เล่ห์รัก เพลย์บอยหนุ่ม

    ตอนที่3

    ตอนที่ 3 : บังเอิญหรือโชคชะตาอ๊ายยยยย! สาวสวยตกใจที่เห็นฉันล้มกองตรงหน้า เธอรีบใส่เสื้อทันทีส่วนหนุ่มลูกครึ่งคู่ขาดวงตากลมโตเพราะตกใจ เขาได้แต่ยืนนิ่งมองดูเรือนร่างที่มีแค่ชุดชั้นในของฉันด้วยดวงตาคมเข้มไร้ยางอายคู่นั้น“อุ้ย! ขอโทษค่ะ”ฉันรีบเอามือสองข้างปิดหน้าอกด้วยความเขินอายจากนั้น รีบปิดผ้าม่านกลับเข้าที่เหมือนเดิม“ยัยนั่นช่างไร้มารยาทอะไรอย่างนี้” เสียงบ่นสาวสวยดังออกมา“ออกไปกันเถอะ อยากได้ชุดไหนก็ไปเลือกเอานะ เดี๋ยวผมไปรอข้างหน้า” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับเดินออกไปด้วยสีหน้าหมดอารมณ์“ใครกันแน่ไร้ยางอาย ขนาดห้องลองเสื้อก็ยังไม่เว้น หิวอะไรขนาดนั้น” ฉันบ่นพึมพำเบาๆหลังจากที่ฉันเดินออกมาจากห้องลองเสื้อเพื่อเอาชุดเดรสมาเก็บเข้าที่ สองตาคู่นั้นของฉันมันก็ดันไปมองหนุ่มลูกครึ่งรูปหล่อสุดหื่นที่นั่งอยู่บนโฟซาคนนั้นโดยไม่ตั้งใจ ฉับพลันดวงตาคมเข้มเหลียวมองมาที่ฉันพอดีดวงตาสองคู่ประสานกันเป็นประกายแวววาวตุบ ตุบ ตุบ ตุบ เสียงหัวใจเต้นดังออกมาโดยไม่ทราบสาเหตุ“เกิดอะไรขึ้นกับฉัน อยู่ดีๆใจก็สั่นขึ้นมาดื้อๆ” ฉันพูดกับตัวเองในใจ“แต่เอ๊ะ! ทำไมใบหน้าของเขาดูคุ้นๆเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อนนะ” ฉันถามตัวเองในใจด้วยความสงสัยพลางจ้องมองเขาหนุ่มลูกครึ่งสุดหล่อยังคงจ้องฉันไม่ละสายตา“คุณเมฆ ไปกันเถอะค่ะ” สาวสวยเดินเข้าไปคว้าแขนหนุ่มหล่อจนเขายอมละสายตาจากฉันไปอึก! ฉันกลืนน้ำลายออกมาเฮือกใหญ่“ความรู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อกี้มันคืออะไรกัน” ฉันถามตัวเองพลางสะบั้นตื่นได้สติผ่านไปเกือบชั่วโมง หลังจากที่ฉันเดินเลือกซื้อชุดสวยๆจากร้านอื่นได้แล้วจึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้านขณะขับรถกลับบ้านดวงตาแสนคมชัดของฉันก็ได้เหลือบไปเห็นยัยน้ำตาลเพื่อนรักกำลังเดินลงมาจากรถยนต์คันสีดำหน้าโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง“ไหนบอกว่าไปธุระต่างจังหวัด ยัยเพื่อนตัวดี กล้าโกหกฉันนะ ต้องไปจัดการซะหน่อยแล้ว” ฉันจอดรถไว้ข้างทางกำลังจะเปิดประตูรถลงไปหาเพื่อนรักฉับพลันหนุ่มร่างสูงโปร่งเจ้าของรถยนต์คันสีดำลงมาจากรถ แล้วเดินกอดเอวเพื่อนรักของฉันหายเข้าไปโรงแรมหรูใช่แล้ว…….ชายหนุ่มคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน…….แต่เป็นพี่ มาวิน แฟนหนุ่มของฉันเองเขากลับมาถึงไทยแล้วแต่ทำไมต้องหลอกฉันว่ายังอยู่ที่ลอนดอน แถมยังพาเพื่อนรักของฉันเข้าโรงแรมวิ๊ง วิ๊ง วิ๊ง เสียงในหูดังขึ้นฉันนั่งนิ่งเพราะอึ้งกับภาพที่ได้เห็น ตอนนี้เหมือนกับโลกทั้งโลกกำลังหยุดหมุน แม้แต่หัวใจของฉันเองแทบจะหยุดเต้นใจของฉันหล่นวูบเหมือนคนตกจากที่สูง ตัวสั่นมือสั่นไปหมดไม่นานฉันตั้งสติได้ รีบเดินตามทั้งคู่เข้าไปในโรงแรมทันที ขอให้อย่าเป็นอย่างที่ฉันคิดตอนนี้เลยนะ สาธุพี่มาวินและน้ำตาลยืนคุยกับพนักงานอยู่หน้าFront office แฟนของฉันกำลังโอบไหล่เพื่อนรักของฉันพลางลูบวนไปมา ส่วนน้ำตาลเองก็กอดเอวพี่มาวินไว้แน่น ทั้งคู่ทำตัวเหมือนกำลังเป็นคู่รักกันสวีทหวานกันฉันหยิบมือถือขึ้นมาพร้อมกับอาการมือสั่น แล้วกดโทรเข้าไลน์ของพี่มาวินสักพักพี่มาวินละแขนออกจากไหล่ของน้ำตาลแล้วล้วงเข้าไปหยิบมือถือในถุงกางเกงเพื่อรับสาย แต่ทว่าเมื่อพี่เขามองดูโทรศัพท์รู้ว่าเป็นฉันที่โทรเข้าไป เขารีบปิดหน้าจอแล้วยัดมือถือกลับเข้าไปในถุงกางเกงตามเดิมฉันยังไม่ยอมแพ้ ครั้งนี้ฉันโทรไปหาน้ำตาล แต่เพื่อนรักกลับปิดมือถือใส่ฉันอย่างไม่รู้สึกผิดนาทีนั้น อยู่ดีๆน้ำตามันก็เอ่อไหลล้นออกมาท่วมใบหน้าของฉัน  ฉันได้แต่ยืนร้องไห้ตัวสั่นเท่าด้วยความเสียใจในตอนนั้นเอง ฉันกลับไม่รู้ตัวเลยว่าหนุ่มลูกครึ่งสุดฮอตในร้านเสื้อผ้ากำลังจ้องมองฉันอยู่ที่โซฟารับแขกเพียงเวลาไม่กี่นาที พี่ภาคินพาน้ำตาลเดินจับมือขึ้นลิฟท์โรงแรมไปฉันได้แต่แอบตามทั้งคู่อยู่ห่างๆ วันนี้ฉันจะต้องรู้ความจริงให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นและแล้วมันก็เป็นอย่างที่ฉันคิดพี่ภาคินพาน้ำตาลมาที่ห้องสวีท แถมก่อนจะเดินเข้าห้องไปแฟนฉันโอบกอดเพื่อนรักของฉันพลางหอมแก้มหยอกล้อกันต่อหน้าต่อตา แล้วทั้งคู่ก็ได้หายเข้าไปในห้องสวีทกันสองต่อสอง นานหลายชั่วโมง…คงไม่ต้องเดาว่าเข้าไปทำอะไรกัน…..ฉันรู้ได้ยังไงน่ะเหรอ….?ก็ฉันยืนเฝ้าหน้าห้องพวกเขานานสองนาน ฟังเสียงของเพื่อนรักเล็ดลอดออกมาจากประตู ภายในนั้นคงจะใส่..กันเต็มที่ แม้แต่ห้องเก็บเสียงยังมีเล็ดลอดออกมา พอให้ตอกย้ำความเจ็บปวดทรมานที่กำลังถาโถมเข้าใส่ฉันหลังจากที่มั่นใจแล้วว่ากำลังโดนสวมเขา ฉันจึงได้ถอยหลังกลับ ฉันเดินกำมือแน่นตัวสั่นเทาออกมาทั้งน้ำตาพร้อมกับรู้สึกเจ็บแปล๊บที่ใจทำอะไรไม่ถูก ตอนนี้เสียใจที่สุดและเจ็บใจแค้นหญิงร้ายชายชั่วคู่นั้นแทบจะเป็นบ้า“เดินไหวไหม” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามฉันออกมาจากหน้าลิฟท์ฉันหันกลับไปมองต้นเสียงนั้น ทันใดปรากฏร่างหนุ่มลูกครึ่งหล่อคมสุดหื่นคนนั้นกำลังยืนกอดอกพิงผนังมองมาที่ฉัน“คุณ” ฉันจำเขาได้ในทันที“เจ็บมากไหมที่เห็นแฟนตัวเองเข้าโรงแรมกับหญิงอื่น” ชายหนุ่มรูปหล่อเอ่ยถามพร้อมกับมองหน้าฉัน“ฮึ คุณรู้ได้ไง ฮีอ” ฉันสะอื้นตอบหนุ่มหล่อคนนั้นยืนเงียบไม่ตอบเขาเอาแต่แสยะยิ้มที่มุมปากให้ฉัน