เทพมารลิขิตฟ้า

    ตอนที่ 35 - ของวิเศษ

    ปังง!!        


    เสียงเปิดกระตูดังขึ้นอย่างรุนแรง เงาร่างบุรุษหนุ่มเยาว์วัยปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงอันคุ้นเคย “ท่านแม่ พี่ใหญ่ ข้ากลับมาแล้ว” เบื้องหน้าของมันมี จิ๋นเม่ยหลง กับ เหวินฉี นั่งอยู่ตรงกลางห้องโถง


    เหวินฉี ลุกขึ้นอย่างเร็ว นางวิ่งเข้าไปสวมกอดลูกชายสุดที่รักของนางทันที “ซิ่นลี่ลูกแม่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้างในหลายวันมานี้ เจ้าได้กินอิ่มนอนหลับหรือป่าว” น้ำเสียงของนางฟังดูแล้วอบอุ่นและอ่อนโยนยิ่ง


    เมื่อ จิ๋นเม่ยหลง มองสองแม่ลูก อกข้างซ้ายของตนก็บังเกิดอาการเจ็บแปล๊บขึ้นมา มันก้มศรีษะลง “แม่? ความรู้สึกของการเป็นห่วงเป็นใย ทำไมความรู้สึกแบบนี้ข้าถึงไม่มีแบบคนอื่นเขา แม่ข้าล่ะอยู่แห่งใด? ตลอดหลายปีมานี้ท่านได้ออกตามหาข้าบ้างหรือป่าว? ท่านลืมข้าแล้วหรือยัง? หรือจริงๆแล้วท่านเองก็คิดจะทอดทิ้งข้าอยู่แล้ว?” ความรู้สึกอึดอัดคับอกอย่างบอกไม่ถูกตอนนี้มันอยู่ในตัวของ จิ๋นเม่ยหลง


    “ท่านแม่ พี่ใหญ่ก็อยู่ด้วยนะ” เสียงของ ซิ่นลี่ คล้ายค้อนสวรรค์ทุบเตือนสตินาง นางเร่งดันร่างของตนเองออกจาก ซิ่นลี่ แก้มทั้งสองข้างของนางเปลี่ยนเป็นสีลูกพีชทันที


    “แม่กำลังจะไปทำอาหารอยู่พอดี ลูกกลับมาก็ดีแล้วเราจะได้ทานพร้อมหน้ากัน” เหวินฉี เดินตรงดิ่งเข้าห้องครัวพร้อมกับท่าทีเหนียมอาย ซิ่นลี่ มองดูแม่ของตนเดินห่างออกไป จากนั้นมันก็รีบเดินมาหาจิ๋นเม่ยหลง อย่างรวดเร็ว


    “พี่ใหญ่ การะประลองของท่านที่ผ่านมาสุดยอดมากๆ สักวันข้าจะแข็งแกร่งได้แบบท่านบ้างไหมน้า” ซิ่นลี่ ยามที่พูดกับ จิ๋นเม่ยหลง ดวงตาของมันเปร่งประกายดวงดาราระยิบระยับ


    จิ๋นเม่ยหลง เงยหน้าขึ้นมอง ซิ่นลี่ ความขมขื่นในใจก็ค่อยๆบางเบาลง จิ๋นเม่ยหลง เผยยิ้ม “แน่นอน หากเจ้าหมั่นฝึกฝนไม่เกียจคร้านเจ้าต้องแข็งแกร่งกว่าข้าแน่นอน” 


    “ฮ่าฮ่าฮ่า พี่ใหญ่ท่านถ่อมตนเกิดไปแล้ว ข้าไหนเลยจะแข็งแกร่งกว่าท่านได้ ฮ่าฮ่าฮ่า” ซิ่นลี่ หัวเราะออกไปอย่างบ้าคลั่ง


    “โอ๊ะจริงสิ่!! พี่ใหญ่เหตุใดวันนี้ท่านถึงไม่ไปชมการประลอง การประลองในวันนี้ปรากฏสัตว์ประหลาดขึ้นมาอีกคนนึงแล้ว!!” ซิ่นลี่ กล่าว


    “สัตว์ประหลาดอีกคนนึงงั้นรึ แล้วใครคือสัตว์ประหลาดคนแรก?” พรึ่ดดดด คำพูดของ จิ๋นเม่ยหลง ทำให้ซิ่นลี่ หลุดขำออกมาอีกครั้ง จากนั้นก็พูดต่อ “ก็ท่านไงสัตว์ประหลาดคนแรก”


    จิ๋นเม่ยหลง สีหน้าสับสน “...ข้าคือสัตว์ประหลาดคนแรก” 


    “พี่ใหญ่ การะประลองของท่านในวันพรุ่งนี้ท่านมั่นใจแค่ไหน?”


    “ข้าไม่มั่นใจอะไรทั้งนั้น” จิ๋นเม่ยหลง ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ท่านว่าอะไรไม่มั่นใจงั้นรึ?” ซิ่นลี่ ถามกลับด้วยความสงสัย ฝึมือของจิ๋นเม่ยหลงเก่งกาจปานนี้ยังมีอะไรให้ไม่มั่นใจอีก


    จิ๋นเม่ยหลง ถอนหายใจยาว “ที่ข้าไม่มีใจไม่ใช่เพราะไม่สามารถกำชัยในการประลองได้ ที่ข้าไม่มั่นใจก็เพราะว่าข้าสมควรที่จะลงประลองต่อไปหรือไม่” 


    “ทุกคนที่เข้าร่วมการประลองก็หวังช่วงชิงลำดับหนึ่งในการประลองไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงให้กับตนเองแล้ว ยังได้รับของรางวัลจากท่านเจ้าเมืองอีกด้วยใยท่านถึงมิสนใจมัน?” คำถามนี้ของ ซิ่นลี่ ทำให้ จิ๋นเม่ยหลง ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง


    “ที่ข้าเข้าร่วมการประลองจุดประสงค์หลักของข้าก็คือการชำระหนี้แค้นอย่างใสสะอาด นี่คือเหตุผลที่ข้าเข้าร่วมการประลอง” จิ๋นเม่ยหลง ยังคงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยดั่งเดิม 


    จิ๋นเม่ยหลง จ้องมองหน้า ซิ่นลี่ อยู่ครู่หนึ่ง ซิ่นลี่ ที่ถูกจ้องกลับไม่กล้าสบตากับจิ๋นเม่ยหลง “แล้วเจ้าล่ะ เหตุใดไม่เข้าร่วมการประลองดูบ้าง” ครั้งนี้ น้ำเสียงของ จิ๋นเม่ยหลง อ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย


    “แฮะๆ สำหรับข้าเป็นแค่ผู้ชมก็เพียงพอแล้ว” ซิ่นลี่ เผยยกยิ้มอ่อน มันไม่เคยกล่าวโทษตนเองที่เป็นคนอ่อนแอเลยแม้แต่ครั้งเดียว มันภูมิใจด้วยซ้ำที่ตนเองเป็นเช่นนี้ ถ้าหากเป็นคนอื่นมันคงกล่าวโทษฟ้าดินไปแล้วไม่ต่ำกว่าพันครั้ง

    ตั้งแต่ที่ทั้งสองคนเริ่มพูดคุยกันไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เหวินฉี ที่เดินเข้าครัวไปก็เดินออกมาพร้อมกับอาหารมากมาย ดูเหมือนว่าอาหารมื้อนี้จะพิเศษกว่าวันอื่นๆเสียด้วยซ้ำ


    *****************************************************

    ตำหนักท่านเจ้าเมือง


    บรรดาผู้อาวุโสต่างนำพาศิษย์ของตนเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลอง บรรยากาศภายในงานนั้นครื้งเครง ศิษย์อาจารย์ต่างพรรค ก็ต่างแลกเปลี่ยนวาจาและจอกเหล้าแบบไม่สนฐานะของตน และผู้ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดก็คือพรรคมังกรอัสนี


    บุรุษมากมายต่างรุมล้อม เจียวเหมย ถึงแม้รอบกายล้วนเต็มไปด้วยบุรุษท่าทีเย็นชาของนางไม่ปรากฏเลยสักนิด ไม่ว่าใครจะเข้ามาพูดคุยนางล้วนตอบกลับอย่างไม่ถือตัวเลยแม้แต่น้อย 


    “แม้นางเจียวเหมย เหตุใดท่านช่างงดงามปานนี้ทำเอาข้ามิกล้ามองสตรีอื่นใดนอกจากท่านอีกแล้ว”

    “โอ้แม่นางเจียวเหมย หัวใจของข้าดวงนี้ข้าขอมอบมันให้กับท่านเพียงผู้เดียว”

    “แม่นางเจียวเหมย ท่านหมายปองบุรุษผู้ใดอยู่รึไม่? ถ้าหากไม่มีข้าพร้อมที่จะเป็นบุรุษผู้นั้นให้กับท่าน”


    บุรุษพวกนี้ต่างพากันหยอดคำหวานใส่นางเป็นพัลวัล ใบหน้าของนางยังคงยิ้มแย้มแต่ในใจของนางนั้นไม่มีใครรู้เลยว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ 


    ห่างออกไปไม่ไกลเท่าไหร่ ฟางหรง เฟยเทียน และ หนิงเอ๋อ ก็นั่งจิบชากันอยู่ “ธิดาท่าน ดูเหมือนจะได้รับความสนใจจากบุรุษยิ่ง ทำไมท่านไม่ลองเลือกหนึ่งในพวกนี้มาเป็นลูกเขยเสียเลยล่ะ คิคิ” ฟางหรง กล่าวพรางหัวเราะ


    “ข้าไหนเลยจะตัดสินใจเลือก เรื่องพวกนี้ให้นางเป็นคนตัดสินใจเองจะดีเสียกว่า ฮ่าฮ่า”  “ใช่แล้วให้นางตัดสินใจเอง” สองสามีภรรยา พูดขึ้นมาพร้อมกันจากนั้นก็หยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมาดื่มพลางแก้เขิน ทั้งสองคนไม่สนใจว่าผู้ชายที่นางเลือกจะเป็นเช่นไรขอเพียงนางมีความสุขกับคนรักทั้งสองก็ดีใจแล้ว


    เสียงเท้า ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ทั้งสามคนที่กำลังพูดคนกันอย่างสนุกสนาน “ท่านลุงหลง เชิญนั่งก่อน” เฟยเทียนลุกขึ้นยืน เบื้องหน้า เป็นผู้อาวุโสท่านหนึ่งขนวดเคราสีขาวยาวสลวยใบหน้าอ่อนโยน ข้างกายมีศิษย์ผู้หนึ่งติดสอยห้อยตาม 


    “ศิษย์หยางเฉิน คารวะท่านเจ้าพรรคมังกรอัสนี” หยางเฉิน โน้มตัวลงต่ำ “ฮ่าฮ่า เด็กน้อยเจ้ามิต้องมากพิธีเราไม่ถือสา” เฟยเทียน ส่ายมือ


    “เจ้าคือคู่ประลองของ จิ๋นเม่ยหลง ในวันพรุ่งนี้ใช่รึไม่” เฟยเทียนถามขึ้น


    “ขอรับเป็นผู้น้อยเอง” หยางเฉิน ตอบกลับด้วยท่าทีสงบนิ่ง


    เฟยเทียน จ้องมองมันไม่นานนักจากนั้นก็ยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบต่อ “ถ้าคิดจะชนะในการประลองในวันพรุ่งนี้ก็บอกให้อาจารย์ของเจ้าช่วยเหลืออีกวิธีก็แล้วกัน”


    อาจารย์ของมันก็คือผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงแม้จะแต่งกายเรียบง่ายแต่กลับเผยบรรยากาศสูงศักดิ์ขึ้น มันหันหน้ามาทาง หยางเฉิน จากนั้นก็พูดขึ้นพรางหัวร่อ“ฮ่าฮ่าฮ่า หยางเฉิน อาจารย์จะช่วยเจ้าก็แล้วกัน” 

    หลังจากพูดคุยกันอยู่ในบรรยากาศก็เริ่มที่จะเงียบลง ผู้คนมากมายเริ่มถยอยกลับที่พักของตน “นี่ก็เลยเวลามามาก ข้าสมควรต้องกลับไปยังที่พักแล้ว” เฟยหลง กล่าวออกมา “ท่านลุงหลง ให้ข้าเดินไปส่ง” เฟยหลง หงกหัวครานึง “หยางเฉิน เจ้ากลับไปก่อนอาจารย์” หยางเฉิน รับคำสั่งหันกายเดินจากไปทันที


    “ท่านลุง ท่านพบมันผู้นั้นแล้วงั้นรึ” ทุกก้าวล้วนเชื่องช้า คำถามของ เฟยเทียน ทำให้ เฟยหลง หยุดเดิน “เฮ้อ..ข้ายังหามันไม่พบเลย ปีแรกที่ข้ามาก็จับสัมผัสพลังปราณมหาศาลที่ไม่สมควรที่ดาวดวงนี้จะมี อยู่ในป่าทางใต้จากนั้นข้าก็จัดตั้งพรรคขึ้นที่เมืองแห่งนี้เพื่อคอยตรวจสอบและไม่กี่เดือนต่อจากนั้นข้าสัมผัสได้ว่าพลังนั้นปรากฏอยู่ในเมือง ด้วยเหตุที่ข้ายุ่งอยู่กับพรรคจึงไม่ได้ออกไปตรวจสอบและนั้นก็คือครั้งสุดท้ายที่ข้าสัมผัสถึงพลังนี้ได้”


    “ใครกันที่กล้าทำเช่นนี้” เฟยเทียน กำหมัดแน่น เพื่อดินแดนมันรุดเร่งตามหาบุรุษปริศนา มันย้ายรากฐานนำภรรยาและลูกน้อยติดตามมายังที่นี้ด้วย 


    “เจ้ามิต้องกังวล ภายในห้าปีถ้าหากยังคงไร้วี่แววก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะรั้งอยู่ในดาวดวงนี้ต่อ” เฟยหลง หันหายกลับไป “เจ้าส่งข้าแค่นี้พอ” หลังสิ้นเสียง ร่างของ เฟยหลง ค่อยๆลอยขึ้นจากไปอย่างรวดเร็ว

    *****************************************************
    ที่พักของพรรคหมาป่าอัสนี

    หยางเฉินยังคงยืนรอ เฟยหลงอาจารย์ของตนอยู่เมื่อเห็นอาจารย์ของตนกลับมามันโน้มตัวลงต่ำ “ศิษย์ คารวะท่านอาจารย์”   


    “ตามข้ามา” หยางเฉิน เดินตาม ฟางหลง เข้าไปในห้องพัก “เจ้าหวังจะชนะการประลองในวันพรุ่งนี้หรือไม่” ฟางหลง เอ่ยถาม


    “ศิษย์ต้องการชนะการประลอง” หยางเฉินเร่งตอบทันควัน จากนั้นก็ปรากฏลูกกลมๆลูกหนึ่งตรงกลางฝ่ามือข้างซ้ายของ เฟยหลง “นี่คือโอสถเพิ่มพลังปราณ ถ้าเจ้ากินมันมันจะช่วยเพิ่มพลังปราณให้กับเจ้าอย่างน้อยสามขั้น”



    และอีกอย่างที่ข้าจะมอบให้กับเจ้า ในมือขวาของ เฟยหลง ปรากฏกระบี่สีเขียวที่ถูกสลักไปด้วยรวดลายหมาป่า อำนาจกระบี่นี้ หยางเฉิน สัมผัสได้ทันทีว่ามันทรงอนุภาพขนาดไหน เมื่อเทียบกับกระบี่อันเก่าที่ตนถึงครองอยู่ในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเศษเหล็ก หยางเฉิน ยื่นมือออกไปรับของทั้งสอง ด้วยอาการสั่นเล็กน้อย 


    โอสถในตำนาน โอสถที่สามารถเพิ่มพลังปราณได้นับว่าร้อยปีจะมีผู้คนสกัดมันออกมาได้สำเร็จเพียงแค่เม็ดเดียวก็สามารถขายได้หลายหมื่นผลึกทองแค่ขายมันเพียงเม็ดเดียว ก็นอนตีพุงใช้เงินอย่างสบายๆไปทั้งชาติ หยางเฉิน ที่พบเห็นมันด้วยตาตัวเอง จะเรียกว่าของขวัญฟ้าประทานก็คงไม่เกินเลย


    “ตัวเจ้าในตอนนี้หากข้าไม่โคจรพลังปราณช่วยเสริมฤทธิ์ของโอสถคงทำเจ้าเกือบตายเป็นแน่ๆ เช่นนั้นรีบๆกลืนมันอาจารย์จะช่วยเจ้าอีกแรง” 

    “อึก” หยางเฉินกลืนโอสถเพิ่มพลังปราณ เพียงพริบตาเดียวร่างกายก็บังเกิดอาการเจ็บปวดสุดแสน มันเร่งนั่งลงโคจรชีพจรลมปราณทันที ท่านหลัง มี เฟยหลง คอยช่วยอีกแรง อาการเจ็บปวดก็ค่อยๆทุเลาลง สีหน้าเจ็บปวดค่อยๆผ่อนคลาย แปรเปลี่ยนเป็นความสุขสบายขุมหนึ่ง

    ..

    ..

    ..

    เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม ท้องฟ้าสว่างสด เฟยหลง ค่อยๆรั้งมือกลับ ร่างของ หยางเฉิน เต็มไปด้วยเหยื่อราวกับว่ามันเพิ่งลุกออกมาจากบ่อน้ำ ดวงตาของมันค่อยๆลืมขึ้น มองมือของมันกำๆแบๆ 
    “ข้าบรรลุ ปราณทองคำขั้นที่เก้าแล้ว?” ทรวงอกของมันสั่นไหวรุนแรง ความปิติยนดีของมันท่วมท้น บรรลุสี่ขั้นย่อย ในเวลาข้ามคืน ในชีวิตมันไม่เคยคิดไม่ฝันเลยสักครั้ง


    “ถึงแม้พลังปราณของเจ้าจะรุดหน้าไปขั้นใหญ่ก็อย่าริอาจประมาทคู่ต่อสู้ของเจ้า อีกไม่นานงานก็เริ่มแล้วเจ้าไปเตรียมตัวเสียเถอะ” เฟยหลง ยืนขึ้นมือทั้งสองไขว่หลัง


    “ขอรับท่านอาจารย์” การที่ เฟยหลง ประทานของ
    “วิเศษ”ทั้งสองชิ้นให้กับมันในใจของมันที่คิดจะชนะการประลองก็เพิ่มขึ้นอีก มันเดินจากไปด้วยรอยยิ้มเบิกบาน และตื่นเต้นที่จะทดสอบพลังของตนกับศึกครั้งนี้ด้วยเช่นกัน....


    ******************************************************************

    อาทิตย์นี้งานเยอะมากเลยครับ เลยไม่ค่อยมีเวลามาเขียน ขอโทษด้วยน้ะค่าบ

    คล้ายกับเรื่องเทพมารลิขิตฟ้า ที่คุณอ่าน