เกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 97 ออกเดินทาง

            จดหมายตอบรับเข้าศึกษาจากมหาวิทยาลัยชิงหวาถึงห้าฉบับสร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งเมืองซวงเฉิงสำนักงานการศึกษาจึงรีบจัดการพบปะนักเรียนขึ้นเพื่อให้ทั้งห้าคนได้ถ่ายทอดประสบการณ์แบบใกล้ชิดแก่นักเรียนมัธยมปลายรุ่นต่อไปเพื่อเป็นการกระตุ้นขวัญกำลังใจและให้คำแนะนำในการสอบเพื่อหวังว่ารุ่นน้องจะสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้อีกครั้ง

            แต่เมื่อสำนักงานการศึกษาเตรียมการเสร็จสรรพและติดต่อกับนักเรียนทั้งห้าคนกลับได้รับคำตอบจากผู้ปกครองว่า นักเรียนทั้งห้าได้ออกจากบ้านเดินทางไปปักกิ่งแล้ว ทำเอาหัวหน้าสำนักงานการศึกษาถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกไม่คิดว่านักเรียนเหล่านี้จะรีบออกจากบ้านกันตั้งแต่เนิ่นๆ

            "ผู้อำนวยการหมี่ นี่มันอะไรกันครับการพบปะที่สำนักงานสั่งการลงมาหมดแล้ว พวกเขาออกจากบ้านกันหมดแบบนี้ทำไมพวกคุณที่เป็นผู้ปกครองไม่บอกกล่าวกันบ้าง"

            หัวหน้าสำนักงานการศึกษาสนิทสนมกับหมี่จิ้งเฉิงเป็นอย่างดีจึงพูดจาตรงไปตรงมา

            "ผมจะรู้ได้ไงว่าปีนี้สำนักงานจะจัดงานพบปะนักเรียนก็เมืองเราไม่เคยมีธรรมเนียมแบบนี้นี่ครับ"

            พอถูกหมี่จิ้งเฉิงพูดแบบนี้ผู้นำสำนักงานถึงกับหน้าเจื่อนไปเล็กน้อยพวกเขาไม่ได้คิดจะแจ้งเรื่องนี้กับครอบครัวนักเรียนก่อนจริงๆแต่หมี่จิ้งเฉิงกลับแอบดีใจอยู่ในใจ ลูกๆ ของเขาเก่งเสียจริงตอนนี้แม้แต่สำนักงานก็ยังให้ความสำคัญถึงเพียงนี้

            "เอ่อ...คือสำนักงานไม่ได้คิดให้รอบคอบเองครับแต่ก็ไม่คิดจริงๆ ว่าพวกเขาจะออกเดินทางกันเร็วขนาดนี้ถึงจะตั้งใจไปเที่ยวปักกิ่งก่อน ก็ไม่น่าจะไปกันเร็วขนาดนี้นี่มันยังเหลืออีกเดือนกว่าจะเปิดเทอมเลยนะครับ"

            ถึงหัวหน้าสำนักงานการศึกษาจะไม่พอใจแค่ไหนแต่คนก็ไปแล้ว จะทำอะไรได้ นอกจากกล้ำกลืนความขุ่นเคืองไว้

            "ผมฟังจากที่ลูกๆ บอกว่าจะถือโอกาสช่วงปิดเทอมนี้เที่ยวเล่นไปทั่ว พวกคุณก็รู้ว่าลูกๆของผมเขามีธุรกิจส่วนตัว เรื่องเงินทองก็ไม่ต้องให้พวกเราเป็นห่วงพวกเขาบอกว่าจะออกไปเปิดหูเปิดตา พวกเราที่เป็นผู้ปกครองก็ขัดขวางไม่ได้นี่ครับแถมพวกเขาก็ไปกันตั้งห้าคน คงไม่เกิดเรื่องอะไร พวกเราเลยสบายใจ"

            ห้องเสื้อหลันเยว่ของหมี่หลันเยว่กลายเป็นธุรกิจดาวเด่นของเมืองซวงเฉิงไปเสียแล้วช่วงสองปีหลังมานี้ยังได้รับการยกย่องจากทางมณฑลว่าห้องเสื้อหลันเยว่ช่วยกระตุ้นธุรกิจเสื้อผ้าที่ดำเนินการโดยเอกชนทั่วทั้งเฮยหลงเจียงตอนนี้ห้องเสื้อหลันเยว่มีชื่อเสียงในระบบธุรกิจของเฮยหลงเจียง ใครๆก็รู้จักเจ้าของตัวจริงของธุรกิจนี้ นั่นก็คือเด็กสาววัยสิบห้าปีผู้นี้เอง

            "ฉันอายุสิบห้าแล้วเหรอเนี่ยเวลาผ่านไปเร็วจริงๆ"

            พอคิดว่าตอนที่ตัวเองกลับชาติมาเกิดใหม่ยังเป็นแค่ทารกตอนนี้กลับมีอายุอานามถึงสิบห้าปีแล้วหมี่หลันเยว่ก็อดที่จะรู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่ได้

            "เธอสิบห้าแต่พวกเราตั้งสิบแปดแล้วนะ ต่อหน้าพวกเรา เธอยังกล้าพูดแบบนี้อีก"

            เฉียนหย่งจิ้นยีหัวเล็กๆ ของหมี่หลันเยว่เด็กสาวโตขึ้นมาก ดูเป็นสาวสะพรั่งขึ้นมาบ้าง รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาสะสวยแต่หมี่หลันเยว่ที่โตขึ้นกลับทำให้เฉียนหย่งจิ้นรู้สึกอยากใกล้ชิดมากกว่าเดิม

            พูดตามตรงหมี่หลันเยว่ในตอนนี้ยังไม่ถือว่าสวยสะพรั่ง แค่มีหน้าตาสะสวยเท่านั้นโชคดีที่ผ่านการฝึกร่างกายมาอย่างต่อเนื่อง รูปร่างจึงรักษาสภาพไว้ได้ค่อนข้างดีถึงจะไม่ผอมบาง แต่ก็พอดี เธอกลับมีออร่าบางอย่างที่ทำให้ละสายตาไม่ได้ทำให้ทั้งตัวดูสง่างามขึ้นมา

            "ฉันเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแล้วนะแน่นอนว่าโตแล้วสิคะ มีอะไรพูดไม่ได้ อายุผู้ชายไม่ใช่ข้อจำกัดถึงจะอายุสี่สิบก็ยังมีเสน่ห์อยู่ดี แต่ผู้หญิงไม่ได้แล้ว พอเลยยี่สิบห้าก็ถือว่าหมดความสาวแล้ว ดังนั้นฉันต้องคว้าช่วงเวลาสิบปีอันแสนสั้นนี้ไว้ให้ดีสิคะ"

            หมี่หลันหยางได้ยินน้องสาวพูดแบบนี้ก็แทบสำลักออกมา เอื้อมมือไปแตะปลายจมูกน้องสาว

            "ยัยหนูเธอรู้อะไรเรื่องผู้ชายผู้หญิง อย่าพูดจาเหลวไหล อายุเพิ่งจะเท่าไหร่เองคิดอะไรไปไกลขนาดนั้น ต่อไปอย่าให้คิดเรื่องไร้สาระพวกนี้อีกนะ"

            หมี่หลันเยว่อยากจะบอกพี่ชายว่าตัวเองเคยผ่านผู้หญิงวัยสี่สิบมาแล้ว ไม่ได้พูดจาเหลวไหลแต่คำพูดนี้เธอไม่สามารถพูดออกมาได้ พูดออกมาจะทำให้เธอเจ็บปวดใจเหลือเกินชาติที่แล้วทุ่มเทชีวิตตัวเองไปอย่างง่ายดาย ดังนั้นชีวิตนี้เธอจึงพยายามอย่างหนักอยากจะเดินไปบนเส้นทางที่แตกต่างออกไป

            "หลันเยว่ ต่อไปห้ามพูดจาแบบนี้อีกนะจะทำให้คนเข้าใจผิดได้ ถ้าเกิดเจอคนไม่ดีจะทำยังไง"

            หลินเผิงเฟยก็ไม่เห็นด้วยกับคำพูดของหมี่หลันเยว่เด็กสาวอะไรกัน พูดจาเรื่องผู้ชายสี่สิบ ผู้หญิงเท่าไหร่ฟังดูแล้วมีความหมายแฝงเกินไป

            ต้องบอกว่า หนุ่มๆ วัยสิบแปดปีเริ่มมีความเข้าใจในเรื่องเพศที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มเป็นห่วงน้องสาวคนเล็กของตัวเอง ปักกิ่งเป็นเมืองที่หรูหราอาจจะได้รู้จักคนแบบไหนก็ไม่รู้ พวกเขาเป็นห่วงน้องสาวที่ใสซื่อไปเสียแล้ว

            "เมื่อไหร่จะถึงสักทีนั่งแบบนี้เมื่อยจะแย่แล้ว"

            พวกเขาซื้อตั๋วรถไฟไปลงที่ฮาร์บินก่อนจากนั้นค่อยต่อรถไฟจากฮาร์บินตรงไปยังปักกิ่ง หมี่หลันเยว่ยืนกรานจะซื้อตั๋วรถนอนแต่หนุ่มๆ ทั้งสี่คนไม่ยอม

            บอกว่ามันสิ้นเปลืองเกินไปไม่ใช่แค่สิ้นเปลืองเงิน แต่ยังสิ้นเปลืองทัศนียภาพระหว่างทางด้วยดังนั้นพวกเขาจึงยืนกรานซื้อตั๋วนั่ง หมี่หลันเยว่ก็ได้แต่ตามใจแต่เธอเคยนั่งรถไฟความเร็วสูงในยุคหลังมาแล้ว แถมถึงจะเป็นรถไฟความเร็วสูงหมี่หลันเยว่ก็นั่งรถนอน รถไฟที่วิ่งช้าขนาดนี้ แถมยังเป็นตั๋วนั่งสำหรับหมี่หลันเยว่แล้วมันคือความทรมาน

            พอมองหนุ่มๆ ทั้งสี่คนที่กำลังร่าเริงหมี่หลันเยว่ก็ไม่อยากจะพูดอะไรอีก ได้แต่ทำใจแต่หมี่หลันหยางกลับสังเกตเห็นความไม่สบายตัวของน้องสาว

            "มาสิ หลันเยว่ นอนพักผ่อนเถอะพวกเรานั่งอยู่ข้างหน้าเธอก็ได้"

            ทั้งห้าคนนั่งอยู่ตรงข้ามกัน หนิวเถียจู้หลินเผิงเฟย และคนนอกนั่งอยู่ตรงข้ามส่วนหมี่หลันเยว่นั่งอยู่ข้างพี่ชายและเฉียนหย่งจิ้น พอได้ยินพี่ชายพูดแบบนั้นเธอก็ไม่เกรงใจ ไม่อย่างนั้น ถ้าให้เธอทนไปแบบนี้วันครึ่ง เธอคงจะแย่กว่าจะต้องไปต่อรถอีก

            "ก็ได้ค่ะ งั้นฉันนอนจริงๆ แล้วนะไม่อย่างนั้น ถ้าถึงสถานีฮาร์บินแล้วให้ฉันไปต่อรถอีก คงไม่มีแรงแน่ๆ"

            หมี่หลันหยางช่วยน้องสาววางกระเป๋าสะพายไว้บนที่นั่งแถมยังปูเสื้อผ้าไว้ด้านบน เพื่อให้น้องสาวนอนหลับสบายขึ้น

            ส่วนเขากับเฉียนหย่งจิ้นก็เลื่อนตัวไปข้างหน้านั่งแค่ตรงปลายก้นบนเก้าอี้

            "พวกนายสองคนเหยียบเท้าบนที่นั่งฝั่งพวกเราได้เลยตัวจะได้ไม่ขยับ"

            หลินเผิงเฟยและหนิวเถียจู้ที่อยู่ตรงข้ามกันก็ขยับขาให้เฉียนหย่งจิ้นและหมี่หลันหยางมีที่เหยียบเท้า

            พวกผู้ชายร่างกายแข็งแรงกว่าทนทานกว่าหมี่หลันเยว่เยอะ ถึงหมี่หลันเยว่จะนอนมาตลอดทาง แต่พอถึงสถานีฮาร์บินในบรรดาคนที่ลงจากรถ มีแค่หมี่หลันเยว่เท่านั้นที่ดูอ่อนเพลีย ส่วนหนุ่มๆที่เหลือยังกระปรี้กระเปร่ากันดี

            "ฉันไม่รู้จริงๆว่าพวกพี่เอาเรี่ยวแรงมาจากไหนเนี่ย เขย่าไปเขย่ามาตลอดทางแบบนี้ มันทรมานจริงๆ"

            หมี่หลันเยว่ไม่พอใจที่คนอื่นกระปรี้กระเปร่าแต่ตัวเองกลับอ่อนเพลีย

            "เธอนี่มันคุณหนูจริงๆมีที่นั่งก็นับว่าดีแล้ว ไม่เห็นเหรอว่ายังมีคนที่ยืนมาตลอดทางเลย"

            พอโดนพี่ชายดุ หมี่หลันเยว่ก็ได้แต่ฟังเธอก็เห็นจริงๆ ว่าคนที่ซื้อตั๋วยืนมา ลำบากขนาดไหนคิดถึงคนที่เดินทางในสมัยนี้แล้วก็รู้สึกว่ามันไม่ง่ายเลยไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่มีใครอยากเดินทางไกล

            "พี่คะ รอบนี้เชื่อฉันเถอะนะเราต้องซื้อตั๋วรถนอน จะได้ไปถึงปักกิ่งแบบสดชื่น"

            หมี่หลันหยางอยากจะบอกว่ามีแค่เธอคนเดียวที่ไม่สดชื่น แต่พอเห็นว่าน้องสาวดูไม่ค่อยมีแรงจริงๆสุดท้ายก็ยอมซื้อตั๋วรถนอนห้าใบ ทำเอาเขาแอบเสียดายเงินอยู่เหมือนกัน

            "พี่คะเขาว่ากันว่าไม่ยอมเสียเหยื่อแล้วจะจับหมาป่าได้ยังไง [1] ถ้าพี่ไม่ยอมจ่ายเงินก็จะคิดแต่จะหาเงินมาใช้หนี้ เพราะถ้าพี่ไม่ขยันหาเงิน เงินมันก็จะหมดไปพี่รู้ไหมว่าคนเรามันขี้เกียจ ถ้ามีเงินอยู่ในมือ ก็ไม่อยากจะดิ้นรนแล้ว"

            "หรือว่าพี่อยากจะใช้ชีวิตแบบประหยัดไปทุกเรื่องใช้เงินแต่ละบาทก็ต้องคิดแล้วคิดอีก ฉันไม่เอาด้วยหรอก ฉันอยากจะเหนื่อยหน่อยหาเงินให้เยอะๆ แล้วค่อยใช้ชีวิตให้มีความสุข อยู่บ้านหลังใหญ่ ขับรถส่วนตัวไปเที่ยวต่างประเทศ ชีวิตแบบนี้ถึงจะเรียกว่าไม่เสียชาติเกิด"

            ความคิดของหมี่หลันเยว่แบบนี้เพิ่งจะพูดออกมาเป็นครั้งแรก หนุ่มๆ ทั้งสี่คนมองหน้ากันเลิ่กลั่กแต่ความตื่นเต้นที่ค่อยๆ ฉายออกมาบนใบหน้ากลับเผยให้เห็นความรู้สึกของพวกเขาเพราะภาพที่หมี่หลันเยว่วาดไว้มันช่างเย้ายวนใจจริงๆ

            "หลันเยว่ พวกเราจะมีบ้านมีรถเป็นของตัวเองได้จริงๆ เหรอ พวกเราจะไปเที่ยวต่างประเทศได้จริงๆ เหรอ"

            หนิวเถียจู้ถามอย่างไม่แน่ใจในใจรู้สึกกระวนกระวายเล็กน้อย

            "แน่นอนสิแค่พวกเราทำธุรกิจของตัวเองให้ดี เรื่องพวกนี้มันเรื่องเล็กเดี๋ยวพอพวกพี่รวยขึ้นมา จะได้กินโต๊ะจีนราคาหมื่นสองหมื่น ตีกอล์ฟครั้งละแสนกว่านั่นมันเรื่องธรรมดา"

            โต๊ะจีนราคาหมื่นสองหมื่นตีกอล์ฟครั้งละแสนกว่า? นี่มันคือชีวิตที่พวกเขาจะได้สัมผัสเหรอใบหน้าของหนุ่มๆ ทั้งสี่คนเริ่มแดงก่ำพวกเขาไม่ได้ใฝ่ฝันถึงการใช้ชีวิตระดับนั้นจริงๆแต่พวกเขารู้ว่าการใช้ชีวิตแบบนั้นได้ หมายถึงสถานะทางสังคมที่พวกเขาจะได้ไปถึง

            "หลันเยว่ฉันเชื่อว่าทุกสิ่งที่เธอพูดมาจะเป็นจริงได้ แค่พวกเราพยายามแล้ว ดิ้นรนแล้วทุ่มเทความกระตือรือร้นลงไป พวกเราก็จะได้รับผลตอบแทนไม่มีใครหรอกที่จะหว่านเมล็ดพันธุ์ทิ้งเปล่าๆ"

            หมี่หลันหยางกำหมัดแน่น ชกไปในอากาศอย่างแรง

            "แน่นอนความพยายามของใครก็ไม่สูญเปล่าหรอก แถมพวกเราไม่ได้อยู่คนเดียวความสามัคคีของทุกคนจะต้องนำพาไปสู่ความสำเร็จอย่างแน่นอน"

            เฉียนหย่งจิ้น หลินเผิงเฟยและหนิวเถียจู้ก็มีความมั่นใจเช่นเดียวกัน

            "ดังนั้น ทุกคนสู้ๆ นะหวังว่าการเดินทางไปปักกิ่งของพวกเรา จะไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง"

            แน่นอนว่าจะไม่ผิดหวัง เพราะพวกเรายังหนุ่มยังมีเวลาให้ดิ้นรนสี่ปีในปักกิ่ง พวกเราจะไม่กลับบ้านมือเปล่าอย่างแน่นอน

            บางทีการสร้างอาณาจักรธุรกิจอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พวกเราจะไม่ยอมแพ้ตราบใดที่ยังทุ่มเท ก็ต้องมีผลตอบแทนเมืองซวงเฉิงก็สร้างอุตสาหกรรมจากไม่มีอะไรเลยไม่ใช่เหรอ มีอะไรที่ทำไม่ได้ตราบใดที่ไม่ยืนอยู่กับที่ ตราบใดที่ยังพยายามเดินไปข้างหน้า ความสำเร็จก็จะกลายเป็นความจริงด้วยความพยายามทีละก้าวของพวกเรา

            "ไปซื้อตั๋วรถนอนกันเถอะค่ะ พี่ๆ"

            หนุ่มๆ ต่างพร้อมใจกันตะโกน ใช่ไปซื้อตั๋วรถนอนกันเถอะ ให้พวกเรานอนหลับฝันดีบนเส้นทางสู่โลกอนาคตให้พวกเราใช้ชีวิตอย่างหรูหราบนเส้นทางแห่งการเดินทาง

            เชิงอรรถ 

             [1] ไม่ยอมเสียเหยื่อแล้วจะจับหมาป่าได้ยังไง(舍不得孩子套不着狼)หมายถึง ถ้าไม่ยอมเสียสละสิ่งเล็กๆ ก็จะไม่ได้สิ่งใหญ่กลับมา 

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390