เฉินฟางเหนียงยังคงขยับตัวไม่ได้ ได้แต่นอนมองชายหนุ่มที่กำลังฉีกชายผ้ามาห้ามเืที่ต้นแขน หลังจากวางเธอลงบนหินก้อนใหญ่ ใกล้กับชะง่อนผา คืนนี้หากฝนไม่ตกลงมา ก็คงจะพอกันน้ำค้างได้อยู่
อาศัยแสงจันทร์ในคืนเดือนหงาย ก็พอจะเห็นเค้าหน้าที่มีความหล่อเหลาเอาการ น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ อย่างมากก็ไม่น่าเกินสามสิบ ดวงตาเรียว รับกับจมูกโด่งเป็สัน กับริมฝีปากบาง ที่แม้จะขมวดคิ้วอยู่ แต่ก็ดูดีจนแทบจะละสายตาไม่ได้เลยทีเดียว
‘นี่มันใช่เวลามาบ้าผู้ชายมั้ย’
หญิงสาวไล่ความคิดฟุ้งซ่านในหัวออกไป ตอนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองจะยังคงอยู่ในฉากแกล้งกันของรายการล้อกันเล่นอีกหรือเปล่า เพราะคงไม่มีกองถ่ายไหนที่จะย้ายกองกันได้รวดเร็วขนาดนี้
ถึงแม้เธอจะเป็แค่พนักงานบัญชีที่ไม่ได้คร่ำหวอดในวงการบันเทิง แต่ด้วยความที่ต้องดูซี่รี่ส์ย้อนยุคกำลังภายในเป็เพื่อนพ่อแม่อยู่เป็ประจำ ทั้งเบื้องหน้า และเื้ั ไม่มีซีนไหนที่จะถ่ายทำกันยาวนานและย้ายโลเคชั่นไกลขนาดนี้ในซีนเดียวกันแน่นอน
เธอเริ่มนึกย้อนถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ มันเกิดอะไรขึ้น ที่เธอจำได้คือต้องลงจากรถเมล์กระทันหันหลังจากเสี่ยวชิง ผู้ช่วยของเธอสารภาพว่ายังไม่ได้ส่งบัญชีเข้าระบบ หรือว่าเธอจะถูกรถชน
ไม่ใช่สิ เธอยังจำความเกร็งของข้อเท้าตอนกำลังวิ่งฝ่าฝนไปที่บริษัทได้ หรือลิฟท์จะค้าง ไม่ใช่สิ เธอยังไปไม่ถึงบริษัทเลย ใช่แล้ว เธอกำลังข้ามถนน แล้วก็มีแสงสว่างวาบและเสียงฟ้าผ่าลงมา ใช่ ๆ เธอคงสลบไป และฝันยาว
แต่...แผลที่นิ้วจากปลายดาบนี้ ดาบของจริงด้วย กลิ่นเืก็ของจริง นี่ไม่ใช่ฝันแน่นอน ความคิดไร้สาระบางอย่างผุดขึ้นในสมอง
‘ไม่หรอกน่า’
บางทีอาจจะมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ทำให้สามารถถ่ายทำฉากได้อย่างต่อเนื่อง รายการนี้คงใช้นักแสดงที่สมบทบาท และเอฟเฟคต่าง ๆ ที่สมจริง
“อ้าก...”
เล่นไม่เลิกจริงนะพ่อคนนี้
“กะจะคว้ารางวัลออสการ์รึไง”
เฉินฟางเหนียงเผลอคิดออกมาเสียงดัง
‘ฉันพูดได้แล้ว!’
เธอเริ่มขยับมือและเท้า พลางประคองตัวลุกขึ้น แต่ยังไม่ทันได้ยืนดี ๆ ร่างสูงนั้นก็ะโทีเดียวมายืนตรงหน้า พร้อมยื่นดาบจ่อที่คอหอยของเธอ
“เ้า..เป็...”
พูดได้เท่านั้นเขาก็ล้มลงหมดสติไป เฉินฟางเหนียงไม่รอช้ารีบวิ่งหนีออกมา แต่ไปได้เพียงไม่กี่ก้าวรองเท้าส้นเข็มก็ไปขัดกับเถาวัลย์จนล้มคะมำลงไป
แม้จะไม่ได้มีวรยุทธ์สูงส่ง แต่หูที่เผอิญแนบพื้นอยู่ตอนนี้ก็ััได้ถึงแรงสั่นะเื เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังใกล้เข้ามา
เธอนึกไปถึงภาพเขาที่ก้มลงเอาหูแนบพื้นตอนอยู่บนหน้าผา แบบนี้สินะ เขาถึงได้พาเธอะโขึ้นต้นไม้ได้ทัน
‘หรือจะเป็พวกแก๊งค์ชุดดำอีก’
เอายังไงดี จะรอให้คนพวกนั้นเข้ามาแล้วโวยวาย ขู่ฟ้องให้หยุดการถ่ายทำดีมั้ย แต่สัญชาตญาณบางอย่าง กลับสั่งให้เธอรีบกะโผลกกะเผลกไปลากร่างสูงบนก้อนหินนั้นลงไปใต้ชะง่อนหิน แล้วรีบซุกตัวเข้าไปใต้ซอกแคบ
เบียดชายหนุ่มที่ยังสลบไสลไร้สติ ซึ่งในยามนี้เธอหวังจะให้เขาฟื้นขึ้นมาเหลือเกิน อย่างน้อยคงจะพาเธอะโหนีออกไปได้อีก ไม่รู้ว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น คิดไปพลางก็ถอดรองเท้าส้นเข็มขึ้นมาถือไว้มั่นไปพลาง ราวกับเป็อาวุธคู่ใจ
“เจออะไรมั้ย!”
เสียงจากอีกฝั่งร้องถาม ซึ่งคนที่อยู่ใกล้ ๆ กับก้อนหินใหญ่นั้นะโกลับไป
“ตรงนี้มีร่องรอย”
ชายชุดดำพากันสำรวจบริเวณที่เฉินฟางเหนียงเพิ่งจะล้มเพราะรองเท้าขัดกับเถาวัลย์ก่อนหน้านี้
“ฮือ..น้ำ..”
หญิงสาวรีบเอามือปิดปากชายหนุ่มที่กำลังจะฟื้น เมื่อรู้สึกตัวเขาก็คว้าก้อนหินใกล้มือแล้วขว้างออกไปทางทิศตะวันตก ซึ่งทำให้คนกลุ่มนั้นพากันวิ่งตามเสียงนั้นออกไป
รออยู่พักใหญ่ จนไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก หญิงสาวก็แทรกตัวออกจากซอกแคบนั้นขึ้นมาดูลาดเลา เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วก็พยุงคนเจ็บขึ้นมาที่ลานกว้าง แล้วล้วงลงไปที่กระเป๋าสะพายใบใหญ่ค้นเอาน้ำขวดขึ้นมาป้อนชายหนุ่ม ที่หลังจากใช้แรงทั้งหมดในการปีนขึ้นมาจากซอกแคบแล้วก็แทบสิ้นสติ นั่งพิงทิ้งน้ำหนักทั้งหมดมาที่เธอ
“นั่งดี ๆ ก่อนได้มั้ย มันหนักนะ”
เธอใช้แรงทั้งหมดผลักเขานอนลงไป
“อ๊า...”
ซึ่งทำให้ลูกธนูที่ยังคงปักอยู่ที่หลัง กดแผลให้ลึกลงไปอีก
“ว้าย ขอโทษ”
หญิงสาวใช้สองมือพลิกตัวเขาให้นอนคว่ำ ยิ่งเห็นแผลนี้ใกล้ ๆ ก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ายังจะเป็เอฟเฟคอะไรอยู่หรือเปล่า เธอจึงพยายามดึงลูกธนูขึ้น
“อ๊า”
ชายหนุ่มร้องออกมาด้วยความเ็ป
“ทนหน่อยสิ ตัวตั้งใหญ่ ถ้างั้นก็เจ็บซะทีเดียวเลยแล้วกัน”
พูดจบก็กระชากเศษผ้าจากแขนเสื้อของเขา ม้วนเป็ก้อนจับยัดเข้าไปที่ปาก จากนั้นก็ใช้สองมือจับมั่นที่ธนูทั้งสองดอก แล้วออกแรงทั้งหมดดึงขึ้นมาพร้อมกันทีเดียว เืไหลพุ่งออกมา กลิ่นคาวเืคละคลุ้ง
“อื๊ออออ”
เขาะโลอดผ้าออกมาด้วยความเจ็บ ถ้าไม่อุดปากไว้ เสียงนี้คงเรียกคนพวกนั้นกลับมาจัดการพวกเธอเป็แน่
‘ไม่น่าใช่เอฟเฟคแล้วล่ะ’
คนพวกนั้นเป็ใครกัน ไม่น่าใช่คนจากกองถ่าย แล้วเขาเป็ใคร ทำไมถึงถูกตามล่า แล้วทำไมเขาถึงต้องหิ้วเธอมาด้วย คิดไปพลาง ก็ฉีกเศษผ้าไปพลางเพื่อห้ามเืทั้งสองจุด แต่ติดเกราะหนา เืจึงยังคงไหลไม่หยุด เธอพลิกตัวเขาอีกรอบเพื่อหาวิธีถอดชุดเกราะ จนเจอเชือกที่ข้างเอว นิ้วเรียวเล็กรีบกระตุกเงื่อนออกอย่างไว แล้วถอดเกราะออกจนหมด เหลือเพียงเสื้อผ้าไหมโบราณดูราคาแพงตัวใน
‘จะแพงแค่ไหน แต่มันก็เลอะเืไปหมดแล้วล่ะ’
เฉินฟางเหนียงคิดพลางหยิบกรรไกรออกจากกระเป๋าสะพายใบใหญ่ ที่เสี่ยวชิงผู้ช่วยของเธอชอบเรียกว่ากระเป๋าโดเรม่อน ด้วยความเป็ผู้ที่ชื่นชอบความสมบูรณ์แบบ ชอบให้อะไร ๆ อยู่เป็ที่เป็ทาง ตามแบบอย่างที่มันควรจะเป็ จึงมักจะมีสิ่งของหลายอย่างพร้อมอยู่เสมอในกระเป๋าสะพายใบนี้
มือเรียวจับกรรไกรตัดเสื้อผ้าไหมราคาแพงออกอย่างรวดเร็ว ขณะกำลังจะถอดเสื้อนั้นออก มือของชายหนุ่มก็จับข้อมือเธอห้ามไว้
“เ้าเป็หญิง”
“โอ๊ย เืจะไหลหมดตัวอยู่แล้ว ยังจะมาหัวโบราณอยู่อีก”
หญิงสาวปัดมือของเขาออกแล้วจัดการถอดเสื้อเขา ใช้สองมือพลิกตัวเขาคว่ำลง แล้วใช้เศษผ้าห้ามเืทั้งสองจุด หญิงสาวอยู่ในท่าคุกเข่า สองมือห้ามเืทั้งสองจุดไม่ปล่อย จนเมื่อยขบ แต่ก็ไม่กล้าจะขยับตัว
จนเมื่อเืเริ่มหยุดไหลแล้ว เธอจึงใช้กรรไกรตัดผ้าไหมราคาแพงออกเป็เส้นยาว แล้วนำมามัดข้ามไหล่เขา ไขว้กันจนปิดรอยแผลทั้งสองไว้ได้ แต่ยังมีแผลที่ต้นแขนขวา กับต้นขาซ้ายนั้นอีก คนย้ำคิดย้ำทำอย่างเธอเมื่อได้เริ่มทำอะไรสักอย่างแล้ว จะให้ค้างคา ไม่สมบูรณ์แบบก็อย่ามาเรียกเธอว่าเฉินฟางเหนียง
ชายหนุ่มมองใบหน้าเรียว และคิ้วขมวดมุ่นของหญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นพันแผลให้ที่ต้นแขน ปากเรียวอวบอิ่ม ที่เผยอขึ้นขณะกำลังลุ้นว่าผ้าจะยาวพอไหม และกลิ่นกายหอมเย็นที่โชยมาจากตัวนาง กระตุ้นเืในกายชายให้วิ่งพล่าน จนต้องเบือนหน้าหนีจากหญิงประหลาดผู้นี้
‘นางเป็ใครกัน พลังยุทธช่างรุ่นแรงร้ายกาจยิ่งนัก ล้มคนนับสิบได้ในคราเดียว’