ัแห่งเทือกเขาซิริอุส
แม้เส้นทางขึ้นเขาซิลิอุสจะไม่ซับซ้อนนัก แต่ก็เต็มไปด้วยสัตว์อสูรมากมาย แต่ในวันที่อากาศดีเช่นนี้กลับไร้วี่แววของสัตว์อสูร ซึ่งถือว่าผิดปกติอย่างมาก
"เรด เรามาถูกทางแน่นะ" เจฟเอ่ยขึ้นพร้อมหันมองไปรอบ ๆ
"ถูกสิวะ...นั่นไง" เรดชี้ไปที่สุดขอบของยอดเขา ที่นั้นมีรูปปั้นของฮีโร่ในตำนานาาซิลิอุสตั้งตระหง่านอยู่
เจฟกางแผนที่ดูเพื่อเปรียบเทียบตำแหน่งอีกครั้ง "เออ ใช่จริง ๆ หวะ งั้นข้างหน้าก็ถึงหุบผาแห่งความตายแล้วดิ"
...คำหุบผาแห่งความตาย สะกิดให้เจฟเตรียมพร้อม เขาสั่งให้ทุกคนระวังตัว นักผจญภัยทั้งสี่จึงเปลี่ยนท่าทีจากเดิม การเดินทางเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมขึ้นในทันที เอริคที่เดินรั้งท้ายกระชับขวานแน่นด้วยสองมือ และเดินขึ้นมายืนเคียงข้างกับเจฟ ที่ตอนนี้ใช้สกิลเปิดออร่า และแจกบัพป้องกันของพาราดินชั้นสูงแก่เพื่อนในกลุ่ม ซึ่งนั่นไม่รวมถึงการแจกบัพลูกหาบอย่างจงลั่ว
เรดหยิบคันธนูที่เคยสะพายไว้มาอยู่ในมือ พร้อมสอดส่องไปรอบ ๆ บริเวณอย่างระมัดระวัง ส่วนคนสุดท้ายคืออาเรีย นักบวชร่างั์ ที่ตอนนี้ถอยไปอยู่รั้งท้าย และไม่ห่างจากจงลั่วนัก กำลังร่ายเวทย์แจกบัพให้กับทุกคนในทีม และก็อีกเช่นเคย ไม่มีบัพสำหรับจงลั่ว
เมื่อเห็นท่าที ที่เปลี่ยนไปของกลุ่มนักผจญภัย จงลั่วที่เดินอยู่รั้งท้ายพร้อมสัมภาระที่หนักอึ้ง ก็ตาเป็ประกายขึ้นมาในทันที หัวใจแห่งนักผจญภัยในวัยหนุ่ม ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอีกครั้ง
ว้าว!...เ้านักบวชนั่นอย่างน้อยต้องเป็ระดับคาร์ดินัลสินะ ถึงร่ายเวทย์บัพเกราะมายาได้ ส่วนมือธนูดูจากอุปกรณ์ที่ใช้อย่างน้อยก็ต้องเป็นักล่าระดับสูงแน่ ๆ คนที่ชื่อเจฟดูเหมือนจะเป็หัวหน้ากลุ่ม ดูจากบัพเพิ่มเืที่แจกคงเป็พาราดินสายแท้งค์สุดถึกอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนเ้านักรบปากมากนั่น ก็น่าจะเก่งไม่เบา ดูจากอายุเ้าพวกนี้ก็เพิ่งจะยี่สิบต้น ๆ เท่านั้น แต่ทำไมมันช่างต่างกับข้านัก ข้าทำผิดตรงไหนกัน ข้าทำตามคำแนะนำของผู้แนะนำอาชีพทุกอย่าง...
แม้จะไม่สามารถพัฒนาทักษะอาชีพให้เกินระดับสิบไปได้ แต่จงลั่วมีนิสัยที่ชอบหาข้อมูล และวางแผนทำให้เพียงมอง การตั้งตั้งขบวน และใช้สกิลอยู่ห่าง ๆ เขาก็สามารถรับรู้ได้ว่ากลุ่มนักผจญภัยนั้นกำลังทำอะไรอยู่ ชนิดที่ผิดเพี้ยนไปไม่เกินหนึ่งในสิบส่วน
กาซซซซซซซ!!!! ทันทีที่เสียงคำรามดังก้องขึ้น ความสงบที่เคยมีก็ถูกทำลายลง...
เสีนงร้องแห่งความสะพรึง...ดังก้องขึ้นมาจากเบื้องลึกของหุบผาแห่งความตาย ตามมาพายุขนาดย่อม โหมพัดกรรโชกขึ้นมาอีกระลอก ลมหวนที่เกิดขึ้นรอบ ๆ พายุน้อยหอบเอารูปปั้นที่ตั้งตระหง่านมานับร้อยปีลอยขึ้นพ้นจากพื้นดิน ก่อนที่มันจะถูกซัดปลิวหายไปในหุบเขาแห่งความตาย
สถานการณ์เปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างทันทีทันใด ทำให้นักผจญภัยทั้งสี่รวมถึงจงลั่วตกอยู่ในความตึงเครียดทันที
"มันคือตัวอะไรวะ" เจฟและเอริคพูดขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน แต่ไม่ลืมที่จะยกโล่ในมือขึ้นตั้งการ์ด
"เจฟ...กูรู้สาเหตุที่วันนี้พวกเราไม่เจอสัตว์อสูรแล้วละ" เรดเอ่ยขึ้นเมื่อใช้สกิลตาเหยี่ยวตรวจสอบศัตรู แต่ไม่ทันเฉลย เสียงร้องะโของเอริคก็ดังขึ้นก่อน
"ัรรร!!!!"
"ั!!!"อีกสามคนที่เหลือต่างอ้าปากค้างไปตามกัน
"เวรแล้ว" อาเรียที่รั้งท้ายอุทานขึ้น...ตุบ ตุบ ตุบ ความรีบร้อนทำให้อาเรีย...ใจนสะดุดขาตัวเองล้มลง
"ตั้งสติไว้!!!" เจฟตวาดลั่น เขาเป็คนแรกที่ตั้งสติได้ "จัดรูปแบบการรบ"เสียงที่สั่งจริงจังที่สุดั้แ่เจฟขึ้นเขามา
"รับทราบ!!!" อีกสามคนที่เหลือรับคำด้วยความฮึกเหิม
"วันนี้เราจะมาสร้างวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่" เจฟชูดาบขึ้นเหนือชี้ไปที่ดวงอาทิตย์ "พวกเราจะปราบั แล้วลงไปเอาสมบัติของมัน"
สมบัติของัคือเื่เล่าที่เด็ก ๆ ทุกคนล้วนใฝ่ฝันถึงมัน แต่ัได้จากโลกนี้ไปหลายร้อยปีแล้ว เื่สมบัติของัจึงเป็เพียงแค่ตำนานบทหนึ่งเท่านั้น
"สู้ไหมทุกคน!" เจฟพูดพร้อมกับชี้ดาบไปที่ัดำเบื้องหน้า
"สู้!!!"
ส่วนลูกหาบคนสำคัญ อย่างจงลั่วก็แอบไปซ่อนตัวที่หลังก้อนหินใหญ่ มองดูนักผจญภัยทั้งสี่ด้วยใจที่พองโต (แต่ก็ไม่ลืมที่จะเปิดสกิลกลบกลิ่นและพรางตัวไว้ด้วย สกิลพื้นฐานของนักธนู และโจรตามลำดับ)
กาซซซซ!!! ัเกล็ดสีดำ ลำตัวยาวประมาณห้าเมตร บินโฉบขึ้นมาจากปากหุบผาแห่งความตาย ก่อนจะกระพือปีกปลดปล่อยคมเขี้ยววายุเข้าใส่กลุ่มนักผจญภัยในทันที
แต่เจฟเป็คนแรกที่พุ่งเข้าไปปะทะกับการจู่โจม เพื่อลดแรงกระแทกให้กับคนที่อยู่ด้านหลังในทันที
ทำให้ผลของคมเขี้ยววายุ ทำได้แค่พัดเอริค ที่ยืนอยู่ใกล้กับเจฟที่สุด ถอยร่นไปจากจุดเดิมราวสามเมตร เอริคได้รับแค่าแเล็กน้อย ส่วนอีกสองคนที่เหลือแรงปะทะที่อ่อนโทรมลงไปมาก ทำได้เพียงกระแทกบาเรียที่กางกั้นโดยนักบวชอาเรีย ให้เกิดรอยร้าวเพียงเล็กน้อย
เมื่อการต่อสู้เปิดฉากขึ้น เรด ก็เริ่มละเลงดีบัพใส่ัดำในทันที
ศรพิษ ศรช้า ศรเืตก ศรเจาะเกราะ...และอีกสารพัดสกิล ถูกเรดเรียกใช้อย่างรัว ๆ จนมานาที่มีลดไปเกือบครึ่ง และผลของการโมตีอย่างไม่หยุด ทำให้เรดตกเป็เป้าหมายจู่โมแรกของเ้าัดำในทันที
"ระวัง มันกำลังพ่นลูกไฟ" เจฟร้องเตือน
ตูม! ตูม! ตูม!!!
เปลวเพลิงอันร้อนแรงของัดำ หลอมละลายหินโดนรอบจนหมดสิ้น เกราะที่อาเรียกางไว้แตกสลายทันทีที่เปลวเพลิงลูกแรกกระทบถูก เปลวเพลิงอีกสองลูกพุ่งตรงเข้าใส่เรดอย่างจัง เปลวเพลิงเผาไหม้ร่างของเรดไปกว่าครึ่ง เห็นได้ชัดว่าหากปล่อยไว้ร่างของเรดต้องสูญสลายเป็เถ้าถ่านแน่ ๆ
สายลมอบอุ่นสีเขียวอ่อนพุ่งเข้าโอบล้มอร่างที่กำลังจะล่มสลายของเรด
"เมก้าฮีล...เม้ก้าฮีล...เมก้าฮีล" เสียงร่ายคาถาดังรัว ๆ ของอาเรีย ส่งเวทรักษาไปยังเรดแบไม่มีการเก็บออมมานาแม้แต่น้อย แน่นอนว่าเืของเรดกลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง
เมื่อเห็นการโจมตีของัไม่อาจฆ่าเรดได้ในครั้งเดียว ความหวังที่จะสังหารเ้าัก็ปรากฏขึ้นในแววตาของทุกคน เมื่อความกลัวที่เคยเป็เงามืดถูกพัดออกไป เหล่านักผจญภัยก็เริ่มทำหน้าที่ของตัวเองตามที่เคยร่วมสู้กันมาได้อย่างช่ำชอง
"เยี่ยมมาก...ทีนี้ก็ตาข้าบ้าง" เอริคเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นเพื่อนปลอดภัย เป็จังหวะเดียวกับที่ักำลังบินโฉบลงมาต่ำเพื่อจู่โจมเหยื่อของมันซ้ำอีกครั้ง
เอริคที่แบกขวานั์ะโเข้าขวางพร้อมกับเรียกใช้ทักษะโจมตีในทันที "ขวานเบิกภู..."
เปรี้ยง! เปรี้ยง!!!
แต่ผลไม่เป็ดั่งที่คิด สกิลของนักรบไม่ทันใช้ออก เอริคถูกหางของัฟาดเข้าใส่เสียก่อน แต่นับว่ายังโชคดีที่เจฟผู้นำทีมในครั้งนี้ ะโเข้ามาขวาง และใช้โล่ช่วยรับการจู่โจมครั้งที่สองไว้ หาไม่แล้วเอริคก็คงได้รับาเ็หนักไปอีกคน
"เฮ้!!!...ระวังกันหน่อยนี่ันะเว้ย ไม่ใช่สไลม์ อย่าใจร้อนสิวะ"เจฟหัวร้อนขึ้นทันที ที่เพื่อนไม่ทำตามที่เคยฝึกกันมา
เอริคที่ยังหน้าซีดอยู่ยิ้มแห้งพร้อมพยักหน้ารับ
จากการปะทะกัน ทำให้ตอนนี้ ตำแหน่งของัมายืนอยู่กลางวงล้อมของทั้งสี่ โดยมีอาเรียยืนคู่กับเรด และเจฟกำลังประคองเอริคที่ได้รับาเ็ล้มลงลุกขึ้นยืน