ตอนที่ 16
เมื่อตรวจสอบสรรพคุณจนเสร็จสิ้น คุณชายติงก็ได้ถามขึ้นว่า
“มันสามารถใช้งานได้นานเท่าใดหรือแม่นางว่านฉี”
“ประมาณ 6 เดือน”
“ท่านสามารถทำเป็เครื่องประดับของบุรุษและสตรีตามเอกลักษณ์ของเมืองต่างๆได้หรือไม่” ติงเการู้สึกพอใจในสรรพคุณกับระยะเวลาการใช้งานก็ถามถึงสิ่งที่จะสามารถเพิ่มมูลค่าของสินค้าได้ทันที
ว่านฉีิเหยาตอบว่า “ความจริงข้าก็คิดจะทำอย่างนั้นเหมือนกันแต่เพราะยังไม่สามารถลดย่อลายอักขระได้จึงทำได้เพียงแค่ทำให้เป็สร้อยคอและกำไลข้อมือแบบชนเผ่าทะเลทรายเท่านั้นส่วนถ้าจะให้ได้เครื่องประดับแบบอื่นคงต้องรอให้ข้าสามารถหาวิธีลดย่อลายอักขระให้ได้ก่อน”
ลี่อินที่ได้ยินปัญหาของว่านฉีิเหยาก็พูดขึ้นว่า “แม่นางว่านฉีท่านก็ลองปรึกษาน้องเหมยเซี่ยนดูสิน้องเหมยเซี่ยนก็ได้ศึกษาวิชาอักขระอาคมมาเหมือนกันนะ”
ไป๋เหมยเซี่ยนที่ได้ยินก็รีบกล่าวว่า “พี่ลี่อินข้าจะไปแนะนำอะไรพี่ว่านฉีได้ข้าฝึกวิชาถึงระดับใช้ออกเองนะ”
ลี่ิเห็นเพื่อนไม่มั่นใจเลยพูดว่า “แม้เ้าจะยังฝึกไม่ถึงขั้นใช้กฎแต่ความสามารถด้านอักขระอาคมของเ้าก็เป็ที่ยอมรับจนนักพรตหยุ่นเช่อย่อมถ่ายทอดวิชาให้ด้วยตัวเองเลยนะ
ซาโม่จินเซ่อได้ยินชื่อนักพรตหยุ่นเช่อก็ถามอย่างแตกตื่นว่า “นักพรตหยุ่นเช่อผู้เป็เอกในด้านอักขระอาคมจนแม้แต่อาจารย์ของข้ายังยอมรับว่าไม่อาจทัดเทียมได้คนนั้นน่ะนะ”
ว่านฉีิเหยาได้ยินอย่างนี้ก็พูดอย่างตื่นเต้นว่า “เป็อย่างนั้นหรืองั้นองค์หญิงห้า ท่านต้องช่วยข้าวิเคราะห์อักขระอาคมนะถ้าทำสำเร็จข้าจะแบ่งกำไรให้ท่านส่วนหนึ่ง”
ไป๋เหมยเซี่ยนเมื่อเห็นว่าไม่อาจปฏิเสธได้จึงตอบไปว่า “ตกลงข้าจะช่วยท่านแต่ข้าไม่เอากำไรหรอกนะเพราะข้าเองก็อยากศึกษาอักขระอาคมของเทพเพลิงเมฆาเหมือนกัน”
“ดีที่สุดเลยองค์หญิงห้า ไม่สิต่อไปนี้ข้าขอเรียกท่านว่าน้องเหมยเซี่ยนได้ไหม” ว่านฉีิเหยาพูดอย่างยินดี
“ได้สิ” ไป๋เหมยเซี่ยนตกลง
เมื่อเห็นสหายคุยเื่ธุรกิจเสร็จสิ้นไป๋กุนหลางก็หันไปกล่าวถามกับทัวปาเสินอิงว่า “เสร็จจากที่นี่พวกท่านจะไปไหนต่อหรือ”
ทัวปาเสินอิงกล่าวว่า “พี่ซาโม่จะอยู่ดูแลกองคาราวานต่อไปส่วนข้าตอนแรกข้าก็ตั้งใจว่าจะร่วมทางกับขบวนคาราวานไปจนสุดทางแต่ตอนนี้มีข่าวว่ากลุ่มฏเริ่มเคลื่อนไหว เพื่อป้องกันเหตุร้ายข้าจึงเปลี่ยนใจที่จะแยกทางนำของที่ได้จากการแลกเปลี่ยนกับอาณาจักรของท่านไปสมทบกับท่านแม่ทัพฮัวตงที่รอคอยข้าอยู่ แล้วก็เดินทางกลับเข้านครอินทรีของข้าก่อน”
ว่านฉีิเหยาก็กล่าวว่า “ข้าเอ็งก็เช่นกันแต่ข้าหวังว่าจะสามารถหาวิธีย่อลวดลาย อักขระอาคมก่อนต้องกลับเพราะถ้าทำได้เมื่อกลับไปข้าจะได้ตั้งโรงงานผลิตเครื่องประดับ มีอาคมได้เลย”
“ข้าจะช่วยเ้าเต็มที่เลย” ไป๋เหมยเซี่ยนบอกอย่างแข็งขันทำให้ว่านฉีิเหยายินดียิ่ง
“อืม…” ไป๋กุนหลาง พยักหน้าอย่างเข้าใจ ส่วนสมองของเขาคิดไปถึงเื่ฏก็อย่างว่าละนะชนเผ่าอินทรีขึ้นเป็ใหญ่ได้ไม่กี่สิบปีจะมีฏก็ไม่แปลกแม้กระทั่งอาณาจักรของเขาที่ตั้งมานับพันปียังมีกลุ่มฏที่สะท้านฟ้าะเืดินนามว่า"ลัทธิบัวขาว"
เ้าลัทธิอ้างว่าตนเองคือพระศรีอริยเมตไตรยมาจุติ เพื่อนำความผาสุกมาสู่โลกมนุษย์จนทำให้สามารถรวบรวมผู้คนได้เป็แสนๆเมื่อเขาไปถามเื่ราวจากท่านลุงขงจนรู้ความจริงของเื่ทั้งหมดเขาก็ต้องร้องว่า WTF!!!
ในตอนนั้นบิดาของเขายังเป็แค่องค์ชายธรรมดาคนหนึ่งแต่ความสามารถก็ไม่ธรรมดาเพราะพระองค์ตอนนั้นอายุเพียงแค่ 20 แต่ก็บรรลุพลังระดับปรมาจารย์แล้ว พระองค์ทรงรู้สึกเบื่อหน่ายการหักเล่ชิงเหลี่ยมของเหล่าพี่น้องที่้านั่งบัลลังก์จักรพรรดิจึงชักชวนขงเข่อสหายสนิทปลอมตัวเป็สามัญชนออกเดินทางไปที่ "เมือง"
ที่เมืองนี้ได้ชื่อว่าเมืองก็เพราะในตัวเมืองมีสายน้ำ 2 สายที่ไหลจากราชอาณาจักรแสงสว่างและดินแดนภาคกลางมากันแล้วไหลลงไปที่ดินแดนทุ่งหญ้าทะเลทรายถ้าเป็หน้าฝนสายน้ำนี้สามารถตัดผ่านดินแดนทุ่งหญ้าทะเลทรายไปถึงทะเลได้เลยแต่ถ้าเป็หน้าแล้งสายน้ำก็จะหยุดริมขอบดินแดนทุ่งหญ้าทะเลทรายเพราะงั้นสายน้ำเส้นนี้ถือว่าเป็เส้นทางการค้าที่สำคัญ
เมื่อบิดาของเขาไปถึงก็ได้ก่อตั้งพรรคฟ้าดินขึ้นมาใช้ตีกับพวกสำนักและพวกนักเลงที่พยายามจะควบคุมการขนส่งของแม่น้ำทั้ง 3 สายจนทำให้พรรคฟ้าดินของพระองค์กลายเป็พรรคอันดับ 1 แห่งเมืองสามารถควบคุมการค้าและการขนส่งทางน้ำ
จนทำกำไรได้เป็กอบเป็กำ
อยู่มาวันหนึ่งพวกเขาก็ได้ยินข่าวเกี่ยวกับลัทธิบัวขาวที่ทางการไม่สามารถเสาะหาสถานที่ตั้งของลัทธิได้พระองค์กับขงเข่อจึงตกลงใจใช้พรรคฟ้าดินของพระองค์ร่วมกับกองทหารค้นหาที่ตั้งของ ลัทธิบัวขาว
ค้นหาอยู่นานหลายเดือนในที่สุดก็เจอพระองค์และขงเข่อจึงได้นำกำลังทั้งพรรคฟ้าดินและทหารบุกเข้าทลายลัทธิบัวขาวทันทีเพราะสาวกของลัทธิบัวขาวล้วนเป็เพียงชาวบ้านธรรมดาแม้จะมีนักสู้อยู่ปะปรายแต่ก็ไม่อาจต้านกองทหาร และเหล่านักเลงที่พระองค์ฝึกมาอย่างดีได้จึงแตกพ่ายไปในเวลารวดเร็ว
แต่เมื่อเจอกับเ้าลัทธิบัวขาวพวกเขาก็ต้องตกตะลึง!!!
ลุงขงบอกกับไป๋กุนหลางว่าตอนที่เผชิญหน้ากับเ้าลัทธิบัวขาวในตอนแรกนั้น พวกเขาทุกคนรู้สึกเหมือนกบโดนงูจ้อง ไม่สามารถขยับตัวได้เลยลุงขงบอกว่า แม้ว่าจะไม่เคยััแต่ตอนนั้นเขากล้าฟันธงได้เลยว่าการที่สามารถสร้างสนามพลังกดดันได้ขนาดนี้เ้าลัทธิบัวขาวนั้นต้องมีพลังไม่ต่ำกว่าระดับเทพยุทธแน่นอนจนทำให้เขาสงสัยว่าทำไมเทียนจุนถึงไม่ลงมือจัดการเอง
ในระหว่างที่เ้าลัทธิบัวขาวกำลังเกลี้ยกล่อมโน้มน้าวใจพวกเขาให้ยอมรับใช้ ตนเอง บิดาของไป๋กุนหลางหรือองค์ชายไป๋ป้าเทียนในตอนนั้นก็ได้เกิดความรู้สึกขึ้นว่าต่อให้ต้องตายก็ขอต่อยเทพยุทธ์สักหนึ่งหมัดเถอะ จึงได้ะเิพลังเต็มพิกัด! แล้วพุ่งเข้าไปต่อยเ้าลัทธิบัวขาวทันที!!
ท่านลุงขงและทุกคนต่างก็คิดว่าคงได้เห็นภาพองค์ชายไป๋ป้าเทียนถูกะเิร่างแหลกเป็ชิ้นๆ แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นคือหมัดขององค์ชายกลับต่อยถูกเ้าลัทธิบัวขาวเต็มๆจนมันกระเด็นไปนอนกะอักเือยู่ที่พื้น ทำให้ความรู้สึกกดดันที่พวกเขาได้รับหายไปพวกเขาเลยรู้ว่านี่เป็เพียงแค่วิชาลวงตาอย่างนึงเท่านั้น
เมื่อจับเ้าลัทธิบัวขาวมาเค้นถามจึงได้รู้ ความจริงเ้าลัทธิบัวขาวมีชื่อจริงว่า"หลี่ฟุต้า" เป็บุตรชายของนายอำเภอเล็กๆคนหนึ่งตอนอายุ 15 ก็เข้าเรียนในสถานศึกษาที่ราชสำนักตั้งขึ้นตามชนบทต่างๆ เข้าเรียนแค่ 3 เดือนก็บรรลุระดับเริ่มต้นของเส้นทางเ้าอาคมทำให้ทั้งครูอาจารย์ผู้คนในอำเภอต่างยกย่องว่าเขาคืออัจฉริยะฟ้าประทาน
ทำให้เขาคิดว่าตนเองนั้นเกิดมาเพื่อเป็เ้าอาคมระดับเทพประยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกจึงตั้งใจฝึกปรือวิชาจนสามารถเข้าถึงระดับใช้ออกได้ตอนอายุ 18 ปี แต่น่าเสียดาย 10 ปีต่อมาไม่ว่ามันจะคล่ำเคล่งฝึกวิชาอย่างไรก็ไม่อาจเข้าถึงระดับใช้กฎได้เลยจนบิดาของมันต้องเกลี้ยงกล่อมให้มันหางานทำหรือเข้ารับราชการอย่าได้มัวแต่หมกมุ่นกับการฝึกวิชาเพราะระดับความสามารถของมันคงมาได้เพียงเท่านี้
แต่มันกลับไม่ฟังโทษว่าที่มันไม่สามารถเข้าถึงระดับใช้กฎได้ ก็เพราะมันไร้ซึ่งกฎที่ดีมาทำความเข้าใจ และไร้ซึ่งยาดีมาส่งเสริมการฝึกปรือของมัน หลี่ฟุต้าจึงแอบขโมยเงินบิดาทั้งหมด เพื่อไปซื้อยามาฝึกปรือ บิดาของมันจับได้จึงทุบตีด่าว่ามัน หลี่ฟุต้าเลยบันดาลโทสะสังหารครอบครัวตัวเองทั้งหมดแล้วหนีออกจากอำเภอไป
มันหลบหนีทางการเข้าไปในป่านานหลายเดือน มีอยู่วันหนึ่งมันรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมากเลยไปนอนใต้ต้นไม้ริมบึง กลางป่าในบึงมีต้นไม้ชนิดพิเศษเกิดขึ้น ชื่อ "บัวขาวมอมเมา์" ต้นไม้ชนิดนี้ในราชอาณาจักรแสงสว่างถือว่าเป็ต้นไม้ต้องห้ามเพราะยามดอกมันบานจะมีฤทธิ์เหมือนดอกฝิ่นสกัด!!
ในตอนที่หลี่ฟุต้านอนหลับนั้นเป็่ที่ดอกไม้ชนิดนี้บานพอดีเมื่อสูดกลิ่นเข้าไปจึงทำให้เขารู้สึกว่าอยู่ใน์มีเทพธิดา ที่งดงามมาคอยปรนนิบัติ และได้เห็นพุทธองค์
พุทธองค์ทรงบอกว่าเขาคือผู้ถูกเลือก และทรงประทานกฎแห่งพลังให้เขา
เขาตั้งชื่อกดนั้นว่า"กฎแห่งเมตไตร"
เมื่อเขาตื่นขึ้นมาจึงได้ก่อตั้งลัทธิบัวขาวขึ้นเพราะสำหรับเขาบัวขาวคือสื่อกลางที่ไว้ติดต่อเหล่า เทพ์ และได้ใช้กฎแห่งเมตไตรรวบรวมสาวกเพื่อสร้างโลกในฝันของเขา
เมื่อได้รู้อย่างนี้องค์ชายไป๋ป้าเทียนและท่านลุงขงก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จะให้ป่าวประกาศไปทั่วโลกว่าลัทธิที่ทำให้ราชอาณาจักรต้องสั่นะเืเป็แค่ลัทธิลวงโลกก็ดูจะเสียหน้าต่อประเทศเพื่อนบ้านเกินไปจึงทำแค่บันทึกว่าลัทธินี้ทุกพระองค์ล้มล้างไปเท่านั้นแต่ไม่ได้ใส่รายละเอียดลงไปในบันทึกซึ่งองค์จักรพรรดิในตอนนั้นก็เห็นด้วย
เมื่อองค์ชายไป๋ป้าเทียนและท่านลุงขงบรรลุระดับกึ่งเทพยุทธ์ก็เห็นว่าต่อให้พวกเขาอยู่ในระดับนี้ก็อาจจะถูกกฎแห่งเมตไตรหลอกลวงได้จึงได้นำกฎนี้มาใส่ไว้ในหอฝึกัแต่เปลี่ยนชื่อเป็
"สุดยอดการหลอกลวง"
เมื่อรับประทานอาหารกันเสร็จสิ้นในขณะที่ทุกคนกำลังจะแยกย้ายกันกลับไป๋เหมยเซี่ยนก็กล่าวขึ้นว่า "พี่ิเหยารับนี่ไปถ้าท่านจะมาหาข้าก็ให้สิ่งนี้กับคนเฝ้าประตูพระราชวังแล้วเขาจะพาท่านมาหาข้าเอง"
ิเหยารับของมาแล้วกล่าวว่า "ข้าจะไปหาเ้าแต่เช้าเลยน้องเหมยเซี่ยน"
เสร็จแล้วทุกๆคนก็ได้แยกย้ายกันกลับ