การต่อสู้ของแก๊งซิ่งและแก๊งนักเรียนได้ผ่านมาแล้วประมาณ 20 นาที ซึ่งสถานการณ์ในตอนนี้ก็ค่อนข้างชุลมุนวุ่นวาย แก๊งซิ่งจำนวนไม่น้อยที่โดนจัดการล่วงลงไป แต่ที่ยังยืนอยู่ก็ยังคงเยอะอยู่ดี ทั้งลูกน้องที่โดนซัดร่วงลงไปเท่าไหร่ก็เหมือนจะไม่ลดลงเลย แถมยังมีหัวหน้าที่เป็คนตัวใหญ่ที่แข็งแกร่งราวกับสัตว์ประหลาด กำลังสู้กับ 2 อัจฉริยะ และ 1 เด็กเบียวได้อย่างสูสี
“แฮ่ก...แฮ่ก... ทำไมมันไม่ลดลงเลยวะ!”
ต้าเริ่มแสดงอาการณ์เหนื่อย ทางฝั่งของเติ้ลก็เริ่มเหนื่อยไม่ต่างกัน แต่เพื่อไม่ให้เพื่อน ๆ และเด็กในชมรมที่เหลือเสียขวัญกำลังใจ เติ้ลจึงพยายามคิดกลอุบายที่จะแก้สถานการณ์นี้ และเขาก็ได้ปิ๊งไอเดียขึ้นมา ซึ่งมันจะต้องได้ผลแน่ ๆ
“เห้ย ออโต้ แซม!!” เขาะโเรียกไปทาง 2 คนนั้นที่กำลังสู้อยู่ไม่ไกลนัก “เรามาวัดกันหน่อยไหมว่าชมรมมวยไทยกับชมรมเทควันโดและชมรมบาสที่พวกแกพามา ใครจะเจ๋งกว่ากัน”
“หา? มันใช่เวลาไหมเนี่ยตอนนี้...?”
“ฮ่า ๆ ดูเหมือนเ้านั่นจะคิดอะไรน่าสนุก ๆ ออกแล้วล่ะมั้ง... แล้วเมื่อไหร่ไอ่พวกนี้มันจะหมดซักทีละเนี่ย!!”
เติ้ลแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะะโกลับไปอีกรอบ
“มาวัดกันไปเลยดีกว่าว่าฝ่ายไหนจะจัดการไอ่พวกนี้ได้มากกว่ากัน! ถ้าเกิดฝ่ายไหนแพ้จะต้องเลี้ยงบุฟเฟต์ฝ่ายที่ชนะ 1 มื้อแบบไม่มีข้อโต้แย้ง!!”
“โอ้~ เจ๋งไปเลยนี่หว่าไอ่เติ้ล” ต้าเห็นด้วยกับแผนการนี้
แซมและออโต้ยิ้มตามออกมาและดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีแรงฮึดขึ้นมากว่าเดิมขึ้นไปอีก
“หึ... พูดแล้วก็อย่าคืนคำล่ะ”
“พวกเรา!! บุฟเฟต์ฟรีโว้ย!!!!”
สถานการณ์ของทั้ง 2 ฝั่งกลับมาสูสีกันอีกครั้งถึงแม้พวกแก๊งซิ่งจะมีจำนวนมากกว่าเท่าตัว แผนการนี้ของเติ้ลนับว่าค่อนข้างได้ผลดีเลยทีเดียว แต่จุดประสงค์อีกอย่างหนึ่งของแผนการนี้คือยื้อเวลาเอาไว้ให้ได้มากที่สุดจนกว่าที่ 3 คนนั้นจะสามารถจัดการหัวหน้าฝั่งมันลงได้ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่เื่ง่ายเอาซะเลย
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ พวกแก 3 คนมีปัญญาแค่นี้เหรอ!! เข้ามาอีก! เข้ามา!!”
ไม้เริ่มมีอาการาเ็ให้เห็นตรงบริเวณลำตัวและบนใบหน้า แต่นั่นก็ถือว่าค่อนข้างน้อยถ้าเทียบกับคู่ต่อสู้ทั้ง 3 คนของเขา
ไบรท์ได้หมุนตัวเตะกลับหลังเข้าไปที่ลิ้นปี่ของมันเต็ม ๆ ทว่ามันก็ยังยืนอยู่ได้และจับขาของเขาเอาไว้แน่น ในจังหวะที่มันกำลังจะเหวี่ยงไบรท์ออกไป เคก็ได้วิ่งะโแทงเข่าเข้าไปที่หน้าของมันจัง ๆ ตามด้วยฟันศอกลงไปที่หางคิ้วและหมุนตัวจรเข้ฟาดหางเข้าไปที่ขมับเต็ม ๆ จากนั้นตูนก็ได้เข้ามาสมทบใช้เคียวตุชินคาราเต้ตั้งหลักยืนให้มั่นและปล่อยหมัดตรงเข้าไปที่บริเวณหัวใจของมันจนทำให้เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นมา
ไม้ที่โดนเข้าไปขนาดนั้นก็ได้นิ่งลงไปชั่วขณะหนึ่ง และไม่นานจากนั้นมันก็เริ่มขยับตัวและเหวี่ยงทั้ง 3 คนปลิวออกไป
“ฮ่า ๆ ๆ ดี! ต้องอย่างงี้! มันถึงจะมันส์! ถือซะว่าวอร์มมือก่อนไปซัดกับไอ่สิงห์ก็แล้วกันโว้ยย!!”
ซัดไปที่ปลายคางก็แล้ว ตรงหัวใจก็แล้ว เล็งจุดอ่อนของร่างกายมนุษย์ก็แล้ว แต่มันก็ยังคงมีแรงยืนได้อยู่ดี ทว่าพวกเขาก็ยังคงไม่ยอมแพ้ ทั้ง 3 คนยังคงลุกยืนขึ้นมาถึงแม้ว่าร่างกายจะเจ็บหนักแค่ไหนก็ตาม
“นี่เค... แกยังไหวไหม...”
“อา... ยังได้อยู่ แต่ฉันว่าห่วงเ้าตูนมันก่อนเถอะ เห็นมันไม่พูดอะไรมาั้แ่เมื่อกี้แล้ว”
ตูนไม่พูดอะไรมาสักพักแล้ว เอาแต่เงียบและจ้องไปที่ไม้อย่างเดียวจนน่าแปลกใจ พวกแก๊งซิ่งที่เห็นหัวหน้าของตัวเองสามารถรับมือกับ 3 คนนั้นได้อย่างสบายและมีแววกำลังจะชนะก็เริ่มมีแรงฮึดขึ้นมา หยิบจับอาวุธและจัดการนักเรียนคนอื่น ๆ ล่วงไปทีละคนจนพวกมันกลับมาเป็ฝ่ายไล่ต้อนอีกครั้งหนึ่ง
“แบบนี้ไม่ดีแน่... เราต้องรีบจัดการไอ่ั์นี่”
“อา... ฉันเห็นด้วยกับแกเลยว่ะเค”
เคและไบรท์เห็นพ้องต้องกัน พวกเขาพุ่งเข้าไปโจมตีชายร่างั์ตรงหน้าด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ ไบรท์ะโหมุนตัว 1080 องศาเตะเข้าไปที่ปลายคางของมันได้อย่างแม่นยำ ส่วนเคก็ได้แทงเข่าเข้าไปที่ชายโครงของมันอย่างเต็มแรง พวกเขาออกกระบวนท่ามากมายที่ได้ร่ำเรียนมาเข้าไปที่ชายตรงหน้า ส่วนตูนก็ได้พุ่งเข้ามาใช้หมัด 0 นิ้วเข้าไปที่หัวใจของมันซ้ำเข้าไปอีกเต็ม ๆ และต่อด้วยเตะเข้าไปปลายคางย้ำไปที่จุดเดียวกับที่ไบรท์พึ่งเตะไป และจบด้วยะโหมุนตัวไปด้านหน้าพร้อมกับใช้ปลายเท้าฟาดลงเข้าไปเต็มกลางแสกหน้าของไอ่ไม้
ทั้ง 3 คนทุ่มสุดตัวเพื่อล้มไอ่สัตว์ประหลาดตัวนี้ ทว่าในจังหวะทั้งตูนเตะเข้ามา มันก็ได้คว้าขาของตูนไว้ได้ มันบีบแน่นและเหวี่ยงเขาออกไปอย่างแรงจนร่างเล็กไถลไปกับพื้น
“เจ็บ.... เจ็บโว้ย... เจ็บโว้ย!!!!”
การทุ่มสุดตัวของพวกเขาทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บและเริ่มที่จะเอาจริง หลังจากที่มันได้เหวี่ยงตูนออกมา มันก็ได้พุ่งเข้าไปต่อยเข้าที่ท้องของเคอย่างเต็มแรงจนเคตัวลอยขึ้นมาตามแรงหมัดของมัน และไบรท์ก็ได้เข้ามาช่วย เขาได้หมุนตัวเตะเกี่ยวเข้าไปที่ก้านคอด้วยแรงที่เหลืออยู่ ทว่ามันกลับยืนนิ่ง มันจับขาของไบรท์ไว้แน่นและเหวี่ยงเขาฟาดลงไปกับพื้นอย่างเต็มแรง
สถานการณ์เริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ พรรคพวกของเขาที่กำลังสู้อยู่ตอนนี้ก็โดนไล่ต้อนจนเกือบจะจนมุม เคและไบรท์ก็โดนโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว ไม่สามารถโต้กลับไป ไอ่หมอนี่มันแข็งแกร่งเกินไป และเมื่อมันได้เล่นงานเคกับไบรท์จนทั้งคู่ยับเยินจนลุกแทบไม่ขึ้น มันก็ได้หัวเสียงดังเราะออกมาด้วยความสะใจ
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ กุน่ะแข็งแกร่งที่สุดในโลกโว้ย!!!! ไหน มึงใช่ไหมที่เป็คนพูดว่ากุสู้ไอ่สิงห์ไม่ได้น่ะ ห้ะ!!!” มันได้ใช้ร่างกายอันใหญ่โตทิ้งน้ำหนักเหยียบลงไปที่ข้อมือของเคหนักขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งใจจะหักข้อมือเขาจริง ๆ ทว่ามันก็ได้นึกบางอย่างขึ้นมาได้และได้หยุดกระทันหัน
“อย่าพึ่งดีกว่า กูว่ากูควรจะมีตัวอย่างให้มึงดูว่ะ ว่าเวลากระดูกหักมันเป็ยัง” พูดจบมันก็ได้กวาดตามองไปรอบ ๆ และสายตาของมันก็ได้มาหยุดที่ไบรท์ จากนั้นมันก็เดินเข้าไปดึงขาของเขาขึ้นมาใช้แขนหนีบไว้แน่นและพร้อมจะหักได้ในทันที
“ดูนะ แล้วก็ฟังเสียงนะ สิ่งนี้แหละที่จะขึ้นกับมือของมึงต่อไปน่ะ”
ทว่าในจังหวะที่มันกำลังจะหัก จู่ ๆ ก็ได้มีอะไรบางอย่างพุ่งตรงเข้ามาที่ดวงตาทั้ง 2 ดวงของมันอย่างรวดเร็ว แต่มันก็สามารถเอี้ยวตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด ถ้าหากว่าช้ากว่านี้ไปแค่เพียงเสี้ยววิล่ะก็ มันคงได้ตาบอดไปแล้ว
“เฮ้ย ๆ ๆ เกือบไปแล้วเชียว หวุดหวิดเลยนะเนี่ย ตอนแรกก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็เป็แกเองเหรอเ้าชิโระ โอนิ ตั้งใจจะใช้ 2 นิ้วนั่นแทงตาฉันเหรอ…?”
ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะไม่ใช่ชิโระ โอนิ ไม่ใช่จงกอน ไม่ใช่อะไรสักอย่างแล้ว ทว่าตูนในตอนนี้ได้กลายเป็ใครก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่ตูนคนเดิมที่เราเคยรู้จัก
“อะไรของแกเนี่ย ยังมีไม้เด็ดซ่อนอยู่อีกเหรอ มาสิ มา จะเล่นด้วยซักหน่อยก็ได้”
ร่างเล็กพุ่งเข้ามาหมุนตัวไปด้านหน้าและตอกส้นลงไปที่เท้าของอีกฝ่ายจนเท้าของมันยุบลงไป
“อึ่ก! อะไรของมึงวะ!”
ไม้ที่เคยโดนแบบนี้มาก่อนก็จะต้องรู้สึกเจ็บเป็ธรรมดา มันได้ปล่อยหมัดอันใหญ่ั์ของมันสวนกลับมา ทว่าตูนก็ได้เตะเสยเข้าไปที่ลูกอัณฑะของอีกฝ่ายอย่างเต็มแรงจนทำให้มันตัวอ่อนลงมาและคลายมือที่กำแน่นออก จากนั้นตูนก็ได้จับไปที่นิ้วมือของและหักนิ้วทั้ง 5 นิ้วของมันทิ้งทันที ทำให้ตอนนี้หมัดขวาของมันใช้งานไม่ได้แล้ว
“อ้ากกก!!! เxี้ยไรวะเนี่ย!!”
ยังไม่จบเพียงเท่านั่น ในระหว่าที่ไม้กำลังกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป ตูนก็ได้ใช้มือทั้ง 2 ข้างตบเข้าไปที่บ้องหูของเต็ม ๆ จนทำให้มันเกิดอาหารเบลอไปหมดจนล้มลงไป จากนั้นตูนก็ได้ต่อยคอหอยหรือลูกกระเดือกของมันต่อจนทำให้มันเจ็บจนสำลักน้ำลายออกมาและใช้มือทั้งสองข้างมากุมคอของตัวเองไว้ เมื่อไม้ได้มองขึ้นมาก็ได้พบกับตูนที่กำลังกำหมัดแน่นต่อยลงมาที่จมูกของเขาอย่างเต็มแรง จนทำให้เขาล้มลงไปนอนบนพื้น
ตูนไม่พูดอะไรสักคำ เอาแต่ต่อยลงไปที่จมูกของไอ่ไม้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนมันสลบไปแล้ว ตูนก็ยังคงต่อยอยู่ บรรดาเหล่าแก๊งซิ่งและพรรคพวกของเขาต่างก็พูดไม่ออกเมื่อเห็นภาพสุดสยองตรงหน้าและไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเพราะกลัวว่าตนเองจะเป็รายต่อไปที่โดนแบบนั้น
ยะ-แย่แล้วล่ะตูนเย็น มันออกมาแล้ว!! รีบห้ามตูนเร็ว!!
จะ-ใจเย็นก่อนตูนร้อน! เราต้องมีสะ-สติ! รีบ ๆ ดึงตูนกลับมาเร็ว
อ่าวทั้ง 2 คนไม่ได้เจอกันนานเลยเป็ไงบ้าง
มันใช่เวลามาทักทายกันไหมเนี่ยตอนนี้น่ะห้ะ!! เราต้องรีบช่วยตูนนะ อย่าให้เ้านั่นมันมาครอบงำตูนของพวกเราได้
ตูน! ได้ยินพวกเราไหม!! พวกเราอยู่นี่แล้ว!! พวกเรามาอยู่กับนายแล้ว!! ไม่ต้องสู้แล้วล่ะ พอได้แล้ว! กลับมาหาพวกเราเถอะ!! นายปลอดภัยแล้ว!! ฮือ ๆ ๆ ตูน!!
“ตูน!”
ดูเหมือนว่าจะได้ผล เสียงเรียกของเคสามารถดึงสติของตูนกลับมาได้ ทำให้หยุดปล่อยหมัดลงไป
“เค... ไบรท์... พวกนายโอเคหรือเปล่า...”
“ฉันว่า... พวกเราควรจะถามคำถามนั้นกับนายมากกว่านะ...”
สภาพของตูนในตอนนี้ชุ่มไปด้วยเื เสื้อนักเรียนสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ถูกย้อมไปด้วยเืสีแดงสด ๆ โดยเฉพาะที่กำปั้นของเขาที่มีแต่เืของอีกฝ่ายจนแทบจะมีสีเนื้อโผล่มาให้เห็นแล้ว
พวกแก๊งซิ่งที่เห็นสภาพหัวหน้าของตัวเองยับเยิน เละจนแทบไม่เหลือชิ้นดีจากฝีมือของชายตัวเล็ก ๆ คนเดียว จึงเริ่มขวัญผวาและวิ่งแตกรังกันไปคนละทิศละทาง และชัยชนะในครั้งนี้จะเป็ของเด็กมัธยมโรงเรียนเบียวศาสตร์ โดยเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในค่ำคืนนี้จะถูกจารึกไว้ในหัวความทรงจำของพวกเขาตลอกกาล
- ณ วันปัจฉิม -
งานปัจฉิมภายในโรงเรียนดำเนินไปได้ด้วยดี มีผู้หลักผู้ใหญ่ คนใหญ่คนโตมากมายต่างเข้ามาแสดงความยินดีให้กับลูกหลานของพวกเขาเอง เคและไบรท์ก็ได้มาเข้าร่วมงานด้วยตามปกติ ถึงแม้พวกเขาจะโดนถามว่าทำไมถึงมีรอยฟกช้ำเต็มตัวแบบนั้น เคและชมรมมวยไทยก็จะตอบกลับไปว่าเพราะซ้อมกันหนัก ส่วนไบรท์ก็ให้เหตุผลว่ากลับมาเล่นเทควันโดแล้ว ซึ่งนั่นมันก็คือเื่จริง
เพราะจากเหตุการณเมื่อคืนทำให้พวกเขารู้ตัวของพวกเขาเองจำเป็ต้องแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้ เพื่อที่ในอนาคตเจอคนแบบไม้อีกจะได้รับมือไหว พวกเขาในตอนนี้ยังคงอ่อนแอ ต้องซ้อมให้หนักขึ้น
แต่กลับมาดูที่เ้าตัวแสบของเรา
งั่ม! งั่ม! งั่ม! งั่ม! งั่ม!
วันปัจฉิมมีแต่ของอร่อยทั้งนั้นเลย อาหารคุณภาพดี ระดับมิชลินสตาร์ มีให้กินแบบบุฟเฟต์ไม่อั้น และเมื่อพูดถึงบุฟเฟต์ เติ้ลที่ได้ไปท้ากับออโต้และแซมไว้ก็ยังคงถกเถียงกันอยู่ว่าฝั่งไหนกันแน่ที่เป็ฝ่ายจัดการได้มากกว่า
“หึ! ใช่ได้เลยหนิขอรับ ทักษะการกินของคุณน่ะ!”
“ธรรมดา อย่ามาดูถูกฉันที่ชอบเข้าไปวิ่งเล่นในโลกกรูเมต์ ั้แ่ 5 ขวบนะ!”
ตูนและโอมกำลังล่าอาหารทั่วทั้งโรงเรียนอย่างไม่บันยะบันยัง ราวกับว่าไม่มีอะไรตกถึงท้องมาแล้วร่วม 5 เดือน
“แล้วทำไมมีแผลเต็มตัวแบบนั้นล่ะขอรับ ไปทำอะไรมา”
“ไปเจออสูรข้างขึ้นมาน่ะ”
“หึ... อสูรข้างขึ้นมันที่จริงที่ไหนกันล่ะขอรับ-- อ๊ะ!! นั่นมันของกระผมนะ! เอาคืนมาเดี๋ยวนี้!!”
ตูนที่กำกินแบบไม่สนโลกก็ไม่รู้เลยว่าความนิยมในโรงเรียนของเขาได้เปลี่ยนไปมากขนาดไหน
“อ๊ะ! นั่นตูนนี่ กำลังกินใหญ่เลย เคี้ยวตุ่ย ๆ น่ารักชะมัด”
“นั่นเหรอคนที่ได้ฉายาว่ายมบาลน้อย... ก็ไม่ได้แย่นะ”
“ได้ข่าวว่าเป็คนที่ทำให้เคกับไบรท์กลับมาคืนดีกันด้วยล่ะ ต้องเข้าไปคุยด้วยสักหน่อยแล้ว”
เพียงดาวที่ยืนอยู่ตรงนั้นรู้ดีกว่าใครว่าในหัวของไอ่หมอนั่นมันมีแต่เื่อะไรบ้าง เลยได้ยืนแสดงความเสียใจให้กับผู้หญิงพวกนั้นอยู่ในใจ
ภายในค่ำคืนนั้น พิธีปัจฉิมจะจบลงด้วยการจุดพลุตอนกลางคืนเป็อันเสร็จพิธี ซึ่งมันก็ใกล้จะถึงเวลาแล้ว ทว่าไอ่หมอนี่ที่มาเรียนปีแรกกลับไม่รู้อะไรเอาซะเลย
"หืม...? เมื่อกี้นายว่าไรเหรอ?”
เปล่า ไม่ได้ว่าอะไร
“งั้นเหรอ.. แล้วดาวอยู่ไหนล่ะเนี่ย ช่วยหาหน่อยสิ”
ตูนเดินไปเดินมาพร้อมกับของบางอย่างในมือ จนกระทั่งเขาได้ไปเจอกับคนที่กำลังตามหากำลังยืนอยู่คนเดียว
“ดาว!!”
“อ่าว นายก็มาดูพลุเหมือนกันเหรอ?”
“ไม่ใช่ ฉันมีของมาให้”
“อย่าพึ่งให้ตอนนี้ พลุจะจุดแล้ว เดี๋ยวค่อยให้!”
“ไม่ได้! ต้องให้ตอนนี้!”
“เอ๊ะ! ก็บอกว่าเดี๋ยวค่อยให้ไง!”
และทั้ง 2 คนก็ทะเลาะกันไปมาซะอย่างงั้น จนกระทั่งตูนตัดสินใจควักของขวัญออกมา
“นี่! ฟิกเกอร์เซล่ามูน”
วี๊ด.... ตุ้ม!
ชั่งบังเอิญหรือนี่กระไร พลุได้ถูกจุดขึ้นมาพร้อมกับตูนที่มอบของขวัญที่อีกฝ่ายชอบได้อย่าตรงเวลาพอดี อย่างกะฉากโรแมนติกในอนิเมะ
“ที่จริงเป็ของพี่สาวฉันน่ะ ฉันไปขอมา กว่าจะได้มามันลำบากมากเลยรู้ไหม แต่พี่ของฉันยังไม่เคยแกะเลยนะ ข้างในยังใหม่อยู่เลย อ่ะ เอาไปสิ!”
อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรกลับมาและเงียบไปสักพัก จากนั้นเธอก็เริ่มทำท่าเคอะเขินและมองมาที่ฝ่ายชาย
“นายนี่แย่ชะมัด...”
“หือ?”
“ไหนบอกว่าจะไปซื้อด้วยกันไง ฉันจะรับไว้ก็ได้ แต่ครั้งหน้าต้องไปซื้อด้วยกันนะ”
เอ๊ะ พูดแบบนี้หมายความว่าไง? มีใจ? หรือยังไง? หรือจะให้ตูนออกเงินให้เลยถือโอกาสตีเนียน? คงไม่หรอกมั้ง.... แต่ก็ดีแล้วล่ะที่จบลงด้วยดี…
ยังไม่จบนะเหลืออีกนิดหนึ่ง
.
.
.
.
.
.
.
- ณ สถานที่แห่งหนึ่ง -
ไม่รู้ว่าจากวันนั้นมันได้ผ่านมาแล้วกี่วัน แต่ว่าตอนนี้แก๊งซิ่งได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งโดยที่มีไม้เป็หัวหน้าเช่นเดิม สภาพร่างกายของเขาเริ่มกลับมาหายดีแล้วเพียงแต่ตรงจมูกที่ยังมีผ้าปิดแผลปิดเอาไว้อยู่
“แม่งเอ้ยไอ่xัส! ตอนนี้รวบรวมได้กี่คนแล้วว่ะ!”
“ประมาณ 30 กว่าคนครับลูกพี่”
“เออ! แค่นี้ก็พอละ! กุไม่ยอมแพ้หรอกxัส จนกว่าจะได้กระทืบไอ่เxี้ยสิงห์! และก็กลับไปล้างแค้นไอ่เตี้ยนั่น!”
ไม้ได้รวบรวมลูกน้องกลับมาและหวังว่าจะกลับไปถล่มโรงเรียนอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่ามันคงจะเป็ได้แค่ความฝันไปซะแล้ว…
“ไง... ไม้ ได้ข่าวว่าแกอยากเจอฉันเหรอ” เสียงของบุคคลปริศนาดังเข้ามาจากทางด้านหน้าของเขา และเมื่อไม้ได้เห็นหน้าของชายคนนั้น เขาก็ตาลุกวาวและลุกพรวดขึ้นมาด้วยความเืร้อนทันที
“ไอ่สิงห์!!! ฮ่า ๆ ๆ มาหากุถึงที่เลยนะมึง!! กุอยากเจอมึงมานานแล้วไอ่xัส!!!” จากนั้น ไม้และลูกน้องทั้งหมดพร้อมอาวุธครบมือก็ได้รุมเข้าไปหาชายคนนั้นพร้อมกันทันทีโดยไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ
ไม่นานจากนั้น
ภายในที่แห่งนั้นที่เคยเต็มไปด้วยเหล่าชายฉกรรจ์ 30 กว่าคนที่กำลังฮึกเหิม ในตอนนี้ชายฉกรรจ์เ่าั้ต่างก็นอนระเนระนาดกันอยู่บนพื้นโดยอยู่ในสภาพไม่พิการก็ไอซียู และหัวหน้าของพวกมันเป็เพียงคนเดียวที่ยังคงสติไว้ได้ กำลังนอนตะเกียกตะกายตัวสั่นและระบมไปทั้งตัว
“กะ....แก ไอ่สิงห์....”
ไม้ผู้แข็งแกร่งที่ต้องใช้ 2 อัจฉริยะกับ 1 เด็กเบียวช่วยกันสู้ กลับถูกจัดการซะยับเยินไม่เหลือชิ้นดีพร้อมกับลูกน้องอีก 30 กว่าคน โดยที่เป็ฝีมือของคน ๆ เดียวที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขาแบบไร้รอยาแ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าคนที่ชื่อสิงห์อันตรายขนาดไหน
“นายไม่ควรไปก่อความวุ่นวายให้กับโรงเรียนคนอื่นเขานะ หลังจากนี้ไปก็ทำตัวดี ๆ หน่อยละกัน”
กร็อบ!!!
“อ้ากกก!!!!”
ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ไม้แขนขาหักบิดเบี้ยวผิดรูปตามตำแหน่งเดิมเป๊ะ ๆ แถมเป็ฝีมือของคน ๆ เดิมอีกต่างหาก และจากวันนั้น สิงห์ก็ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
โปรดติดตามตอนต่อไป