"ลูกถวายพระพรเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ"
เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นจากริมฝีปากสีระเรื่อได้รูปสวยขององค์ชายห้าหลี่จื้อหยวน ชายหนุ่มรูปงามราวกับเทพเซียนที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าฮองเฮาผู้เป็พระมารดา ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึม แววตานิ่งสงบเช่นเคย จนยากจะคาดเดาความคิดภายในได้
เสิ่นฮองเฮาเพียงโบกพระหัตถ์เบาๆ
"นั่งลงเถิด"
พระสุรเสียงราบเรียบแต่เปี่ยมด้วยความเมตตารักใคร่
เมื่อพระโอรสทรุดกายลงนั่ง พร้อมกับที่นางกำนัลรินน้ำชาจนเรียบร้อย นางก็ไม่อ้อมค้อม เอ่ยถามเข้าเื่ทันที
"เื่การหมั้นหมายของเ้า ตอนนี้เปลี่ยนแปลงเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่"
หลี่จื้อหยวนพยักหน้าช้าๆ แววตานิ่งเฉยคู่นั้น คล้ายจะหม่นแสงลงไปวูบหนึ่ง
"พ่ะย่ะค่ะ ลูกจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว"
ฮองเฮายกจอกชาขึ้นจิบเพียงเล็กน้อย ก่อนจะวางลงบนแท่นวางด้านข้าง เสียงกระทบกันเบาๆ ของเนื้อกระเบื้องดังแ่เบา แต่กลับฟังชัดในความเงียบ
เสิ่นฮองเฮาไม่ได้เอ่ยสิ่งใดในทันที นางเพียงเหลือบสายพระเนตรมองพระโอรส แววตานั้นลึกซึ้ง เยือกเย็น และคมกริบ
ราวกับจะบอกว่า เื่นี้ นางไม่้าความลังเล ไม่้าให้เกิดความผิดพลาด และยิ่งไม่้าให้พระโอรสของตนรู้สึก "ผิด"
"อวี้หลัน นางเคยเป็ตัวเลือกที่ดี"
พระสุรเสียงของฮองเฮานุ่มนวล แต่กลับแฝงด้วยความเย็นเยียบ ทำให้หัวใจผู้คนเย็นะเืได้อย่างน่าประหลาด
"นางเกิดจากฮูหยินจากตระกูลไป๋ อำนาจของตระกูลนั้นมั่นคงในราชสำนัก เมื่อรวมกับตำแหน่งของอวี้จิ้งผู้เป็บิดา ก็นับว่ามีน้ำหนักไม่น้อยเลย"
องค์ชายห้าไม่ได้ตอบอะไร เพียงนิ่งฟังอย่างเงียบงัน ราวกับทุกอย่างนั้น เขาให้ผู้เป็มารดาตัดสินใจ
"น่าเสียดายที่ตระกูลไป๋ถูกกวาดล้าง สูญสิ้นอำนาจ แม้นางจะยังเป็บุตรีสายตรงของสกุลอวี้ แต่ก็มิอาจเทียบเท่าเดิมได้อีก"
พระพักตร์งามยังคงสงบนิ่ง ในขณะที่เอ่ย
"ในทางกลับกัน คุณหนูใหญ่อวี้เหมย นับว่าเหมาะสมกว่า นางเป็บุตรีของฮูหยินเอกคนปัจจุบัน และท่านตาของนาง เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็แม่ทัพภาคแห่งแดนใต้ และในอนาคตข้างหน้าย่อมจะรุ่งโรจน์กว่านี้มาก"
สายพระเนตรของฮองเฮาเยือกเย็น ราวกับย้ำถ้อยคำก่อนหน้าให้แน่นลึกยิ่งกว่าเดิม
"หยวนเอ๋อร์เ้าไม่อาจยึดติดกับความสัมพันธ์ในวัยเยาว์ สิ่งสำคัญคือข้างหลังของพวกนางต้องมีอำนาจที่แข็งแกร่ง"
พระนางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยต่อเสียงเบาแต่ชัดเจน
"ชายาของเ้าจะเป็หญิงไร้อำนาจไม่ได้เด็ดขาด เพราะทุกอำนาจที่พวกนางมีล้วนสำคัญต่อเ้า"
องค์ชายห้าหลี่จื้อหยวนคลี่ยิ้มจางๆ ในดวงตาไม่เผยความรู้สึก
"เสด็จแม่อย่าได้กังวล เื่นี้ลูกจะจัดการให้เรียบร้อยเองพ่ะย่ะค่ะ"
เสิ่นฮองเฮาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ หลับพระเนตรลงอย่างผ่อนคลาย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาด
"งานเลี้ยงของจวนอวี้ที่จะถึงนี้ เ้าก็ไปทำความรู้จักกับคุณหนูใหญ่อวี้เสียหน่อยก็แล้วกัน"
หลี่จื้อหยวนเม้มริมฝีปาก สายตากดต่ำลงเล็กน้อย ก่อนจะขานรับเบาๆ
"พ่ะย่ะค่ะ เสด็จแม่"
รอยยิ้มน้อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าของเสิ่นฮองเฮา ใบหน้าที่แม้จะผ่านกาลเวลามาไม่น้อย แต่ยังคงงดงามสง่าไม่เสื่อมคลาย
รอยยิ้มนั้นอ่อนโยน เพราะทุกอย่างเป็ไปตามที่นาง้า ไม่มีอะไรหลุดจากแผนที่วางไว้เลยแม้แต่น้อย
ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่า ‘ตัวหมาก’ ที่ถูกเปลี่ยนออกไปในกระดานนี้ วันหนึ่งพวกเขาอาจต้องนึกเสียดายอย่างถึงที่สุด
องค์ชายห้าเดินออกมาจากตำหนักของพระมารดา ทุกย่างก้าวล้วนมั่นคงหนักแน่น ทว่าหัวใจกลับล่องลอยไปไกลกว่าที่ใครจะมองเห็น
ในห้วงความคิดเงียบงันของเขา ภาพของเด็กหญิงตัวน้อยผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน
อวี้หลัน
เด็กหญิงแก้มยุ้ย ผิวขาวเนียนราวหิมะ ปากแดงก่ำฉ่ำน้ำที่ช่างฉอเลาะช่างเจรจา
ในห้วงความทรงจำของหลี่จื้อหยวน เมื่อครั้งเขามีอายุเพียงสิบสองปี เป็เพียงองค์ชายผู้อยู่ท่ามกลางความคาดหวังกับความเงียบงันและในวันนั้นเอง เขาก็ได้พบกับนางเป็ครั้งแรก
อวี้หลัน เด็กหญิงตัวน้อยอายุเพียงห้าขวบ นางเข้ามาเรียนในสำนักศึกษาหลวงร่วมกับเหล่าองค์ชายองค์หญิงและบุตรธิดาของเหล่าขุนนางตระกูลใหญ่เป็วันแรก โดยสำนักศึกษาหลวงจะมีการแบ่งแยกชายหญิงเอาไว้อย่างชัดเจน
และเพราะความซุกซน เด็กหญิงตัวน้อย ดวงหน้ากระจ่าง แก้มกลมยุ้ย ดวงตาใสแจ๋ว นางดูราวตุ๊กตาตัวน้อยที่หลงเข้ามาในโลกของเด็กชาย เขาเห็นนางยืนกำชายเสื้อแน่น ดวงตากลมโตคลอไปด้วยน้ำตา ถูกรังแกโดยเด็กชายโตกว่าหลายคนที่หัวเราะและล้อเลียนรูปร่างกลมป้อมปุกปุยของนาง
องค์ชายห้าในวัยสิบสอง ไม่ได้พูดอะไรยืดยาว เขาเพียงเดินเข้าไป ก้าวขวางไว้ด้วยร่างสูงโปร่งของตนเอง และใช้สายตาเย็นเฉียบ มองพวกเด็กชายเ่าั้ เพียงแค่นั้น พวกเขาก็พากันถอยหนีอย่างหวาดหวั่น
หลี่จื้อหยวนหันกลับมามองนาง เด็กหญิงตัวน้อยยังคงยืนนิ่ง ดวงหน้าแดงก่ำ แต่เมื่อเขายื่นมือให้ นางกลับรีบคว้าไว้แน่นอย่างไม่ลังเล
จากวันนั้นเป็ต้นมา ทุกย่างก้าวที่เขาเดิน มักจะมีเงาร่างกลมป้อมวิ่งตามมาต้อยๆ ไม่ห่าง ราวกับหางน้อยๆ
"พี่ชาย พี่ชาย ท่านรอหลันเอ๋อร์ก่อนสิเ้าคะ"
เสียงใสเล็กๆ นั้นดังก้องในหู พร้อมกับภาพเ้าตัวน้อยที่วิ่งกระดุ๊กกระดิ๊กตามหลัง มือหนึ่งกอดตุ๊กตาผ้าไว้แน่น อีกมือก็พยายามยืดแขนออกมาคว้าแขนเสื้อเขาไว้ให้ได้ เขาจำได้ว่า นางชอบเกาะชายเสื้อเขาแน่น ไม่ยอมให้ไปไหนไกล
ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ใด ไม่ว่ากำลังจะทำอะไร อวี้หลันก็มักจะโผล่หน้ามาอย่างเงียบๆ แล้วร้องเรียกเขาว่าพี่ชายด้วยน้ำเสียงสดใสราวเสียงระฆังแก้ว ตอนนั้นเขารำคาญอยู่บ้าง แต่พอหันไปมองแก้มยุ้ยๆ ดวงตาใสๆ ของนางแล้ว ก็ทำได้เพียงถอนใจแล้วปล่อยให้นางตามมาเงียบๆ
แต่เด็กคนนั้นกลับไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น บางครั้งนางก็ออดอ้อนขอขนม บางครั้งถึงกับยื่นตุ๊กตาผ้าตัวเล็กๆ มาให้เล่นด้วยกัน เขามักจะแกล้งทำหน้าขรึมไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็ยอมให้นางลากไปเล่นอยู่ดี
วันเวลาเ่าั้มันช่างเรียบง่ายและอ่อนโยน นางคือความสดใสเล็กๆ ในวัยเยาว์ของเขา เป็เหมือนสายลมอ่อนโยน ที่พัดผ่านความเงียบเหงาในใจอย่างแ่เบา
ในวันที่พระมารดาเอ่ยปากเื่การหมั้นหมาย และเอ่ยชื่อนางขึ้นมาว่าเป็คู่หมายของเขา เขากลับไม่ได้รู้สึกขัดข้องหรืออึดอัดแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม เขารู้สึกเต็มใจ และยินดีเป็อย่างมาก
แต่ทุกอย่างกลับพังทลายลง
เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับชีวิตของหลันเอ๋อร์น้อยของเขา โดยที่เขาไม่อาจที่จะช่วยอะไรนางได้เลย ซ้ำยังถูกพระมารดาสั่งห้ามไม่ให้สนิทสนมกับเด็กน้อยผู้นั้นอีก แม้เขาอยากจะพบเจอนางอีกสักครั้ง แต่นับั้แ่เกิดเื่นั้นขึ้น นางก็ไม่เคยปรากฏตัวที่สำนักศึกษาอีกเลย และไม่แม้แต่จะปรากฏตัวในเมืองหลวงเลยด้วยซ้ำ
มาบัดนี้ เด็กหญิงคนนั้นเติบโตขึ้นแล้ว เติบโตมาท่ามกลางความสูญเสีย การทรยศ และเปลวเพลิงแห่งอำนาจ
เขาไม่รู้ว่าสายลมนั้นจะยังอ่อนโยนเหมือนเดิมหรือไม่ หรืออาจจะกลายเป็พายุที่พัดสวนทางกลับมา
เขาไม่รู้ว่านางในตอนนี้เติบโตขึ้นเพียงใด ไม่รู้ว่านางยังจำพี่ชายผู้นี้ได้อยู่หรือไม่ หรือแค่เห็นหน้าก็ชิงชังจนอยากจะหันหลังหนี
หลี่จื้อหยวนหลุบตาลงเล็กน้อย หัวใจหนักอึ้งยิ่งกว่าที่คิดไว้
"เ้าจะโกรธข้าหรือเปล่า หลันเอ๋อร์"
"เ้าเกลียดข้าแล้วหรือไม่"
ไม่มีคำตอบใดตอบกลับมา มีเพียงแค่ความเงียบ และแสงอาทิตย์ที่เริ่มลับขอบฟ้าตรงหน้า
ชายหนุ่มหลับตาลงช้าๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
เสด็จแม่พูดถูก
เขาไม่ควรยึดติดกับเื่ราวในอดีตอีกต่อไป สิ่งที่ผ่านไปแล้ว ก็ควรปล่อยให้ผ่านพ้นไป
เขาควรเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
เพราะเส้นทางของเขากับนาง ไม่มีวันจะหวนกลับมากันได้อีกแล้ว
เมื่อเปลือกตาค่อยๆ เปิดขึ้นอีกครั้ง แววตาของหลี่จื้อหยวนก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แววตาที่เคยสั่นไหว เหลือเพียงความเด็ดขาดแน่วแน่
สิ่งที่เขา้าคือ อำนาจ
หากเขาอำนาจไว้ในมือ ต่อไปไม่ว่าเขาปรารถนาสิ่งใด มันก็จะบันดาลทุกสิ่งอย่างมาให้เขา ทุกอย่างที่เขา้าก็ย่อมได้มาโดยง่าย
แม้กระทั่ง... นาง