ตอน 19 จะไม่ผิดต่อเ้าซ้ำสอง
"หลงตู ว่ามาสิตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกัน"เสี่ยวชิงวิ่งตามไปจนทันเสี่ยวหลงตูพยายามถามซักไซ้เอาความ
"โถ่ อย่าให้ข้าต้องเอ่ยพูดเลยข้ากลัวว่ามันจะทำให้เ้าอับอายเปล่าๆ " หลงตูเร่งความเร็วฝีเท้ามากขึ้นรุดหน้าไปไกล จึงเผยหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
"นางช่างหลอกง่ายแท้ สมองน้อยเบาปัญญาตัวเองอยู่กับเขาเกือบสองคนคืนสองวัน กลับสับสนเสียได้ " หลงตูพึมพำกับตัวเองพลางหัวเราะเยาะนาง
"ไม่นะ หรือว่าฉันจะคิดมากไปเองแล้วฝันไปอย่างที่หลงตูว่า" เสี่ยวหยุดเดินเถียงกับจิตใต้สำนึก ตัวเองยกใหญ่พึมพำๆกับตัวเองไม่หยุด
"หลงตู รอด้วย! "เสี่ยวชิงคิดยังไงก็คิดไม่ออก ตัดสินใจแยกแยะไม่ได้สักทีจึงรีบวิ่งให้ทันหลงตู ไถ่ถามเจาะแจะตลอดทาง
องครักษ์อย่างเสี่ยวหลงตู ทะเลาะเถาะเถียงกับนางไปตลอดทางกระทั่งหลอกล่อ พานางมาถึงตำหนักหย่งเล่อได้สำเร็จ
"มีเื่อันใดให้น่าพูดคุยนัก เสี่ยวหลงตู!!ข่าวคราวการบ้านการเมืองข้าสั่งให้เ้าไปทำนั้น เรียบร้อยหรือยังหรือว่างานที่ข้าให้เ้ามันน้อยเกินไปจึงได้มีเวลาพูดคุยเจาะแจะกับนางสนมผู้โง่เขลาของข้า!!!" ไฉเจ้อิการละครเตรียมละครฉากนี้ไว้รอนางอยู่แล้ว แกล้งพูดจาด้วยน้ำเสียงดุดันข่มขู่หลงตูทั้งที่สองคนรู้กันอยู่แล้ว
"องค์ชายโปรดอภัย....หลงตูจะรีบไปสะสางทั้งหมดเดี๋ยวนี้" พูดจบประโยคหลงตูก็วิ่งแจ้นหนีไปแบบไม่ลาเหลือแต่เพียงเสี่ยวชิงยืนหัวโด่อยู่คนเดียว
"อะ เอ่อ... ขะ ข้าก็มีเื่ที่ยังต้องไปสะสางน่ะ ขอตัวก่อนนะ" เสี่ยวชิงทำตัวไม่ถูกทำเป็เนียนๆขอไปที
"ทำไมไฉเจ้อิหน้าตาท่าทางเหมือนกันกับชายคนนั้นที่ฉันพบที่ท่าน้ำซานเป่ยจำได้อยู่แท้ๆว่าได้นั่งดื่มชาลิ้มรสเหล้าดีกับเขาแต่ทำไมอยู่ดีๆทั้งหมดกลายเป็แค่ฝันไป...."
"เอ้อ...เห้อๆๆๆ ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวช่างแม้งเหอะ" เสี่ยวชิงพยายามครุ่นคิด นางพึมพำในใจกับตัวเองอยู่อย่างนั้นกลอกตาไปมา เหลือกตามองบน ประหนึ่งว่าชีวิตตรูแสนจะเพลีย
ปั่ง!!! เสียงเจ้อิตบโต๊ะเสียงดัง เรียกสตินาง
"เหตุใดยังชักช้าอยู่อีกไม่ได้ยินที่ข้าเรียกหรืออย่างไร"
"มานี่...." โทนเสียงค่อยๆลดโทนลง เมื่อครู่ยังตบโต๊ะเสียงดังข่มขู่...แต่พอเอ่ยปากเรียกนางเข้าใกล้ กลับทำเสียงละห้อยอ้อยอิ่ง โอ้น้อๆไฉเจ้อิผู้ปากไม่ตรงกับใจ
เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายไม่ให้เจ้อิต้องโกรธจัดถึงขั้นหาที่ระบายโทสะเหมือนครั้งก่อนๆเสี่ยวชิงจำใจเดินเข้าหาเจ้อิ
"นี่เ้า...ยังโกรธข้าอยู่อีกหรือ ผ่านไปถึง สองวัน ที่ข้าไม่ได้ยินเสียง ไม่ได้กลิ่นกาย "
"นั่นมันก็เนิ่นนานพอแล้วที่เ้าจะถือใจโกรธเคืองข้า"ไฉเจ้อิกล่าวพูดกับนางด้วยเสียงสองแสนหวานที่ไม่เคยเอ่ยพูดกับใครมาก่อน
"นั่งลงสิ... นั่งลงข้างข้า"เจ้อิวาดมือตบเก้าอี้ไม้เบาๆให้นางนั่ง
"ไม่ ข้าไม่นั่ง ยังไงซะ เ้ามันก็คนไร้เหตุผลชอบทำอะไรตามใจตัวเอง ข้าเกลียดคนแบบนี้ที่สุด ที่ยังทนอยู่ที่นี่ได้ก็เพราะไม่มีที่ไปหรอกนะ ไม่งั้นอย่าหวังจะได้เห็นข้าที่นี่"
"ใครมันโง่ให้โขกสับอยู่ได้วะ "เสี่ยวชิงถือโอกาสเล่นแง่เล่นงอนใส่เจ้อิ พูดติติงต่างๆนาๆโดยไม่สนตำแหน่งของเขาเลย (โว้วๆลืมไรไปไหมค่า นั่นองค์ชายใหญ่เลยนะว้อยสั่งปะาผู้หญิงปากดีได้เลยนะเว้ย 555+)
"ฮุฮึ... พูดมาก ปากดีแสดงว่าในใจของเ้าให้อภัยข้าถึงครึ่งแล้วสินะ... "เจ้อิยิ้มมุมปากแบบคนร้ายๆ เอื้อมมือดึงแขนเสี่ยวชิง กระชากนางนั่งบนตัก...
"ทำอะไรน่ะ ปล่อยนะ ปล่อยสิไม่อายคนอื่นหรือไงล่ะ" เสี่ยวชิงใมาก กำมือทุบๆเจ้อิเบาๆ หลายที
"ฮะฮ่า จะให้ข้าอายผู้ใดกันลืมไปแล้วหรือว่าข้าตาบอดสนิท... อีกทั้งที่ตำหนักหย่งเล่อของข้านอกจากเ้ากับหลงตู ก็ไม่มีผู้ใดเข้าออกได้ตามอำเภอใจ"เจ้อิหัวเราะออกมาอย่างสำราญใจ พร้อมกอดเสี่ยวชิงไว้ในอ้อมแขนแน่น
"จำไว้...ว่าข้าไม่ยินดีให้เ้าอยู่ในอ้อมกอดผู้ใด"
"ไม่ยินยอมให้เ้านอนหนุนหน้าตักชายใด "
"ไม่ยินดีให้เ้าจากไป ไม่ว่าจะเป็ตายอย่างไรเ้าต้องเคียงข้างข้า"
เจ้อิพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แน่วแน่ ฟังเผินๆเหมือนออกคำสั่งแต่แท้จริงทั้งหมดที่เขาเอ่ยมานั้นล้วนเป็การร้องของทั้งสิ้น
เมื่อเสี่ยวชิงได้ฟังถ้อยคำทั้งหมดนั่น ท่าทีดื้อดึงก็ลดละลง...แทนที่จะโกรธเคือง นางกลับรู้สึกซาบซึ้งถึงแก่นใจ...
"จริงๆแล้ว หากทำความเข้าใจนิสัยของเขาให้ดีเขาก็ไม่ได้ร้ายกาจอะไรขนาดนั้น เพียงแต่ผู้คนร่วมตัวนั้นไม่เรียนรู้ที่จะอยู่เคียงเขาอย่างถูกวิธี เอาเถอะ ฉันจะยกโทษมองข้ามสิ่งที่นายทำไปสักครั้งก็แล้วกัน"
เสี่ยวชิงครุ่นคิดในใจพลางเพ่งมองใบหน้าอันแสนหล่อเหลาเย้ายวนใจสตรีของเขา...
"มีใบหน้าที่หล่อเหลาแบบไม่ต้องพึ่งมีดหมอแต่น่าเสียดายจริงๆ ที่นายดันมาเกิดผิดยุค ถ้าได้อยู่ยุคของฉันล่ะก็นายอาจจะเป็ไอดอลที่มีคนตามเป็ล้านๆคนก็ได้นะ"เสี่ยวชิงเพิ่งมองใบหน้าของเขาอย่างละเอียดทีละส่วน...ที่ละส่วน... ที่ละส่วน
"หน้าผากโหนกนูนน่าัั...ใบหน้าเรียวเล็กเป็สัน กรอบหน้าชัดเจนเป็ทรงวีเชฟปากสีชมพูระเรื่อเป็กระจับแบบที่ไม่ได้ทาลิปสติก"เสี่ยวชิงเริ่มหลงใหลในรูปโฉมปานทวยเทพวาดแต่งของเขา....มือน้อยๆพลางยกขึ้นมาแบบไม่รู้ตัวเกือบจะแตะเอื้อมััริมฝีปากของเจ้อิอยู่แล้ว...
หารู้ไม่ว่าท่าทีของนางทั้งหมด เจ้อิได้เห็นกับตาตัวเอง...ท้ายที่สุดมันจบลงด้วยจูบอันเร่าร้อน...เมื่อไฉเจ้อิเองก็เพ่งมองใบหน้าของนางทุกสัดส่วนเหมือนกันความงามของนางมันกระชากใจ
ปากน้อยๆชวนจูบ
เจ้อิทนหักห้ามใจไม่ไหว... ถึงอย่างไรนางก็อยู่ตรงหน้า ห่างกันแค่คืบมือเท่านั้น
"ไม่ผิดหรอก อย่างไร นางเป็ของข้าสนมเพียงคนเดียวของข้า " เจ้อิท่องบอกตัวเองในใจ ก่อนหลับตาพริ้มชิงลงปากบรรจงจูบ ริมฝีปากของเขาแนบชิดริมฝีปากของนางอย่างตั้งใจ...
ทว่าจูบอย่างเดียวมิหนำใจ...ไฉเจ้อิผู้คลั่งรักพยายามวัดแยกแลกลิ้นกับนางให้ได้.... มือทั้งสองโอบรัดแน่นจนนางเองไม่สามารถหลุดไปได้... คารมอันนุ่มลึกเย้ายวน-วนขอบปากจนเสี่ยวชิงเองเคลิ้บเคลิ้ม จูบตอบแลกลิ้นอย่างดูดดื่ม...
ทั้งสองจูบกันอยู่นานสองนานจนพอ... จึงค่อยแยกปากออกจากกัน...วินาทีนั้น เสี่ยวชิงค่อยๆโน้มมือปลดผ้าขาวบางที่คาดผูกปิดตาเขาออก...ตั้งใจเพ่งเล็งใบหน้าเต็มๆของเขาให้ขึ้นใจ
"เจ้อิ...ท่านมีเื่อะไรที่ปิดบังข้าหรือไม่..."เสี่ยวชิงเอ่ยประโยคนี้หลังจากที่เพ่งมองเชยชมความหล่อเหลาของเขา
"ยอดรักของข้า... ชีวิตข้านั้นมีเส้นทางยาวไกลซับซ้อนกว่าที่เ้าคิด ด้วยอันตรายรอบตัวมากมายมันหล่อหลอมให้ข้าต้องเป็คนเช่นนี้ แต่เ้าวางใจเสียเถอะคนเดียวที่ข้าจะไม่มีทรยศก็คือเ้า" เจ้อิเอ่ยประโยคแสนหวานแก่นาง...ประหนึ่งว่ามีเื่ราวในใจมากมายแต่ยังไม่สามารถเอ่ยทั้งหมดกับนางได้ในเวลานี้
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสี่ยวชิงไม่มีคำไหนที่จะพูดซักไซ้อีกต่อไป...นางจึงเอื้มแขนผูกผ้าขาวบางคาดรัดปิดตาไว้ให้เขาเช่นเดิม...ก่อนจะทิ้งตัวกอดเขากลับ พร้อมลูบแผ่นหลังเบาๆ เพื่อบรรเทาความหนักหนาที่เขาแบกรับ