บทที่ 25 เขตแดนป้องกันเสียหาย ในที่สุดก็บรรลุระดับแปรพิสุทธิ์
หลังจากท่านผู้เฒ่าเทสุราลงคอ พลันหัวเราะยิ้มกว้างทันใด
"เกิดมาเป็คน เ้าจงขัดเกลาตน เ้าจงช่วยเหลือผู้คน เ้าจงเป็ดั่งน้ำ อยู่ในห้วงอันชั่วร้ายแต่ทำความดี... กล่าวได้ดีนัก"
หลังจากพูดจบ ท่านก็ดื่มสุราอีกอึก พลางใช้แขนเสื้อเช็ดมุมปากราวกับผ้าขี้ริ้ว
"ไม่คิดว่าหลายปีให้หลัง กลับได้ยินคำพูดนี้จากปากศิษย์นอกที่ไม่มีชื่อ น่าขันนัก น่าขันจริง ๆ!"
เมื่อพูดจบ ท่านผู้เฒ่าก็ใช้มือหนุนศีรษะอ้าปากหาว จากนั้นก็มองไปทางเรือนไผ่เขียว น้ำเสียงเปลี่ยนเป็เ็าอย่างยิ่งทันที
"อยู่ในห้วงอันชั่วร้ายแต่ทำความดี หากนี่คือจิตใจในการปกป้องวิถีของเ้า งั้นก็เอาวิธีปกป้องวิถีของเ้ามาให้ข้าดูหน่อย ข้าเจี้ยนจิ่วเกลียดพวกพูดจาโอหังที่สุด!"
...
เก้าวันให้หลัง ยามเย็นวันหนึ่ง
ูเาหยางลู่ ป่าไผ่สีม่วง
"ปัง!"
สวี่ไท่ผิงใช้ท่า "ชิงหนิวทลายผา" ผลักปีศาจหมาป่าที่พุ่งเข้ามาใส่ กระเด็นออกไปทั้งตัว
แต่อีกไม่นาน ก็มีปีศาจหมาป่าอีกสองตัวพุ่งเข้ามาจากด้านหลังของสวี่ไท่ผิง
"พลังชี่ใช้ไปเกือบหมดแล้ว ดูท่าต้องถอยก่อน"
สวี่ไท่ผิงมองเข้าไปในป่าไผ่ด้วยความไม่เต็มใจ
เมื่อมองในป่าไผ่ม่วงลึกเข้าไป ก็จะพบปีศาจศพเน่าตัวหนึ่งกำลังถือขวานใหญ่ ใช้แรงฟันหินก้อนหนึ่งบนพื้น
ใต้ก้อนหินนี้ คือตาน้ำที่ไหลเข้าเรือนไผ่เขียว เพียงแค่ผ่าก้อนหินใหญ่ที่ปิดตาน้ำออก แล้วอุดมันไว้ เส้นทางน้ำที่ไหลไปเรือนไผ่เขียวก็จะขาด เมื่อถึงเวลานั้น ไม่เพียงแต่สมุนไพรวิเศษในสวนจะเหี่ยวแห้ง แม้แต่เขตแดนป้องกันของเรือนไผ่เขียวก็อาจจะใช้การไม่ได้
"ปัง!"
ตอนนี้ปีศาจศพเน่าตัวนั้นฟันขวานหนัก ๆ ลงบนก้อนหินอีกครั้ง กระตุ้นให้เกิดคลื่นพลังและเศษหินนับไม่ถ้วนกระเด็นออกมา
ขวานนี้ทำให้ก้อนหินที่สลักอักขระเต็มไปหมด แตกออกอีกรอยหนึ่ง
"เด็กน้อย ตอนนี้กลับใจยังทันอยู่นะ!"
ปีศาจศพเน่าตัวนั้นถือขวานหันหน้ามองไปที่สวี่ไท่ผิงด้วยรอยยิ้มน่ากลัว
ไม่ต้องสงสัยเลย ว่าปีศาจศพเน่าตัวนี้ก็คือร่างใหม่ที่ิญญาร้ายเข้าสิง
"อย่าพึ่งตัดสินผลแพ้ชนะตอนนี้สิ!"
สวี่ไท่ผิงพูดไปพลางใช้พลังชี่ในร่างกาย ใช้ท่า "ทะลวงแนวรบ"
พร้อมกับเสียงะเิพลังเหมือนเสียงวัวคำราม ปีศาจหมาป่าสองตัวที่พุ่งเข้ามาใส่ ถูกหมัดเงาที่ปรากฏขึ้นทันใดกระเด็นออกไป คร่ำครวญไม่หยุด
"ฟึ่บ!"
สวี่ไท่ผิงฉวยจังหวะที่ปีศาจหมาป่าถูกขับไล่ คว้าไผ่ม่วงต้นหนึ่ง อาศัยแรงยืดหยุ่นของไผ่ม่วงะโขึ้น หลบหนีจากการล้อมของปีศาจหมาป่า
"แค่ปีศาจหมาป่าไม่กี่ตัวยังสู้ไม่ได้ ยังคิดจะขัดขวางข้าตัดเส้นทางน้ำอีกหรือ หนีไปเถอะ หนีต่อไป อีกไม่กี่วัน ข้าจะดูว่าเ้าจะหนีไปได้ไกลสักแค่ไหน!"
เมื่อมองไปทางที่สวี่ไท่ผิงหนีไป บนใบหน้าของปีศาจนั้นเผยรอยยิ้มเ็า
นับั้แ่ค้นพบตาน้ำพุในป่าไผ่สีม่วง ซึ่งเก้าวันมานี้ สวี่ไท่ผิงได้มาขัดขวางปีศาจนั่นหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็ต้องพ่ายแพ้กลับไป ยิ่งทำให้ปีศาจนั่นได้ใจ
……
กลับมาที่เรือนไผ่เขียว
"ซ่า ๆ ๆ……"
สวี่ไท่ผิงตักน้ำเย็นราดลงบนตัว ชะล้างเหงื่อและสิ่งสกปรกทั้งหมดออก
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้ว เขาก็รีบเช็ดตัวให้แห้ง เปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาด เดินเข้าห้องนอน และนั่งลงที่โต๊ะทำงานง่าย ๆ ที่เขาทำเอง
‘การโจมตีปีศาจครั้งที่ห้าล้มเหลว ครั้งนี้ใช้พลังไปราวหกส่วน ลดลงจากครั้งก่อนหนึ่งส่วน ปีศาจนั่นไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติ จุดอ่อนของหมาป่าสามตัวก็ได้สำรวจชัดเจนแล้ว ตัวที่มีแผลเป็ที่หางตา ขาหลังมีาแ สามารถฆ่ามันได้จากด้านหลัง ตัวที่เล็กที่สุดมีาแที่ตา ปฏิกิริยาช้ากว่าอีกสองตัว……’
สวี่ไท่ผิงจดบันทึกประสบการณ์ที่ได้จากการโจมตีครั้งนี้ทีละข้อ
ห้าครั้งที่โจมตี โดยเฉพาะสองครั้งสุดท้าย จริง ๆ แล้วเขามีโอกาสฆ่าหมาป่าทั้งสามตัวได้ แต่เพื่อหลอกล่อปีศาจนั่น และหลีกเลี่ยงการาเ็ก่อนตัดสินชีวิตความตายกับปีศาจ เขาจึงตั้งใจปล่อยมือไป
‘ลองสำรวจมาห้าครั้งแล้ว ปีศาจนั่นน่าจะคิดว่านั่นคือพลังทั้งหมดของข้าแล้ว ต่อไปข้าแค่ต้องพยายามเพิ่มพลังให้มากที่สุด ถ้าเป็ไปได้ก็ยกระดับพลังฉานเสียให้ถึงระดับแปรพิสุทธิ์ได้ในครั้งเดียว"
สวี่ไท่ผิงวางมือ พลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเดินไปนั่งที่ข้างเตียง
หลังจากยกระดับพลังฉานเสียให้ถึงระดับแปรพิสุทธิ์แล้ว นอกจากพลังป้องกันจะเพิ่มขึ้นอย่างมากแล้ว ยังสามารถทำให้พลังฉานเสียควบแน่นเป็น้ำแข็งได้ด้วย
‘ถ้าบรรลุระดับแปรพิสุทธิ์ได้ ก็จะสามารถแช่เหล้าที่ซื้อมาไว้ในก้อนน้ำแข็ง แบบนี้ปีศาจนั่นต้องไม่สังเกตเห็นแน่’
เขามองไปที่ไหสุราที่วางอยู่หัวเตียง
แม้ว่าคนของศาลาซีเฟิงจะมองข้ามปีศาจ แต่เมื่อสวี่ไท่ผิง้าซื้อของ พวกเขาก็ยังคงส่งนกวิเศษมาให้
น่าเสียดายที่นกวิเศษที่ส่งของมาไม่ใช่ไป๋หง ซึ่งนกทุกตัวที่มาล้วนเ็ายิ่ง ไม่อย่างนั้นสวี่ไท่ผิงก็จะขอความช่วยเหลือจากพวกมันได้บ้าง
"อย่าคิดพึ่งคนอื่นตลอดเวลา พี่หลิงหลงก็บอกแล้วไง ที่เชิงเขานี้ ลูกศิษย์นอกประตูไร้ชื่อ มีแต่ต้องพึ่งตัวเองเท่านั้น"
สวี่ไท่ผิงสะบัดหัวเพื่อตั้งสติใหม่
จากนั้นเขาก็โยนเมล็ดถั่วเหลืองิญญาเม็ดหนึ่งเข้าปาก และเริ่มเตรียมพยายามยกระดับพลังฉานเสียในร่างกายให้ถึงระดับแปรพิสุทธิ์
……
ผ่านไปอีกสามวันในพริบตา
ในสองสามวันนี้ สวี่ไท่ผิงแทบจะไม่กินไม่ดื่ม เขาฝึกพลังฉานเสียอย่างบ้าคลั่ง แม้แต่เมื่อน้ำในสวนแห้งขอดก็ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย เหมือนเข้าสู่สภาวะลืมตัวไปแล้ว
"เด็กน้อย ออกมารับความตายได้แล้ว!"
บ่ายวันนี้ ปีศาจนั่นพาหมาป่าทั้งสามตัวมาที่หน้าประตูเรือนไผ่เขียวอีกครั้ง
ถึงแม้สวี่ไท่ผิงจะขัดขวางมันหลายวัน แต่ในที่สุดปีศาจนั่นก็ปิดกั้นตาน้ำพุในป่าไผ่ม่วงของเขาหยางลู่ได้สำเร็จ
"โครม!"
เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ เ้าิญญาร้ายก็ะโลงจากหลังหมาป่า แล้วฟันประตูใหญ่ของเรือนไผ่เขียวด้วยดาบปีศาจอันน่าเกรงขาม
"ตู้ม!"
ถึงแม้ว่าเขตอาคมรอบ ๆ เรือนไผ่เขียวจะยังไม่หายไปทั้งหมด แต่พลังก็อ่อนลงมากแล้ว ไม่อาจจะป้องกันภัยได้อีกต่อไป
‘เขตแดนป้องกันกำลังอ่อนแอลงอย่างแน่นอน’
ิญญาร้ายยิ้มเหี้ยมบนใบหน้า
"เด็กน้อย คืนนี้ข้าจะเฝ้าอยู่ที่นี่ เมื่อเขตแดนป้องกันหายไป นั่นจะเป็วันตายของเ้า ถึงเวลานั้นข้าจะทำให้เ้าได้ลิ้มรสว่าอยู่ไม่สู้ตายเป็ยังไง!"
มันยืนหัวเราะเสียงดังอยู่ที่ประตูของเรือนไผ่เขียว
ในขณะเดียวกันนั้นเอง สวี่ไท่ผิงผู้ซึ่งบำเพ็ญเพียรอยู่ในห้องมาหลายวันก็ลืมตาขึ้น
ตอนที่กำลังจะลืมตานั้น หมอกสีเทาขาวที่ล่องลอยรอบกายเขา กลับกลายเป็น้ำแข็งในทันใด แม้แต่เตียงใต้ร่างของเขาก็ถูกแช่แข็งไปด้วย
"เมื่อพลังชี่กลายเป็น้ำแข็ง แสดงว่าข้าก็บรรลุระดับแปรพิสุทธิ์แล้ว!"
สวี่ไท่ผิงมองไปยังผลึกน้ำแข็งที่ล่องลอยวนเวียนรอบกายของตน ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
หลังจากผ่านระดับแปรพิสุทธิ์ของพลังฉานเสีย เขาก็มีคุณสมบัติพอที่จะบรรลุขั้นแล้ว
ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ด้วยพลังของฉานเสียที่ปกป้องร่างกายนี้ โอกาสที่เขาจะเอาชนะิญญาร้ายได้นั้นเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วนเลย