ล้ำลึกยิ่งนัก! นี่มันช่างล้ำลึกจริงๆ! เหตุใดเขาจึงดูไม่ออกว่าหลิงชางไห่เป็นคนเช่นนี้!
หลิงชางไห่เห็นคนแปลกหน้าอย่างเสี่ยวเอ้อร์ก็ลากลั่วจิ่งซีมาถามว่าคือผู้ใด
“อ้อนี่คือบ่าวรับใช้ของผู้เฒ่าเฝิง ชื่อว่าเสี่ยวเอ้อร์ขอรับ เป็นคนที่น่าสนใจมาก เจ้านายของเขาก็ยิ่งน่าสนใจท่านหารู้ไม่ว่า…”
ลั่วจิ่งซีบอกเล่าเรื่องราวน่าอายเกี่ยวกับการตกปลาของเฝิงเจิ้งชูทำเอาหลิงชางไห่หัวเราะลั่น
“มีคนโง่เขลาถึงเพียงนี้ด้วยแค่ตกปลาจะไปมีอะไรยาก ตอนนั้นข้าตกปลา แม้ว่าจะไม่ได้ปลามากมายกลับไปแต่ก็น้อยครั้งที่จะมือเปล่ากลับบ้าน ฝีมือของคนผู้นี้ต้องวิบัติมากแน่ๆ…”
“ท่านตาไม่รู้อะไรเสียแล้วนี่ไม่เกี่ยวกับเรื่องฝีมือแต่อย่างใด ดวงของเขาล้วนๆ ปลาเหล่านั้นเหมือนมีตาไม่ยอมงับเบ็ดของเขาด้วยซ้ำ”
ทั้งสองพูดคุยหัวเราะกันเหมือนไม่มีผู้อื่นอยู่ด้วยเฝิงเจิ้งชูที่อยู่ในห้องถึงกับโมโหจนกระทืบเท้า ทั้งที่เขาอยู่ตรงนี้ยังกล้าหัวเราะเยาะเย้ยเช่นนี้ หากตอนที่เขาไม่อยู่ ไม่รู้ว่าจะเยาะเย้ยกันอย่างไร
ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว!
เฝิงเจิ้งชูเปิดประตูห้องเสียงดังปังก่อนจะพุ่งตรงมาที่ลานบ้าน
“ลั่วจิ่งซีเจ้ามันคนไม่มีสัจจะ! ไหนบอกว่าเรื่องผ่านไปแล้วก็ให้แล้วไปไฉนจึงยังเอามาพูดเยาะเย้ยข้าให้ผู้อื่นฟังอีก!”
ลั่วจิ่งซีเห็นเขาทั้งอับอายและโกรธเคืองก็รู้ว่าตนเองทำเกินไป “นี่ไม่ใช่ผู้อื่นเสียหน่อย ท่านตาของข้าถือเป็นคนกันเองจะนับเป็นผู้อื่นได้เช่นไร!”
“นับได้ไม่ได้อันใดกัน! เจ้ามันคนเจ้าเล่ห์สับปลับ!”
ลั่วจิ่งซีเกาหัวแล้วยิ้มแหยๆเสียงของเขาก็ไม่ได้ดังขนาดนั้น เหตุใดจึงไปถึงหูอีกฝ่ายได้
หลิงชางไห่มองดูชายชราที่วิ่งออกมาโดยไม่ได้สวมรองเท้าดีๆเสียงนี้ฟังอย่างไรก็คุ้นหูนัก
“คนผู้นี้คือใครกัน?” ขณะถามหลิงชางไห่ก็เดินวนรอบตัวอีกฝ่ายไปด้วยใครจะรู้ว่าพอเขาเดินไปทางซ้าย คนผู้นั้นก็ยกชายเสื้อแขนซ้ายขึ้นมาบังพอเขาหันไปทางขวา อีกฝ่ายก็เดินหนีไปทางซ้ายและทำท่าบังชัดเจนว่าไม่อยากให้เขาเห็นใบหน้า
หรือว่าคนผู้นี้จะเป็นคนรู้จักของตน?
“เจ้านี่มันอะไรกันไร้มารยาทนัก เหตุใดไม่ยอมเปิดหน้า?”
เฝิงเจิ้งชูได้แต่เดินหนีในพื้นที่แคบๆเมื่อครู่เขาวู่วามเกินไป ต้องโทษเสี่ยวเอ้อร์ที่มาคุยเรื่องไร้สาระอะไรข้างนอก หากเสี่ยวเอ้อร์ห้ามเขาเอาไว้เขาจะวิ่งออกมาเช่นนี้ได้อย่างไร
เฝิงเจิ้งชูรีบร้อนจะเข้าห้องจึงร้องโอดโอยขึ้นมา “โอ๊ยช่วงนี้ร่างกายข้าไม่ค่อยดีนัก ต้องรีบกลับไปพักผ่อนที่ห้อง…”
“พี่ชายท่านนี้บังเอิญข้าคือหมอ หากท่านไม่สบายตรงไหน ข้าจะช่วยรักษาให้เอง วางใจได้ฝีมือการรักษาของข้าก็พอใช้ได้” ขณะพูดหลิงชางไห่ก็ดึงแขนของเฝิงเจิ้งชูไว้ก่อนเริ่มทำการตรวจชีพจร
เฝิงเจิ้งชูตกใจจนรีบชักมือกลับเรี่ยวแรงมหาศาลจนเกือบสลัดหลิงชางไห่ได้ แน่นอนว่าด้วยท่าทางร้อนรนเช่นนี้ ทำให้ใบหน้าของเขาถูกเปิดเผยออกมา
เมื่อหลิงชางไห่เห็นใบหน้าของเฝิงเจิ้งชูชัดก็เบิกตากว้างด้วยความตื่นตกใจ
“เจ้า…เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
เมื่อถูกพบเข้าเฝิงเจิ้งชูยอมแพ้แล้วเลิกปิดบัง “เจ้าอยู่ที่นี่ได้แล้วเหตุใดข้าจึงอยู่ไม่ได้”
“เจ้าควรเพลิดเพลินกับบั้นปลายชีวิตที่เมืองหลวงมิใช่หรือเหตุใดจึงมารังควานหลานข้า!”
“อะไรคือรังควานหลานเจ้าเพราะพวกเขามีวาสนากับข้า อีกอย่างข้าก็มาอยู่ที่นี่ได้สักระยะแล้ว เจ้าคิดว่าใครๆก็มากแผนการเจ้าเล่ห์เหมือนเจ้าหรืออย่างไร ที่รบเร้าจะขอเป็นปู่ของผู้อื่นเสียให้ได้”
เฝิงเจิ้งชูตอนพูดคำนี้ได้ลืมไปหมดสิ้นว่าเขาเองก็เคยอ้างตัวเป็นปู่ของลั่วจิ่งเฉินต่อหน้าผู้เป็นแม่เช่นกัน
“ข้าเจ้าแผนการอย่างไรเจ้าพูดมาให้ชัดเจนนะ ตอนนั้นต่อหน้าอดีตฮ่องเต้ เจ้าพูดผิดเป็นถูกตอนนี้อายุปูนนี้แล้ว ยังไม่เปลี่ยนนิสัยชอบพูดจาไม่ดี” หลิงชางไห่ไม่ได้เป็นอริกับเฝิงเจิ้งชูอยู่แล้วเพียงแต่ในอดีตทั้งสองเคยทำงานให้กับอดีตฮ่องเต้ บางครั้งจึงมีโอกาสพบเจอกันบ้าง
เฝิงเจิ้งชูมีนิสัยเถรตรงสิ่งที่ผิดก็คือผิด ถูกก็คือถูก ดังนั้นจึงมักตั้งแง่กับอดีตฮ่องเต้มีหลายครั้งที่ทำให้อดีตฮ่องเต้โมโหจนกระอักเลือด จนทำให้หลิงชางไห่ต้องมาจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้ทุกครั้งอย่างที่รู้กันว่าชีวิตของฮ่องเต้นั้นมีค่าเพียงใด การทำเช่นนี้เพียงครั้งเดียวก็เหมือนกับเอาหัวไปผูกไว้กับเข็มขัดแต่เจ้าเฟิงเจิ้งชูคนนี้กลับพูดเพียงไม่กี่คำก็ทำลายความพยายามทั้งหมดของหลิงชางไห่ที่สู้กอบกู้สถานการณ์อย่างยากลำบากทำให้หลิงชางไห่รู้สึกไม่พอใจคนผู้นี้อยู่บ้าง
“ฮึ สมัยก่อนเหตุใดข้าจึงดูไม่ออกว่าเจ้าปากคอเราะรายเช่นนี้ต่อหน้าอดีตฮ่องเต้ ไม่เคยเห็นเจ้าปากเก่งเช่นนี้คงไม่ใช่ว่าพอข้าไม่อยู่ในท้องพระโรง เจ้าก็ดูแคลนข้าหรอกนะ?” เฝิงเจิ้งชูต้องการแก้แค้นที่เมื่อครู่หลิงชางไห่กับลั่วจิ่งซีหัวเราะเยาะเขา
หลิงชางไห่มีหรือจะสนใจทั้งสองทะเลาะกันตั้งแต่ลานบ้านไปจนถึงโรงครัว แล้วจากโรงครัวออกมาลานบ้าน
มองดูคนทั้งสองโต้เถียงกันไปมาถึงลั่วจิ่งซีจะโง่เขลาแต่ก็คาดเดาได้ว่าผู้เฒ่าเฝิงผู้นี้มีสถานะไม่ธรรมดา
“พี่ใหญ่ผู้เฒ่าเฝิงผู้นี้มีที่มาอย่างไรกันแน่ ก่อนหน้านี้ที่ข้าไม่เคารพเขาเขาคงไม่หาเรื่องข้าหรอกนะ?”
ลั่วจิ่งเฉินวางตำราลงแล้วมองไปสองผู้เฒ่าที่กำลังโต้เถียงกัน “ผู้เฒ่าเฝิงไม่ใช่คนเช่นนั้นหากเขาคิดถือสาจริง คงไม่มีทางอยู่ที่นี่ต่อ ส่วนสถานะของเขา เจ้าไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องของเขากับท่านตาไม่เกี่ยวข้องกับเรา เจ้าเพียงแค่ทำตัวเหมือนแต่ก่อนก็พอ”
อันที่จริงเมื่อครู่ลั่วจิ่งเฉินพอจะคาดเดาสถานะของผู้เฒ่าเฝิงได้ว่าคงเป็นบุคคลสูงศักดิ์ในเมืองหลวงคนที่สามารถเข้าเฝ้าอดีตฮ่องเต้ได้จะมีสักกี่คนแล้วยังสามารถยั่วอดีตฮ่องเต้ให้ทรงกริ้วแต่ยังอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ คิดว่าแม้ใช้มือเพียงข้างเดียวก็คงนับได้
ตัวเขาโชควาสนาดีอย่างใหญ่หลวงถึงได้รับการชี้แนะคนผู้นี้
…...
ทางจ้าวจือชิงได้รับข่าวจากผู้อารักขาว่าชีเหนียงกำลังจะเข้าสู่เมืองชิงหยางแล้วเขาคิดไม่ถึงว่าชีเหนียงจะมาถึงเร็วเช่นนี้ จึงรีบเร่งให้คนย้ายตัวสองแม่ลูกสกุลลั่วไปที่อื่นหลังจากนั้นก็เร่งไปที่ประตูเมืองและแสร้งบังเอิญเจอชีเหนียง
“บังเอิญเช่นนี้เชียวหรือ?” ชีเหนียงที่เพิ่งลงจากรถม้าเพื่อถามทางพอเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าเป็นจ้าวจือชิงที่เดินเต็ดเตร่อยู่แถวประตูเมืองพลันพึมพำในเสียงค่อย ไม่ว่าอย่างไรก็รู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญเพียงแต่จ้าวจือชิงกลับเดินผ่านรถม้าของตน แล้วยังเหมือนไม่ได้สังเกตเห็นตนด้วยซ้ำ
ชีเหนียงเหมือนจะคิดอะไรได้จึงบอกกับคนขับรถม้าให้ตรงเข้าไปในตรอก จ้าวจือชิงเห็นว่ารถม้าของชีเหนียงไปไกลแล้วจึงรีบวิ่งตามไป
“นิสัยของชีเหนียงช่างจับทางไม่ง่ายจริงๆข้าก็แค่ล้อนางเล่น นางกลับไปจริงๆ”
ชีเหนียงเห็นจ้าวจือชิงวิ่งตามหลังรถม้ามาก็รู้ว่าเมื่อครู่อีกฝ่ายแกล้งทำเป็นไม่เห็น
“ชีเหนียงเจ้าหยุดได้สักที ขืนไม่หยุดข้าคงเหนื่อยจนตายจริงๆ แน่” จ้าวจือชิงกระโดดขึ้นรถม้าอย่างคล่องแคล่ว
ชีเหนียงเห็นเขาขึ้นรถมาก็ไม่เอ่ยอันใดเพียงแต่ใช้ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขา
จ้าวจือชิงรู้สึกถึงเพียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วเพียงพริบตา เขาก็หลบตานาง
“บอกมาเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะมาถึงวันนี้” ตอนที่ชีเหนียงส่งสาส์นมานางก็ได้ออกเดินทางมาล่วงหน้าแล้ว ที่นางมาก็เพื่ออยากดูว่าจ้าวจือชิงจะอยู่ที่นี่อย่างว่าง่ายหรือไม่
ใช่แล้วหลังออกจากอำเภอเฉา นางก็รู้สึกว่าจ้าวจือชิงมีบางอย่างแปลกๆ อย่างเรื่องที่เขาตามนางมาเมืองหลวงก็ดีหรือเรื่องที่เจอคนของค่ายโจรเลี่ยหยางก็ดี ทุกอย่างเหมือนจะอยู่ในการคาดการณ์ของจ้าวจือชิงทั้งหมดเป็นไปได้มากว่าเขาจะรู้ว่าผู้บงการอยู่เบื้องหลังคือผู้ใด หรือไม่เขาก็กำลังสืบข้อมูลอย่างลับๆดังนั้นนางจึงตั้งใจมาจับผิดเขา
-----