หลังจากที่วินเทอร์และซัมเมอร์ ได้ผ่านค่ำคืนที่เร่าร้อน ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองก็สนิทแน่นแฟ้นแนบชิดกันมากกว่าเมื่อก่อน ถ้าจะบอกว่าก่อนหน้านี้พวกเขาทั้งคู่เหมือนชายหญิงที่มีความรู้สึกให้กันอย่างเห็นได้ชัด แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยังไม่ชัดเจน
แต่ในตอนนี้ ความสัมพันธ์ของพวกเขามันชัดเจนยิ่งกว่าอะไรแล้ว เป็ความสัมพันธ์ที่ยากจะมือคนมาแทรกกลางพวกเขาได้ ยกตัวอย่างส้ม เธอก็ต้องรอให้ซัมเมอร์อนุญาตเท่านั้น ไม่งั้นแล้วละก็ หึ... หึ...
...
นับั้แ่เปิดภาคการศึกษาฤดูร้อนวันแรก ตอนนี้มันก็ได้ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์แล้ว วินเทอร์ได้เริ่มเรียนปรับพื้นฐานแล้วเรียบร้อย ในสาขาของเขา จะบอกว่าชิลๆ ก็ไม่ผิด หรืออาจเป็เพราะว่ามันเป็การเรียนภาคฤดูร้อน เนื้อหาหลักสูตรเลยยังไม่จริงจัง ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาเหมือนไปนั่งกินลมชมวิว นั่งดูซีรีส์กับหลานๆ ที่โรงเรียนมากกว่า
คัดจีน? ท่องจีน? สำนวน กวี กลอน ปรัชญา หรือประวัติศาสตร์ พวกมันล้วนแล้วแต่ง่ายดายสำหรับวินเทอร์ ที่มีความจำเป็เลิศอยู่แล้ว ขอเพียงไม่เจอคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ก็พอ การไปโรงเรียนสำหรับวินเทอร์ก็เหมือนการไปหาประสบการณ์ ความทรงจำดีๆ ใน่มัธยมปลายเท่านั้น
อย่างเหตุการณ์วันแรก ก็นับว่าเป็ประสบการณ์หนึ่งแล้วละ เป็ประสบการณ์ที่ไม่มีนักเรียนมัธยมปลายคนไหนได้พบเจอแน่นอน!
และเพราะเหตุการณ์นั้น ทำให้วินเทอร์ดังไปทั้งโรงเรียน จนคุณปู่วินเทอร์ได้สมัคร Toebook และ Onstargram ตามที่หลานๆบอก ยอดฟอลของเขาก็เพิ่มขึ้นหลายพันในวันเดียว เหมือนกับว่าเขาถูกทัวร์ลงอย่างไรอย่างนั้น
คุณปู่วินเทอร์ที่ไม่เคยใช้แอปที่ว่ามาทั้งสองตัวนี้เลย แม้ว่าชีวิตที่แล้วสมัยเขาเป็เด็กนู่นเลย จะมีบัญชี Toebook อยู่แล้ว แต่มันก็เป็แอคอวาตารไม่มีตัวตน เขามีเพียงแค่แอป Tine อย่างเดียวที่ไว้ใช้ติดต่อสื่อสาร
พอเขาได้ถ่ายรูปตัวเองหลังจากออกกำลัง ถอดเสื้อโชว์รอยสักอัปโหลดลง OG พร้อมเขียนแคปชั่นว่า 'มาดูัที่ห้องเรามุ้ย~'
เพียงแค่วินเทอร์กดอัปโหลดลงไปเท่านั้นแหละ ยอดกดหัวใจก็พุ่งทะลุไปเกินหมื่นในไม่กี่นาที ยอดคอมเมนต์ก็ทะลักเหมือนเขื่อนแตก อย่างกับว่าเขาเป็เน็ตไอดอล
แม้ก่อนหน้านี้สาวๆ จะหวาดกลัววินเทอร์กัน แต่ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา พวกเธอก็ปรับตัวเข้ากันได้ และได้เห็นมุมมองอีกด้านหนึ่ง จนทำให้ลืมความกลัวก่อนหน้านี้กันไปหมดแล้ว ความรักทำให้คนตาบอดได้จริงๆ
...
ณ ห้องมัธยมศึกษาปีที่ 4/4 คาบวิชาที่พวกเขาเรียนอยู่เป็วิชาประวัติศาสตร์จีน และเด็กนักเรียนทุกคนภายในห้องกำลังรับชมซีรีส์ประวัติศาสตร์จีนกันอยู่
ทันใดนั้นเอง เหล่าซือบีได้เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ พร้ะโกนบอกกับนักเรียนในห้องของเธอว่า "ทู้กโคนนนนน~ เดี๋ยวจะมีกิจกรรมรับน้องในคาบที่สอง ลากยาวจนไปถึงคาบที่สี่น้า!"
"..."
เงียบ! มีเพียงแค่ความเงียบตอบกลับไป และเสียงที่ดังออกมาจากโทรทัศน์ที่อยู่เหนือกระดานไวท์บอร์ดติดอยู่กำแพงห้อง ทุกคนในห้อง ม.4/4 ไม่รู้สึกสนใจกิจกรรมรับน้องนี่เลยแม้แต่น้อย พวกเธอรู้สึกสนใจซีรีส์ที่กำลังรับชมอยู่ตอนนี้มากกว่าอีก
มีเพียงแค่วินเทอร์คนเดียวเท่านั้น ที่รู้สึกตื่นเต้น ไม่ว่าจะชีวิตนี้หรือชีวิตก่อนของเขา เขาก็ไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องอะไรพวกนี้เลย ถึงแม้ว่าในกลุ่มมาเฟียพวกเขาจะมีการรับน้องอยู่เหมือนกัน แต่รับน้องของมาเฟียกับเด็กมัธยมปลายมันจะไปเหมือนกันที่ไหนกันล่ะ?
"ทำไมพวกเธอดูไม่ตื่นเต้นกันเลยล่ะ?" วินเทอร์มองไปยังบรรดาหลานสาวของเขาด้วยความสงสัย
ท่าทีของพวกเธอดูเฉยเมย ทำหน้าตาดูเซ็งๆ เหมือนกับว่าการรับน้องจะไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นเลย
"พี่วินคงไม่รู้สินะคะ ว่าในห้องนี้มีเด็กเก่าที่ขึ้นมาจากมัธยมต้นมากกว่าครึ่ง พวกเธอรู้กันอยู่แล้วว่ากิจกรรมรับน้องเป็ยังไง เลยไม่ใช่เื่แปลกอะไรเท่าไหร่" ซัมเมอร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้อธิบายให้กับวินเทอร์ฟัง
วินเทอร์จึงถามขึ้นมาด้วยความสงสัยว่า "มันไม่สนุกเหรอ?"
"ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ เพียงแต่ว่าส่วนใหญ่จะเป็รูปแบบเดิมๆ ซึ่งพวกเราก็รู้กันอยู่แล้ว นานๆ ที จะมีอะไรที่ดูแปลกใหม่" ซัมเมอร์ยักไหล่ขึ้นด้วยความเซ็งๆ
สาวๆ ที่นั่งรอบๆ โต๊ะที่วินเทอร์ ก็พยักหน้าเห็นด้วยกับซัมเมอร์ ตอนมัธยมต้นพวกเธอก็เห็นมาหมดแล้ว ว่ากิจกรรมรับน้องมีอะไรบ้าง คงมีแค่เด็กใหม่บางคนเท่านั้นแหละ ที่รู้สึกตื่นเต้นกับกิจกรรมนี้ แต่สำหรับพวกเธอแล้ว การนั่งดูซีรีส์จีนตรงหน้ายังสนุกกว่าการไปเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องอีก

เหล่าซือบี ที่เป็อาจารย์ใหม่ไฟแรง เห็นท่าทางที่ดูเอื่อยเฉื่อยไร้ซึ่งความกระตือรือร้นของเด็กๆ แล้ว เธอก็ถึงกับพูดไม่ออก เธอไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมทุกคนถึงไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง จนกระทั่งเด็กสาวแก่นแก้วอย่างแพรวาถามเธอขึ้นมาว่า
"เหล่าซือ! กิจกรรมรับน้องพวกหนูขอโดดได้ไหมคะ?"
"..."
เธอรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก จนกระทั่งสายตาของเธอได้กวาดไปมองนักเรียนของเธอภายในห้อง ก็เห็นว่าพวกเธอพากันพยักหน้าเห็นด้วยกับแพรวา พวกเธอไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง พวกเธออยากจะดูซีรีส์ ได้ยินไหมคะ? เหล่าซือ! พวกหนูจะดูซีรีส์กัน!!!
สถานการณ์ตอนนี้เรียกว่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถึงเธอจะไม่พาเด็กเข้าร่วมกิจกรรมก็ไม่เป็อะไร เพราะมันไม่ใช่กิจกรรมของทางโรงเรียน เป็เพียงแค่สิ่งที่รุ่นพี่จัดขึ้นมา และมีคณาจารย์เฝ้ามองคอยช่วยเหลือดูแลตลอดเวลา ซึ่งจะแตกต่างจากการรับน้องของมหาวิทยาลัย ที่รุ่นพี่จะคุมเองทั้งหมด เรียกได้ว่ากิจกรรมรับน้องของโรงเรียนเอกชนจะ Soft กว่ามากเลย
แต่ถ้าบีไม่พาเด็กของห้องเธอเข้าร่วม ก็อาจจะถูกอาจารย์ท่านอื่นกล่าวตำหนิติเตียนได้ โดยเฉพาะเื่ที่เธอเป็อาจารย์ใหม่ด้วย มันคงจะไม่ดีถ้าเธอมาทำแบบนี้ แต่ถ้าเธอบังคับพาพวกนักเรียนของเธอไปเข้าร่วม เด็กๆ ที่น่ารักของเธออาจจะเกลียดและไม่ชอบขี้หน้าเธอก็ได้ บียังเป็แค่นักศึกษาจบใหม่ อายุของเธอก็ยังถือว่าเด็กอยู่ เลยมีความรู้สึกที่ใกล้ชิดกับนักเรียน เหมือนพวกเธอเป็เพื่อนสาวมากกว่าอาจารย์กับลูกศิษย์
ยิ่งโดยเฉพาะเด็กที่ดูเหมือนไปใช่เด็กแบบวินเทอร์ด้วยแล้ว เขาดูโตมากกว่าเธอเยอะเลย เวลาที่บีอยู่ต่อหน้าวินเทอร์ เหมือนเธอเป็หลานสาวของเขามากกว่าจะเป็อาจารย์กับลูกศิษย์ ซึ่งตรงนี้เธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม? ทุกครั้งที่เธอมองเขาเธอรู้สึกเหมือนเห็นภาพคุณปู่ของเธอทับซ้อนกับเขาอย่างไรอย่างนั้น ตอนแรกเธอก็คิดว่าเป็ภาพลวงตา หรือเธอทำงานหนักจนเบลอๆ แต่ตลอดทั้งอาทิตย์ที่พวกเขาอยู่ร่วมกันมันก็ชัดเจนมากขึ้น จนไม่น่าจะใช้ภาพหลอนแล้ว
"ลองไปดูหน่อยก็ได้ครับ ผมก็ยังไม่เคยเห็นกิจกรรมรับน้องมาก่อนเลย" วินเทอร์ได้ช่วยพูดทำลายสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของบีลง
บรรดาเด็กสาวในห้องเห็นว่าเ้าชายของพวกเธออยากเข้าร่วมกิจกรรม พวกเธอก็ได้ไหลตามเหมือนน้ำทันที จากตอนมีท่าทางที่ดูี้เีไม่อยากเข้าร่วม ก็กลายเป็ว่ากระตือรือร้นอยากเข้าร่วมขึ้นมาแทน ทำให้บีถึงกับคิ้วกระตุก ยิ้มออกมาอย่างเหยเก นี่มันประชาธิปไตยที่มีวินเทอร์เป็เผด็จการชัดๆ ชี้ไม้เป็นก ชี้นกเป็ไม้
อีกสิบกว่านาทีกิจกรรมรับน้องก็จะเริ่มแล้ว พวกเธอเลยพากันเก็บของ และออกไปรวมตัวที่หน้าห้อง เพื่อเตรียมจะเดินไปยังอาคารหอประชุมที่อยู่ด้านหลังตึกมัธยมต้น
ระหว่างทางที่พวกเขาได้เดินไปนั้น ห้องอื่นๆ ก็เดินต่อแถวกันไปเป็อย่างระเบียบ มีแค่ห้อง ม.4/9 ที่เป็ห้องรองบ๊วย กลุ่มเด็กปกติก็ต่อแถวกันไปเป็ระเบียบปกติ ส่วนกลุ่มเด็กเกเรก็เดินกระจัดกระจายกันไป
สำหรับห้อง ม.4/10 ที่เป็ห้องบ๊วยก็หายสาบสูญไปกันหมดทุกคนแล้ว ไม่มีใครเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องสักคน ไม่ใช่แค่โดดรับน้อง แต่โดดเรียนไปกันหมดแล้ว
แถวของทุกห้องเดินตรงไปยังอาคารหอประชุมอย่างเรียบร้อย แต่ แต่ แต่...มันพิสดารตรงห้อง ม.4/4 เนี่ยสิ! พวกเขาไม่ได้เดินกันไปเป็แถว แต่เดินล้อมรอบผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ตรงกลาง เหมือนกับว่านี่คือขบวนฮ่องเต้ที่กำลังเดินรับชมสวนกับมเหสีและเหล่านางสนม!
เดินชมมวลผกาแมกไม้ริมทาง มีดรุณีงามคอยหยอกเย้าเดินล้อมกายไม่ขาดสาย บรรยากาศฟ้าฝนเป็ใจดูสดใสและแจ่มชื่น นี่ไม่ต่างอะไรไปจาก์บนดินเลย เหล่าชายหนุ่มได้แต่มองด้วยความอิจฉาตาร้อน เด็กสาวทั้งสิบเก้าคนรวมถึงอาจารย์บีด้วยแล้ว ทุกคนถูกจัดว่าเป็สาวงามติดอันดับกันทุกนางเลย เหมือนกับว่าโลกใบนี้้าเหวี่ยงพวกเธอไปรวมกันที่สายศิลป์-ภาษาจีนกันหมด
เด็กหนุ่มที่ไม่ได้ไปยื่นเข้าสายศิลป์-ภาษาจีน ก็เกิดคำคำหนึ่งขึ้นมาในใจกัน 'รู้งี้' รู้งี้เข้าสายศิลป์-ภาษาจีนกันดีกว่า รู้งี้ไม่น่าเข้าสายนี้เลย น่าจะเข้าภาษาจีน แต่ความคิดนี้ก็ถูกลบไปอย่างเร็ว เมื่อพวกเขาได้เห็นวินเทอร์ ความกลัวก็ได้เข้ามาครอบงำความอิจฉาแทน
เปลี่ยนจากคำว่า 'รู้งี้' เป็ 'คิดถูกแล้ว' แทน คิดถูกแล้วที่ไม่เข้าสายศิลป์-ภาษาจีน คิดถูกแล้วที่เข้าสายนี้ ไม่ได้เข้าภาษาจีน แค่ภาพลักษณ์ที่ดูโเี้ราวกับเ้าพ่อมาเฟีย หรือยากูซ่าของวินเทอร์ แค่นี้มันก็ทำให้พวกเขากลัวจนขี้หดตดหายแล้ว ล่าสุดก็พึ่งก่อวีรกรรมฉลองเปิดเรียนวันแรก ด้วยการยิงปืนลั่นในโรงเรียนอีก ยังดีที่ไม่มีคนตาย ไม่งั้นคงกลายเป็ผีเฝ้าโรงเรียนแล้ว แต่แค่นี้มันก็ทำให้พวกเด็กหนุ่มที่หวาดกลัววินเทอร์เป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ต้องรู้สึกหวาดผวามากขึ้นไปอีก
พวกเด็กแสบๆ ของห้องเก้าหรือห้องสิบยังไม่ถึงครึ่งวินเทอร์เลย โดดเรียน? ต่อยตี? สูบบุหรี่? ดื่มของมึนเมา? แล้วไง ปู่วินเข้ายิงปืนในโรงเรียนอะ พวกเองทำกันได้เปล่า? แค่ไปยืนต่อหน้าวินเทอร์ กลุ่มเด็กแสบๆ เหล่านี้ก็ไม่ต่างอะไรไปจากลูกหมาตัวน้อยเลย ทำให้พวกเขาได้แต่ต้องเก็บความรู้สึกอิจฉาไว้ในใจ พยายามไม่หันไปมองกลุ่มของวินเทอร์ มันเป็ภาพที่บาดตาบาดใจพวกเขาเกินไป (╥﹏╥)
Writer : ขอฝาก NC ของปู่วินไว้ในอ้อมอกด้วยนะน้าบบบบอายุ 68 ปียังแจ๋ว อิอิ . · ゚ ゚ * (> д <) * ゚ ゚ ·.