พระจันทร์ยามเที่ยงคืนส่องสะท้อนกับท้องทะเลที่ถูกซัดเป็เกลียวคลื่นจากลมทะเลไกลสุดลูกหูลูกตารอบบริเวณถูกโอบล้อมไปด้วยูเาใหญ่เล็กสลับกันไปมา
รถยนต์สปอร์ตสไตล์เครื่องบินเจ็ทสีดำหรูสัญชาติฝรั่งเศสจอดเทียบท่าอยู่ที่คลังสินค้าขนาดเกือบร้อยไร่โดยมีชายชุดดำหลายสิบคนมายืนต้อนรับ
“เชิญครับคุณหนู”ประโยคที่ฟังดูคุ้นเคยทำเอาคนฟังชะงักกึก ถึงกับต้องเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างปลงตกยิ่งเมื่อได้ยินเสียงแม่เลขาตัวดีกำลังพยายามข่มกลั้นเสียงหัวเราะจนหน้าดำหน้าแดงทำเอาคนเป็คุณหนูรู้สึกขายขี้หน้า ได้แต่เชื่อมจิตด้วยสายตาคาดโทษลูกน้องคนสนิท
ชินที่ได้แต่ยืนนิ่งค้างเติ่งเหมือนิญญาหลุดออกจากร่างเมื่อเผลอลืมตัวเรียกคำสรรพนามที่นายไม่อยากได้ยินที่สุดและก่อนที่ชีวิตเขาจะหาไม่ก็รีบส่งสายตาอ้อนวอนไปยังพี่ชายฝาแฝดแต่ฝ่ายโน้นเหมือนกำลังยืนชมพระจันทร์เต็มดวงบนท้องฟ้าในคืนวันเพ็ญหาได้สนใจคนที่ดวงชะตาใกล้ขาดเช่นเขา
“เกรย์” ยังไม่ทันที่เสียงเข้มจะพูดจบประโยคชินก็ะโเข้าไปหลบหลังแพรวาเลขาสาวถึงกับกลอกตามองบนในความไร้เหตุผลของเ้าของั์ตาสีน้ำข้าวที่มักจะขู่ฟ่อใครต่อใครเป็ประจำ
“เชิญค่ะ คุณหนู อุ๊ปส์~” แพรวารีบยกมือปิดปากทันที “เชิญค่ะคุณแอรอน”เสียงหวานจากเลขาสาวที่รีบตีหน้าแจ้นมาเปิดประตูรถพร้อมกับฉีกยิ้มแป้นด้วยท่าทางเรียบร้อยอ่อนหวานทำเอาคนที่กำลังจะก้าวเท้าลงชะงักกึก
“เปลี่ยนจากเลขาเป็นักแสดงน่าจะเวิร์คนะ ตอแหลเนียนเชียว” แอรอนทิ้งบอมบ์บ์ลูกใหญ่แล้วก็ก้าวฉับฉับโดยไม่หันมามองคนที่ยืนกำมัดแน่นเมื่อถูกอีกฝ่ายแดกดันเข้าให้ก่อนจะปรับสีหน้าแล้วรีบเดินตามไป
“ทางนั้นยังไม่มีความคืบหน้าอะไรครับ”เกรย์รายงานขณะเดิน
ตามหลังนายน้อยโดยมีเลขาสาวขนาบข้างดวงตาเฉี่ยวคมกวาดมองไปรอบ ๆ เพื่อดูความเรียบร้อยรวมทั้งคนและของ
“ผมว่าหลังจากบอม์ครั้งนั้นก็ไม่น่าจะมีใครรอดนะถ้าใครรอดผมนี่จะฝากตัวเป็สิทธิ์ยกขันธ์ห้าถวายเลยครับ พูดแล้วขนลุก” ท่าทางขนลุกนั่นทำเอาเกรย์กัดฟันกรอดอยากจะเอารองเท้ายัดปากน้องชายฝาแฝดให้รู้แล้วรู้รอด เื่ไร้สาระงมงายนี่งานถนัด
“งั้นมึงต้องยกขันธ์ห้าไปไทยแล้วละ”แอรอนตอบแกมเล่นแกมจริง
“อ้อ!! นะ”
“หุบปากได้แล้ว ไม่งั้นกูจะให้คาบรองเท้าแทนไอ้ด่างหน้าโกดัง” ชินจึงจำเป็ต้องถอยไปด้านหลังทันที แม้จะดูไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่แต่ดูจากหน้าคนพูดบ่งบอกว่ามันไม่ได้พูดเล่น ๆ
“เชิญครับนายน้อย”เกรย์ผายมือไปยังท่าเรือทันทีที่ประตูลิฟต์ถูกเปิดออก พร้อมกับชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำในชุดสูทสีดำเข้มสองคนที่ยืนรออยู่ก่อนหน้าแล้ว
ทันทีที่ก้าวขาออกมาแพรวาเพ่งมองไปยังท่าเรือที่มีเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่สองลำจอดเทียบท่าด้วยั์ตาอยากรู้อยากเห็นเพียงครู่ขณะที่หนุ่มผมสีดำ ั์ตาสีฟ้ารูปร่างสูงราวกับนายแบบเดินตรงมาพร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ผิวดำรูปร่างสูงใหญ่เกือบยี่สิบชีวิตมาหยุดอยู่ตรงหน้า
“โอลา แอรอน” ชายหนุ่มั์ตาสีฟ้าเหยียดยิ้มขณะกำลังจะโน้มหน้าเข้าไปทักทายตามธรรมเนียมบ้านเกิดจู่ ๆก็ต้องชะงักนิ่งเมื่อปลายกระบอกปืนสั้นจ่อหมับมาที่ลูกกระเดือกจนเขาไม่กล้าแม้แต่จะกลืนน้ำลาย
ทันใดนั้นเสียงปืนทั้งยี่สิบกระบอกก็ถูกชักขึ้นแล้วเล็งมายังผู้ที่คิดจะทำร้ายคนที่พวกมันมีหน้าที่อารักขาขณะที่ทางฝั่งแอรอนต่างยืนนิ่ง
“ถอยไป ถ้ายังอยากจะหายใจต่อ อ้อ~ เว้นแต่ว่าอยากจะไปพบบรรพบุรุษ” แม้น้ำเสียงจะแ่เบาให้ได้ยินกันแค่สองคนแต่กลับแฝงไปด้วยความดุดันขณะที่มืออีกข้างล้วงกระเป๋าด้วยท่าทีสบายแต่ทว่ามือขวากลับพร้อมเหนี่ยวไกปืนได้ทุกเมื่อแม้ใบหน้าจะเรียบเฉยแต่แววตากลับเข้มขึ้นจนชายตรงหน้าต้องรีบยกสองมือขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้พร้อมกับถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยรักตัวกลัวตายและรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีล้อเล่น
“เก็บปืนเดี๋ยวนี้!” หนุ่มผมสีดำหันไปสั่งลูกสมุนที่ยังเล็งปลายกระบอกปืนมาหาคนที่เพียงเหนี่ยวไกครั้งเดียวหน้าผากเขาได้เป็รูกระจุยแน่แต่เหล่าคนผิวดำยังเล็งปลายกระบอกปืนมายังฝ่ายตรงข้ามนิ่งไม่ยอมทำตามคำสั่ง
“กูสั่งให้เก็บ..!!” คนกลัวหน้าผากทะลุเป็รูตวาดลั่นดวงตายังมอง
อีกฝั่งไม่วางตาขณะที่ลูกสมุนยี่สิบชีวิตลอบมองตา ก่อนจะตัดสินใจลดปืนลง
ปั้ง!!!
ก่อนที่บอดี้การ์ดชุดดำที่อยู่ด้านหลังชายหัวสีดำจะล้มลงแน่นิ่งไปต่อหน้าต่อตาเพื่อนร่วมอาชีพและยังไม่ทันที่พวกเขาจะจับอาวุธขึ้น พลันแสงวงกลมเลเซอร์สีแดงก็หยุดอยู่ที่หน้าผากของพวกมันทุกคนจนต้องรีบยกสองมือขึ้นยอมแพ้ฉับพลัน
“ยอมแล้ว ๆ” น้ำเสียงสั่นเครือของเ้าของั์ตาฟ้าพร้อมกับเข่าทรุดลงทันทีที่เหลือบไปเห็นเืสดไหลนองจากร่างที่ไร้ิญญา
หึ! แอรอนแสยะยิ้มขณะเป่าปลายกระบอกปืนแล้วหยิบผ้าผืนเล็กเช็ดทำความสะอาดอาวุธคู่กายเล็กน้อยด้วยท่าทางอารมณ์ดีก่อนจะเก็บมันยัดไปไว้ใต้ชายเสื้อดังเดิม
“เดี๋ยวก่อน” เสียงเล็กแทรกขึ้นพร้อมกับยื่นมือไปรับผ้าผืนเล็กก่อนที่มันจะร่วงถึงพื้นพลางส่งสัญญานให้คนข้างกายที่หันมองมาที่เธอด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจ มองไปยังชายหนุ่มผมสีดำที่นั่งหมอบอยู่ที่พื้นตัวสั่นงันงกท่าทางลนลานเมื่อโดนเกรย์กระชากคอเสื้อจนกระดุมขาดวิ่นเผยให้เห็นบางอย่างอยู่บริเวณหลังลำคอ
เกรย์พยักหน้าลงทันทีที่สบเข้ากับดวงตาของนายน้อยตระกูล
โจนส์“ปล่อยมัน” เกรย์ออกคำสั่งหน้าเครียดทันทีที่แอรอนหันหลังเดินจากไปพร้อมกับเลขาสาวโดยมีเขาและน้องชาย...
“โอ๊ย” ชินถึงกับยกมือขึ้นกุมศีรษะเมื่อพี่ชายฟาดมือเต็มแรงยังกับหัวเขาเป็ลูกวอลเลย์บอลในสนาม
“หุบปาก” ยังไม่ทันที่น้องชายผู้ถูกกระทำจะอ้าปากถามพี่ชายก็รีบเดินดุ่ม ๆ ตามหลังนายไปทิ้งให้ชินที่ยืนเซเล็กน้อยก่อนสะบัดหัวไปสองสามทีเพื่อขับไล่ความมึนงงแล้วรีบสาวเท้ายาว ๆ ตาม
“ไปสืบมา” พร้อมกับประตูรถกันะุจะปิดลง