่สองคน แม่สวี่แตะสวี่ม่ายซุ่ย ส่งสายตาให้เธอ แล้วคนทั้งสองค่อย ๆ ตามกันเข้าห้อง
พอเข้าห้องแล้วแม่สวี่ก็ปิดประตู สวี่ม่ายซุ่ยเห็นท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ ของแม่สวี่ก็อดไม่ได้ที่จะหยอกเย้า “นี่แม่ทำอะไร ทำอย่างกับติดต่อภารกิจลับยังไงยังงั้น?”
สวี่ม่ายซุ่ยพ่นคำนั้นออกมา แม่สวี่ก็หน้าเปลี่ยนสีทันที หล่อนถลึงตาพลางตำหนิ “หัวแกถูกลากระทืบไปแล้วรึไงถึงได้พูดไปเรื่อย”
เนื่องจากการปฏิวัติในชาติก่อนไม่ได้ตรวจตรากันหนักมาก สวี่ม่ายซุ่ยเลยชินกับมันอย่างไม่รู้ตัว บางครั้งจึงพูดออกมาโดยที่ไม่ดูสถานการณ์
“ฉันลืมไปน่ะ แม่มีอะไรเหรอ?”
แม่สวี่ “อาศัยตอนที่พี่สะใภ้ใหญ่แกยังไม่กลับมานี่ล่ะ แกอยากได้ของอะไร ฉันให้แกไปเอาเลย”
สวี่ม่ายซุ่ย “ที่ฉันมาหาครั้งนี้เพราะจะเอาเมล็ดพันธุ์ผัก แล้วก็หยิบยืมอาหาร แม่ให้ฉันลับหลังพี่สะใภ้ใหญ่ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร รอเจี้ยนเยี่ยเงินเดือนออกเมื่อไหร่ฉันจะเอามาคืนพวกแม่”
แม่สวี่ฟังจบก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ “งั้นก็ช่างมัน พี่สะใภ้ใหญ่แกเห็นแกเอาของไปต้องทนไม่ไหวที่จะกลับไปวางแผนกับบ้านแม่หล่อนแน่ เอาข้าวสารกับแป้งหน่อยไหม?”
สวี่ม่ายซุ่ย “อืม… มีน้ำมันไหมคะ? ขอน้ำมันให้ฉันหน่อย”
แม่สวี่ “มี เดี๋ยวฉันห่อให้แก ครั้งนี้แกซ่อนให้ดีล่ะ อย่ายอมให้ยายแก่นั่นมาเอาของแกไป”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
บ้านแม่ก็บันเทิงเหมือนกันแฮะ ทุกวันเหมือนอยู่ในาย่อม ๆ ภาวนาว่าอย่าให้แม่สามีกับลูกสะใภ้ตีกัน
ชิวเฟิง