หลังจากเตรียมตัวทุกอย่างเสร็จแล้วสาวน้อยก็เดินลงมากินข้าวที่ชั้นล่างกับคุณพ่อคุณแม่ พอบดินทร์เห็นลูกสาวคนเล็กในชุดนักศึกษาเป็ครั้งแรกก็อดชื่นชมไม่ได้ เขาลุกจากเก้าอี้แล้วเดินตรงมาหาสาวน้อย
เดินมาใกล้แล้วก็จับไหล่ร่างเล็กเอาไว้พร้อมกล่าวคำชม "โอ้โห ลูกสาวของพ่อพออยู่ในชุดนักศึกษาแล้วดูโตเป็ผู้ใหญ่ขึ้นเยอะเลย" จากนั้นก็จับตัวร่างเล็กหมุนไปรอบหนึ่ง "ว้าว! แถมยังสวยมากด้วยนะเนี่ย" บดินทร์ชมลูกสาวไม่ขาดปาก
พายอาร์ที่ได้รับคำชมก็เขินแก้มแดง ยิ่งเขินเธอก็ยิ่งน่ารักบดินทร์อดที่จะหยิกแก้มนิ่มไม่ได้ "ขอบคุณค่ะคุณพ่อ"
ผู้เป็พ่อลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดูแล้วพูด "ไปเรียนวันแรกไม่ต้องเครียดมากนะ ทำให้เต็มที่ก็พอ ส่วนเื่เกรดได้เท่าไหร่ก็ช่างหัวมัน"
พอรินทร์ได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะร่วนออกมา แล้วพูด "ปกติมีแต่อยากให้ลูกได้เกรดเยอะๆ คงมีแต่คุณที่ไม่เครียดเื่เกรดของลูก"
บดินทร์ก็หันมาพูดกันภรรยาคนสวยพร้อมกับโอบไหล่พายอาร์เอาไว้ พาร่างเล็กเดินมาที่โต๊ะอาหาร
"ก็ผมไม่อยากให้ลูกเครียดเกินไปนี่นา" เดินมาถึงเก้าอี้แล้วก็จับสาวน้อยนั่งลงที่ของตัวเอง "แค่พายอาร์เป็เด็กดีแบบนี้ก็เพียงพอแล้ว" เมื่อส่งลูกสาวนั่งเก้าอี้เสร็จก็ลูบหัวเธออย่างเอ็นดู
สาวน้อยเองก็ชอบเวลาที่ผู้เป็พ่อลูบหัวมากเหมือนกันเธอยิ้มแป้นเหมือนลูกหมาที่โดนลูบหัว
ความจริงถ้าภรรยาคนเดิมของบดินทร์ยังไม่ตาย เขาก็มีความฝันว่าอยากจะมีลูกสาวที่น่ารักๆ เอาไว้ชื่นชมสักคน แต่น่าเสียดายที่ภรรยาคนนั้นช่างอายุสั้น ถึงได้ไม่สามารถมีลูกสาวได้ แต่พอพายอาร์เข้ามามันเหมือนได้เติมเต็มความฝันของเขาเมื่อหลายสิบปีก่อน และที่สำคัญเธอยังเป็เด็กที่น่ารักมากมันจึงทำให้บดินทร์ยิ่งรักเธอเข้าไปใหญ่
เมื่อลูกสาวลงมาแล้วรินทร์ก็ตักข้าวมาให้ และบดินทร์ก็เดินไปนั่งที่ของตัวเอง จากนั้นก็ตักเนื้อปลาชิ้นใหญ่ๆ ไปวางที่จานข้าวของลูกสาว
"กินเยอะๆ นะลูก" กล่าวพร้อมกับส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้ร่างเล็ก
พายอาร์มองปลาชิ้นนี้ด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก มันเป็ปลาที่ชิ้นใหญ่ที่สุดในถ้วย เหมือนบดินทร์้าเอาส่วนที่ดีที่สุดให้เธอกิน สาวน้อยอดคิดเปรียบเทียบกับบ้านเก่าไม่ได้ที่นั่นเธอมักจะได้กินของเหลือ พอมีคนมาตักอาหารให้แถมยังเป็ส่วนที่ดีที่สุดแบบนี้จึงทำให้สาวน้อยรู้สึกอบอุ่นหัวใจไม่น้อย
"ขอบคุณค่ะคุณพ่อ" พายอาร์ส่งยิ้มหวานให้ผู้เป็พ่ออย่างซาบซึ้งหัวใจ
สำหรับบดินทร์การกระทำอย่างนี้มันเป็แค่เื่เล็กน้อยเท่านั้น แต่พอเห็นลูกสาวมีความสุขแบบนี้ เขาก็ยิ่งมีความสุข เขาสังเกตได้ว่าพายอาร์จะมีความสุขกับเื่เล็กๆ น้อยๆ ที่คนอื่นทำให้แบบนี้เสมอ จนกระทั่งเมื่อวานที่ได้คุยกับต้าร์ถึงได้รู้ว่าที่บ้านเดิมของเธอไม่ค่อยดีกับลูกสาวคนใหม่ของเขาสักเท่าไหร่ รินทร์เองก็เคยพูดเอาไว้ว่าั้แ่แม่เธอเสียไปทางนั้นก็ดูจะยิ่งไม่ชอบลูกสาวของเธอมากขึ้น แต่รินทร์ก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะยังไงก็ต้องฝากพวกเขาเลี้ยงลูกสาวให้ พอเป็แบบนี้บดินทร์ก็ยิ่งอยากจะทำดีกับพายอาร์ให้มากขึ้น
และจากนั้นต้าร์ก็เดินลงบันไดมา บดินทร์สังเกตว่าลูกชายแต่งตัวหล่อผิดปกติถึงได้ถาม
"โอ้โห แกแต่งตัวแบบนี้จะไปหาสาวที่ไหนวะไอ้ต้าร์" อดแซวลูกชายไม่ได้
"จะหาสาวที่ไหนได้ล่ะคร้าบ ผมก็มีแค่เ้าตัวเล็กนี่แหละ" เดินมาถึงโต๊ะอาหารก็ขยี้หัวน้องสาวเบาๆ ไปทีก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ของตัวเอง จากนั้นรินทร์ก็ลุกไปตักข้าวมาให้
"คงต้องรบกวนต้าร์ไปส่งน้องใน่แรกๆ แล้วล่ะนะ เพราะมหาวิทยาลัย มันไปคนละทางกับที่ทำงานของแม่เลย" รินทร์พูดพร้อมกับวางจานข้าวที่ด้านหน้าของต้าร์แล้วก็ไปนั่งประจำที่ของตน
"รบกวนอะไรกันครับ เื่แค่นี้เอง ให้ผมไปส่งน้องสาวทุกวันยังได้เลย" ต้าร์ขันอาสาอย่างเต็มใจ
"แหม คนไม่ชอบออกนอกบ้านอย่างแกพูดแบบนี้แล้วมันฟังดูแปลกๆ นะ" บดินทร์แซวลูกชายอีกครั้ง
"ก็ถ้าให้ผมไปกับน้องสาวละก็ผมก็ชอบหมดนั่นล่ะคร้าบ" ตอบผู้เป็พ่ออย่างอารมณ์ดี
"แกนี่มันเห่อน้องสาวจริงๆ ไอ้ต้าร์ฮ่าๆๆ ~"
"พ่อเองก็เหมือนกันนั่นแหละน่า"
จากนั้นทั้งครอบครัวก็พากันกินข้าวไปคุยกันไปอย่างครื้นเครง
พายอาร์มองภาพครอบครัวที่แสนจะอบอุ่นนี้อย่างมีความสุข นี่คงเป็่เวลาที่สาวน้อยมีความสุขที่สุดในชีวิตแล้ว…
.
.
.
หลังจากกินข้าวเสร็จแล้วตอนนี้ทุกคนก็พากันยืนอยู่ที่หน้าบ้านเตรียมจะแยกย้ายกันไป
ก่อนจะไปบดินทร์ยังให้เงินกับพายอาร์ด้วย
"เอาไว้ใช้นะลูก อยากกินอะไร อยากได้อะไรก็ซื้อเลย ถ้าไม่พอเมื่อเช้าพ่อโอนเข้าบัญชีของหนูไปแล้วก็ไปกดมาใช้ได้เลย"
"ในบัญชีหรอคะ" พายอาร์ได้ยินอย่างนั้นก็เปิดแอปธนาคารดู "เอ๊ะ! เยอะขนาดนี้เลยหรอคะ? " เห็นจำนวนเงินแล้วสาวน้อยก็ใ ในชีวิตไม่เคยมีเงินมากขนาดนี้มาก่อน
รินทร์ก็เข้าไปดูจำนวนเงินกับลูกสาวด้วยแล้วก็ใตาม "คุณคะ! จะให้ลูกเยอะเกินไปรึเปล่าคะ? "
"ไม่เยอะหรอก อยู่กรุงเทพฯ ค่าใช้จ่ายมันเยอะนะ เป็นักศึกษาก็มีค่าเอกสาร ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าบำรุงต่างๆ อีกตั้งเยอะ มีเงินในบัญชีไว้จะได้สบายใจ" บดินทร์พูดอย่างใจดี
"แต่ว่า…ฉันให้ลูกเองก็ได้นะคะ" รินทร์ยังคงรู้สึกเกรงใจผู้เป็สามี
"รินทร์เราเป็ครอบครัวเดียวกันแล้ว พายอาร์ก็เหมือนกับลูกสาวของพี่คนหนึ่งนั่นแหละ เงินทุกบาทพี่เต็มใจให้ลูกใช้นะ ไม่ได้ลำบากอะไรเลย ตรงกันข้ามพี่กลับรู้สึกมีความสุขที่ได้ให้ลูกใช้" บดินทร์พูดปลอบโยนภรรยา เขามีตำแหน่งสูงกว่ารินทร์มากจึงเงินเดือนเยอะกว่ามาก แล้วปกติก็ไม่ค่อยได้ใช้เงินด้วยมีแต่หาอย่างเดียว เขาถึงได้มีเงินเก็บเยอะพอสมควร
"จริงครับแม่ ความจริงป๋าบดินทร์เก็บเงินเก่งมากเลยล่ะครับ ติดก็แต่ยังไม่มีคนใช้ให้ คราวนี้มีเ้าตัวเล็กแล้ว" พูดพร้อมกับลูบผมของน้องสาวไปด้วย "พ่อก็คงจะมีความสุขมากที่ได้เปย์น้องนะครับ" ต้าร์ช่วยพ่ออธิบาย
ถึงบ้านของพวกเขาจะหลังเล็ก และใช้ชีวิตอย่างสมถะ แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาเื่การเงินเลย สองพ่อลูกอยู่ด้วยกันแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรจนเคยชิน เงินเยอะขึ้นแต่ก็ไม่คิดจะซื้อบ้านใหม่หรือใช้ชีวิตให้ฟุ่มเฟือยขึ้น เพราะพวกเขามีความสุขกับการใช้ชีวิตแบบนี้แล้ว ดังนั้นการที่บดินทร์ใช้เงินเปย์ลูกสาวแบบนี้จึงไม่ได้เดือดร้อนอะไรเขาเลย
เมื่อสองแม่ลูกได้ยินอย่างนั้นแล้วก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาก
"ขอบคุณพี่มากเลยนะจ๊ะ—" รินทร์กุมมือผู้เป็สามีอย่างซาบซึ้งใจ "ที่เอ็นดูยัยน้อง"
"พี่ก็ขอบคุณรินทร์เหมือนกัน ที่ให้พี่ได้มีโอกาสได้เลี้ยงลูกสาวที่น่ารักแบบนี้" บดินทร์ใช้มืออีกข้างมาจับทับมือภรรยาที่กุมเขาอยู่
"คุณพ่อคุณแม่…" พายอาร์มองภาพตรงหน้าอย่างมีความสุขนึกว่าตัวเองกำลังฝันไปรึเปล่า
(นี่ไม่ใช่ความฝันใช่มั้ยคะ ทำไมมันถึงได้มีความสุขมากเหมือนไม่ใช่ความจริงเลย)
สาวน้อยเดินขึ้นหน้าแล้วโอบกอดผู้ใหญ่ทั้งสองคนเอาไว้ "น้องมีความสุขมากเลยล่ะค่ะ…" รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มบ่งบอกความรู้สึกที่มีอยู่ภายในมันล้นทะลักออกมา
พ่อและแม่เองก็โอบกอดสาวน้อยของพวกเขาเอาไว้ ต้าร์เห็นอย่างนั้นก็เข้าไปสวมกอดทั้งสามคนเอาไว้ด้วย ทั้งสี่กอดกันกลมอย่างอบอุ่นหัวใจ…
.
.
.
การเดินทางมาเรียนของพายอาร์ค่อนข้างจะซับซ้อนอยู่เหมือนกัน เพราะมหาวิทยาลัยอยู่ค่อนข้างไกล ต้าร์เองก็ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวดังนั้นจึงต้องใช้รถโดยสาร แต่รถโดยสารที่เดินเส้นตรงจากบ้านไปมหาวิทยาลัยก็ไม่มี ดังนั้นจึงต้องต่อรถหลายต่อ เริ่มจากนั่งมอเตอร์ไซค์ไปที่หน้าปากซอยต่อด้วยรถเมล์ออกจากหมู่บ้านแล้วก็ไปต่อรถไฟฟ้าแล้วเดินไปอีกประมาณห้าร้อยเมตรถึงจะถึงที่มหาวิทยาลัย การเดินทางแบบนี้พายอาร์พึ่งเคยเป็ครั้งแรกถึงทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยแล้วในการขึ้นรถแต่ละครั้งก็ต้องเบียดเสียดกับผู้คนมากมาย สาวน้อยไม่ค่อยได้เจอผู้คนมากมายขนาดนี้จึงทำให้รู้สึกแปลกใหม่
"ขอโทษด้วยนะ ถ้าพี่มีรถน้องคงไม่ต้องลำบากขนาดนี้" เห็นน้องสาวต้องเบียดเสียดกับคนมากมายต้าร์ก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ ถึงจะพยายามเอาตัวมาบังไม่ให้ใครมาชนน้องแล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคงทำให้สาวน้อยของเขาอึดอัดอยู่ไม่น้อย
แต่สิ่งที่น้องสาวตอบกลับมาคือรอยยิ้มที่ดูกำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่ทำอยู่ "ไม่เป็ไรหรอกค่ะ สนุกดีออก"
รอยยิ้มน่ารักนั้นช่วยปลอบประโลมหัวใจของผู้เป็พี่ชายได้เป็อย่างดี ความจริงที่พายอาร์ชอบอีกเหตุผลคงเป็เพราะเธอได้อยู่ในอ้อมแขนของพี่ชายแบบนี้…
……………………
"เฮ๊ย ปังปอนด์เป็ไรไปวะ ่นี้ดูมึงใจลอยบ่อยๆ นะเพื่อน" เพื่อนสนิทในหมู่บ้านเดียวกันเดินมากอดคอปังปอนด์ในระหว่างทางเดินไปขึ้นรถไปเรียนที่หน้าปากซอย
"เอ่อ ก็เปล่าหนิ…" ปังปอนด์ตอบเพื่อนไปส่งๆ แต่ใจกลับรู้สึกสับสน เพราะความจริงแล้ว่นี้เขาค่อนข้างมีความสนใจในเื่ของผู้หญิงขึ้นมา ั้แ่ได้เห็นร่างกายของรินทร์ ปังปอนด์ก็เฝ้าฝันถึงเธอมาตลอด และพอเขาได้เรียนรู้การช่วยตัวเองเขาก็เริ่มทำมันทุกวันและทุกครั้งที่ทำก็มักจะคิดถึงแต่หน้ารินทร์ นั่นมันทำให้เขาแอบรู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน
"คิงมึงเคยชอบคนที่มีเ้าของแล้วป่าววะ" เอ่ยถามเพื่อนสนิท
"เฮ๊ย ไร้สาระน่า กูไม่เคยสนใจผู้หญิง มึงก็รู้พวกผู้หญิงมันน่ารำคาญชอบหาว่าการเล่นเกมคือเื่ไร้สาระ" คิงคือเพื่อนเล่นเกมของปังปอนด์มาั้แ่เด็กๆ เขาก็เป็คนหนึ่งที่แทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผู้หญิงเลย
พอเป็แบบนั้นปังปอนด์ก็ได้แต่ทำใจ เพื่อนของเขาก็มีความรู้เกี่ยวกับผู้หญิงเท่ากับศูนย์ไม่ต่างจากเขาเลย
"แต่กูว่าที่มึงบอกว่า ชีวิตมึงไม่มีปัญหา คงจะไม่จริงแล้วนะเพื่อน" คิงพูดขึ้นเมื่อเหลือบไปเห็นชายกลุ่มหนึ่งในชุดนักเรียนมัธยมมอปลายสี่คนยืนเกาะกลุ่มกันอยู่ด้านหน้า
พอปังปอนด์ได้ยินอย่างนั้นก็หันไปตามสายตาของเพื่อน พอเห็นชายกลุ่มนั้นปังปอนด์ก็หยุดเท้าทันที
"เ้าหนี้มาดักทวงเงินแล้วไอ้สัส!" พูดจบคิงก็วิ่งหนีไปทางอื่นทันที
"อ้าวไอ้เหี้ยคิง!" ปังปอนด์ะโตามเพื่อนไป "ทิ้งกูอีกแล้วนะไอ้สัส!" แล้วพอหันกลับมา ชายกลุ่มนั้นก็มองเห็นตนแล้ว
"เหี้ยแล้วมั้ยกู!" จากนั้นปังปอนด์ก็ใส่เกียร์หมาแล้ววิ่งหนีทันที ชายกลุ่มนั้นก็วิ่งตามอย่างไม่คิดชีวิต
ความจริงแล้วชายกลุ่มนั้นคือเ้าหนี้ของปังปอนด์ และยังเป็รุ่นพี่อยู่โรงเรียนเดียวด้วย พวกเขาปล่อยเงินกู้ให้กับรุ่นน้องที่ร้อนเงิน แล้วเก็บดอกเบี้ยแสนแพง
มี่หนึ่งที่ปังปอนด์ติดเกมหนักมากเขาได้ยินว่ารุ่นพี่พวกนี้ปล่อยเงินกู้ให้กับนักเรียนในโรงเรียนถึงได้ไปกู้มาสามพัน แต่ด้วยความที่ไม่เคยกู้เงินมาก่อนจึงไม่รู้ว่าต้องจ่ายดอกเบี้ยและไม่รู้ด้วยว่าดอกเบี้ยคืออะไร? ผ่านไปแค่สัปดาห์เดียวพวกเ้าหนี้ขาโหดก็พากันมาทวงหนี้ เพราะปังปอนด์ไม่ได้มีเงินมากมายอยู่แล้ววันนั้นเขาเลยคืนไปแค่ร้อยเดียวก่อน วันต่อมาก็ยังต้องจ่ายอีก ทำแบบนี้มาหลายอาทิตย์ แต่ปรากฏว่าหนี้ของเขามันไม่ได้ลดลงเลย รุ่นพี่พวกนั้นบอกว่าที่เขาจ่ายไปเป็แค่ดอกเบี้ยเท่านั้น พอรู้อย่างนั้นเขาก็ใมากและได้เรียนรู้เป็ครั้งแรกว่าดอกเบี้ยคืออะไร…
แต่การจะให้จ่ายแต่ดอกแบบนี้ทุกวันโดยที่ต้นทุนไม่ลดเลยมันก็ไม่ไหวเหมือนกัน มันเป็การเอาเปรียบกันเกินไป แต่จะให้ไปสู้รบตบมือกับรุ่นพี่พวกนั้นเขาก็ไม่ไหว ดังนั้นทางเดียวที่ทำได้ก็คือหนี
นอกจากต้องหนีตามพื้นที่ต่างๆ นอกโรงเรียนแล้วในโรงเรียนเขาก็ต้องคอยหลบหน้ารุ่นพี่พวกนี้ด้วยเหมือนกัน หากถูกพบเจอเข้าตามลำพัง ก็เป็การง่ายที่จะโดนดักรุม คนพวกนี้เขานิยมใช้กำลังทวงหนี้เสียด้วย ถ้าไม่ได้เงินก็ต้องได้ของอย่างใดอย่างหนึ่งกลับไปทุกครั้ง…
.
.
.
"แฮ่กๆๆ ~ไอ้สัสคิงเห็นผีแล้วทิ้งกูเลยนะมึง" ปังปอนด์ด่าเพื่อนในขณะที่ทิ้งกระเป๋าลงที่โต๊ะเรียน เปรียบเทียบรุ่นพี่พวกนั้นว่าเป็ผีก็คงไม่แปลก เพราะพวกเขามักจะโผล่มาตามสถานที่ต่างๆ และวิ่งไล่ตามอย่างกับผีที่อยู่ในความฝัน
คิงเองก็ติดหนี้รุ่นพี่พวกนั้นด้วยเหมือนกัน ชีวิตของเขาก็ไม่ได้ต่างไปจากปังปอนด์มากมายนัก
"โทษทีเพื่อน เื่นี้ใครหนีเร็วคนนั้นชนะว่ะ ฮรี้ฮรี~" พูดพร้อมกับทำท่าล้อเลียน
ปังปอนด์เห็นอย่างนั้นก็ยกเท้าถีบเพื่อนทันที
"ไอสัสมึง!!"
"ว๊ายๆ แค่นี้กูยังเร็วกว่าเลย แบร่!" แต่คิงก็ไหวตัวทันเขาวิ่งหนีแล้วแลบลิ้นปลิ้นตาล้อเลียนปังปอนด์
"เออ เร็วให้ได้ตลอดไปแล้วกันมึง!" พูดจบก็วิ่งไล่เตะเพื่อนไปทั่วห้องเรียน
…………………….
หลังจากกลับมาจากส่งน้องสาวแล้วต้าร์ก็มีความคิดหนึ่งเข้ามาในหัว
(ถ้าเป็แบบนี้ทุกวันคงไม่ไหวแน่ต้องเสียเวลาต่อรถแล้วก็เสียเวลารออีก รอรถก็นานแล้วยังต้องมาเบียดเสียดกับคลื่นมหาชนในรถอีก ถึงแล้วน้องก็ยังต้องเดินต่อไปอีกหลายร้อยเมตรกว่าจะถึงมหาวิทยาลัย…สงสัยคงถึงเวลาต้องซื้อรถแล้วล่ะ)
ต้าร์เองก็ไม่ต่างจากพ่อเขาเองก็เอาแต่ทำงานไม่ค่อยได้ใช้เงิน เงินส่วนใหญ่ที่ใช้ก็เสียไปกับการเติมเกมซื้อเกมซะส่วนใหญ่ ดังนั้นถึงได้พอมีเงินเก็บอยู่บ้าง แต่ก่อนไม่คิดที่จะซื้อเพราะไม่ค่อยได้ออกไปไหนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เขามีน้องสาว แล้วน้องสาวก็ต้องไปเรียนเกือบทุกวันดังนั้นนี่จึงเป็การคุ้มค่าแล้วที่เขาจะซื้อรถคันใหม่
……………………..
14.00 น.
วันนี้เป็วันเปิดเทอมวันแรกจึงยังไม่ได้มีการเรียนการสอน มีแต่การแนะแนวทางการเรียนและนัดหมายกิจกรรมรับน้องเท่านั้น พายอาร์ถึงได้เลิกเร็ว ตอนนี้มานั่งรอพี่ชายมารับที่ม้าหินอ่อนหน้าคณะ ความจริงพายอาร์บอกพี่ชายว่ากลับเองก็ได้ แต่เขาก็ไม่ยอมบอกว่าเป็ห่วงยังไงก็จะมารับให้ได้ ถึงมันจะทำให้สาวน้อยรู้สึกเกรงใจแต่เธอก็มีความสุขไม่น้อยที่พี่ชายเป็ห่วงเธอขนาดนี้
"พายอาร์กลับยังไงหรอ" ชายหนุ่มคนหนึ่งย่อตัวถามสาวน้อยที่พึ่งรู้จักกันวันนี้ เพราะเรียนคณะเดียวกัน
เพราะชายหนุ่มเอาหน้าเข้ามาใกล้ ทำให้พายอาร์ใอยู่น้อยๆ "รอพี่ชายมารับ…" สาวน้อยไม่ค่อยเก่งเื่เข้าสังคม แต่ก่อนก็ไม่มีเพื่อนคบจึงทำตัวไม่ค่อยถูกเมื่อมีคนมาทักแบบนี้ แล้ววันนี้ทั้งวันก็มีคนเข้ามาทักเธอเยอะเลยทีเดียว ทำให้พายอาร์รู้สึกแปลกใจไม่น้อย
คาร์เตอร์หนุ่มลูกครึ่งเยอรมันตาน้ำข้าวหย่อนก้นลงนั่งม้าหินอ่อนตรงข้ามเพื่อนใหม่ แต่ยื่นหน้ามาใกล้จนเกือบจะติดเธอ "งั้นหรอ—งั้นผมขอนั่งเป็เพื่อนได้มั้ย" พูดด้วยแววตาระยิบระยับแววความเ้าชู้ออกมาเต็มๆ
แต่พายอาร์ก็ดูไม่ออก ได้แต่ตอบกลับแบบอ้ำๆ อึ้งๆ "อ๋อ–อื้ม–ดะ-ได้สิ" เพราะไม่คุ้นชินตอนนี้ร่างเล็กนั่งหดตัวจนจะเหลือสองนิ้วอยู่แล้ว
แต่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามรู้สึกชอบใจ "พายอาร์น่ารักจังเลยครับ" เขาเอ่ยชื่นชมพร้อมกับส่งรอยยิ้มให้
เมื่ออยู่ๆ ก็ได้รับคำชมยิ่งทำให้คนตัวเล็กหดตัวยิ่งกว่าเดิมเพราะความเขินอาย คาร์เตอร์เป็ลูกครึ่งก็จริงแต่ใบหน้าของเขาออกไปทางตะวันตกมากกว่าดวงตาของเขาก็เป็สีน้ำข้าวมันดูสวยจนพายอาร์อดมองไม่ได้
แต่ในขณะนั้นเอง
"พายอาร์!" ต้าร์ก็เข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดีจากที่อารมณ์กำลังดีก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที เขาเดินมาใกล้แล้วมองหน้าคาร์เตอร์เหมือนจะกินเืกินเนื้อ
"พี่ต้าร์! มาเร็วจังเลยค่ะ" เห็นพี่ชายแล้วสาวน้อยก็ยิ้มหน้าบาน ลุกขึ้นไปเกาะแขนเขาเอาไว้ทันที
"ว้าว พี่ชายของพายอาร์เหรอครับ สวัสดีครับผมคาร์เตอร์เป็เพื่อนใหม่ของพายอาร์" หนุ่มลูกครึ่งทักทายพี่ชายของเพื่อนอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อทำความรู้จัก
แต่ต้าร์กับมองเขาตาขวางไม่คิดที่จะทำความรู้จักด้วย "น้องสาวของฉันยังเด็กมาก ฉันไม่้าให้เธอคบเพื่อนผู้ชาย!" พูดจบต้าร์ก็ปัดมือของคาร์เตอร์ทิ้งไปทันที
พอเป็อย่างนั้นคาร์เตอร์ก็นิ่งไปทันที พายอาร์เองก็ใไม่น้อยที่พี่ชายทำแบบนั้น
"เอ่อ พี่ต้าร์คะ—"
"กลับได้แล้ว!" ยังไม่ทันได้พูดอะไรพี่ชายก็ดึงแขนพายอาร์ไปจากตรงนั้นทันที
คาร์เตอร์ที่ยังอยู่ที่เดิมก็บ่นกับตัวเอง "อะไรวะ? เด็กยังไงก็อายุเท่ากันป่าวว่ะ แล้วไม่ให้คบเพื่อนผู้ชายเนี่ยนะบ้ารึเปล่า!—เอ๊ะ คบเป็เพื่อนไม่ได้งั้นก็คบเป็แฟนได้งั้นสี คิกๆๆ ~" หนุ่มลูกครึ่งยืนหัวเราะอยู่คนเดียว
……………………..
"มึงว่าคราวนี้พวกมันจะไปดักรอที่ไหนวะ" คิงพูดขึ้น
ตอนนี้เขาและปังปอนด์ซ่อนตัวอยู่ที่พุ่มไม้บริเวณหน้าโรงเรียน
"ไม่รู้ว่ะ บางทีวันนี้พวกมันอาจจะไปทวงที่อื่นก็ได้นะเว๊ย" ปังปอนด์ตอบในขณะที่สายตาก็สอดส่องไปทั่วดูเหล่านักเรียนกำลังเดินไปหน้าโรงเรียน
ตอนนี้ได้เวลาเลิกเรียนแล้ว ฝูงนักเรียนมากมายก็ทยอยเดินออกมารอรถรอผู้ปกครองที่หน้าโรงเรียน แต่ปังปอนด์และคิงไม่สามารถรอรถปกติเหมือนคนอื่นได้ พวกเขาต้องใช้วิธีการการบ้านแบบพิเศษ เพื่อหลบหนีเ้าหนี้
"เฮ๊ย! ลุงจันทร์มาแล้ว!" คิงะโขึ้น เมื่อเห็นรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างของลุงพ่อค้าขายกับข้าวขับออกมาจากโรงเรียน
"ไปมึง!"
แล้วทั้งสองหนุ่มก็พากันวิ่งไปดักหน้ารถของลุงจันทร์ทันที
"เฮ๊ยยย!!---" ลุงจันทร์เบรกเกือบไม่ทัน หัวเกือบทิ่ม "อะไรของพวกมึงวะเนี่ย! วันนี้ก็เอาอีกแล้วเร๊อะ! จะมาดีๆ สักวันไม่ได้เลยหรือยังไง!" ในระหว่างที่ลุงจันทร์บ่นอยู่นั้น สองหนุ่มน้อยก็วิ่งขึ้นไปนั่งบนพ่วงข้างของลุงแล้ว
"ไปเลยลุง!"
"ไปได้ลุง ลุยๆ ทางเดียวกันไปด้วยกัน!"
ทั้งสองคนสั่งลุงเหมือนเป็รถของตัวเอง นี่คือวิธีที่พวกเขาใช้กลับบ้านใน่นี้ หนีเ้าหนี้ได้แล้วยังไม่ต้องจ่ายค่าโดยสารอีก…
……………………..
หลังจากกลับมาจากมหาวิทยาลัยแล้วดูต้าร์จะงอนๆ พายอาร์ไปเลย เพราะตอนกลับมาทั้งสองก็ทะเลาะกันนิดหน่อยด้วย เพราะต้าร์ไม่อยากให้พายอาร์คบเพื่อนผู้ชาย พายอาร์ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำอย่างนั้น เขาถึงได้งอนเธอมาจนถึงตอนนี้
พายอาร์ไม่มีประสบการณ์ง้อคน แต่เธอจำได้ว่าต้าร์ชอบกินขนมครกของยายแช่มที่หน้าปากซอยมาก คิดว่าถ้าไปซื้อมาให้ พี่ชายอาจจะอารมณ์ดีขึ้นก็ได้ ดังนั้นสาวน้อยจึงตัดสินใจว่าจะไปซื้อมันเพื่อมาง้อต้าร์
เธอปั่นจักรยานไปซื้อที่หน้าปากซอย โชคดีที่ตอนนี้ลูกค้าของยายแช่มยังมีไม่เยอะ พายอาร์ถึงไม่ต้องรอคิวนาน เมื่อซื้อเสร็จแล้วก็จ่ายเงินยายแช่มไป แต่ในขณะนั้นเอง
ฟิ่ววว~~~
"เอ๊ะ นั่นปังปอนด์ไม่ใช่หรอ" ความเร็วเหมือนกับลมพัดผ่าน แต่พายอาร์ก็มั่นใจว่าคนที่วิ่งผ่านหน้าเธอไปเมื่อกี้นี้คือปังปอนด์แน่นอน
และไม่นานนักก็มีกลุ่มนักเรียนชายประมาณสี่คนวิ่งตามปังปอนด์ไป
"เฮ๊ย! หยุดเดี๋ยวนี้นะเว้ย!"
"เอาเงินมาคืนพวกกูเดี๋ยวนี้!!"
"ไอ้ปังปอนด์วันนี้มึงหนีไม่พ้นแน่!!"
เสียงของวัยรุ่นพวกนั้นะโด่าปังปอนด์และวิ่งตามเขาไปติดๆ
"เห้อ เอาอีกแล้วไอ้เด็กพวกนี้ วิ่งไล่ตีกันได้ทุกวันไม่เหนื่อยบ้างรึไงวะ!" เสียงของยายแช่มบ่นขึ้นมา
พายอาร์ก็มองตามวัยรุ่นกลุ่มนั้นไปอีกครั้งด้วยความรู้สึกกังวลใจ
(จะเป็อะไรหรือเปล่านะ…)
ถึงจะไม่ค่อยชอบปังปอนด์แต่เขาก็เหมือนกับหลานชายแท้ๆ ของบดินทร์ แล้วสาวน้อยก็ไม่ได้เป็คนใจไม้ไส้ระกำถึงขนาดที่เห็นคนที่รู้จักกำลังเดือดร้อนแล้วไม่เข้าไปให้ความช่วยเหลือ
"แค่ตามไปดูเฉยๆ คงไม่เป็อะไรหรอกมั้ง ถ้ามีเื่ไม่ดีค่อยไปเรียกพี่ต้าร์มาก็ได้" สาวน้อยพูดกับตัวเอง แล้วเธอก็คว้าเอาจักรยานปั่นตามวัยรุ่นกลุ่มนั้นไป
ซอยที่วัยรุ่นกลุ่มนั้นวิ่งมาค่อนข้างเปลี่ยวเลย พายอาร์ไม่เคยมาที่ซอยนี้ จึงไม่ค่อยคุ้นทางนัก ขับตามมาเรื่อยๆ จนไม่สามารถตามรอยวัยรุ่นกลุ่มนั้นได้อีกต่อไป เพราะพวกเขาวิ่งเร็วกันมาก
"หายไปไหนกันหมดนะ" สาวน้อยจอดจักรยานที่สี่แยกแห่งหนึ่ง เพราะไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อ มองไปตามแยกต่างๆ อย่างครุ่นคิดแล้วตัดสินใจ "อืม ทางนี้ก็แล้วกัน" ครั้งนี้เธอสุ่มไปทางซ้าย…
.
.
.
ขับรถจักรยานคันเล็กซอกแซกไปตามซอยต่างๆ เรื่อยๆ อย่างทุลักทุเล จนตอนนี้พายอาร์เริ่มหวั่นใจแล้วว่าเธอกำลังหลงทาง แต่แล้ว…
"โอ๊ย! อย่าทำผม! โอ๊ย!—"
"เอาเงินพวกกูคืนมาไอ้สัส!!"
"หนีเก่งนักนะมึงไปตายซะ!!'
"โอ๊ย!—ผมไม่มีจริงๆ —เอื๊อก!"
"ไม่มีก็กินตีนกูไปก็แล้วกัน!!"
"อย่าอยู่เลยมึงไอ้เด็กเหี้ย!!"
ภาพของวัยรุ่นชายสี่คนในชุดนักเรียนกำลังกระทืบปังปอนด์อย่างโหดร้ายที่มุมของซอยตัน ทันทีที่เห็นภาพนั้นขนมครกในมือพายอาร์ก็ตกลงไปอยู่ที่พื้น
(จะทำยังไงดี!—ปังปอนด์กำลังถูกรุมทำร้ายอยู่!—เราควรจะทำยังไงดี!)
ตอนนี้ร่างกายของสาวน้อยมันกลัวจนสั่นไปหมด หันไปมองซ้ายขวาก็ไม่เห็นใคร กระทั่งตอนนี้เธออยู่ที่ไหนก็ไม่รู้เลย จะไปตามใครมาช่วยตอนนี้ก็ไม่มี
สาวน้อยสอดส่ายสายตาไปทั่วในที่สุดก็มองเห็นท่อนไม้ใหญ่ เธอรีบเอาขาตั้งรถลง แล้ววิ่งไปหยิบเอาไม้ท่อนนั้นขึ้นมาทันที ท่อนไม้ค่อนข้างหนักมาก กว่าจะแบกขึ้นมาได้ก็ทำเอาร่างเล็กเซไปเลย
ได้อาวุธมาแล้วพายอาร์ก็มองไปที่วัยรุ่นกลุ่มนั้น ตอนนี้สภาพของปันปอนด์เต็มไปด้วยดินโคลนจากฝ่าเท้าของเด็กหนุ่มทั้งสี่คน เขางอตัว ใช้มือป้องหัวโอดครวญออกมาด้วยความเ็ปอยู่ตลอดเวลา
ถึงตอนนี้ในใจจะกลัวแสนกลัว มือไม้ก็สั่นไม่หยุด แต่สองขาเล็กก็ยังคงก้าวเดินไปข้างหน้า ด้วยใจที่อยากจะช่วยเหลือหนุ่มน้อยที่กำลังย่ำแย่
"ยะ-หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!" สาวน้อยยกไม้ท่อนใหญ่ไว้ตรงหน้าเล็งไปที่วัยรุ่นชายทั้งสี่ด้วยใจที่หวาดหวั่น แต่ไม่คิดจะถอยหนี
จากที่กำลังมันมือมันเท้าที่ได้ออกกำลังกระทืบคน เมื่อถูกขัดจังหวะชายทั้งสี่ก็หันมามองร่างเล็กที่กำลังสั่นเทาเป็ตาเดียว
สายตาของพวกเขาเหมือนกับเสือที่ดุร้ายกำลังจะขย้ำเหยื่อ ขาของพายอาร์มันค่อยก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว มือที่ถือไม้ท่อนใหญ่อยู่ก็เริ่มโงนเงนเพราะมันหนักมากแล้วตอนนี้จิตใจของเธอมันก็ไม่มั่นคงเอาเสียเลย
"อะไรเนี่ย พ่อแม่ของใครปล่อยให้เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักขนาดนี้หลุดออกมาเดินเล่นแถวนี้วะเนี่ย!" ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพายอาร์อย่างสนใจ
"นั่นสิ หน้าตาแบบนี้ไม่เคยเห็นอยู่แถวนี้มาก่อนนี่หว่า" อีกคนก็เดินล้วงถุงแล้วะโเข้าไปใกล้สาวน้อย
"ยะ-อย่าเข้ามานะ" พายอาร์เล็งท่อนไม้ที่มันโงนเงนอยู่ตลอดเวลาไปทางวัยรุ่นชายที่เดินเข้ามาหาเธออย่างไม่เกรงกลัว
ผู้ชายเ่าั้เห็นท่าทางของพายอาร์แล้วก็ได้แต่หัวเราะออกมา
"ฮ่าๆๆ ~ เธอจะทำอะไรพวกเราได้! ขนาดถือไม้ยังไม่มั่นคงเลย!"
เพล้ง!!
พูดจบเขาก็ปัดไม้ในมือของคนตัวเล็กทิ้งไปได้อย่างง่ายดาย
"พายอาร์เธอมาทำอะไรที่นี่!!" ปังปอนด์พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง เห็นว่าคนที่เข้ามายุ่งคือพายอาร์ก็ฉงน "โอ๊ย!!"
แต่ทันทีที่เรียกหญิงสาวชายที่ยืนอยู่ใกล้ก็กระชากผมเขาอย่างแรงแล้วถาม "มึงรู้จักด้วยหรอวะ!"
"กะ-ก็รู้จักสิก็ยัยนั่น—" ยังไม่ทันจะพูดจบก็มีคนพูดขัดขึ้น
"อ๋อ! กูได้ยินว่ามึงมีน้องสาวด้วยหนิ หรือว่ายัยนี่จะเป็น้องสาวของมึง"
"น้องสาวอย่างนั้นหรอ? ปังปอนด์มันมีน้องสาวน่ารักขนาดนี้ด้วยหรอวะ"
"เฮ๊ยๆ กูว่าถ้าปังปอนด์มันมีน้องสาวน่ารักขนาดนี้กูว่าวันนี้พวกเราก็มาไม่เสียเที่ยวแล้วว่ะ" ชายคนที่ยืนอยู่ใกล้พายอาร์พูดขึ้นเมื่อปิ้งไอเดียขึ้นมา
"ยังไงวะ? " ชายอีกคนถาม
"ในเมื่อวันนี้ไอ้ปังปอนด์ไม่มีเงินจ่าย ก็ใช้น้องของมันขัดดอกไปก่อนไง" กล่าวตอบอย่างอารมณ์ดี
"เฮ๊ย ไอเดียดีกูเอาด้วย!"
"เออ กูก็เอาด้วย"
"เอาก็เอาดิวะ"
ชายทั้งสี่คนต่างเห็นพ้องต้องกัน คนที่ยืนอยู่ไกลปังปอนด์ก็กระชากหัวเขาให้เงยหน้าขึ้นมา เท้าข้างหนึ่งก็เหยียบขาของเขาไว้จนปังปอนด์ต้องร้องโอดครวญอีกครั้ง แล้วถาม "ว่ายังไงวันนี้พวกกูขอเล่นกับน้องของมึงสักชั่วโมงสองชั่วโมงเป็การขัดดอก แล้ววันนี้พวกกูจะปล่อยมึงไป"
เมื่อได้ยินอย่างนั้นปังปอนด์ก็ยิ้มออกมาทันที "จะปล่อยผมไปจริงๆ อย่างนั้นหรอ!" ถามออกมาด้วยความตื่นเต้น ถ้าต้องทนฝ่าเท้าของพวกนี้ต่อเขาต้องตายแน่
"ก็เออน่ะสิ แต่ได้แค่ค่าดอกของวันนี้เท่านั้นนะพรุ่งนี้พวกกูก็จะมาทวงอีกเหมือนเดิม"
ได้ยินอย่างนั้นปังปอนด์ก็รีบรับปากทันที "ได้เลยๆ ยัยนี่เป็น้องสาวของผมเองแหละจะเอาไปทำอะไรก็เชิญเลยครับพี่ๆ "
"ปังปอนด์จะทำแบบนั้นไม่ได้นะ!" ตอนนี้ร่างเล็กสั่นกลัวจนแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว ไม่คิดว่าคนที่เธอมาให้ความช่วยเหลือกำลังจะทรยศเธอ
"ก็แค่เล่นกับพี่เขาแป๊บเดียวเอง จะมาช่วยฉันไม่ใช่หรอ ถ้าอยากช่วยก็ช่วยให้ถึงที่สุดสิ!" ปังปอนด์ดุพายอาร์ทันทีเมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะร้องไห้
"ฮึก~ ไม่เอานะ—คนพวกนี้น่ากลัวจะตายไป ฉันไม่อยากเล่นกับพวกเขา ฮือ~" ในที่สุดสาวน้อยก็ไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกต่อไปเธอร้องไห้ออกมาเสียงดัง
เมื่อเห็นว่าคนน่ารักกำลังร้องไห้ชายคนที่อยู่ใกล้ก็เข้าไปกอดร่างเล็กไว้ "โอ๋ๆ น้องสาวไม่เป็อะไรนะพวกพี่จะทะนุถนอมน้องให้ดีที่สุด"
ทันทีที่ถูกแตะตัวพายอาร์ก็รู้สึกขยะแขยง ผลักชายคนนั้นออกไปทันที "เอาไปนะ ฮือ~ อย่าเข้ามาใกล้ฉัน!"
ในขณะที่พายอาร์กำลังถูกรังแกอยู่นั้นปังปอนด์ก็ค่อยๆ แกะมือของรุ่นพี่ออกจากหัวเขา พอถูกมองหน้าแล้วก็พูด "ปล่อยผมไปได้แล้วใช่ไหมล่ะครับ แฮ่ๆ " ยิ้มแห้งให้กับปรุ่นพี่ไปทีหนึ่ง
ชายหนุ่มมองหน้าปังปอนด์ด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะถีบเขาไปครั้งหนึ่งจนล้มลงไปกับพื้นแล้วพูด "เออ! ไสหัวไปได้แล้ว!"
เมื่อได้รับอนุญาตปังปอนด์ก็รีบวิ่งบวกคลานออกมาจากรุ่นพี่กลุ่มนั้นอย่างทุลักทุเล พอออกมาพ้นแล้วก็ใส่เกียร์หมาวิ่งหนีทันที แต่ในขณะที่วิ่งผ่านจักรยานของพายอาร์ไปเขาก็รีบถอยหลังกลับแล้วคว้าเอาจักรยานคันเล็กนั้นไปด้วย แต่ก่อนที่จะไปเสียงร้องอันน่าสงสารก็ดังมาจากเื้ั
"ปังปอนด์อย่าทิ้งฉันไปนะ! ฮือออ~"
ปังปอนด์นิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินเสียงนั้น แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองพายอาร์ ปั่นจักรยานคันเล็กนั้นหนีไปทันที…
สาวน้อยได้แต่ร้องไห้มองตามแผ่นหลังเขาไปด้วยความรู้สึกผิดหวัง
"ใจร้าย ฮือ~ ใจร้ายที่สุดเลย ฮือออ~"
"เฮ๊ย พวกมึงตรงนั้นมีบ้านร้างอยู่พาน้องเขาไปเล่นที่นั่นกันเถอะ" ชายคนหนึ่งพูดกับเพื่อนทั้งสาม
ชายที่อยู่ใกล้เห็นสาวน้อยเอาแต่ร้องไห้ก็เข้าไปปลอบโยน "ไม่เอาน่าอย่าร้องไห้ไปเลยนะ เดี๋ยวพวกพี่จะพาหนูไปขึ้น์"
"ไม่เอา! อย่าเข้ามานะ" เธอถอยไปด้านหลังแล้วยกมือขึ้นมาตั้งการ์ดมวย
แต่ในสายตาของชายหนุ่มพวกนั้นกลับมองดูเหมือนกระต่ายน้อยที่กำลังจะต่อสู้กับฝูงหมาป่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลย…
**********************