ตอนที่ 7
ผมช่วยทำให้คุณพ่อคนหนึ่งได้มีโอกาสทำอะไรบางอย่างเพื่อลูกของเขา
ผมสารภาพตามตรงว่าผมไม่ยากจะเล่าเื่ราวต่อจากนี้ให้พวกคุณฟังผมก็แค่อยากจะรักษาภาพลักษณ์ดีๆของผมและเพื่อนๆในสายตาของพวกคุณเอาไว้…อะไรนะ! พวกเราไม่มีเลยงั้นเหรอ!
งั้นก็ช่างมันเถอะเอาเป็ว่าผมจะเริ่มเล่าต่อจากตอนที่แล้วเลยนะ
ใจกลางฝูงสัตว์อสูรปริศนา(ซึ่งดูเหมือนหมาป่าแต่ปากเหม็นกว่า) พวกเราที่อยู่ในปากของพวกมันคิดว่าเหล่าฝูงอสูรร้าย้าจะพาพวกเรากลับไปที่รังของพวกมันแน่ๆไม่มีใครเข้าใจว่าทำไมพวกมันถึงลงทุนยกขโยงกันมาขนพวกเราไปผมพยายามมองหาทางรอดอย่างอับจนปัญญา น้ำลายเหนียวเหนอะเปื้อนตัวผมอย่างน่าขยะแขยงผมแทบสิ้นใจในทุกๆครั้งที่มันพ่นไออุ่นออกมาทางปากเพราะกลิ่นที่สายลมจากในตัวของมันโอบอุ้มเอาออกมาด้วยนี่แบบ…นรกแตกมาก!
ผมคิดว่ารังของพวกมันน่าจะอยู่สูงไปจากพื้นดินพวกมันเดินทางลัดเลาะขึ้นเขาไปได้ระยะหนึ่งเราก็หลุดออกมาจากเขตป่าทึบในที่สุดผมก็ได้เห็นแสงจันทร์แน่นอนว่าผมไม่ได้ดีใจที่เราได้เห็นท้องฟ้าผ่านฟันซี่แหลมๆเหล่านี้ แต่แสงจากฟากฟ้าสาดส่องอาบร่างของพวกมันก็ทำให้รู้ว่าจริงๆแล้วพวกมันเป็ตัวอะไร
พวกมันคือหมาป่าที่มีขนสีขาวฟูฟ่องอย่างที่ผมเดาไว้ร่างกายใหญ่กว่าหมาป่าที่ผมเคยเห็นเกือบสามเท่า ดวงตาแดงก่ำของพวกมันดูดุร้ายฟันอันแหลมคมทุกๆซี่มีสีเหลืองอ๋อยเช่นเดียวกับเล็บของพวกมันเอง พวกมันมีนามว่า หมาป่าูเาระดับ 7 ระดับของพวกมันนั้นเท่ากันทุกตัว
และลักษณะทางกายภาพของพวกมันก็ทำให้ผมนึกถึงลูกหมาป่าที่เราฆ่าตายไปเมื่อตอนกลางวันอย่าบอกนะว่าเ้าพวกนี้…
“อีกไกลไหมเนี่ย....ทำไมขับช้ากันจังเลย” ลูกแก้วฟรานบ่น“บอกแล้วให้ใช้น้ำมันตราเต่า”
“เพราะใช้แล้ววววเครื่องฟิตสตาร์ทติดง่าย” เสียงของไข่ัเดรกดังแว่วมาจากท้ายขบวน
“หมาป่านะฟรานไม่ใช่รถม้านำเที่ยว” ก้อนหินจิลเตือนเพื่อนเสียงสั่น นี่ขนาดกลัวยังมีอารมณ์มาตบมุขให้คนอื่นอีกผมนับถือใจเขาจริงๆ
“ฉันหิวแล้วอ่ะแวะร้านอาหารข้างทางก่อนได้ไหม” ลูกแก้วฟรานยังงอแงไม่เลิก
“นี่แกคิดว่าตัวเองมาเที่ยวรึยังไง!” เสียงของไข่ัเดรคดังมาจากปากของหมาป่าตัวไหนซักตัวที่อยู่ด้านหลังผมแต่เมื่อกี้นี้แกยังขยี้มุขให้มันอยู่เลยนะ
ในที่สุดพวกเราก็มาถึงสถานที่ที่ดูเหมือนเป็รังของพวกมันตรงนี้อยู่บนบริเวณสันเขาที่รายล้อมด้วยก้อนหินเล็กใหญ่กระจายอยู่ทั่วใครบางคนนำก้อนหินมาวางกองก่อตัวเป็กำแพงตีกรอบล้อมรอบ ดูราวกับเมืองใหญ่บนูเาหน้าทางเข้ามีคบเพลิงทั้งสองฝั่ง เปลวเพลิงลุกโชด่อยู่ด้านใน ผมสงสัยว่ารังหมาป่าควรมีอะไรแบบนี้ด้วยงั้นเหรอ…
ทว่าในทันทีที่ผมถูกพาตัวผ่านพ้นกำแพงเข้าไปผมก็ต้องเปลี่ยนความคิด เพราะที่นี่ไม่ใช่รังหมาป่าูเาธรรมดาๆอย่างที่ผมคิดไว้เลยซักนิดมันห่างใกลจากคำว่ารังลิบลับ
มันคือหมู่บ้านของหมาป่าเป็หมู่บ้านของจริงเลยล่ะ สถานที่ที่เต็มไปด้วยบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง ฝีมือหมาป่าูเาที่ดูเหมือนบ้านเรือนในสมัยที่มนุษย์ยังไม่ได้คิดค้นปืนไฟออกมาใช้ในาตรงนั้นคือลูกหมาป่าที่ตัวเล็กกว่าตัวที่คาบผมเอาไว้ และ…โอ้ว!อย่าบอกนะว่าไอ้เ้านั่นมันคืุ์หมาป่าน่ะ!
ตัวที่ผมกำลังมองอยู่คือสิ่งมีชีวิตที่ยืนสองขาได้เหมือนมนุษย์ รูปลักษณ์ร่างกายก็ใกล้เคียงกันกับคนแต่มีใบหน้าเป็หมาป่า พวกมันล้วนเต็มไปด้วยมัดกล้ามบึกบึนแบบคนใช้แรงงาน อกเปลือยๆมีขนหนาโชว์ความแมนแบบโฮ่งๆพวกมันเอาหนังสัตว์มาปกปิดส่วนล่างเหมือนอย่างพวกคนป่าที่พอมีอารยธรรมขนสีขาวปกคลุมไปทั่วร่างกาย ดวงตาแดงก่ำ พวกมันคือ แวร์วูฟ และพวกมันทั้งหมดที่ผมเห็นมีระดับเกินกว่าสิบขึ้นไปซึ่งด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้ผมมั่นใจว่าพวกมันสามารถฆ่าพวกผมได้เพียงแค่เดินเฉี่ยวๆเท่านั้น
พวกเราถูกพาลึกเข้าไปในหมู่บ้านของสัตว์ร้ายขนฟูพวกนี้มีบ้านหลายหลังที่ดูเหมือนกับบ้านคนเด๊ะๆ บางหลังก็เป็เหมือนบ้านสัตว์เลี้ยงหลังเล็กๆไว้สำหรับให้เหล่าหมาป่าูเาเข้าไปอาศัยผมเห็นแวร์วูฟบางตัวทักทายพวกหมาป่าูเาด้วยภาษาของหมาป่าซึ่งผมฟังไม่เข้าใจแน่ล่ะ ก็ผมเป็สไลม์นี่นา
พวกคุณอาจจะคิดว่าในหมู่บ้านนี้ต้องมีการแบ่งชนชั้นแน่ๆเพราะแวร์วูฟเป็สายพันธ์ที่ดูทรงภูมิปัญญาและแข็งแกร่งกว่าหมาป่าูเาทั่วไป แต่ดูเหมือนจะไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นระหว่างหมาป่าูเากับแวร์วูฟอย่างที่คิดพวกมันอาศัยอยู่ร่วมกันเฉกเช่นเดียวกับหมู่บ้านของมนุษย์ธรรมดาๆมีแผงขายของอีกต่างหาก ผมรู้สึกทึ่งกับการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของพวกมันมากๆ แถมบรรยากาศในหมู่บ้านนั้นสงบสุขราวกับพวกหมาไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าการทะเลาะกันอีกต่างหาก
“แง่งๆๆเอ๋งๆๆ” ทันใดนั้นทางด้านซ้ายของผม ก็มีหมาป่าูเาสองตัวพุ่งเข้าไปฟัดกันนัวเนียโดยมีแวร์วูฟตัวหนึ่งพยายามจะเข้าไปห้ามด้วยสีหน้าลำบากใจ และโดนลูกหลงเข้าให้จนร้องครางหงิงๆวิ่งออกมาหอนอยู่นอกวงต่อสู้…เอิ่ม เอาเป็ว่าผมขอถอนคำพูดเมื่อกี้ก็แล้วกันนะ
ในที่สุดพวกผมถูกพาเข้ามาถึงใจกลางหมู่บ้านพื้นที่โล่งๆที่มีแวร์วูฟหลายสิบตัวยืนตีวงล้อมรอบลานกว้างแห่งนี้เอาไว้บรรยากาศดูจริงจังเหมือนจะมีการเลือกตั้งประธานพิธีโกนขนให้ลูกหมาที่อายุครบห้าขวบเหล่าหมาป่าูเาที่คาบพวกเรามาได้คายเราออกมากองรวมกันอยู่ตรงหน้าบัลลังก์ไม้ที่มีหนังเสือโคร่งห่อหุ้มเอาไว้จากนั้นพวกหมาป่าูเาที่หมดหน้าที่ของพวกมันแล้วก็ย่อตัวเล็กน้อยเพื่อเคารพสิ่งที่อยู่บนบัลลังก์ก่อนจะวิ่งออกไปยืนรวมกับตัวอื่นๆ
ในที่สุดผมก็เป็อิสระแม้ผมจะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็ซากแพะเน่าๆที่เหนียวเหนอะแต่ผมก็รู้สึกดีกว่าเมื่อครู่มาก จากนั้นผมก็กวาดตามองสถานที่รอบๆ ตรงหน้าของพวกเราบนบัลลังก์มีแวร์วูฟที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนมันก็แผ่ออร่าความเป็บอสใหญ่ออกมาอย่างล้นเหลือนั่งอยู่
ผมทำใจกล้าเพ่งมองขึ้นไปยังเบื้องหน้าดวงตาข้างหนึ่งของเ้าแวร์วูฟบนบัลลังก์บอดและมีแผลรอยกรงเล็บของสัตว์ร้ายฝากเอาไว้ในรูปแบบของแผลเป็ตัวของมันใหญ่กว่าแวร์วูฟธรรมดาเกือบสองเท่า ทำให้มันดูเหมือนั์ขนฟูจากมุมมองของผมซึ่งสูงแค่ระดับฝ่าเท้าของมันเท่านั้นดวงตาสีแดงฉานจับจ้องมาทางพวกเราอย่างกดดัน กล้ามเนื้อล่ำสันของมันสั่นเกร็งเหมือนกำลังจะะเิออกมาชื่อของมันถูกเขียนด้วยตัวอักษรสีแดงว่า าาหมาป่า ระดับ 15 ความแข็งแกร่งและตำแหน่งจ่าฝูงของมันถูกยืนยันจากระดับที่มากกว่าแวร์วูฟตัวไหนๆในที่แห่งนี้
“ข้าได้กลิ่นลูกชายของข้ามาจากพวกเ้า”าาหมาป่าทำในสิ่งเหลือเชื่อคือ มันกำลังพูดภาษาเดียวกันกับที่มนุษย์ใช้เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าฟังดูมีพลังอย่างมากมันลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกมายืนต่อหน้าพวกเราราวกับกำลังพยายามจะข่มขวัญ “และในจุดที่พบซากบุตรของข้าข้าก็ได้กลิ่นพวกแกอยู่ติดอยู่ตามซากของเขา” เหมือนมันกำลังพยายามข่มกลั้นโทสะไว้อย่างเต็มที่ผมมั่นใจสุดๆว่างานนี้ไม่รอดแน่ๆ าาหมาป่าจะต้องฆ่าล้างแค้นพวกเราแน่ๆ ทำยังไงดี!
“ถ้าหากพวกเ้าดูแข็งแกร่งมากกว่านี้ข้าคงคิดว่าพวกเ้าเป็คนลงมือฆ่าลูกชายของข้าเพื่อล่าไปกินเป็อาหารแต่พวกเ้าดูกระจอกเกินกว่าที่จะทำแบบนั้นได้ข้ามั่นใจว่าบุตรของข้าสามารถตบพวกเ้าให้ตายได้ด้วยการตะปบไม่เกินสามครั้ง”มันกอดอกจ้องมองมาที่พวกเราอย่างดูถูกเหยียดหยามขอโทษด้วยแล้วกันที่ไอ้กระจอกพวกนี้ดันสามารถฆ่าลูกของแกได้ แถมยังกินกันจนพุงกางอีกต่างหาก
“อันที่จริงแล้ว…” ในทันทีที่ก้อนหินจิลกำลังจะพูดบางอย่าง ผมก็ะโเอาร่างกายเหลวๆเข้าไปอุดปากของเขาไว้ไม่ให้สามารถพูดได้เพราะผมอยู่กับหมอนี่มานาน ผมรู้ดีว่าหมอนี่ไม่ยอมที่จะเห็นใครเข้าใจผิดเกี่ยวกับบางอย่างแน่นอนช่วยเลือกเวลาในการเป็คนดีหน่อยได้ไหมเนี่ย!
“บอกข้ามาทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับบุตรของข้า ทำไมกลิ่นของพวกเ้าถึงไปติดอยู่บนตัวของเขา”าาหมาป่าหรี่ตาลง มันทำท่าเหมือนกับว่ามันสามารถพุ่งเข้ามากระทืบพวกเราได้ตลอดเวลาหากมีคำพูดซักคำที่กระทบกระทืบจิตใจของป๊ะป๋าซักคนที่เพิ่งเสียลูกชายไป
ความเงียบอันน่าอึดอัดเกาะกุมพื้นแห่งนี้อย่างยาวนานทุกคนมีท่าทีไม่สบายใจอย่างเห็นได้ชัดถ้าผมเป็คนดีมากกว่านี้ผมคงจะยอมรับออกไปตรงๆเลยว่า “อ้อ! เรากินเขาไปเองแหละ ถ้าท่านรู้ว่าลูกชายของท่านมีเนื้อติดมันที่หอมหวานเพียงใดท่านจะต้องภูมิใจในตัวเขาแน่ๆ!” แต่ตอนนี้ชีวิตของผมสำคัญกว่าความถูกต้องที่คงไม่ช่วยให้เรารอดไปได้ผมจึงจำเป็ต้องพยายามใช้สมองของตัวเองคิดหาวิธีรอดไปจากสถานการณ์นี้อย่างหนักหน่วง
“อันที่จริงแล้วบุตรของท่านเป็เพื่อนกับพวกเรา”ผมตัดสินใจสร้างเื่ขึ้นมา
“จริงงั้นเหรอ…สวะชั้นต่ำอย่างพวกเ้าเนี่ยนะ” าาหมาป่าดูไม่เชื่อถือแวร์วูฟที่รายล้อมส่งเสียงโห่ร้องอย่างไม่พอใจ ทำไม!เป็เพื่อนกับพวกเรามันผิดตรงไหนกัน!ไอ้เ้าพวกเหยียดเผ่าพันธ์เอ้ย!
“เป็ความจริงอย่างแน่นอน”เป็กะโหลกเซนที่พูดออกมาอย่างสุขุมน้ำเสียงของเขาสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่าน้ำเสียงไม่ค่อยแน่ใจของผม“บุตรของท่านเป็หมาป่าที่มีน้ำใจ ในระหว่างที่เขากำลังท่องป่าเขาก็พบพวกเราที่หิวโหยเพราะไม่สามารถล่าอาหารด้วยตัวเองได้เขาจึงได้เผื่อแผ่เนื้อสัตว์ที่ล่ามาได้ให้แก่พวกเรา”เขากล่าวอย่างลื่นไหลราวกับเหตุการณ์มันเกิดขึ้นจริงๆ
“น้ำใจของเขาช่างยิ่งใหญ่เขาบอกกับเราว่าเขาได้ต้นแบบความใจกว้างมาจากพ่อของเขา นั่นก็คือท่านยังไงล่ะ”ผมเสริมเมื่อได้เห็นกะโหลกเซนสร้างเื่อย่างลื่นไหลผมก็ชักจะเครื่องติดขึ้นมาแล้วสิ!
“เขาแค่ชื่นชมในตัวข้ามากๆก็เท่านั้นเขาเป็แบบนี้เสมอ” าาหมาป่ามีท่าทีพอใจกับสิ่งที่พวกเราสร้างขึ้นมาด้วยทักษะการสร้างเื่ชั้นครู“ที่เขาสามารถออกล่าได้ั้แ่อายุแค่นั้น ก็คงเพราะได้ความแข็งแกร่งจากข้าไปเต็มๆ”พวกแวร์วูฟส่งเสียงเห่าหอนเป็เชิงเห็นด้วย
“แถมเนื้อสันคอของเขายังอร่อยสุดๆไปเลย”จู่ๆลูกแก้วฟรานก็เอ่ยขึ้นมา พวกหมาป่าหันขวับมามองเขาเป็ตาเดียว
“หืม!” าาหมาป่าขมวดคิ้วถลึงตามองมาทางพวกผมไข่ัเดรคเห็นท่าไม่ดีจึงกล่าวแก้ตัวให้ว่า
“ท่านอย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะครับเพราะความจริงแล้ว ข้าว่าเนื้อต้นขาของเขามีรสชาติที่ดีกว่า”ไข่ัเดรคพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งมันทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิมซักสิบเท่าเห็นจะได้การมีคนแบบนี้อยู่ข้างๆกายถึงสองคนด้วยกันอาจจะทำให้ผมเป็บ้าไปไม่วันใดก็วันหนึ่ง
“เขาหมายถึงเนื้อต้นขาของกวางหนุ่มที่บุตรของท่านแบ่งปันให้เราน่ะครับ”กะโหลกเซนกล่าวตอบกลับไปโดยไม่เสียเวลาคิด หมอนี่ช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้อีกแล้ว
“แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเขา”าาหมาป่าเดินกลับไปนั่งบนบัลลังก์ รอฟังคำตอบจากพวกเรา
“เื่ทั้งหมด! มันเป็เพราะพวกมนุษย์นั่น!!!”ผมแสร้งทำเป็โกรธแค้นราวกับมีคนเดินมาชกคุณยายของผมต่อหน้าต่อตา ก่อนจะะโมาอยู่ตรงหน้าของาาหมาป่าบนบัลลังก์ลายเสือโคร่งสบตาเขา “พวกมันมากันเก้าคนพวกมันลงมือฆ่าบุตรของท่านที่เป็เพื่อนของเราอย่างโเี้อย่างถึงที่สุด!”
“อันที่จริงแล้วพวกเราต่างหากที่…อุ๊ฟ!” ผมะโกลับไปอัดตัวอุดปากก้อนหินจิลเพื่อไม่ให้ความเป็คนดีของเขาฆ่าพวกเราตายซะก่อน
“อันที่จริงแล้วพวกเราต่างหากที่พวกมนุษย์หมายหัว!”กะโหลกเซนกล่าวแก้ต่างให้อีกครั้ง
“พวกมนุษย์ไล่ตามข้ามาเพราะความงดงามของข้าทำให้พวกมนุษย์หลงใหล”ลูกแก้วฟรานอ้าปากพ่นอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่ให้สถานการณ์ดีขึ้นออกมา แถมยังทำให้คนอื่นๆปวดหัวมากกว่าเดิมอีกใครก็ได้! เอามันไปแทะเล่นที!เอาก้อนหินกับเ้าไข่นี่ไปด้วย!!!
“ที่มนุษย์ไล่ตามเขาเพราะเขาเป็มอนสเตอร์หายาก”กะโหลกเซนแต่งเื่ต่ออีกครั้ง สิ่งที่เขามีเสมอต้นเสมอปลายคือความลื่นไหลความสมเหตุสมผลและน้ำเสียงที่สงบนิ่งชวนให้เชื่ออย่างไม่ยากเย็น“ในจังหวะที่พวกเรากับบุตรของท่านกำลังจะแยกย้ายกันไปพวกมนุษย์ทั้งเก้าคนก็โผล่ออกมาจากที่ซุ่ม จู่โจมพวกเราจากทุกทิศทุกทาง”
“ไอ้พวกชั่วช้าเอ้ย!” แวร์วูฟที่ยืนอยู่รอบนอกก่นด่าอย่างไม่พอใจ“แบบนี้มันคนหมู่ชัดๆเลย!”
ผมมั่นใจว่ามันเป็สำนวนแน่ๆแต่ทำไมผมถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติไปเล็กน้อย
กะโหลกเซนกล่าวต่อไปว่า“บุตรของท่านเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องพวกเราอย่างกล้าหาญเขาปะทะเข้ากับมนุษย์ทั้งเก้าคนอย่างองอาจ ต่อสู้กับพวกนั้นอย่างสูสี”
“สุดท้ายเขาก็ตายลงพวกมนุษย์ฉีกทึ่งร่างของเขาอย่างโหดร้าย เพียงแค่เพราะความสะใจเท่านั้น”ผมแสร้งทำเสียงสั่นเหมือนะเืใจสุดขีด“เขาได้ใช้ชีวิตอันสูงส่งเข้าแลกเพื่อให้มอนสเตอร์ผู้ต่ำต้อยอย่างพวกข้ารอดชีวิตมาได้เขาทำไปเพียงเพราะแค่พวกข้าเป็สหายกับเขาเท่านั้นข้าไม่เคยเจอใครที่ประเสริฐเท่านี้มาก่อนเลย”
“ชีวิตนี้เราจะไม่ลืมบุญคุณที่เขามีต่อเราเลย”กะโหลกเซนทิ้งท้าย ผมมองไปที่ใบหน้าของาาหมาป่าแล้วก็พบว่าน้ำตาแห่งความภาคภูมิไหลรินผสมปนเปไปกับน้ำตาแห่งความเศร้าโศกบนใบหน้าของมัน
ชักรู้สึกผิดขึ้นมานิดๆเลยแฮะ…ไม่ได้สิ! คิดทำการใหญ่ใจเราก็ต้องนิ่ง!!!
“ลูกพ่อ ไม่ว่าเ้าจะอยู่ที่ใดขอให้เข้ารู้ไว้ว่าพ่อภูมิใจในตัวของเ้านะ”าาหมาป่าแหงนมองท้องฟ้า และพูดออกไปประหนึ่งกำลังคุยอยู่กับดวงดาว“เ้าเป็หมาป่าที่กล้าหาญที่สุดเสมอ” ก่อนที่มันจะสลัดความเศร้าหมองและหันเหความสนใจกลับมายังพวกผมอีกครั้ง
“ขอบใจพวกเ้ามากที่มาบอกให้ข้าได้รับรู้ ถ้าไม่ได้พวกเ้าข้าคงจะไม่มีวันรู้ได้เลยว่าวาระสุดท้ายของลูกชายข้าเป็เช่นไร”าาหมาป่าลุกขึ้นมาจากบัลลังก์ก่อนจะจ้องมองพวกเราด้วยสายตาจริงจัง
“พวกเ้าจำเหล่ามนุษย์ชั่วช้าที่ฆ่าบุตรของข้าได้ไหม” มันเอ่ยถามเสียงเย็นเฉียบและผมััได้ถึงเื่สนุกที่กำลังจะเกิดขึ้น
“จำได้แม่นเลยครับท่าน คนที่มันฆ่าเพื่อนข้าให้ตายข้าก็ไม่มีวันลืมพวกมันแน่ๆ” ผมเอ่ยด้วยเสียงที่เยียบเย็นพร้อมกับวางแผนการร้ายในใจ“ที่สำคัญ ข้ารู้ด้วยว่าตอนนี้ พวกมันอยู่ที่ไหนกัน”
าาหมาป่าแสยะยิ้มอย่างถูกใจ พวกเราทั้งสองตัวหัวเราะออกมาพร้อมกันเพราะรู้สึกได้เลยว่าเราจะกำลังได้ลิ้มรสชาติของการแก้เเค้นในเร็วๆนี้
“ดี!คืนนี้เราจะออกล่ามนุษย์เพื่อล้างแค้นให้ลูกชายของข้าและเพื่อนของพวกเ้ากัน!พวกมันต้องชดใช้อย่างสาสม!!! บรู๋ววววววว!!!” าาหมาป่าเห่าหอนดังก้อง พวกแวร์วูฟและหมาป่าทั้งหมู่บ้านหอนตอบรับกันระงมก้อนหินจิลมีสีหน้าไม่สู้ดีเมื่อเหตุการณ์ดูเหมือนจะบานปลายไปกันใหญ่
“แบบนี้จะดีเหรอ” เขากระซิบถามผมเบาๆ ผมหันไปสบตากับกะโหลกเซนเพื่อนคนนั้นของผมพยักพเยิบเป็เชิงว่า เอาตามแผนของนายเลย ฉันโอเค
“ไม่ดีหรอก” ผมหัวเราะในลำคอ ประกายดวงตาของผมวาวโรดอย่างชั่วร้าย “แต่นี่มันเยี่ยมสุดๆไปเลยต่างหาก!!!”
เตรียมตัวไว้ได้เลยนะ ไอ้เ้าพวกมนุษย์ที่เป็ต้นเหตุทำให้พวกฉันต้องหนีออกจากถ้ำแสนสุขมาเจอกับเื่บ้าๆน่าปวดหัวแบบนี้ฉันจะเอาการแก้แค้นไปเสิร์ฟพวกแกให้ถึงที่เลยล่ะ หึ หึ หึ หึ…
ผมกับกะโหลกเซนควรจะได้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักเล่าเื่ชายดีเด่น: สไลม์ลอฟ
โปรดติดตามตอนต่อไป