เฉียวซงเดินอยู่ข้างหน้า ถือกิ่งไม้ที่หนาและยาวไว้ในมือ คอยตีไปรอบๆ และตีหญ้าต่างๆที่สูงเกินกว่าพวกเฉียวซี
เส้นทางขึ้นเขาเป็เส้นทางที่ถูกคนเดินเหยียบไปเหยียบมาจนกลายเป็ถนนในแถบที่ปลอดภัย ของที่สามารถเก็บได้ข้างทางต่างถูกชาวบ้านเก็บไปแล้วส่วนที่ยังเหลือล้วนเป็ต้นเล็กๆ ที่ยังไม่โตเต็มที่
เหตุนี้ พวกเฉียวซีจึงเลือกที่จะไม่เดินบนเส้นทางที่ไม่เคยมีผู้อื่นเดินมาก่อนในตอนแรกเฉียวซงคัดค้านหัวชนฝา การบุกเบิกเส้นทางใหม่ สิ่งอันตรายอาจเพิ่มขึ้นมากแต่เฉียวซียังคงยืนกรานการไปสถานที่ที่ไม่มีใครเคยไปเท่านั้นจึงจะได้รับผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง
ทั้งสองยืนหยัดในความคิดของตนเองสุดท้ายเฉียวซงผู้เป็พี่ชายใหญ่ก็พ่ายแพ้ไป กลายเป็ผู้ยอมประนีประนอมเดิมทีเฉียวซี้าเดินนำหน้า แต่พอคิดดูคำพูดที่กำลังจะเอ่ยออกมาจากปากก็ถูกกลืนกลับเข้าไป และปล่อยให้พี่ชายเดินนำหน้า
“พี่ใหญ่ น้องสาม ทุกคนดูให้ดีนะ นี่คือเชียไจ่เช่า (ผักกาดน้ำ) ใบกลมๆ ขึ้นคลุมดินมีสรรพคุณดับพิษร้อน ทำให้ตาสว่าง ขับเสมหะและอื่นๆ อีกมากมายนี่เป็สมุนไพรที่พบได้ง่ายมาก” การอยู่ในจุดที่ห่างไกลก็มีข้อดีในตัวของมันก่อนหน้านี้บนเส้นทางขึ้นเขานางเคยพบสมุนไพรที่เห็นได้ทั่วไปหลายชนิดที่มีสรรพคุณแก้ไข้ไอ ปวดท้อง แต่ว่ามีจำนวนน้อยมากเพียงไม่กี่ต้นเท่านั้นจึงไม่หยุดฝีเท้าแล้วเดินเข้าูเาต่อไป
จนกระทั่งนางเห็นว่าที่นี่มีเชียไจ่เช่าขึ้นกันเป็ทุ่งใหญ่จึงชี้ไปที่เชียไจ่เช่าเ่าั้และสอนพี่ชายกับน้องชาย
“น้องรอง นี่คือสมุนไพรหรือ” เฉียวซงมองสิ่งที่น้องสาวกำลังชี้อยู่ตรงหน้ารู้สึกไม่กล้าเชื่อถือเล็กน้อยสำหรับเขาแล้วมันไม่ค่อยแตกต่างกับวัชพืชสักเท่าไรนัก
“เ้าค่ะ มีสรรพคุณดับพิษร้อน ทำให้ตาสว่าง ขับเสมหะ”นางจะไม่รู้ว่ามันเป็ยาหรือไม่ได้อย่างไร เมื่อก่อนแท้จริงแล้วมันธรรมดามากในสายตาของนางไม่ต่างอะไรจากวัชพืชเลย ยามนี้ที่นี่แท้จริงแล้วมันก็ยังดูธรรมดาแต่มันสามารถเปลี่ยนเป็เงินได้ เช่นนั้นจึงสุดยอดเป็ที่สุด
แต่ช่วยไม่ได้ ที่นี่คนที่รู้จักสมุนไพรมีน้อยมากนอกเสียจากผู้ที่มีความรู้ด้านหยูกยาอยู่บ้าง มิฉะนั้นยาที่มีค่าในสายตาของพวกเขาอาจจะถูกทิ้งเหมือนวัชพืช“พี่ใหญ่ ยามท่านขุดอย่าทำให้มันเสียหายล่ะ ข้าจะไปดูทางโน้นสักหน่อย”ชี้ไปทางด้านหนึ่ง สถานที่นั้นอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เพียงเงยหน้าขึ้นมาก็สามารถมองเห็นได้ทันที
เฉียวซงมองไปยังสถานที่ที่เฉียวซีชี้ไป มันอยู่ไม่ไกลจากที่ที่พวกเขาอยู่มากนักถือว่าอยู่ในระยะการมองเห็นของเขา จึงพยักหน้าให้นาง
เมื่อเฉียวซีได้รับความยินยอมจากพี่ชายคนโตของนางแล้วจึงเดินไปข้างหน้าอย่างมีความสุข สำรวจรอบๆ อย่างละเอียดแล้วพบว่ามีต้นอึ่งงิ้มอยู่เต็มไปหมด วางตะกร้าที่แบกไว้ข้างหลังลง แล้วนั่งยองๆ ลงบนพื้นเพื่อขุดมันขึ้นมา
เมื่อได้ขุดสมุนไพร ทั้งร่างกายและจิตใจของเฉียวซีก็ทุ่มเทให้กับมันแล้วนางก็ออกห่างจากพวกเฉียวซงไปไกลขึ้นทีละนิด ๆ
ใครใช้ให้นางหาสมุนไพรมากมายถึงเพียงนั้นเล่าเมื่อนางเงยหน้าขึ้นเพื่อดูว่าทางด้านพี่ชายเป็อย่างไรแล้วบ้างนางก็พบว่านางได้ไปอยู่ที่จุดอื่นเรียบร้อยแล้ว
แย่แล้ว ออกมาจากตรงนั้นั้แ่เมื่อไรกัน เป็ไปได้ไหมว่าค่อยๆ ห่างออกมาตอนที่ขุดหาสมุนไพร
ไม่ได้ นางต้องรีบกลับไปพี่ชายกับน้องชายหากพี่ใหญ่ไม่เห็นนางจะต้องร้อนรนเป็แน่ กว่านางจะทำให้พี่ชายใหญ่ยอมอ่อนข้อให้นางขึ้นเขาได้นั้นไม่ใช่เื่ง่ายเลยนางไม่้าทำลายโอกาสที่ยากจะคว้ามาได้ในครั้งนี้
มองหาเส้นทางที่เดินผ่านมาแล้วเฉียวซีก็เริ่มเดินกลับไปหลังจากเดินไปสักพักในที่สุดนางก็พบพวกพี่ชายของนางแต่โชคดีที่พวกเขาไม่รู้ตัวว่านางหายไปได้สักพักแล้ว
“พี่ใหญ่ พักผ่อนสักครู่เถอะ”นำอาหารที่เตรียมไว้สำหรับห่อออกมาข้างนอกในตอนเช้าออกมา แล้วส่งให้ทีละคน
“น้องรอง พวกข้าขุดที่นี่ไปพอสมควรแล้ว อยากจะเปลี่ยนไปที่อื่นไหม”ที่เหลือล้วนเป็ต้นที่ค่อนข้างเล็ก น้องรองกล่าวว่าไม่สามารถเก็บพวกมันไปทั้งหมดได้ จำเป็ต้องเหลือไว้บางส่วนปีหน้าถึงจะมาเก็บใหม่ได้
“เ้าค่ะ พักให้พอก่อนแล้วค่อยออกเดินทางก็แล้วกัน”
“ได้” กัดขนมแป้งทอดในมือคำใหญ่ แล้วค่อยๆ เคี้ยว
หลังจากที่สามพี่น้องกินและดื่มจนอิ่มแล้วพวกเขาก็เปลี่ยนสถานที่เพื่อหาสมุนไพรต่อไป
เฉียวซงยังคงเดินนำหน้าเหมือนกับตอนขึ้นเขา เฉียวซีและเฉียวไป่อยู่ข้างหลัง
เฉียวซงตีหญ้ารอบๆ เขาไม่รู้ว่าเขาตีไปโดนอะไรเข้ามีสิ่งหนึ่งพุ่งเข้าใส่เฉียวซี เมื่อเธอสังเกตเห็นมันก็สายเกินไปเสียแล้วสิ่งนั้นได้เข้ามาอยู่ตรงหน้าของนาง และมันก็โดนเข้าที่หน้าผากของนางแล้วทิ้งน้ำสีแดงเอาไว้เล็กน้อย
“น้องรอง เป็อย่างไรบ้าง” เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีผู้ใดตั้งตัวได้ทันเฉียวซงถามขึ้นอย่างร้อนรน
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ” ใช้มือเช็ดที่หน้าผากเพื่อเช็ดสิ่งเหนียวๆที่เหลืออยู่บนหน้าผากออกจากนั้นจึงคุกเข่าลงและมองไปที่สิ่งที่พุ่งเข้ามาทำร้ายนาง จ้องมองอย่างละเอียดแล้วดวงตาก็แสดงถึงความประหลาดใจ
ซัวจา[1]!
ซัวจาจริงๆ ด้วย!
เงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ แล้วพวกเขาจึงเห็นว่ารอบข้างพวกเขามีต้นซัวจาอยู่หลายต้น้ามีผลเล็กๆ สีแดงสดอยู่มากมาย
วิ่งไปใต้ต้นซัวจาแล้วชี้ไปที่ผลบนต้นอย่างตื่นเต้นพร้อมเอ่ยขึ้น “พี่ใหญ่ซัวจา”
เฉียวซงคิดว่าสิ่งใดทำให้น้องสาวต้องตื่นเต้นมากถึงเพียงนั้นเมื่อได้เห็นผลไม้รสเปรี้ยวที่น้องสาวชี้อยู่เขาก็พลันขมวดคิ้ว “น้องรองนี่เป็ผลไม้รสเปรี้ยว เปรี้ยวเกินไปไม่อร่อย”ผลไม้รสเปรี้ยวเช่นนี้ตอนเด็กเขาเคยลองชิมมาก่อน รสชาติทั้งเปรี้ยวทั้งฝาดไม่อร่อยเลยแม้แต่นิดเดียว
ตอนนี้แม้แต่เด็กๆ ในหมู่บ้านก็ไม่เก็บมากิน
“ใครว่าเล่า นั่นเพราะกินไม่ถูกวิธี”ซัวจามีสรรพคุณช่วยย่อยและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกระเพาะอาหารมันจะไม่อร่อยได้อย่างไร มีวิธีปรุงตั้งมากมาย
“เหตุใดจึงไม่ถูกอีกแล้วเล่า เพราะในหัวของเ้ามีความคิดต่างๆอยู่เยอะมากสินะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว พวกมันยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย หากไม่เจริญอาหารให้กินของที่ทำมาจากผลไม้รสเปรี้ยวจะช่วยเื่การเจริญอาหาร”นี่เป็เพียงหนึ่งในสรรพคุณของมัน มันยังสามารถทำเป็ของว่างได้อีกด้วยให้เด็กกินจะช่วยเพิ่มความอยากอาหารของเด็กได้อีกมาก
“น้องรอง ตอนนี้เ้าจะตัดสินใจอย่างไรจะไปเก็บสมุนไพรต่อหรือ้าเก็บผลไม้รสเปรี้ยวนี้” เฉียวซงจนปัญญาแล้ว ดูท่าทางน้องรองอาจจะไม่อยากปล่อยไปทั้งสองทางกระมัง
“เก็บทั้งหมดเ้าค่ะ ข้ารู้จักสมุนไพรมากกว่าประเดี๋ยวข้าไปเก็บเองก็ได้ผลไม้รสเปรี้ยวนี้รบกวนพี่ใหญ่กับน้องสามเก็บก็แล้วกันนะเ้าคะ”เฉียวซีมอบหมายงานอย่างมีความสุข หากนางได้พบเข้าก็ไม่มีเหตุผลที่นางจะปล่อยมันไป
“ตกลง เ้าอย่าไปไกลนะ”
“รู้แล้ว ไม่เดินไปมั่วซั่วแน่นอน จะดูว่ามีสมุนไพรอื่นๆ ขึ้นอยู่ใกล้ๆหรือไม่” เฉียวซีกล่าวรับประกัน สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ใส่สมุนไพรของตนเองลงในตะกร้าแบกหลังของพี่ใหญ่แล้วทิ้งตะกร้าของตนไว้กับพวกเขา เพื่อให้พวกเขาใช้ใส่ซัวจา
เฉียวซงและน้องสามมองตากัน ได้ ใครให้นางเป็คนหาเงินเก่งกันเล่าพวกเขาจึงทำได้แค่ฟังและทำตามนางเท่านั้น
พวกเขาสองคนเริ่มงานเก็บซัวจา และในไม่ช้าตะกร้าแบกหลังของเขาก็เต็มไปด้วยผลซัวจา
ทางด้านเฉียวซีนางก็ได้พบกับสิ่งใหม่เข้าไม่เพียงแต่เก็บสมุนไพรที่ค่อนข้างหายากได้จำนวนหนึ่งนางยังเก็บเห็ดและเห็ดหูหนูได้อีกด้วย เฉียวซีหาของป่าอยู่เพียงที่ใกล้ๆเพราะไม่สามารถออกไปไกลได้ เมื่อเก็บของได้เต็มไม้เต็มมือนางก็กลับไปหาพวกเฉียวซงแล้วพวกเขาสามพี่น้องก็แบกตะกร้า 2 ใบลงเขาไป
[1]ซัวจา(山楂) ผลไม้ชนิดหนึ่ง มีรสเปรี้ยวภาษาจีนกลางเรียกว่า ซานจา